0 Views

  บทที่ 30

_____ลั่วซิวเจ๋อกระตุกมุมปาก… ได้… จากที่เห็นการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้เป็นไปในทางที่ดี แม้จะเป็นอย่างนั้น แต่เขาก็ยังไม่รู้สาเหตุที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้ขึ้น…

 

_____การตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่รู้อะไรเลยเป็นอันตรายที่ซ่อนเร้นรูปแบบหนึ่ง ลั่วซิวเจ๋อรู้สึกว่า ตราบใดที่เขายังหาสาเหตุของเรื่องนี้ไม่ได้ เขาไม่มีทางปล่อยให้ฉีหนานคลาดสายตาของเขาไปอย่างเด็ดขาด

 

_____แม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดี ทว่าขณะที่เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้นฉีหนานไม่อาจปกป้องตัวเองได้เลย… ครั้งนี้นับว่า โชคดีที่ทั้งคู่อยู่ในบ้าน แต่ถ้าขณะต่อสู้อยู่ บังเอิญไปกระตุ้นปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้เข้าล่ะก็ ฉีหนานไม่โดนรุมกระทืบติดดินเลยหรือ?

 

_____เป็นเรื่องที่ไม่มีทางยอมให้เกิดขึ้นได้อย่างเด็ดขาด!

 

_____น้ำสมุนไพรในอ่างลดลงมากจนเผยให้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าของฉีหนานที่เต็มไปด้วยรอยแผลเล็กๆจำนวนมากชวนให้สยดสยอง ทว่าความจริงแล้วกลับไม่มีบาดแผลฉกรรจ์เลย

 

_____ลั่วซิวเจ๋อช้อนร่างของฉีหนานขึ้นมาจากแอ่งน้ำสมุนไพรที่ยังหลงเหลืออยู่ ก่อนจะวางลงบนเตียงในห้องนอน… ขณะอุ้มร่างของฉีหนาน เขาบังเอิญพบว่า รอยแผลบนร่างของฉีหนานไม่ได้มั่วซั่วเสียทีเดียว แต่เป็นลวดลายที่มีรูปแบบซับซ้อนมากรูปแบบหนึ่ง…

 

_____เมื่อได้เห็นลวดลายเหล่านั้น แววตาของลั่วซิวเจ๋อก็ฉายชัดถึงความฉงนสงสัย… ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรือไม่ เขารู้สึกเหมือน…เคยเห็นลวดลายเหล่านี้ที่ไหนมาก่อน

 

_____“อูย…” ฉีหนานครางเสียงแผ่ว หัวคิ้วที่ขมวดมุ่นค่อยๆคลายออก ดูเหมือนเขาจะไม่เจ็บปวดทรมานแล้ว

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเอนกายลงที่ข้างกายของเขา ก่อนจะนาบหน้าผากของตนกับอีกฝ่ายเพื่อตรวจสอบสภาพร่างกายภายในของอีกฝ่าย… แม้จะไม่รู้ว่า ในร่างของอีกฝ่ายเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างกันแน่ แต่ก็มั่นใจได้ว่า เป็นไปในทางที่ดีแน่นอน…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อลอบถอนหายใจอย่างผ่อนคลาย เมื่อแน่ใจว่าร่างกายของฉีหนานจะไม่เกิดเรื่องร้ายขึ้นอีกจึงถอยออกมาจากร่างของอีกฝ่ายและเริ่มเตรียมหาอาหารเพื่อดูแลอีกฝ่ายแทน

 

_____“เหมียว?” แมวราตรีที่เพิ่งจะกลับมาจากการออกไปหาอาหารข้างนอกมองลั่วซิวเจ๋ออย่างประหลาดใจ… เจ้าปลาตัวนี้เอาแต่ใจและเย่อหยิ่งมากมิใช่หรือ? เหตุใดถึงใจดีช่วยปรนนิบัติเจ้านายของตนได้กัน?

