0 Views

       บทที่ 33

_____ลั่วซิวเจ๋อสลายพลังที่ชาร์ตไว้ของปืนเลเซอร์ทันที หากเขาโจมตีออกไป จริงอยู่ที่เขาสามารถสังหารจักรพรรดินีที่ซ่อนอยู่ในต้นไม้ต้นนั้นได้ แต่ก็อาจโดนมนุษย์แมลงสีดำเหล่านี้ฉีกออกเป็นชิ้นๆเช่นกัน เขาย่อมไม่สนใจธุรกิจที่ขาดทุนเช่นนี้แน่

 

_____มนุษย์แมลงสีดำสนิทเป็นพลทหารระดับสูงของเผ่าสแตน ยิ่งสามารถยึดครองดาวเคราะห์ดวงนี้ย่อมมีทักษะในการต่อสู้ระดับสูงอย่างแน่นอน

 

_____มนุษย์แมลงสีดำทุกตนล้วนมีความสูงมากกว่าสิบเมตร ทั้งร่างปกคลุมด้วยเปลือกแข็งสีนิล… ความสูงของพวกมันแทบจะพอๆกับหุ่นยนต์เลยทีเดียว มิน่าเล่ามนุษย์ที่ไม่สามารถใช้หุ่นยนต์ได้นั้นแทบจะไม่มีทางต่อกรกับชนเผ่านี้ได้เลย

 

_____“กี๊ซ!” มนุษย์แมลงสีดำตัวแรกที่พุ่งออกมากรีดร้องเสียงแหลมเสียดหู ทำให้มนุษย์แมลงสีดำตัวอื่นพลันเข้าโหมดโจมตีและพุ่งเข้าใส่ลั่วซิวเจ๋อ

 

_____ระดับสติปัญญาของเผ่าสแตนไม่อาจเทียบกับมนุษย์ ทว่าพวกมันมีระเบียบวินัยสูงมาก…  ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือเผ่าสแตน ย่อมมีความหวาดระแวงต่อดาวดวงนี้ ฉะนั้นการต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายจึงมักเกิดขึ้นบริเวณรอบนอกเป็นส่วนใหญ่ และน้อยครั้งมากที่จะบุกเข้าไปถึงส่วนกลางของดาวเคราะห์นี้…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อไม่รู้สึกหวาดกลัวหรือกดดันต่อมนุษย์แมลงสีดำเหล่านี้แม้แต่น้อย ไม่จำเป็นต้องใช้พลังจิต แค่หุ่นยนต์ที่เขาควบคุมอยู่ก็สามารถฆ่าพวกมันได้อย่างสบายๆ

 

_____หลังจากฆ่ามนุษย์แมลงสิบกว่าตนตรงหน้าแล้ว ชื่อของลั่วซิวเจ๋อพลันขยับขึ้นไปอยู่ในร้อยอันดับแรกของตารางจัดอันดับทันที น่าเสียดายที่คนส่วนใหญ่สนใจเพียงรายชื่อสิบอันดับแรกเท่านั้น กับคนที่ขึ้นมาอยู่ในร้อยอันดับแรกภายในพริบตาเดียวอย่างเขานั้น นอกจากบางคนที่ไล่มองตารางจัดอันดับฆ่าเวลาแล้ว ก็ไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกตินี้…

 

_____“หมายเลขเจ็ด! มาดูเร็ว เจ้าหนุ่มนี่ร้ายกาจไม่เลว” เจ้าหน้าที่ยศพันตรีผู้สวมแว่นตาข้างเดียวเอ่ยเรียกสหายร่วมรบของตนเสียงดัง

 

_____“อะไร? มีอะไรน่าดูกัน? ก็แค่มือใหม่กลุ่มหนึ่ง” บุรุษที่ถูกเรียกว่า ‘หมายเลขเจ็ด’ เป็นชายร่างสูงมาก… เขาวางขาสองข้างพาดไว้บนโต๊ะและเอาหมวกทหารปิดใบหน้า ดูเหมือนเมื่อครู่เขากำลังงีบหลับอยู่…

 

_____“มาเร็ว ผมเห็น… โอ้ เจ้าหนุ่มนี้ใช้เวลาแค่เจ็ดนาทีล้มมนุษย์แมลงถึงสิบสามตนได้ นี่ยังไม่น่าดูอีกหรือ?” เจ้าหน้าที่คนนั้นเบิกตากว้างพลางเอ่ยด้วยความตื่นเต้นระคนประหลาดใจ…

 

_____“เจ็ดนาที?” หมายเลขเจ็ดขยับหมวกของตนออก เผยให้เห็นดวงตาเรียวและเฉียบคมดุจเหยี่ยวคู่หนึ่งที่ทอประกายฉงนสงสัย… “เจ้าหนุ่มนั่นคงไม่โกงใช่มั้ย? ให้คนอื่นอัดมนุษย์แมลงจนปางตายแล้วค่อยปล่อยให้เขาลงมือฆ่าทิ้งทีเดียว?”

