0 Views

บทที่ 27

_____“โอย… เจ็บ… เจ็บจะตายแล้ว… ขา… ขาผมเป็นตะคริว…”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อ “…”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อนวดขมับอย่างหมดเรี่ยวแรง เริ่มวิตกจริตถึงอนาคตของตนเองอีกครั้ง เขาลุกขึ้นจากโซฟาที่นั่งอยู่ ก่อนจะเดินตรงไปจับต้นแขนของฉีหนานและออกแรงกระชากร่างสูงใหญ่กว่าร้อยแปดสิบเซนติเมตรของอีกฝ่ายที่ไม่ทันตั้งตัวเข้ามาในอ้อมแขนของตนอย่างรวดเร็ว

 

_____ฉีหนานถึงกับเป็นใบ้ไปชั่วขณะพลางเบิกตากว้างมองคางเรียวได้รูปของลั่วซิวเจ๋ออย่างพูดอะไรไม่ออก

 

_____เวรเอ้ย!!!

 

_____โตจนป่านนี้ยังไม่เคยโดนใครอุ้มมาก่อน แถมยังเป็นท่าอุ้มเจ้าหญิงอีก!

 

_____ฉีหนานรู้สึกเหมือนร่างกายนี้ไม่ใช่ของตนอีกต่อไป… ยิ่งมองใบหน้าด้านข้างอันงดงามไร้ที่ติของลั่วซิวเจ๋อและในสถานการณ์ที่ได้ใกล้ชิดกับอีกฝ่ายถึงเพียงนี้ทำให้ฉีหนานเหมือนโดนเสน่ห์ของอีกฝ่ายมอมเมา… ถ้าไม่ใช่ฉีหนานมีจิตใจหนักแน่นเด็ดเดี่ยว คงแทบจะอยากคุกเข่าขอเป็นทาสไปแล้ว…

 

_____“เอ่อ… ปล่อยผมลงเถิด” ฉีหนานเผลออ้าปากค้างอยู่นาน ถึงได้สติกลับมาและเริ่มดิ้นไปมาเพื่อลงไปจากอ้อมแขนของอีกฝ่าย

 

_____ลั่วซิวเจ๋อไม่ขยับแม้แต่เปลือกตา แต่ออกแรงที่มือเล็กน้อย…

 

_____“โอ๊ย! คุณหยิกก้นผมทำไม!” ฉีหนานร้องด้วยสีหน้าไม่พอใจ

 

_____“หุบปาก เป็นตะคริวอยู่ก็อย่าขยับสุ่มสี่สุ่มห้า… หากเจ้าได้รับบาดเจ็บ ถึงข้าจะรักษาให้เจ้าแต่ก็จะทำให้การฝึกล่าช้าลงได้” ลั่วซิวเจ๋อเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

 

_____ฉีหนานลอบเบ้ปาก… เป็นอย่างที่คิดเลย เขาย่อมรู้ว่า เจ้าเงือกบ้าจอมเย็นชาไร้ความรู้สึกตัวนี้ไม่มีทางใจดีอุ้มเขากลับไปเพราะเขาบาดเจ็บแน่นอน… จุ๊จุ๊ เขามองออกถึงความชั่วร้ายของเจ้าเงือกตัวนี้มาตั้งนานแล้ว!

 

_____ทว่าในหัวของเขากลับมีเสียงร้องเตือนดังขึ้นไม่หยุด… ช่วยก็คือช่วยสิ… จำเป็นต้องอุ้มท่าเจ้าหญิงด้วยหรือ? เขาไม่ใช่นางเงือกน่ารักรูปร่างสะโอดสะองชวนให้อยากปกป้องทะนุถนอมพวกนั้นเสียหน่อย ลั่วซิวเจ๋ออุ้มเขาที่ตัวใหญ่เช่นนี้ไม่รู้สึกหนักมากหรือ?

