0 Views

บทที่ 29

_____เขาคลี่ยิ้มบางๆอย่างเหยียดหยาม “ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่า มนุษย์อย่างพวกเจ้าคิดเช่นไรถึงอยากดูแล ‘เงือกปลอม’ แสนอ่อนแอเหล่านั้นแล้วยังพูดว่า เป็นวิวัฒนาการของชาวเงือกอีก ข้าเรียกว่า การเสื่อมถอยด้วยซ้ำ! หากเงือกพรรค์นี้ได้ออกทะเล ข้าบอกได้เลยว่า แค่วันเดียวพวกมันก็อยู่ไม่ได้!”

 

_____ฉีหนานไร้ซึ่งคำพูดใด ๆ เขาไม่ใช่นายเงือกจึงไม่อาจแสดงความคิดเห็นได้ ทว่าหากเทียบกับเงือกผู้ห้าวหาญตรงหน้าแล้ว เขาก็รู้สึกว่า พวกเงือกในสถานดูแลเงือกอ่อนแอเกินไปจริง ๆ …

 

_____จะไปไหนมาไหนก็ต้องให้คนอุ้มพาไปหรืออาศัยรถสำหรับชาวเงือกไป อีกทั้งไม่มีทักษะการต่อสู้เลยแม้แต่นิดเดียว…. เทียบกับเงือกวิปริตตรงหน้าที่สามารถสังหารหุ่นยนต์ 4 ตัวเพียงลำพังและยังสามารถกระโจนใช้หางเงือกฟาดเขาได้ทุกเมื่อแล้ว เงือกปลอมพวกนั้นช่างไม่คู่ควรกับคำว่า ‘เผ่าเงือก’ เสียจริง

 

_____ฉีหนานนึกประชดในใจพลางจ้องมองเจ้าเงือกบ้าตัวนี้อย่างเงียบงัน… ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ภายนอกหรือพลังอำนาจล้วนสามารถทิ้งห่างจากพวกเงือกในสถานดูแลเงือกแบบไม่เห็นฝุ่นเลย แม้แต่กับพวกเงือกที่ถูกเรียกว่า ‘ดาวเด่น’ในเครือข่ายอวกาศเองก็เทียบไม่ติด… รูปลักษณ์งดงามเช่นนี้ย่อมโดนพวกผู้นำตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงไล่ล่าแน่นอน!

 

_____ลั่วซิวเจ๋อปรือตาขณะแหงนใบหน้าที่มีหยาดน้ำพร่างพรายบางส่วน หยดน้ำที่ส่องประกายแวววาวราวกับเพชรเม็ดงามชวนละลานตา… ผิวขาวเนียนนุ่มไร้รอยตำหนิ จมูกโด่งสวยได้รูป ริมฝีปากแดงอิ่มชุ่มฉ่ำ และเรียวหน้าอันงดงาม… ไม่ว่าจะเป็นส่วนไหนล้วนต้องใช้คำว่า ‘สมบูรณ์แบบ’ ถึงจะเหมาะสมที่สุด…

 

_____โดยเฉพาะอย่างยิ่งดวงตาพราวเสน่ห์น่าหลงใหลคู่นั้น ดวงตาสีฟ้าเข้มดุจใต้ทะเลลึกชวนให้ทุกคนที่ได้สบสายตาเสมือนถูกดูดเข้าไปโดยไม่รู้ตัว…

 

_____“เจ้าน้ำลายไหลแล้ว” ลั่วซิวเจ๋อพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก

 

_____ฉีหนาน “….”  บัดซบ! เขาลืมตาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

 

_____“ตอนที่สายตาอัน ‘เร่าร้อน’ ของเจ้าแทบจะลวนลามข้า” ลั่วซิวเจ๋อหรี่ตาลงเล็กน้อย พยายามปิดบังแววตาขบขันที่ซ่อนอยู่ภายใน

 

_____ฉีหนานพลันใบหน้าแดงก่ำแทบระเบิด ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่วว่า “ผมไม่ได้มองคุณและไม่ได้มองด้วยสายตาเร่าร้อนด้วย! ก็แค่… ลวนลามด้วยสายตาอะไรกันเล่า คุณไม่ได้ใส่เสื้อผ้าตั้งแต่แรกอยู่แล้วไม่ใช่หรือ! อีกอย่างท่อนล่างของคุณก็เป็นหางเงือกแล้วผมจะมองอะไรได้!”

