0 Views

บทที่ 28

_____ฉีหนานสะบัดหัวไปมาอย่างรุนแรง พยายามเรียกสติตัวเองกลับมาเพื่อไม่ให้เผลอหลับเพราะความเบื่อเสียก่อน เขาจึงเริ่มมองสำรวจลั่วซิวเจ๋อ…

 

_____ร่างเปลือยท่อนบนของลั่วซิวเจ๋อแช่อยู่ในน้ำด้วยสีหน้าพึงพอใจและผ่อนคลายเป็นที่สุด… ยามนี้เขาไม่ได้แผ่รังสีกดดันออกมาเหมือนที่แล้วมาโดยสิ้นเชิง กลับให้ความรู้สึกสุขสงบ… ใบหน้าอันงดงามไร้ที่ติประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนนุ่มนวลชวนให้หัวใจของผู้ที่อยู่ใกล้เคียงสั่นไหว…

 

_____ผิวของลั่วซิวเจ๋อนั้นขาวมาก ไม่ใช่ขาวซีดเฉกเช่นผู้ป่วย แต่ขาวนวลกระจ่างใสดุจหยกเม็ดงาม… เรือนร่างอันสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะหน้าท้องแบนราบได้รูปสวย… ลงต่ำมาอีกนิด บริเวณที่ควรจะเป็นขาสองข้างของมนุษย์กลับกลายเป็นหางเงือกสีฟ้าอ่อน… บริเวณรอยต่อนั้นเว้าลึกลงไปจนไม่อาจมองเห็นและบรรยายได้

 

_____ในหัวของฉีหนานพลันเกิดความคิดหนึ่งขึ้น เขาจำได้ว่า พวกเงือกที่อยู่ในสถานดูแลเงือกแม้จะมีอุปกรณ์ให้ใช้อยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องประดับเสียมากกว่า… ตรงนั้นของเจ้าเงือกบ้านั่นคงจะไม่… หึหึหึ…

 

_____“เจ้าหัวเราะอะไร?” ลั่วซิวเจ๋อเอ่ยถามอย่างไม่พอใจ

 

_____เมื่อครู่คำสาบานแห่งพันธมิตรเงือกส่งความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างมายังเขา… ไม่อาจเรียกว่าเจตนาร้าย… แต่รู้สึกเหมือนโดนสบประมาทความเป็นชายของตน

 

_____“อ๋า? อะไร… คุณกำลังพูดอะไรหรือ?” ฉีหนานตีหน้าซื่อบริสุทธิ์… ล้อเล่นน่า! เขาไม่มีทางยอมรับว่า เขารู้สึก ‘ไม่ดีไม่งาม’ ต่อลั่วซิวเจ๋อหรอก! มิฉะนั้นบั้นท้ายของตนจะต้องถูกตบจนบวมแน่!

 

_____ลั่วซิวเจ๋อคลี่ยิ้มร้ายกาจ แม้จะมีสาเหตุบางอย่างที่ทำให้เขาไม่อาจเปิดเผยเรื่องคำสาบานแห่งพันธมิตรเงือกได้ แต่การอดทนอดกลั้นเช่นนี้ก็ไม่ใช่นิสัยของเขาเช่นกัน

 

_____เมื่อคิดดูแล้วจึงค่อยๆเผยรอยยิ้มออกมาให้เห็นเรียวลิ้นสีแดงสดเลียไปตามแนวฟันเรียงสวยอย่างช้าๆพลางมองฉีหนานที่ตื่นตกใจสุดขีด เมื่อรู้สึกเหมือนอีกฝ่ายจะล่วงรู้ถึงความคิดของตนเรียบร้อยแล้ว…

 

_____ฉีหนานพยายามหมุนตัวหนีขณะร่างกายแข็งเกร็งแต่ก็ไม่กล้าสบสายตาคุกคามของลั่วซิวเจ๋อตรงๆ ทว่าหันหลังให้อีกฝ่ายได้ไม่นาน เขาก็ต้องรีบหมุนตัวกลับมาอีกครั้งอย่างกระวนกระวาย… ไม่ต้องสบตากับลั่วซิวเจ๋อโดยตรงก็ดีมากอยู่ แต่เมื่อหันหลังไปกลับรู้สึกได้ถึงสายตาจ้องเขม็งของอีกฝ่ายที่ราวกับจะมองทะลุและสำรวจร่างกายของตนในน้ำนั้นไม่ดีเท่าไหร่…