 

_____“เอ๋…” เจ้าหน้าที่คนนั้นชะงักค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนจะขยับแว่นตาข้างเดียวของตนเล็กน้อย “ไม่น่าจะมีใครโง่เขลาปานนั้น ที่นี่ยังอยู่ในเครือข่ายอวกาศที่จะโดนคนเห็นได้ทุกเมื่อนะ”

 

_____หมายเลขเจ็ดหัวเราะเย้ยหยันออกมา “เห็นแล้วยังไงเล่า? ท่านพลตรีบอกว่า ผู้ที่ขึ้นเป็นสิบอันดับแรกจะสามารถสู้กับเขาได้ แต่ไม่ได้บอกว่า ห้ามมีคนอื่นช่วย”

 

_____พันตรีคนนั้นพลันขมวดคิ้วมุ่น “ผมจะไปดู…  ผมจะเถียงกับคุณทำไมเล่า… ดูจากจอภาพก็รู้แล้ว!”

 

_____“ไปก็ไปสิ…” หมายเลขเจ็ดโบกมือไล่อย่างหงุดหงิดพลางดึงหมวกมาปิดใบหน้าของตนไปเกือบครึ่ง “ถ้าไอ้หนุ่มนั่นไม่ได้มีคนช่วยค่อยเรียกอีกรอบล่ะกัน”

 

_____“ได้ครับ” พันตรีคนนั้นโบกมืออย่างไม่ใส่ใจพลางเริ่มติดต่อกับเจ้าหน้าที่สื่อสารของเครือข่ายอวกาศ เพื่อเรียกดูภาพเหตุการณ์ในช่วงนั้น…

 

_____ผ่านไปไม่ถึงนาที ภาพเหตุการณ์ในตอนนั้นก็ถูกเรียกออกมา… เมื่อเปิดวีดีโอนั้นแล้ว พันตรีคนนั้นถึงกับอ้าปากกว้างด้วยความประหลาดใจและหุบไม่ลงแม้จะดูวีดีโอจนจบแล้วก็ตาม…

 

_____“หมายเลขเจ็ด… หมายเลขเจ็ด…” เจ้าหน้าที่คนนั้นพยายามเขย่าบริเวณไหล่ของหมายเลขเจ็ด…

 

_____“อะไรอีกเล่า?” หมายเลขเจ็ดขยับเปิดหมวกขึ้นมาด้วยสีหน้างงงัน

 

_____“เร็ว… มาดูเร็ว… ต้นอ่อนชั้นยอด… อย่างน้อยที่สุดก็สมรรถภาพร่างกายระดับ A พลังจิตระดับA!” เจ้าหน้าที่คนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

 

_____“หืม?” หมายเลขเจ็ดเองก็ประหลาดใจไม่น้อย จึงเปิดควอนตัมคอมพิวเตอร์ของตนออกมาดูครู่หนึ่งแล้วพยักหน้าขณะเอ่ยว่า “ไม่เลว… เป็นต้นอ่อนชั้นยอดจริงๆ”

 

_____“เป็นอย่างไรเล่า  ผมพูดไม่ผิดจริงๆ… ต้องรายงานท่านพลตรีหรือเปล่าครับ?”

 

_____หมายเลขเจ็ดนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหน้าไปมา “ตอนนี้ยังไม่ต้อง รอผลการทดสอบของเขาออกมาก่อน แล้วค่อยว่ากัน แม้ว่าทักษะการต่อสู้แบบเดี่ยวของเขาจะแข็งแกร่งพอที่จะเข้าร่วมในกองทัพ แต่ยังไม่พอที่จะเข้ามาในกองทหารที่สิบหกของพวกเราได้ ต้องรอดูท่าทีของเขาไปก่อน”

 

_____“ยังรอดูอีกหรือ?” เจ้าหน้าที่คนนั้นเหลือบตามอง “เจ้าหนุ่มนี่เจอคะแนนพิเศษที่เยอะที่สุดได้ คนเช่นนี้ถ้าไม่ดึงเข้ามาในกองทหารที่สิบหกของพวกเรา ก็รอโดนท่านพลตรีเล่นงานเถิด!”