 

_____เมื่อเอ่ยจบประโยค ฉีหนานกลับรู้สึกมั่นใจในตัวเองมากขึ้น อันที่จริงก็ควรเป็นเช่นนั้นกระมัง… พวกเขาเป็นผู้ชายทั้งคู่มีอะไรให้ลวนลามเล่า! ถ้าพูดถึงลวนลามแล้ว ตัวเขาที่โดนถอดเสื้อผ้าขณะแช่ในน้ำต่างหากที่โดนลวนลามของจริง!

 

_____“พูดเช่นนี้… เจ้าอยากเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้หางของข้างั้นหรือ?” ลั่วซิวเจ๋อเลิกคิ้วขึ้นจงใจบิดเบือนคำพูดของฉีหนาน

 

_____ฉีหนาน “…” บ้าเอ้ย! เหล่าจื่อไม่อยากดู!

 

_____แม้ปากจะบอกว่า ไม่อยากดู แต่สายตาของฉีหนานกลับเผลอชำเลืองมองไปยังส่วนโค้งเว้าบริเวณหางของลั่วซิวเจ๋อโดยไม่รู้ตัว… แน่นอนว่าเขาไม่ใช่คนลามก แต่เพราะคนตรงหน้าเป็นสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างจากตนโดยสิ้นเชิง มนุษย์ย่อมอยากรู้อยากเห็นโดยสัญชาตญาณ… ความอยากรู้อยากเห็นเช่นนี้ย่อมไม่แปลกในยามปกติ ทว่าในตอนนี้ท่าทีของเขากลับดูแทะโลมมากกว่า

 

_____“เอ๋…” ลั่วซิวเจ๋อจงใจลากเสียงยาว ขณะมองประกายตาของฉีหนานที่จ้องมองหางของตนไม่วางตา เขาขยับปลายหางขึ้นเล็กน้อย “งั้น… เจ้าดูจะสนใจตรงนี้เสียเหลือเกินนะ? อยากให้ข้าเปิดให้เจ้าดูหรือไม่?”

 

_____ฉีหนาน “…”

 

_____มันใช่เรื่องที่ควรพูดคุยอย่างมีความสุขหรือ! เราทั้งคู่จริงๆแล้วใครเป็นนายเงือกกันแน่? คุณยั่วยวนผมถึงเพียงนี้ ไม่กลัวผมคลุ้มคลั่งจับกดคุณหรือไร?

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเลิกคิ้วขึ้นน้อย ๆ พลางมองฉีหนานด้วยสีหน้าเหมือนอยากยิ้มแต่ก็ยิ้มไม่ออก

 

_____ฉีหนานเบือนหน้าหนีอย่างไม่พอใจ บัดซบ! เจ้าหมอนี่ไม่กลัวจริง ๆ ! ถ้าเหล่าจื่อกล้ากระโจนใส่ เจ้าเงือกบ้านี่ก็กล้าใช้หางฟาดเหล่าจื่อเช่นกัน เหล่าจื่อไม่หลงกลหรอก! อย่านึกว่า ผมไม่รู้ว่าคุณคิดหาข้ออ้างตบบั้นท้ายผมนะ!

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเห็นฉีหนานถอยหนีก็คลี่ยิ้มส่งให้โดยไม่ซักไซ้ต่อราวกับว่าทั้งคู่ได้แลกเปลี่ยนความรู้สึกบางอย่างต่อกัน… เขาชอบมองใบหน้าแดงก่ำของฉีหนานมาก

 

_____บรรยากาศในห้องอาบน้ำพลันเงียบสงบมาก มีเพียงเสียงน้ำกระเซ็นยามลั่วซิวเจ๋อขยับหางแหวกว่าย ในขณะที่ฉีหนานก็นอนแช่ตัวเพื่อซึมซับสมุนไพรเหล่านั้นตลอด… ช่วงแรกก็ไม่รู้สึกอะไร ทว่าผ่านไปเพียงไม่นาน ฉีหนานรู้สึกถึงบางส่วนของร่างกายที่เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงอันแสนคุ้นชิน….