 

_____ห้องอาบน้ำถูกออกแบบมาให้มีพื้นที่กว้างขวางสำหรับนายเงือก แต่ฉีหนานกลับรู้สึกว่าภายในห้องนี้ช่างคับแคบเหลือเกิน… คับแคบจนรู้สึกอากาศถ่ายเทไม่สะดวกชวนให้เขารู้สึกแน่นหน้าอกอย่างประหลาด

 

_____ลั่วซิวเจ๋อยังคงจ้องมองเขา เมื่อเทียบกับสายตาร้อนแรงที่จ้องมองแผ่นหลังของเขาแล้ว แววตาของลั่วซิวเจ๋อในตอนนี้ยังเมินเฉยมากราวกับพวกเขาทั้งคู่เป็นเพียงคนแปลกหน้าที่บังเอิญอาบน้ำพร้อมกันเท่านั้น ทว่าแววตาเรียบเฉยเช่นนั้นกลับทำให้ฉีหนานร้อนใจมากขึ้น

 

_____ฉีหนานรู้สึกสับสนกับตัวเองอย่างประหลาด… แววตาดุดันของลั่วซิวเจ๋อที่มองมาทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจมากเหมือนตัวเองกลายเป็นเหยื่อของอีกฝ่ายไป ทว่าเมื่ออีกฝ่ายมองตนด้วยสายตาเมินเฉยแบบนี้ ในใจของเขากลับไม่พอใจยิ่งกว่า อีกฝ่ายไม่ควรไม่เห็นตนอยู่ในสายตาเช่นนี้

 

_____สุดท้ายแล้วตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ว่า ลั่วซิวเจ๋อควรวางตัวอย่างไรเขาถึงสามารถสงบใจลงได้ ช่างเป็นปัญหาที่ไม่อาจหาทางแก้ อย่างน้อยตัวเขาเองก็หาคำตอบไม่พบ…

 

_____“ฮะฮะ… อะไรหรือ คุณอยากพูดคุยกับผมใช่หรือไม่?” ฉีหนานเอ่ยถามพลางเกาหัวแกรกๆ

 

_____ไม่พอใจที่ถูกเมินเฉย ยิ่งไม่อยากดึงความสนใจนัก… ฉีหนานจึงเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาราวกับว่าจะช่วยให้ตนไม่สนใจลั่วซิวเจ๋อมากนัก

 

_____ลั่วซิวเจ๋อกระตุกมุมปากขึ้นพลางส่ายหางไปมาอย่างผ่อนคลาย “เจ้าอยากคุยอะไรหรือ?”

 

_____ฉีหนานเริ่มพูดอย่างร่าเริง “ตอนนี้พวกเราก็เหมือนลงเรือลำเดียวกัน… ผมคิดว่า ในเมื่อคุณมอบของล้ำค่าที่ช่วยเพิ่มพลังและเลื่อนระดับให้กับผมแล้ว ย่อมไม่อยากเสียมันไปโดยง่ายสินะ”

 

_____ทันทีที่ลั่วซิวเจ๋อได้ยินคำพูดนี้ก็อดกระตุกมุมปากยิกๆไม่ได้… ฉีหนานไม่พูดยังรับได้ เมื่อเอ่ยถึงแล้วเขาพลันรู้สึกเศร้าใจยิ่งนัก… รักนวลสงวนตัวมาตั้งหลายพันปี ผลลัพธ์คือตัวเองต้องโดนผูกมัดไว้ในสถานการณ์ที่คนทั้งคู่ไม่มีความรู้สึกใดๆต่อกันเลย และกับเจ้าคนตรงหน้าที่ไม่ใส่ใจเลยว่าตนต้องจ่ายอะไรแล้ว… ช่างน่าโมโหเสียจริง!