 

_____หนำซ้ำ… แมวราตรีเหลือบมองฉีหนานด้วยความสงสัย น่าแปลก… ทำไมมันถึงได้กลิ่นของเจ้าปลาตัวนี้จากร่างของเจ้านายกัน?

 

_____เดี๋ยวก่อน… เจ้าเงือกบ้าตัวนี้ เจ้าฉวยโอกาสทำอะไรกับเจ้านายข้า ตอนที่เขาปกป้องตัวเองไม่ได้!

 

_____แมวราตรีจ้องมองลั่วซิวเจ๋อด้วยสีหน้าตกตะลึงพรึงเพริด ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปอีกทาง… มันแค่ออกไปหาอาหารเท่านั้น เหตุใดในบ้านถึงเกิดเรื่องโหดร้ายเช่นนี้ได้…

 

_____“เมี๊ยว!!” มันเศร้าใจจนอยากกระโจนไปยังร่างของฉีหนานเพื่อปลอบประโลมเจ้านายของมัน ทว่ากลับโดนฝ่ามือของลั่วซิวเจ๋อตบจนปลิว…

 

_____แมวราตรีลอบมองลั่วซิวเจ๋อแว่บหนึ่ง… มันเศร้าใจแทนเจ้านายที่เป็นดั่งเทียนที่ริบหรี่… มีคนรักที่โหดร้ายป่าเถื่อนเรื่องบนเตียงถึงเพียงนี้ เจ้านาย… ท่านยังทนต่อไปได้อีกหรือ?

 

_____ลั่วซิวเจ๋อไม่รู้ว่า ในหัวของเจ้าแมวประหลาดตัวนี้คิดไปถึงไหนแล้ว เขาแค่ต้องการตรวจสอบร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปของฉีหนานอย่างละเอียดทันทีที่อีกฝ่ายฟื้นขึ้นมาเท่านั้น

 

_____ลั่วซิวเจ๋อไม่ค่อยเข้าใจเรื่องราวในยุคสมัยนี้มากนัก แม้เขาจะใช้วิธีเร่งรัดในการเรียนรู้บทเรียนพื้นฐานในช่วงประถมศึกษาถึงมหาวิทยาลัยแล้ว ทว่าเรื่องข้อมูลลับที่รู้กันในชนชั้นสูงพวกนั้นเขากลับไม่มีช่องทางติดต่อเลย…

 

_____เป็นเพราะสาเหตุนี้ แม้ลั่วซิวเจ๋อจะศึกษาค้นคว้าอยู่นานก็ไม่พบเบาะแสใดๆของเรื่องนี้เลย… สุดท้ายเขาก็ได้แต่สรุปว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ของฉีหนานเกิดจากคำสาบานแห่งพันธมิตรเงือกกับการแช่ตัว รวมเข้ากับตำรับยาโบราณที่ใช้อีก มิฉะนั้นก็ไม่อาจหาคำอธิบายกับเรื่องทุกอย่างได้

 

_____แม้ว่าข้อสรุปนี้จะไม่ถูกต้องนัก แต่ก็ถือว่าเพียงพอแล้วสำหรับลั่วซิวเจ๋อ

 

_____เขาถอนหายใจออกมาอย่างผ่อนคลาย ตอนนี้สมรรถภาพร่างกายของฉีหนานเลื่อนขึ้นเป็นระดับ B แล้ว ยีนก็วิวัฒนาการจนถึงระดับสมบูรณ์แบบ… เรื่องบังเอิญที่แทบจะเป็นไปไม่ได้… เช่นนี้อัตราที่ฉีหนานจะเกิดเรื่องระหว่างการต่อสู้จะลดต่ำลงมาก

 

_____“ห้ามทำให้ข้าผิดหวังเด็ดขาด…” ลั่วซิวเจ๋อคลี่ยิ้มอย่างจนปัญญา ดูเหมือนตั้งแต่ได้รู้จักกับฉีหนานก็ต้องพบกับเรื่องไม่คาดฝันมาตลอด… แม้สุดท้ายแล้วเรื่องไม่คาดฝันเหล่านั้นจะมอบผลลัพธ์ที่ดีมาก แต่ความรู้สึกที่ตนไม่อาจควบคุมเรื่องพวกนั้นได้กลับทำให้เขาไม่สบายใจนัก

 