 

_____ฉีหนาน “….” บัดซบ! แช่น้ำสมุนไพรอยู่แล้วแข็งได้อย่างไรกัน? ไม่เคยได้ยินว่า การแช่ยาสมุนไพรจะมีสรรพคุณเพิ่มสมรรถภาพทางเพศด้วย??

 

_____ฉีหนานหันหน้าไปมองลั่วซิวเจ๋อด้วยสีหน้าเคร่งเครียด… อีกฝ่ายปรือตาน้อยๆขณะแช่น้ำร้อนด้วยสีหน้าพึงพอใจ ไม่มีทีท่าว่าจะสนใจเขาเลย

 

_____ทำอย่างไรดี?

 

_____ฉีหนานรู้สึกลำบากใจไม่น้อย เขาไม่รู้ว่า นี่เป็นเรื่องปกติของการแช่สมุนไพรหรือไม่… ถ้าเป็นเรื่องปกติก็ดีไป แต่ถ้าไม่ใช่ เขาก็ยิ่งกังวลว่า นี่จะเป็นปฏิกิริยาต่อต้านของสมุนไพรหรือไม่

 

_____แต่จะให้เขาเปิดปากเอ่ยถามลั่วซิวเจ๋อ เขากลับรู้สึกอับอายขายขี้หน้ามาก…

 

_____“แข็งแล้วหรือ?” ลั่วซิวเจ๋อถามราวกับคาดการณ์อาการของเขาในตอนนี้ได้

 

_____ฉีหนานกัดฟันข่มความเขินอายในใจ “ใช่”

 

_____“อืม… ไม่ต้องห่วง มันเป็นเรื่องปกติ… เจ้าต้องการให้ข้าช่วยหรือไม่?” ลั่วซิวเจ๋อค่อยๆลืมตาขึ้น ดวงตาสีฟ้าแฝงไปด้วยความขบขันขณะจ้องมองฉีหนานที่ทั้งใบหน้าและใบหูแดงก่ำไปหมดราวกับทั้งร่างจะระเบิดออกมาได้

 

_____ระเบิดอะไรเล่า! ผู้ชายทุกคนล้วนเคยมีอาการเช่นนี้ทั้งสิ้น แล้วเราจะอายทำไมเล่า!

 

_____ฉีหนานร้องคำรามในใจอย่างบ้าคลั่ง เขาเข้าใจเหตุผลดี แต่ก็ไม่อาจทำให้ใบหน้าของตนเองกลับเป็นปกติได้…

 

_____แล้วยังที่ว่าช่วยน่ะหมายความว่าอย่างไร? หรือคุณคิดจะให้ผมนึกถึงใบหน้าของคุณตอนช่วยตัวเองหรือไร!!!

 

_____“ไม่อยากให้ข้าช่วยจริงๆหรือ?” ลั่วซิวเจ๋อจงใจหยอกเย้าอีกฝ่าย

 

_____ฉีหนานสะบัดหน้าหนีอย่างไม่พอใจ สักวันจะต้องจับเจ้าเงือกวิปริตบ้าตัวนี้ไปทำปลาสามรสให้ได้!

 

_____“ก็ได้” ลั่วซิวเจ๋อยักไหล่น้อยๆ “ในเมื่อเจ้าไม่อยากให้ข้าช่วย งั้นก็ทนไปเถิด… รอจนฟองหมดแล้วค่อยว่ากัน” ลั่วซิวเจ๋อพูดจบก็ว่ายลึกลงไปยังก้นอ่างทั้งตัวทันที

 

_____ฉีหนาน “…” เดี๋ยวสิ คุณจะปล่อยให้ผมแข็งแบบนี้ไปตลอดงั้นหรือ!!!

 

_____ฉีหนานไม่ต้องทนกับความทรมานเช่นนี้นานนัก เพียงไม่กี่นาทีต่อมา เขาก็ไม่รับรู้ถึงความทรมานนี้อีกต่อไป…

 

_____น้ำสมุนไพรสีดำสนิทราวกับเดือดพล่านขึ้นมาชั่วขณะจนเกิดฟองปุดๆ ทั้งๆที่อุณหภูมิของน้ำก็ไม่สูงมาก แต่ฉีหนานกลับรู้สึกเหมือนโลหิตทั้งร่างเดือดพล่าน…

 