 

_____“เอ่อ… คุณไม่เป็นไรนะ?” ฉีหนานมีไหวพริบพอที่จะสังเกตเห็นรังสีกดดันที่แผ่ออกมาจางๆจากร่างของลั่วซิวเจ๋อ… เขาไม่เข้าใจว่า เหตุใดพอเอ่ยถึง ‘ของล้ำค่าที่ช่วยเพิ่มพลังและเลื่อนระดับ’ แล้วอีกฝ่ายถึงมีท่าทีไม่มีความสุขอย่างเห็นได้ชัด… แต่นึกได้ว่า ของชิ้นนั้นคงล้ำค่ามากจนลั่วซิวเจ๋อรู้สึกเสียดายกระมัง…

 

_____ฉีหนานถูจมูกเล็กน้อย รู้สึกเกรงใจไม่น้อย… ของล้ำค่าถึงเพียงนั้นนำมาใช้กับร่างกายไร้ประโยชน์เช่นเขาอย่างสูญเปล่า…. หากเขาเป็นลั่วซิวเจ๋อ คงเลือกมอบให้กับต้นอ่อนที่มีแววอนาคตดี ลั่วซิวเจ๋อย่อมได้ประโยชน์มากกว่า…

 

_____เพียงแต่ฉีหนานคิดผิดเล็กน้อย หากเป็นลั่วซิวเจ๋อก่อนที่จะพบเขา ย่อมไม่มอบคำสาบานแห่งพันธมิตรเงือกให้กับใครได้ง่ายๆ… ลั่วซิวเจ๋อไม่ใช่พ่อพระใจบุญ ถ้าฉีหนานไม่มีพลังแฝงเช่นนั้น ลั่วซิวเจ๋อย่อมไม่มีทางติดต่อกับฉีหนานอีกต่อไปอย่างแน่นอน

 

_____เรียกได้ว่า ตอนแรกที่เลือกฉีหนานนั้นเป็นการลงทุนอย่างหนึ่งของลั่วซิวเจ๋อ ถ้าหากฉีหนานเป็นเนื้อเน่าที่จมอยู่ในโคลนตมจนขุดไม่ขึ้นจริงๆ ลั่วซิวเจ๋อก็ตั้งใจจะสังหารเขาและย่อมไม่มีทางเปิดเผยฐานะของตนเด็ดขาด… แม้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของรัฐบาลบนโลกนั้นเจริญก้าวหน้ามาก แต่การฆ่าคนอย่างไร้ร่องรอยก็ยังเป็นเรื่องง่ายดายมาก

 

_____ครั้งแรกที่ฉีหนานเผยนิสัยให้ลั่วซิวเจ๋อเห็นก็คือ เลือกที่จะเชื่อฟังอย่างว่าง่าย ทำให้ลั่วซิวเจ๋อเลือกที่จะยอมรับให้คนผู้นี้เป็นทางเลือกแรกอย่างง่ายดาย… ถ้าหากฉีหนานแสดงนิสัยแข็งกร้าว เด็ดเดี่ยว ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร… บัดนี้หญ้าบนหลุมฝังศพของตนคงเติบใหญ่ไปนานแล้ว….

 

_____“ไม่เป็นไร เจ้าพูดต่อไปเถิด” ลั่วซิวเจ๋อโบกมือน้อยๆ หากคนที่มีนิสัยแข็งกร้าวสองคนอยู่ด้วยกันย่อมเกิดโศกนาฏกรรมขึ้นอย่างแน่นอน… ฉะนั้นฉีหนานที่ปรับตัวง่ายและยอมอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของตนจึงเข้ากับตนได้เป็นอย่างดี

 

_____ลั่วซิวเจ๋อจ้องมองฉีหนานนิ่งๆด้วยแววตาคล้ายกับค้นหาบางสิ่งอย่างประหลาด… จะว่าไปทั้งสองก็รู้จักกันมามากกว่าหนึ่งเดือนแล้ว ทว่านี่เป็นครั้งแรกที่ลั่วซิวเจ๋อมองฉีหนานด้วยแววตาเช่นนี้

 

_____“คุณ… คุณมองผมทำไมหรือ?” ฉีหนานรู้สึกเหมือนแก้มของตนร้อนผ่าวไม่น้อย ก่อนหน้านี้ที่ทั้งสองได้พบกันในสถานดูแลเงือก ลั่วซิวเจ๋อมักใช้ท่าทาง ‘เลื่อมใสศรัทธา’ จ้องมองเขามาโดยตลอด ทำให้เขาพึงพอใจในฐานะผู้ชายคนหนึ่งอย่างมาก ฉะนั้นจึงติดกับของลั่วซิวเจ๋อได้อย่างง่ายดายปานนั้น

 