_____เขาพลันหัวเราะเย้ยหยันตัวเอง… พูดว่าเหนือการควบคุมงั้นหรือ… ยังมีอะไรที่ทำให้เขาช็อกยิ่งกว่าการหายสาบสูญของเผ่าพันธุ์เงือกเล่า  อืม… เมื่อเทียบกันอย่างนี้แล้ว เรื่องผิดคาดเล็กๆที่ได้พบของฉีหนานช่างเล็กน้อยยิ่งนัก

 

_____ลั่วซิวเจ๋อถอนหายใจเสียงยาวเพื่อปรับอารมณ์ของตนเองครู่หนึ่ง… ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา เขาร้อนรนมากเกินไปจริงๆ จนอาจจะกดดันฉีหนานเกินไปด้วย

 

_____แม้ว่าจะสามารถทลายขีดจำกัดทั้งสองครั้งได้อย่างราบรื่นมาก หนำซ้ำยังทำให้ฉีหนานประสบความสำเร็จในการพัฒนาสมรรถภาพร่างกายขึ้นเป็นระดับ B ได้ แต่วิกฤตทั้งสองครั้งก็เป็นการเตือนเขาให้ระวังตัวที่รีบร้อนเกินไป จนทำให้เกิดผลกระทบที่คาดไม่ถึง… ถ้าตอนแรกเขาไม่กดดันฉีหนานขนาดนั้น บางทีตอนนี้อาจไม่ต้องเจอกับเรื่องเช่นนี้ก็ได้

 

_____เมื่อนึกย้อนไปครู่หนึ่ง หากเป็นเช่นนี้ต่อไปย่อมไม่ส่งผลดีต่อตัวฉีหนานหรือตัวเขาเองเลย

 

_____“เฮ้อ… เจ้ามันโชคดี!” ลั่วซิวเจ๋อมองใบหน้านิ่งสงบยามหลับใหลของฉีหนานพลางใช้นิ้วจิ้มแก้มของอีกฝ่าย…

 

_____ฉีหนานเพียงขมวดคิ้วน้อยๆราวกับไม่พอใจที่มีคนรบกวนการหลับใหลของตน

 

_____ลั่วซิวเจ๋ออดคลี่ยิ้มไม่ได้ ก่อนจะเอนกายนอนลงข้างกายของฉีหนานเพื่อนอนพักผ่อนสักครู่… หลังจากที่เขาหลับไปไม่นาน ร่างกายของฉีหนานพลันเปล่งแสงสีทองออกมาจางๆ ก่อนที่ลวดลายสีแดงจะปรากฏขึ้นมาบนร่างของเขาอีกครั้ง

 

_____เพียงแต่ครั้งนี้ฉีหนานไม่รู้สึกเจ็บปวดใดๆ กลับรู้สึกถึงกระแสพลังอบอุ่นบางอย่างโอบอุ้มตัวเองไว้อย่างแน่นหนา จากนั้นกระแสพลังอบอุ่นนั้นก็ไหลเวียนไปทั่วร่างและหยุดลงที่ร่างกายท่อนล่างของเขา  เขาเอื้อมมือจับด้วยสติที่เลือนราง กลับรู้สึกเหมือนขาสองข้างของตนมีบางอย่างที่เปลี่ยนไปอย่างคาดไม่ถึง… ความรู้สึกยามได้สัมผัสนั้นไม่เหมือนกับผิวหนังอบอุ่นของมนุษย์ กลับเหมือนเกล็ดอันเย็นเยียบมากกว่า…

 

_____……..

 

_____เกล็ด???

 

_____ฉีหนานพลันสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ นี่มันอะไรกัน? ขาของเขามีเกล็ดได้อย่างไรกัน?

 

_____ไม่ถูก… เขา… ขาของเขาเล่า? เหตุใดเขาสัมผัสขาของเขาไม่ได้ แต่กลับเจอหางปลาขนาดใหญ่ได้???

 

_____บัดซบ!! เหล่าจื่อกลายเป็นนายเงือกแล้ว???

 

_____ฉีหนานพลันตื่นตระหนกจนลุกพรวดขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว…

 

_____“หืม? เจ้าตื่นแล้วหรือ?” ทันทีที่รู้สึกถึงการขยับตัวของคนข้างกาย ลั่วซิวเจ๋อพลันตื่นจากฝันพลางปรือตาขึ้นมามองสำรวจฉีหนาน