 

_____“หมายเลขเก้า จะทำอะไรต้องปฏิบัติตามกฎ เข้าใจหรือไม่!” หมายเลขเจ็ดมีสีหน้าเคร่งขรึมพลางสอนบทเรียนสำคัญให้กับอีกฝ่าย “ถ้าแกรายงานเรื่องของเขาต่อท่านพลตรีก่อน แกจะให้คนอื่นคิดยังไง? โอ๋ การทดสอบยังไม่สิ้นสุดก็เสนอชื่อไปก่อน เจ้าเอาคำพูดของท่านพลตรีไปไว้ที่ใดกัน? ท่านพลตรีกล่าวไว้แล้วว่า จะสู้กับสิบอันดับแรกเท่านั้น เจ้ารอสักครู่แล้วจะเป็นอย่างไรเล่า?”

 

_____หมายเลขเก้านิ่งเงียบทันที

 

_____หมายเลขเจ็ดเหลือบมองเขาเล็กน้อย “เจ้าโง่ เจ้าหนุ่มนี่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ถ้าสุดท้ายไม่ขึ้นเป็นสิบอันดับแรกนับว่าแปลกเกินไปแล้ว ถึงเวลานั้นย่อมเสนอชื่อเขาต่อท่านพลตรีตามขั้นตอนได้”

 

_____“อีกอย่าง…” เขาฉีกยิ้มมีเลศนัยออกมา “หากเจ้าหนุ่มนี่ซวยจริงๆขนาดไม่ติดสิบอันดับแรก รอจบการทดสอบก่อนแล้วพวกเราค่อยเสนอชื่อไปอีกครั้งย่อมไม่สาย เพราะถึงอย่างไรตอนนั้นเขาย่อมโดนคัดออกแล้ว ไม่อาจนับเป็นผู้เข้ารับการทดสอบอีก พวกเราเสนอชื่อของเขาอีกครั้งย่อมไม่ผิดกฎแน่นอน”

 

_____หมายเลขเก้ากระตุกมุมปากยิกๆพลางลอบเบ้หน้าอย่างเงียบงัน เหอๆ… อันที่จริงการจัดอันดับหมายเลขของพวกเขายึดตามระดับความไร้ยางอายของเจ้าตัวนี่เอง… มิน่าเล่าเขาถึงไม่อาจเทียบกับหมายเลขเจ็ดได้… ไม่สิ แบบนี้ก็เหมือนกับด่าตัวเองน่ะสิ

 

_____ลั่วซิวเจ๋อไม่ทราบว่า เวลานี้มีคนกำลังจับตามองตนอยู่ เมื่อกำจัดมนุษย์แมลงสีดำสิบกว่าตนแล้ว เขาก็ระเบิดลำต้นใหญ่นั้นและลากมนุษย์แมลงตัวเมียที่หลบซ่อนอยู่ในลำต้นกลวงๆนั้นออกมา

 

_____โครงสร้างทางสังคมของเผ่าสแตนนั้นคล้ายกับพวกแมลงทั่วไปบางส่วน มนุษย์แมลงตัวเมียมีสถานะเป็นผู้นำทัพของกลุ่มในสงครามและได้รับการเรียกขานในเผ่าว่า ‘จักรพรรดินี’ อีกทั้งเผ่าสแตนเป็นแหล่งชุมนุมของสิ่งมีชีวิตหลายเผ่าพันธุ์อีกด้วย

 

_____จักรพรรดินีทุกตนของเผ่าสแตนล้วนเกิดจากการวิวัฒนาการของตัวผู้ จนถึงตอนนี้แม้แต่เผ่าสแตนก็ยังไม่รู้ว่า เหตุใดมนุษย์แมลงตัวผู้ถึงสามารถวิวัฒนาการเป็นจักรพรรดินีได้ ทว่าสิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือ ความสำคัญของจักรพรรดินีที่เปรียบดั่งอนาคตของเผ่า ฉะนั้นเหล่ามนุษย์แมลงย่อมปกป้องดูแลจักรพรรดินีของมันแน่นอน ขอเพียงมีจักรพรรดินีสักตนอยู่ มนุษย์แมลงตัวผู้ทุกตนที่อยู่รอบกายนางจะพร้อมที่จะสละชีวิตเพื่อปกป้องนาง

 

