0 Views

        บทที่ 31

_____“ได้… ไปที่เครือข่ายอวกาศกัน” ลั่วซิวเจ๋อไม่คิดจะอธิบายให้มากความ เดินนำอีกฝ่ายมายังห้องฝึกซ้อมและเปิดแคปซูลรูปไข่สองเครื่องเพื่อเชื่อมต่อกับเครือข่ายทันที…

 

_____ฉีหนานนั่งลงพลางถูมือไปมา ขณะหัวเราะอย่างบ้าคลั่งในใจ… เขาตัดสินใจแล้วว่า เป้าหมายระยะยาวของเขาคือการตบบั้นท้ายเงือกของลั่วซิวเจ๋อให้ได้ ส่วนระยะสั้นคือ… ใช้หุ่นยนต์ตบบั้นท้ายของอีกฝ่ายซะ!

 

_____หลังจากทั้งคู่เข้าไปในแคปซูลและทำการเชื่อมต่อแล้ว ฉีหนานเปิดโหมดต่อสู้อย่างกระตือรือร้น ในขณะที่ลั่วซิวเจ๋อยังไม่พร้อมและใช้เวลาประมาณสิบนาทีในการสมัครกับจัดเตรียมระบบต่างๆให้เรียบร้อย

 

_____ฉีหนานเตรียมตัวพร้อมแล้ว เพราะการเข้าระบบสงครามหุ่นยนต์ในเครือข่ายอวกาศเป็นครั้งแรกจะต้องติดตั้งและเลือกรูปแบบหุ่นยนต์ที่ตนต้องการใช้ก่อน และต้องปรับแต่งรายละเอียดอีกไม่น้อย… อย่าว่าแต่สิบนาทีเลย ต่อให้มีสิบชั่วโมงก็ไม่แน่ว่าจะทำเสร็จ

 

_____ฉีหนานมองไปรอบๆล็อบบี้อย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะเดินหาสนามรบที่ไม่จำกัดการเข้าชมสักแห่ง…

 

_____ทุกคนที่เข้าระบบเครือข่ายอวกาศโดยใช้แคปซูลหุ่นยนต์ล้วนถูกเชื่อมต่อไปยังศูนย์กลางของสนามรบจำลอง ซึ่งภายในมีฉากจำลองนับไม่ถ้วนและถือเป็นสถานที่ดีที่สุดในการฝึกความสามารถของนักบิน… อันที่จริงหุ่นยนต์นั้นมีราคาแพงมาก นอกจากพวกตระกูลใหญ่ที่ชอบอวดรวยหรือเชื้อพระวงศ์แล้ว ย่อมไม่มีใครอยากใช้หุ่นยนต์ของจริงในการฝึกซ้อม เพราะการซ่อมแซมหุ่นยนต์ย่อมต้องใช้เงินมหาศาล…

 

_____ศูนย์กลางของสนามรบจำลองนั้นสามารถสร้างสถานการณ์จำลองได้หลายรูปแบบ ทั้งโหมดผจญภัย , โหมดสู้ตัวต่อตัว ไปจนถึงโหมดที่มีความซับซ้อนมาก… โหมดเหล่านี้ล้วนจำลองสภาพแวดล้อมออกมาได้เหมือนของจริงมาก… หนึ่งเพื่อให้คนที่เข้ามาได้รับรู้ถึงสมรภูมิที่เหมือนจริงที่สุด สองเพราะหวังว่า จะสามารถทำให้คนเหล่านี้ได้รับเลือกเป็นทหารได้…

 

_____ยิ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมือนจริงมากก็ยิ่งสามารถจำลองบรรยากาศในสนามรบออกมาได้มาก…  มีผู้บังคับบัญชาที่เก่งกาจจำนวนไม่น้อยที่ได้รับเลือกจากศูนย์กลางของสนามรบจำลอง… ทั้งนี้เพราะจำนวนของยอดฝีมือที่แฝงตัวเป็นพลเรือนนั้นไม่น้อยกว่าในกองทัพเลย และศูนย์กลางของสนามรบจำลองจะเป็นช่องทางสำคัญที่จะช่วยทำให้พวกเขาก้าวขึ้นไปสู่ความยิ่งใหญ่ได้

 