_____เมื่อนึกถึงตัวเองในตอนนั้นแล้วก็รู้สึกขบขันนัก แววตาของอีกฝ่ายมีเพียงความเลื่อมใสศรัทธาแต่ไร้ซึ่งความรัก ย่อมเป็นการเสแสร้งของลั่วซิวเจ๋อแน่นอน หากเขารู้ก่อน เกรงว่าเขาคงไม่มีทางหลงรักอีกฝ่ายแน่นอน

 

_____ยามนั้นเขาย่อมโกรธที่โดนลั่วซิวเจ๋อหลอกลวง ทว่าเมื่อนึกย้อนไปถึงได้รู้ว่า อันที่จริงชาวเงือกที่อ่อนโยนบอบบางไม่ใช่รสนิยมที่เขาวาดฝันไว้เลย หรือก็คือ กับชาวเงือกประเภทนั้น เขารู้สึกเหมือนดูแลสัตว์เลี้ยงแสนรักมากกว่า

 

_____ตอนที่รู้ตัว ฉีหนานก็ตื่นตกใจมาก… บางทีเขาคงอยู่คนเดียวมานานเกินไปจริงๆ ถึงขนาดแยกความแตกต่างระหว่างสัตว์เลี้ยงกับคนรักไม่ออก….

 

_____ฉีหนานส่ายหัวไปมาเพื่อโยนความคิดวุ่นวายมั่วซั่วเหล่านั้นออกไปจากสมอง เพิ่งรู้สึกว่า ลั่วซิวเจ๋อละสายตาออกไปแล้วจึงอดไม่ได้ที่จะลอบถอนหายใจออกมาเบาๆอย่างผ่อนคลาย… ยามปกติก็ไม่รู้สึกนักว่า การประสานสายตากับเจ้าเงือกบ้าตนนี้ในบรรยากาศเงียบงันนั้นช่างกดดันเสียจริง!

 

_____“เมื่อครู่เจ้าอยากพูดอะไรหรือ?” หากลั่วซิวเจ๋อไม่สร้างแรงกดดันต่อฉีหนานก่อน ตัวเขาคงไม่แน่ใจว่า ตนควรยอมรับฉีหนานหรือไม่ เขาย่อมไม่รบเร้าอีกฝ่ายให้รู้สึกดีกับตนเอง ฉะนั้นจึงเปลี่ยนเรื่องคุยอย่างชาญฉลาด

 

_____“อ๋า? โอ้… ใช่ คุณเป็น… เอ่อ…” ฉีหนานกังวลไม่น้อย พวกเขาทั้งคู่แค่ร่วมงานกันสินะ? ถ้าเขาถามถึงอดีตของอีกฝ่ายจะทำให้ขุ่นเคืองหรือไม่นะ?

 

_____“อยากถามว่า ข้ามาจากไหนหรือ?” ลั่วซิวเจ๋อกลับไม่ใส่ใจนัก ถึงอย่างไรเขากับฉีหนานก็ต้องแยกทางกันและฉีหนานไม่มีทางหักหลังตนแน่ ตราบใดที่ยังมีคำสาบานแห่งพันธมิตรเงือกอยู่ ขอเพียงอีกฝ่ายเกิดความคิดมุ่งร้ายต่อตัวเขา คำสาบานแห่งพันธมิตรเงือกย่อมบอกเขาให้จัดการได้อย่างทันท่วงที…

 

_____“อืม” เมื่อเห็นลั่วซิวเจ๋อไม่ใส่ใจกับเรื่องเช่นนี้ ฉีหนานจึงกล้าเอ่ยถามต่อ…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อนิ่งคิดปรับเปลี่ยนที่มาของตนบางส่วน… มีหลายส่วนที่จะทำให้เจ้าหมอนี่ตกใจเกินไป จากนั้นจึงเล่าให้ฉีหนานฟัง…

 

_____ถึงกระนั้นก็ยังมากพอที่จะทำให้ฉีหนานตื่นตกใจจนอ้าปากค้างได้

 

_____ชาวเงือกที่ทรงพลังจนสามารถเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์ไม่ได้มีแค่ลั่วซิวเจ๋อตนเดียว ยังมีอีกทั้งเผ่าพันธุ์งั้นหรือ? หากข้อมูลนี้หลุดรอดออกไป ไม่รู้ว่าจะมีคนคลุ้มคลั่งมากขนาดไหน