_____เนื่องจากการกำเนิดจักรพรรดินีนั้นไม่แน่ชัด จึงไม่มีใครคาดคิดว่า บนดาวเคราะห์ที่ถูกเผ่าสแตนยึดครองจะมีการวิวัฒนาการของมนุษย์แมลงตัวผู้ได้ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับทหารชาวมนุษย์จำนวนมาก หนำซ้ำข้างกายตนยังขาดการป้องกันที่ดีพออีก… จักรพรรดินีแรกเกิดผู้นี้จึงได้แต่อดทนซ่อนกายอยู่ในลำต้นกลวงๆนี้และพยายามหาจังหวะปลีกตัวหนีออกไป…

 

_____น่าเสียดายนักที่แผนการนี้กลับถูกลั่วซิวเจ๋อที่ปรากฏตัวอย่างฉับพลันทำลายลง… จักรพรรดินีคิดยังไงก็ไม่เข้าใจ มนุษย์ผู้นี้รู้ได้อย่างไรว่า นางซ่อนตัวอยู่ในต้นไม้ต้นไหนท่ามกลางป่าเขาเช่นนี้ได้…

 

_____“โอ้ โชคดีสุดๆ” ลั่วซิวเจ๋อลากขาข้างหนึ่งของจักรพรรดินีพลางแกว่งเบาๆ…

 

_____จักรพรรดินีแรกเกิดนั้นอ่อนแอมาก ต่อให้เป็นคนธรรมดาคนหนึ่งก็สามารถล้มนางได้อย่างง่ายดาย แต่ถ้านางผ่านระยะลอกคราบครั้งแรกได้ล่ะก็ ความแข็งแกร่งของนางย่อมเพิ่มขึ้นทวีคูณ

 

_____น่าเศร้านักที่ลั่วซิวเจ๋อไม่คิดจะมอบโอกาสนั้นกับนาง… กำจัดจักรพรรดินีเพียงตนเดียวเทียบเท่ากับกำจัดมนุษย์แมลงนับหมื่นนับแสนตนเลยทีเดียว แม้จักรพรรดินีตนนี้จะค่อนข้างอ่อนแอ แต่ก็ไม่ทำให้คุณค่าของนางลดลงเลย

 

_____“ติ๊ด!”

 

_____บนจอภาพปรากฏภารกิจต่อมาขึ้น การจับกุมตัวจักรพรรดินีของเผ่าสแตนได้สำเร็จนั้นสามารถเลือกที่จะส่งนางกลับเรือรบเพื่อนำไปศึกษาค้นคว้าต่อไปหรือสังหารนางเสีย… การส่งนางกลับเรือรบจะได้รับคะแนนพิเศษมากกว่าการสังหารถึงสิบเท่า ขอเพียงคุ้มครองนางกลับไปยังเรือรบได้สำเร็จก็จะก้าวขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของการทดสอบครั้งนี้ทันที

 

_____ความเย้ายวนครั้งนี้ไม่อาจพูดได้ว่าเล็กน้อย… ทว่าลั่วซิวเจ๋อไม่คิดจะส่งนางกลับไปตั้งแต่แรกอยู่แล้ว จึงหันปากกระบอกปืนยิงใส่จักรพรรดินีตนนี้ทันที

 

_____ล้อเล่นน่า นี่เป็นจักรพรรดินีของเผ่าสแตน… ระหว่างเดินทางคุ้มกันอีกฝ่าย ย่อมมีมนุษย์แมลงจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งมาช่วยจักรพรรดินีของตนไม่ขาดสายแน่นอน ต่อให้ไม่มีเจ้าพวกนั้น สภาพของจักรพรรดินีในตอนนี้ก็เกือบจะถึงเวลาลอกคราบแล้ว…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อแข็งแกร่งมาก แต่ก็ไม่แข็งแกร่งถึงขนาดไร้เทียมทาน… ความน่ากลัวของจักรพรรดินีไม่ใช่แค่พวกผู้คุ้มกันของนางเท่านั้น พลังของเจ้าตัวเองก็น่าสะพรึงกลัวเหลือเกิน…

 

_____ถ้าลั่วซิวเจ๋อมีหุ่นยนต์รบแบบพิเศษส่วนตัว เขาย่อมกล้าสู้กับจักรพรรดินีที่ลอกคราบแล้วสักครั้ง แต่ตอนนี้เขาใช้อะไรเล่า? หุ่นยนต์แบบมาตรฐานระดับต่ำที่สุดในกองทัพ… ใช้หุ่นยนต์พรรค์นี้สู้กับมนุษย์แมลงธรรมดานั้นยังพอไหว แต่ถ้าเผชิญหน้ากับจักรพรรดินีย่อมจบชีวิตลงอย่างแน่นอน