_____การต่อสู้ภายในที่แห่งนี้สามารถแบ่งออกเป็นจำกัดการเข้าชมกับไม่จำกัดการเข้าชม… คนส่วนใหญ่มักไม่จำกัดการเข้าชม… ฉีหนานเลือกเข้าไปในห้องที่ดูจะไม่ค่อยมีคนดูเท่าไหร่นักและนั่งลงบนที่นั่งสำหรับผู้ชมด้วยความสนใจ…  ลองดูสิว่า คนเหล่านี้เป็นเช่นไรบ้าง

 

_____สมรภูมิรบด้านล่างเป็นทะเลทรายแห่งหนึ่ง เนินทรายกองโตมากมายเป็นเอกลักษณ์ของฉากการต่อสู้นี้… หุ่นยนต์สีดำตัวหนึ่งหลบซ่อนอยู่ด้านหลังเนินทรายอย่างระมัดระวัง ดูเหมือนจะกำลังมองหาร่องรอยของอีกฝ่ายอยู่

 

_____ฉากทะเลทรายนั้นกว้างใหญ่มาก หากเป็นในมุมมองของคนที่อยู่ข้างล่างแล้ว ผู้ควบคุมหุ่นยนต์คงต่อสู้ระยะไกลมาหลายชั่วโมงถึงมาอยู่สภาพนี้ ทว่าในมุมมองของผู้เข้าชมจะสามารถมองเห็นสถานการณ์ของทั้งคู่ได้อย่างชัดเจน

 

_____“จุ๊จุ๊ ไอ้หุ่นยนต์สีดำตัวนี้เจ้าเล่ห์เสียจริง…” ฉีหนานมองจอภาพที่แสดงภาพของหุ่นยนต์สีดำพลางลูบคางเบาๆ…  เขามองเห็นหุ่นยนต์สีเหลืองตุ่นตัวหนึ่งกำลังซ่อนตัวอยู่ด้านใต้ของเนินทราย ดูจากท่าทางของเขาแล้วคงต้องการลอบโจมตีหุ่นยนต์สีดำตัวนั้นแน่นอน

 

_____ทว่าผู้ควบคุมของหุ่นยนต์สีดำตัวนั้นเจ้าเล่ห์ยิ่งกว่า มันรู้ตำแหน่งของหุ่นยนต์สีเหลืองตุ่นตัวนั้นอยู่แล้ว แต่กลับแสร้งทำเป็นไม่รู้และขยับเดินเข้าไปใกล้เนินทรายกองหนึ่งเหมือนไม่รู้ตัวอย่างคนโง่เขลา…

 

_____ทันใดนั้นหุ่นยนต์สีเหลืองกระโจนออกมาจากเนินทรายพร้อมกับตวัดดาบเข้าใส่หุ่นยนต์สีดำ ‘ที่ไม่รู้ตัว’… ไม่นึกว่าหุ่นยนต์สีดำตัวนั้นกลับเตรียมพร้อมโดยการสะสมพลังของปืนเลเซอร์ไว้แล้ว ก่อนจะลั่นไกใส่แหล่งพลังงานของหุ่นยนต์สีเหลืองตุ่นจนทะลุ…

 

_____แรงระเบิดของหุ่นยนต์สีเหลืองเกือบจะทำให้หุ่นยนต์สีดำพลิกคว่ำเลยทีเดียว… ฉีหนานหัวเราะร่าเมื่อเห็นเช่นนั้น “ไอ้โง่… ระยะใกล้ขนาดนั้นยังใช้ปืนเลเซอร์อีก แกใช้ดาบฟันไม่เป็นหรือไง!”

 

_____หุ่นยนต์สีดำเองก็ตระหนักถึงข้อผิดพลาดของตน นึกหัวเสียพลางควบคุมหุ่นยนต์ให้ก้าวถอยหลังเพื่อหลบการระเบิดครั้งต่อมา…

 

_____ฉีหนานเห็นเช่นนั้นก็เบ้ปากอย่างดูถูก… เจ้าหมอนี่ดูก็รู้ว่า เป็นพวกลูกหลานจากชาวโลกที่ไม่มีประสบการณ์การต่อสู้ในสนามรบจริงแม้แต่นิดเดียว… แม้บางทีคนเหล่านี้อาจมานะฝึกฝนในด้านการใช้เทคโนโลยีได้อย่างเก่งกาจ ทว่าในการต่อสู้ที่แท้จริงนั้น ต่อให้เป็นทหารเล็กๆนายหนึ่ง หากพบโอกาสที่เหมาะสมย่อมสามารถล้มอีกฝ่ายได้อยู่แล้ว…

 