_____ร่างกายของเขาเริ่มปรากฏริ้วสีแดงขึ้นมาเส้นหนึ่ง หากมองให้ละเอียดจะพบว่า ริ้วสีแดงเหล่านั้นความจริงคือ ปากแผลของผิวหนังที่ถูกกรีดออก…

 

_____รอยแผลเหล่านี้ตื้นมากจนดูเหมือนถูกกรีดอย่างแผ่วเบาเท่านั้น ทว่าความเจ็บปวดแสนสาหัสที่ลึกลงไปถึงกระดูกนั้นช่างแตกต่างกับรอยแผลพวกนี้ลิบลับ…

 

_____ฉีหนานเผลอหลุดเสียงร้องออกมาอย่างสุดกลั้น ทั้งร่างสั่นเกร็งอย่างรุนแรง… เขารู้สึกเหมือนสมองของตนกลายเป็นแป้งข้าวเหนียวไปแล้ว คิดอะไรไม่ออกอีกต่อไป… ทำได้แต่งอตัวเพื่อพยายามลดความทรมานที่ได้รับตามสัญชาตญาณ

 

_____“แข็งใจไว้!” เสียงอันอ่อนโยนดังขึ้นข้างหูของฉีหนานที่สติเลือนราง… ช่างเป็นเสียงที่ไพเราะยิ่งนัก เขามักจะเห็นในเครือข่ายอวกาศว่า พวกเด็กวัยรุ่นมักพูดว่า แค่ได้ยินเสียงใครบางคนก็ตั้งท้องได้ ตอนนั้นเขารู้สึกขำขันมาก แต่บัดนี้เขากลับเข้าใจแล้วว่า มีผู้ที่ครอบครองเสียงแสนเซ็กซี่ถึงเพียงนี้อยู่จริงๆ… แต่ทำไมเสียงนี้ถึงคุ้นหูนักเล่า?

 

_____“ขอเพียงผ่านขั้นตอนนี้ไปได้ เจ้าจะได้รับชีวิตใหม่และพลังที่ตัวเจ้าไม่มีทางจินตนาการถึง… ใครก็ตามที่กลั่นแกล้งเจ้า จะต้องจ่ายค่าตอบแทนแสนสาหัส… ฉะนั้นอดทนให้ได้!”

 

_____น้ำเสียงอันอบอุ่นเอ่ยเช่นนั้นทำให้ทันทีที่ฉีหนานได้ยินพลันมีแรงฮึดสู้ขึ้นมา…

 

_____พลัง… พลังอันแข็งแกร่ง! เขาอยากเป็นยอดฝีมือ จากนั้นสิ่งแรกที่เขาจะทำก็คือ…. กดเจ้าเงือกบ้าตัวนั้นไว้ใต้ร่างและตบก้นเจ้านั่นให้ได้!!

 

_____….

 

_____….

 

_____….

 

_____ช้าก่อน! เขาอยากเป็นยอดฝีมือ? แล้วเหตุใดเป้าหมายของเขาถึงกลายเป็นอยากตบก้นของเจ้าเงือกตนนั้นได้เล่า?? มียอดฝีมือที่ไหนเอาเรื่องพรรค์นี้มาเป็นเป้าหมายของตัวเอง? เขายังจะมีอนาคตที่สดใสได้อีกหรือ!

 

_____แม้แต่ตัวฉีหนานเองก็ยังอดไม่ได้ที่จะลอบดูถูกตัวเองในใจ… น่าเสียดายที่หากความคิดของเขาถูกลั่วซิวเจ๋อล่วงรู้ล่ะก็ อีกฝ่ายจะต้องบอกเขาว่า อันที่จริงเป้าหมายของเจ้าสูงส่งพอแล้ว แม้แต่ราชาแห่งเผ่าเงือกหรือพี่ชายของลั่วซิวเจ๋อเองก็ยังไม่กล้าพูดว่า ตัวเองมีพลังพอที่จะกดและตบบั้นท้ายของลั่วซิวเจ๋อได้….