 

_____แน่นอน ถ้าชาวเงือกเหล่านั้นล้วนทรงพลังพอๆกับลั่วซิวเจ๋อล่ะก็ เกรงว่าต่อให้มีคนอยากจับพวกเขามากเพียงไรก็ต้องเจอกับการโจมตีเข้าขั้นทำลายล้างของอีกฝ่ายแน่นอน…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเล่าให้ฟังว่า เดิมทีเผ่าพันธุ์เงือกของพวกเขารักใคร่กลมเกลียวกันมาก หากมีเงือกตนหนึ่งโดนข่มเหงรังแก เงือกทั้งเผ่าย่อมลงมือล้างแค้นแน่นอน… ถ้าไม่ใช่เพราะจำนวนประชากรชาวเงือกมีน้อยจนน่าสงสาร หนำซ้ำการให้กำเนิดลูกหลานยังลำบากมาก คาดว่า ดาวโลกในสมัยก่อนอาจถูกพวกเขายึดครองไปได้

 

_____ด้วยเหตุนี้ฉีหนานจึงอดไม่ได้ที่จะปาดเหงื่อเย็นเยียบบนใบหน้า… หากความอาฆาตของชาวเงือกรุนแรงถึงเพียงนี้จริงๆ…. เมื่อนึกถึงเหล่าเงือกที่โดนขังไว้ในสถานดูแลเงือกแล้ว… ฉีหนานรู้สึกว่า ทุกคนล้วนผิดเพี้ยนไปเสียแล้ว

 

_____“พวกนั้นหรือ?” ลั่วซิวเจ๋อหัวเราะหยามหยัน “ของเล่นพวกนั้นนับว่าเป็นชาวเงือกได้หรือ? ต่อให้เป็นเงือกน้อยที่ยังไม่ถึงวัยผู้ใหญ่ในเผ่าพันธุ์ของพวกข้าก็ยังแข็งแกร่งกว่าพวกมันมากนัก… ไม่รู้จริงๆว่า มนุษย์อย่างพวกเจ้าทำบ้าอะไรกับแผ่นพันธุกรรมกันแน่ถึงได้มีแต่ชาวเงือกที่ไม่มีทางเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้”

 

_____“เอ๋… ไม่มีทางเติบโตเป็นผู้ใหญ่หมายความว่าอย่างไร?” ฉีหนานเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง เขาจำได้ว่า พวกเงือกในสถานดูแลเงือกล้วนเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว… เงือกที่ยังไม่ถึงวัยจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมการหาคู่กับพวกทหารได้

 

_____“ขนาดเพศยังไม่แบ่งแยกออกแน่ชัด เจ้าคิดว่าเป็นเงือกอะไรหรือ?” ลั่วซิวเจ๋อถามกลับ

 

_____แววตาของฉีหนานเลื่อนลอยครู่หนึ่ง “พวกเงือกไม่ใช่กะเทยหรือ?”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อคลี่ยิ้มเย็นยะเยือก “เจ้าอยากรู้หรือไม่ว่า ข้าเป็นบุรุษจริงหรือเปล่า?”

 

_____“…..” ฉีหนานรู้สึกได้ว่า คำถามนี้อันตรายมาก ผมควรเปลี่ยนเรื่องดีกว่า…

 

_____“เช่นนั้นพวกคุณชาวเงือกก็มีสตรีงั้นหรือ?”

 

_____“แน่นอน!” ลั่วซิวเจ๋อถลึงตาจ้องมองเขาพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “พวกข้าเผ่าเงือกมีเพียงเงือกที่ยังไม่ถึงวัยผู้ใหญ่เท่านั้นถึงจะมีลักษณะของสองเพศ… เมื่อตัดสินใจที่จะเลือกเพศของตนก็จะเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ซึ่งต้องผ่านระยะหลับใหลประมาณหนึ่งปีเพื่อปรับสภาพร่างกายเสียก่อน”

 

_____เขาเหลือบตามองฉีหนาน… “เดิมที ‘เงือกปลอม’ของพวกเจ้าคงเป็นสินค้ามีตำหนิที่ทำเลียนแบบได้ไม่สมบูรณ์ มิฉะนั้นคงไม่ถึงกับไร้ซึ่งพลังจิตแน่นอน… อีกทั้ง… เหอะ…”

———————