_____“ไร้สาระ” ฉีหนานลุกขึ้นเดินจากไป… การต่อสู้ระดับนี้แม้แต่เขาก็ไม่อยากดูอีกต่อไป… มิน่าจุดรับชมของห้องนี้ถึงไม่มีใครเลยแม้แต่คนเดียว…

 

_____หลังจากเดินออกมาจากห้องนั้นแล้ว ฉีหนานก็ต้องตกตะลึงมากเมื่อพบกับผู้คนจำนวนมากในห้องโถงผิดกับเมื่อครู่ลิบลับ หนำซ้ำสีหน้าท่าทางของคนเหล่านั้นยังตื่นเต้นผิดปกติและพูดคุยกันอย่างครึกครื้น…

 

_____ฉีหนานเข้าไปใกล้ชายผู้สวมชุดเครื่องแบบทหารหน่วยลาดตระเวนนายหนึ่ง… คนที่สวมเครื่องแบบทหารภายในศูนย์กลางของสนามรบจำลองล้วนเป็นคนที่มีฐานะเป็นทหารในกองทัพอย่างแท้จริง… เครื่องแบบทหารไม่เพียงยืนยันฐานะของพวกเขาเท่านั้น ขณะเดียวกันยังสามารถทำให้พวกเขาเปิดใช้งานโหมดและฉากที่คนธรรมดาไม่อาจใช้ได้อีกด้วย

 

_____ฉีหนานเองก็สวมใส่เครื่องแบบทหารหน่วยลาดตระเวนเช่นกัน เพียงแต่ของเขาแตกต่างจากอีกฝ่ายไม่น้อย… แต่สิ่งที่เหมือนกันของเครื่องแบบทหารคือ สายสัมพันธ์ที่ช่วยให้ติดต่อและขอช่วยเหลือได้โดยง่าย… ฉีหนานพูดคุยซักถามถึงสาเหตุที่ทำให้สถานที่แห่งนี้ครึกครื้นถึงเพียงนี้ได้ไม่กี่ประโยค…

 

_____“ฉีหนาน”

 

_____“หือ?” ฉีหนานหันหน้ากลับมาก็เห็นลั่วซิวเจ๋อเดินออกมาจากห้องเตรียมความพร้อมพอดี ดูท่าจะเลือกเสร็จแล้ว

 

_____“เดี๋ยวค่อยสู้ทีหลัง” ฉีหนานรีบโบกมือให้เขา สีหน้าท่าทางดูตื่นเต้นมากจนแทบคลั่ง

 

_____ลั่วซิวเจ๋อพลันชะงักเท้าเล็กน้อย “มีอะไรหรือ?”

 

_____“ไอดอลของผมมา! ขอไปดูสักครู่!” ฉีหนานเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

 

_____“ไอดอล?” ลั่วซิวเจ๋อเบิกตากว้างน้อยๆ รู้สึกไม่สบอารมณ์มาก… ไอดอลของฉีหนานไม่ควรจะเป็นตัวเขาหรอกหรือ? ทั้งพลังและรูปโฉม… ยังจะมีใครที่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นไอดอลของคนตรงหน้าได้กัน?

 

_____ลั่วซิวเจ๋อไม่คิดจะเผยความคิดของตนออกมา เขาเพียงคลี่ยิ้มบางๆออกมา “โอ้? ไอดอลของเจ้าเป็นใคร เล่าให้ข้าฟังสิ”

 

_____ฉีหนานรู้สึกเหมือนรอยยิ้มของลั่วซิวเจ๋อแปลกไปเล็กน้อย  แต่เขาก็ไม่คิดมาก หนำซ้ำยังดึงอีกฝ่ายมายังจอภาพที่ตั้งอยู่ตรงกลางของล็อบบี้ ก่อนจะชี้ไปยังบุรุษผู้สวมเครื่องแบบทหารยศพลตรีพลางเอ่ยว่า “ดูสิ คนนี้คือไอดอลของผม พลตรีเฉิง คลิฟฟอร์ดแห่งกองทหารที่สิบหกของรัฐบาลกลาง”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อจับจ้องมองจอภาพที่ฉายภาพของชายหนุ่มร่างสูง หน้าตาหล่อเหลาผู้สวมเครื่องแบบทหารขนาดพอดีตัว ช่างคล้ายกับฝักดาบที่ซ่อนเร้นดาบอันแหลมคมเอาไว้ภายในเหลือเกิน

 