 

_____ฉีหนานมองเขาด้วยความงุนงง ก่อนจะนึกขึ้นได้และรีบเลิกผ้าห่มขึ้นเพื่อมองขาสองข้างของตัวเอง

 

_____ท่อนขาเรียวสวยสองข้างไม่มีอะไรเปลี่ยนไป… สิ่งที่เขารู้สึกในความฝันทุกอย่างเป็นแค่การละเมอเท่านั้น ความจริงแล้วไม่มีเรื่องขาเปลี่ยนเป็นหางอะไรทั้งนั้น

 

_____ฉีหนานถอนหายใจออกมาเสียงยาว… แน่นอน! ต้องเป็นเพราะเจ้าเงือกบ้าที่สามารถเปลี่ยนเป็นคนได้ ไม่อย่างนั้นตัวเขาจะคิดมากจนเก็บไปฝันว่า ตนเปลี่ยนเป็นนายเงือกได้อย่างไรกันเล่า!

 

_____ฉีหนานจ้องมองลั่วซิวเจ๋อด้วยสีหน้าแปลกประหลาด ก่อนจะหางตากระตุกทันทีที่พบว่า มือข้างหนึ่งของตนกำลังลูบอยู่บนหางเงือกของลั่วซิวเจ๋อ…

 

_____เวร! มิน่าเขาถึงรู้สึกว่า ตัวเองกำลังลูบบนเกล็ด… ก็ลูบเจ้าเงือกบ้าตัวนี้ไง!

 

_____เดี๋ยวก่อน ทำไมเจ้าเงือกบ้าตนนี้ถึงนอนอยู่ข้างกายได้เล่า? ไม่ถูกสิ… ทำไมตัวเขาถึงมานอนอยู่บนเตียงได้? เขาควรจะนอนอยู่บนโซฟาไม่ใช่หรือ?

 

_____ฉีหนานมองลั่วซิวเจ๋ออย่างตื่นตกใจระคนไม่เข้าใจว่า มันเกิดอะไรขึ้น… ลั่วซิวเจ๋อเหลือบมองเขาแว่บหนึ่งพลางอ้าปากหาวออกมา… “ลองคิดดูเอาเองว่าเกิดอะไรขึ้น” เอ่ยจบ ก็ไม่คิดจะอธิบายใดๆให้กับฉีหนานที่กำลังฉงนสงสัย เขาหันหลังซุกตัวลงบนเตียง… การโดนรบกวนระหว่างนอนหลับเป็นสิ่งที่น่ารำคาญที่สุด ถ้าเมื่อวานลั่วซิวเจ๋อไม่นึกทบทวนตัวเองและตัดสินใจเปลี่ยนท่าทีที่มีต่อฉีหนานแล้ว ยามนี้เขาคงตบอีกฝ่ายไปแล้ว…

 

_____ฉีหนานเกาศีรษะ ความทรงจำก่อนที่จะหมดสติเริ่มจาก… เขาหันไปมองลั่วซิวเจ๋อด้วยความหวาดกลัวที่ยังหลงเหลืออยู่จากความเจ็บปวดที่ได้รับ… แม้ในใจจะไม่อยากยอมรับ ทว่าตอนที่ตนเจ็บปวดทรมานที่สุด… เสียงที่คอยปลอบประโลมอยู่ข้างหูมาตลอดก็คือ เจ้าเงือกบ้าตนนี้…

 

_____เมื่อนึกถึงเสียงอันอบอุ่นที่คอยให้กำลังใจตนแล้ว ฉีหนานพลันหน้าแดงระเรื่อ อีกฝ่ายช่วยเขามากเหลือเกิน… เขาตัดสินใจแล้ว ขอเพียงสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการไม่ส่งผลต่อมนุษยชาติหรือเกินกว่าขีดจำกัดของตน เขาจะต้องช่วยอีกฝ่ายอย่างเต็มที่!

 

_____…แน่นอนว่า ความแค้นที่ติดค้างอยู่ก็ยังต้องชำระ… เรื่องที่ลั่วซิวเจ๋อใช้หางเงือกฟาดก้นของเขา เป็นความแค้นอันดับแรกที่เขาต้องล้างแค้นไปตลอดกาล!!