 

_____ขณะที่ฉีหนานสนุกสนานกับความเจ็บปวดแสนสาหัสนั้น สีหน้าของลั่วซิวเจ๋อกลับฉงนสงสัยอย่างมาก… สมุนไพรทั้งหมดที่เขาใช้สำหรับแช่ตัวเป็นตำรับยาโบราณ แม้สรรพคุณจะไม่กล้าพูดว่ามีสรรพคุณดีเลิศอะไร แต่ก็มีฤทธิ์ที่อ่อนโยนมาก ย่อมไม่มีทางสร้างผลกระทบต่อร่างกายแน่นอน

 

_____ทว่าท่าทีของฉีหนานในยามนี้กลับไม่สอดคล้องกับคำว่า ‘อ่อนโยน’เลย ต่อให้เป็นครั้งก่อนที่ฉีหนานเกือบโดนทำลายยีนก็ยังไม่หนักหน่วงเท่าตอนนี้เลย

 

_____“บ้าฉิบ! นี่มันเกิดเรื่องอะไรกัน!” ลั่วซิวเจ๋อตบฝ่ามือลงบนผนังอย่างเกรี้ยวกราดจนผนังโลหะที่แข็งแกร่งกลายเป็นรอยบุบขนาดใหญ่รอยหนึ่ง…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อไม่สนใจกับสัญญาณอันตรายที่ดังลั่นจนแสบแก้วหู ตอนนี้เขาสนใจแต่เรื่องของฉีหนานเท่านั้น กลัวว่าอีกฝ่ายจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันอะไรอีก…

 

_____ตัวเขาไม่มีเกล็ดสีทองเกล็ดที่สองมาช่วยชีวิตอีกฝ่ายแล้ว… ถ้าฉีหนานไม่สามารถผ่านขั้นตอนนี้จริงๆ… ไม่ใช่แค่ฉีหนานต้องตาย แม้แต่ลั่วซิวเจ๋อเองก็จะอ่อนแอลงและบาดเจ็บหนักจากการที่คำสาบานแห่งพันธมิตรเงือกถูกทำลายไป…

 

_____น้ำสมุนไพรสีดำสนิทรอบตัวฉีหนานเริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว ในขณะที่รอยแผลบนร่างของเขาก็ดูเหมือนจะดูดน้ำสมุนไพรเหล่านั้นเข้าไปราวกับถังไร้ก้นก็ไม่ปาน…

 

_____ใบหน้าของลั่วซิวเจ๋อชาดิกไปแล้ว เมื่อครู่อยู่ๆก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันอีกครั้งจนเขาต้องตื่นตกใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนจะเคยชินไปในที่สุด…

 

_____ไม่ว่าจะเป็นฉีหนานหรือน้ำสมุนไพรล้วนเกิดการเปลี่ยนแปลงที่เขาไม่อาจล่วงรู้ได้ เขาไม่รู้ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้มีสาเหตุแน่ชัดมาจากที่ใด… ได้แต่คาดเดาเท่านั้นว่า ร่างกายของฉีหนานพัฒนาไปอีกขั้น บัดนี้สมรรถภาพร่างกายเลื่อนขึ้นเป็นระดับ B แล้ว….

 

_____หนำซ้ำการเปลี่ยนแปลงของเขายังไม่หยุดลงเพียงเท่านี้ จากการตรวจสอบของลั่วซิวเจ๋อพบว่า ภายในร่างกายของฉีหนานเกิดการเปลี่ยนแปลงที่น่าประหลาดมาก… เป็นการเปลี่ยนแปลงที่มาจากระดับยีน ซึ่งแม้แต่ลั่วซิวเจ๋อก็ไม่มีความรู้ในด้านนี้นัก….

 

_____พูดง่ายๆคือ ยีนของฉีหนานเหมือนได้รับการกระตุ้นจากพลังที่ไม่ทราบชนิดซึ่งเดิมทีแอบแฝงอยู่ในยีน… ไม่รู้ว่า เพราะเหตุใดถึงถูกกระตุ้นให้ออกมาและส่งผลให้ฉีหนานเกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อไม่รู้การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะส่งผลดีหรือร้าย แต่จากการสังเกตของเขาแล้ว การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้ร่างกายของฉีหนานแข็งแกร่งขึ้น ทว่าเมื่อมันผ่านเข้าไปยังสมองของฉีหนาน กลับถูกยาประหลาดที่สะกดเขามาตลอดยี่สิบกว่าปีและเคยเกือบทำเขาตายไปกลืนกินจนหายไปอย่างไร้ร่องรอย…