_____ลั่วซิวเจ๋อประหลาดใจไม่น้อยที่พลังอำนาจของผู้ชายคนนี้แข็งแกร่งมาก ไม่ด้อยกว่าตัวเขาเองเลย… แม้มองผ่านจอภาพจะรู้สึกไม่ชัดนัก แต่ลั่วซิวเจ๋อเชื่อว่า ผู้ที่ครอบครองพลังอำนาจนี้จะต้องมีพลังแบบเดียวกันอย่างแน่นอน…

 

_____“เขาคือไอดอลของเจ้าหรือ?” ลั่วซิวเจ๋อเอ่ยถามเสียงต่ำ

 

_____“ใช่…  พลตรีเฉิงแข็งแกร่งมาก  เขาเป็นผู้มีสมรรถภาพร่างกายระดับ S กับพลังจิตระดับA  และยังมีหุ่นยนต์เทาเที่ย(1)ส่วนตัวที่ทรงพลังขนาดทำลายดาวเทียมดวงเล็กได้… ผลงานที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเขาคือ นำกำลังทหารกลุ่มหนึ่งโจมตีโอบล้อมเผ่าสแตนภายในหนึ่งเดือน และทำลายกองกำลังของอีกฝ่ายจนหมด ทำให้กองกำลังฝั่งเราสามารถไปเอาก้อนแร่ถึง 3 ก้อนกลับมาได้” สีหน้าของฉีหนานดูตื่นเต้นมาก อาจพูดได้ว่า… ทุกคนโดยรอบล้วนมองไปทางพลตรีเฉิงผู้นี้ด้วยแววตาตื่นเต้นดีใจเหลือเกิน

 

_____ลั่วซิวเจ๋อพยักหน้าน้อยๆ… เพราะผลงานครั้งนั้นของพลตรีเฉิง คงทำให้เขาได้รับการเคารพนับถือไม่น้อย…

 

_____แม้ว่าลั่วซิวเจ๋อจะไม่เคยต่อสู้กับเผ่าสแตนโดยตรงมาก่อน แต่ก็เคยเห็นบันทึกของเผ่าสแตนจำนวนมากในเครือข่ายอวกาศ โดยเฉพาะพลังในการต่อสู้ของเผ่าสแตน… การที่สามารถโจมตีเผ่าสแตนได้ถึงหนึ่งเดือนและยังรอดชีวิตกลับมาได้ ก็เพียงพอที่จะยืนยันถึงพลังอันแข็งแกร่งของพลตรีเฉิงผู้นี้ได้…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อแข็งแกร่งมาก แต่เขาก็นับถือยอดฝีมือคนอื่นเช่นกัน หากมีโอกาส เขาก็อยากลองประมือกับพลตรีเฉิงผู้นี้มาก เขาเองก็ไม่ได้ออกแรงเต็มที่มานานแล้ว…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเผลอนวดข้อมือไปมา เพราะความกระหายการต่อสู้ที่ถูกพลตรีเฉิงปลุกขึ้นมา… น่าเสียดายที่เวลานี้ระยะห่างของทั้งสองยังห่างไกลเหลือเกิน หนำซ้ำสถานะของเขาในยามนี้ยังไม่แน่ชัดพอ จึงไม่อาจไปท้าสู้กับพลตรีเฉิงคนนั้นได้

 

_____“น่าเสียดายนัก…” ลั่วซิวเจ๋อบ่นพึมพำ

 

_____“คุณพูดอะไรหรือ?” ฉีหนานมองจอภาพขนาดใหญ่ที่ฉายภาพการต่อสู้แทบไม่กะพริบตาเลยทีเดียว จึงไม่ทันสนใจฟังว่าลั่วซิวเจ๋อเอ่ยอะไร…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเบ้ปาก… ดวงตาของฉีหนานในตอนนี้เปล่งประกายระยิบระยับด้วยความตื่นเต้นสุดขีด… เมื่อนึกว่า ความตื่นเต้นและความสนอกสนใจนั้นไม่เกี่ยวกับตนแล้ว ลั่วซิวเจ๋ออดรู้สึกอึดอัดใจไม่ได้…

 

_____“ไปเถิด มีอะไรน่าดูเล่า… พวกเราไปสู้กันเถิด เจ้าไม่อยากต่อสู้กับข้าแล้วหรือ?” ลั่วซิวเจ๋อดึงฉีหนานออกมา

 