 

_____นี่เหมือนกับชายร่างสูงใหญ่กำยำสวมชุดเกราะขนาดเล็ก อย่าว่าแต่จะช่วยเลย ไม่แพ้ภัยตัวเองก็เก่งแล้ว…

 

_____คะแนนพิเศษที่จะได้จากการคุ้มกันจักรพรรดินีนั้นลั่วซิวเจ๋อเองก็อยากได้มากเช่นกัน แต่ความอยากได้นั้นต้องปลอดภัยต่อชีวิตด้วยถึงจะดี… หากตายในการทดสอบย่อมถูกตัดสิทธิ์ทันที เขาไม่คิดจะพลาดโอกาสงามที่จะเข้าไปยังโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งอย่างแน่นอน…

 

_____หมายเลขเก้าที่จับตามองลั่วซิวเจ๋อด้วยความสนใจมาตลอด เมื่อเห็นลั่วซิวเจ๋อลั่นไกใส่จักรพรรดินีแรกเกิดโดยไม่หยุดคิดแม้แต่วินาทีแล้วแทบจะสำลักน้ำลายทันที เขาหันหน้าไปเรียกหมายเลขเจ็ดพลางชี้ไปทางจอภาพราวกับทำอะไรไม่ถูก “หมายเลขเจ็ด! หมายเลขเจ็ด มาดูเร็ว! มีบางอย่างผิดปกติ”

 

_____“อะไรผิดปกติหรือ?” หมายเลขเจ็ดเอาหมวกออกพลางลุกขึ้นยืนอย่างงุนงง  ดูท่าวันนี้เขาคงไม่ได้งีบหลับอย่างสบายใจเสียแล้ว

 

_____“คุณดูสิ เจ้าหนุ่มนี่ฆ่าจักรพรรดินีแล้ว!” หมายเลขเก้าเอ่ยอย่างร้อนรน

 

_____หมายเลขเจ็ดเหลือบตามองอย่างนิ่งเฉย “เดิมทีตัวเลือกที่ดีที่สุดก็คือ สังหารจักรพรรดินีอยู่แล้ว แกก็รู้ไม่ใช่หรือ… แล้วจะตกใจทำไม?”

 

_____“ผมรู้อยู่แล้ว แต่เจ้าหนุ่มนี่ไม่น่าจะฉลาดขนาดนี้ ผมยังจำได้ว่า ตอนที่ติดตั้งลงไปนั้น คะแนนพิเศษที่จะได้รับจากการคุ้มกันจักรพรรดินีนั้นเยอะมากขนาดที่ถ้าทำสำเร็จก็จะขึ้นเป็นอันดับหนึ่งทันที… เจ้าหมอนี่ไม่คิดจะสร้างความประทับใจให้ท่านพลตรีหรือ?” หมายเลขเก้ามีสีหน้าไม่มั่นใจ… เขาคิดว่า ท่านพลตรีเฉิงเป็นทหารที่โดดเด่นที่สุดของรัฐบาลโลก เป็นคนที่เหมาะกับคำว่า ‘เทพสงคราม’มากที่สุด… ทุกคนที่เข้ารับการทดสอบในครั้งนี้ล้วนเป็นแฟนคลับของพลตรีเฉิงหมด แต่อีกฝ่ายกลับทิ้งโอกาสดีที่จะได้ใกล้ชิดพลตรีเฉิงไปอย่างง่ายดายเช่นนี้ ช่างไร้เหตุผลเสียจริง!

 

_____ถูกต้อง มันย่อมเป็นกับดักอย่างหนึ่ง… ถ้าลั่วซิวเจ๋อเลือกที่จะคุ้มกันจักรพรรดินีเพราะความโลภ ระหว่างทางเขาจะต้องเจอกับการโจมตีครั้งใหญ่ของเหล่ามนุษย์แมลงแน่นอน แต่ถ้าลั่วซิวเจ๋อฉลาดปราดเปรื่องจริงๆจะต้องตระหนักถึงกับดักนี้ได้อย่างแน่นอน

 

_____สิ่งที่ทำให้หมายเลขเก้าประหลาดใจมากที่สุดก็คือ ความเฉียบขาดของลั่วซิวเจ๋อที่แทบจะไม่สับสนเลย… ไม่สิ ไม่ลังเลที่จะฆ่าจักรพรรดินีตั้งแต่แรกแล้ว จึงสร้างความแปลกใจให้กับเขาอย่างมาก

———————————-