 

_____ทั้งคู่นอนหลับต่ออย่างสงบสุข… แม้ฉีหนานจะประหลาดใจที่ลั่วซิวเจ๋อไม่ไล่ตนไปนอนบนโซฟา แต่ในเมื่ออีกฝ่ายไม่พูด เขาย่อมไม่หาเรื่องใส่ตัวและยอมแบ่งปันเตียงอีกครึ่งหนึ่งด้วยความยินดี…

 

_____เป็นครั้งแรกที่นอนร่วมเตียงกับนายเงือก น่าเสียดายที่ความคิดของฉีหนานกลับไม่มีเรื่องที่สวยงามเลยแม้แต่น้อย… ไม่ว่าใครที่ได้เผชิญหน้ากับเครื่องจักรสังหารอันน่าสะพรึงในรูปแบบเงือกตนหนึ่งเช่นนี้ย่อมมีความสุขไม่ออกแน่นอน… ไม่ใช่ไม่อยาก แค่ไม่กล้า…

 

_____พอได้มองใบหน้าของอีกฝ่ายแล้วเผลอตื่นเต้นไม่น้อย แต่เมื่อนึกถึงพลังถล่มโลกของอีกฝ่ายแล้ว ฉีหนานก็ไม่คิดอะไรอีก…

 

_____ตลอดเวลาที่ทั้งสองนอนพักอย่างสบายใจ นอกจากแมวราตรีประหลาดตัวนั้นที่ยังเศร้าใจต่อความบริสุทธิ์ที่ถูกพรากไปของเจ้านายตนอยู่ตรงมุมห้องแล้ว ทุกคนล้วนพักผ่อนอย่างสงบสุขในค่ำคืนนี้

 

_____วันต่อมา ฉีหนานเริ่มการฝึกนรกแตกอีกครั้ง… ครั้งนี้ลั่วซิวเจ๋อวางแผนการฝึกของเขาอย่างเหมาะสม… บีบให้เขาใช้พลังที่ซ่อนอยู่ แต่ก็ไม่ไล่ต้อนเขาจนมุม… ดังนั้นฉีหนานจึงรู้สึกพึงพอใจมาก ไม่ต้องโดนเจ้าเงือกบ้าตนนี้โยนลงไปในอ่างอาบน้ำทุกวันอีกต่อไป…

 

_____วันเวลาแห่งการฝึกซ้อมช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วนัก… หลังจากคุ้นชินกับสมรรถภาพร่างกายระดับ Bแล้ว การฝึกควบคุมหุ่นยนต์ของฉีหนานก็ถูกลั่วซิวเจ๋อเพิ่มเข้าไปในตารางการฝึกในที่สุด…

 

_____“คือว่า… คุณควบคุมหุ่นยนต์เป็นจริงๆหรือ?” สีหน้าของฉีหนานแข็งเกร็งเล็กน้อย… สมรรถภาพร่างกายก็ดี พลังจิตก็ใช่ ล้วนถูกลั่วซิวเจ๋อช่วยทลายขีดจำกัดให้…  แต่เขาไม่เชื่อว่า คนที่ไม่เคยแตะต้องหุ่นยนต์มาก่อนจะสามารถเอาชนะเขาในเรื่องนี้ได้

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเหลือบมองเขาด้วยสีหน้าเหมือนยิ้มไม่ออก… ช่างกำแหงจริง… หลายวันมานี้เขาใจดีเกินไปหรือ? เจ้าหมอนี่ถึงเริ่มอวดดีขึ้นมา ฟาดเจ้านี่สักรอบคงดีไม่น้อย…

 

_____ฉีหนานยักคิ้วขึ้นพลางจ้องมองลั่วซิวเจ๋อด้วยสายตาท้าทาย… ความรู้สึกของการโดนข่มมาตลอดนั้นไม่ดีนัก ไม่ง่ายเลยที่จะมีโอกาสดีๆเช่นนี้… เขาอยากสั่งสอนลั่วซิวเจ๋อให้ได้รับบทเรียนสักครั้ง เหล่าจื่อไม่ได้ยั่วโมโหอีกฝ่ายนะ…

 

—————