_____“สู้อะไรหรือ?” ฉีหนานแสดงสีหน้าหงุดหงิดอย่างหนัก “ต่อสู้อะไรเล่า? ตอนนี้ใครยังจะไปต่อสู้อีก คุณไม่ได้ยินที่พวกเขาบอกว่า พลตรีเฉิงจะมาที่ศูนย์กลางสนามรบจำลองในวันนี้หรือไร? เขาจะรับคำท้าสู้ของคนเพียงสิบคน ถ้าหากชนะ… แน่นอนว่ามันเป็นไปไม่ได้… ก็สามารถย้ายไปอยู่กองทหารที่สิบหกได้ ถึงจะแพ้ก็ไม่ใช่ว่าจะแย่ เพราะจะได้รับการฝากฝังจากพลตรีเฉิงให้เข้าไปโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งได้!”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเห็นฉีหนานมองตนด้วยสีหน้าไม่พอใจอย่างมากแล้ว รอยยิ้มค่อยๆหุบลงพลางจ้องมองฉีหนานด้วยสีหน้าเย็นเยียบ จนฉีหนานพูดเสียงแผ่วลงเรื่อยๆแทบจะพอกับเสียงยุงเลยทีเดียว… ในที่สุดเขาก็รู้ตัวว่า บุคคลตรงหน้าตนผู้นี้เป็นยอดฝีมือที่แท้จริงคนหนึ่ง ต่อให้เป็นพลตรีเฉิงก็ไม่อาจเอาชนะได้ หนำซ้ำที่น่ากลัวยิ่งกว่าก็คือ… เจ้าหมอนี่ไม่ใช่คนใจเย็นเลย ตัวเขาเพิ่งเอ่ยคำพูดแบบนั้นออกไปจะต้องโดนตบบั้นท้ายอีกเป็นแน่…

 

_____“เจ้าบอกว่า พลตรีเฉิงแข็งแกร่งมากหรือ?” ลั่วซิวเจ๋อหรี่ตาลงพลางเอ่ยถามออกมา

 

_____ฉีหนานกลืนน้ำลายลงคอ “ใช่ครับ…”

 

_____“ใช้วิธีไหนเลือกทั้งสิบคนนั้น?”

 

_____“เอ๋…” ฉีหนานรู้สึกตามไม่ทันเล็กน้อย… ทำไมอยู่ๆถึงเปลี่ยนเรื่องเล่า?

 

_____ลั่วซิวเจ๋อตวัดสายตาเฉียบคมใส่ฉีหนานที่สะดุ้งเฮือกทันที “ต้องผ่านการทดสอบก่อน… ขอเพียงไปลงทะเบียนก็สามารถเข้าร่วมการทดสอบได้ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง เมื่อการทดสอบสิ้นสุดลงแล้ว ทั้งสิบคนที่ได้รับเลือกก็จะสู้กับพลตรีเฉิงได้… พลตรีเฉิงจะสู้ทีละคนเพียงสามสิบนาที ขอเพียงสามารถอดทนได้ถึงสามสิบนาทีก็จะได้รับจดหมายแนะนำไปยังโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งแล้ว ถ้าหากภายในสามสิบนาทีสามารถสร้างความเสียหายให้กับพลตรีเฉิงได้มากกว่าสามสิบเปอร์เซ็นต์ ก็จะถูกย้ายเข้าไปในกองทหารที่สิบหก…”

 

_____ฉีหนานเล่าข้อมูลที่ตนเพิ่งได้ยินออกมาอย่างหมดเปลือก พูดจบประโยคเขาถึงได้สติกลับมาและถามอย่างระมัดระวังว่า “คุณอยากเข้าร่วมหรือ?”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเหลือบมองเขาแว่บหนึ่ง “เหลวไหลเสียจริง นี่เป็นโอกาสงามที่จะได้เข้าไปยังเมืองหลวงได้… เหตุใดไม่คว้าไว้เล่า?”

 

_____ฉีหนานลอบเบะปากใส่… หากถามว่า ลั่วซิวเจ๋อมีพลังหรือไม่? มี… และแข็งแกร่งมาก แต่การที่เขาจะเอาชนะผู้คนมากมายถึงเพียงนี้และได้รับเลือกนั้น ฉีหนานยังไม่ค่อยเชื่อนัก…

 


(1) เทาเที่ย (饕餮) เป็นหนึ่งในลูกมังกรทั้งเก้าจากตำนานเทพเจ้ายุคโบราณของจีน มีรูปร่างคล้ายหมาป่า มีนิสัยตะกละตะกลามและมีนิสัยดุร้าย  (ข้อมูลและรูปจากเว็บ http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9480000076377) ยังหารูปที่เป็นตัวสวยๆไม่ได้อ่ะ = =