 

_____พอตบเสียงเตือนในหัวออกไปแล้ว ฉีหนานนึกได้ว่า ยามนี้ตนไม่จำเป็นต้องคิดเรื่องพวกนี้ให้มากความเลย… ลั่วซิวเจ๋อคิดเช่นไรนั้นสำคัญด้วยหรือ? หากเขาเข้าไปในโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งและมุ่งหน้าไปยังเมืองหลวงได้แล้วก็คงแยกจากทางใครทางมันอยู่ดี… เมื่อถึงตอนนั้นลั่วซิวเจ๋อคงหาทางทำใบมรณะบัตรของชาวเงือกแล้ว เราทั้งคู่ก็จะไม่เกี่ยวข้องกันอีก… ไยต้องคิดให้มากความด้วย!

 

_____ฉีหนานได้แต่เลิกสนใจมืออันชั่วร้ายที่ป้วนเปี้ยนอยู่แถวบั้นท้ายของเขาไม่ยอมปล่อย… แต่เขาไม่ทราบเลยว่า ท่าทีโอนอ่อนผ่อนตามของตนจะทำให้ลั่วซิวเจ๋อนึกเสียดายเล็กน้อยอยู่ในใจ… จุ๊จุ๊… ความรู้สึกที่ได้หยิกก้นนั้นช่างเด้งดึ๋งดีเหลือเกิน น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสหยิกมากนัก ครั้งต่อไปใช้หางเงือกฟาดคงดี…

 

_____หลังวางฉีหนานลงบนเตียงนอนหลังใหญ่ในห้องนอนแล้ว ลั่วซิวเจ๋อก็ได้รับของที่สั่งซื้อในเครือข่ายอวกาศพอดี…

 

_____เขาให้เจ้าหน้าที่ช่วยติดตั้งหุ่นยนต์สำหรับฝึกซ้อมในห้องฝึก ในขณะที่ตัวเขาถือกองสมุนไพรหน้าตาประหลาดกองใหญ่เข้าไปในห้องครัว

 

_____เพียงครู่เดียว ฉีหนานก็ค่อยๆเดินกะโผลกกะเผลกมายังห้องครัว ก่อนจะจ้องมองลั่วซิวเจ๋อทำอะไรบางอย่างกับสมุนไพรเหล่านั้นอย่างงุนงง…  ถึงเขาจะรู้จักของพวกนี้แต่ก็ไม่เคยได้สัมผัสแตะต้องมาก่อน ฉะนั้นการที่ลั่วซิวเจ๋อสามารถจัดการกับพวกมันได้อย่างคล่องแคล่วจึงเป็นเรื่องที่เขาคาดไม่ถึงอย่างมาก

 

_____“นี่คุณ…ใช้พลังจิตกับสมุนไพรพวกนี้หรือ?” ฉีหนานเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหยั่งเชิง

 

_____“อื้ม” ลั่วซิวเจ๋อพยักหน้ารับพลางป่นหญ้าสีแดงต้นหนึ่งเป็นผง…

 

_____“คุณเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรด้วยหรือ?”

 

_____การเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยเมื่อครู่ของลั่วซิวเจ๋อเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของคนที่ทำงานด้านสมุนไพรที่ถูกเรียกว่า ‘นักพฤกษศาสตร์’… ในยุคอวกาศนี้ นอกจากแร่ธาตุอันทรงพลังแล้ว พืชพันธุ์จำนวนไม่น้อยล้วนทรงพลังเช่นกัน ทว่าพลังที่อยู่ในพืชพันธุ์บางส่วนนั้นยังแฝงไปด้วยสรรพคุณพิเศษบางอย่างด้วย ฉะนั้นจึงมีอาชีพที่เรียกว่า ‘นักพฤกษศาสตร์’ ขึ้น…

 

_____พวกเขาคอยดูแลพืชพันธุ์และสกัดพลังงานและสารในพืชเหล่านั้นออกมาและนำแท่งพลังงานเหล่านั้นแจกจ่ายให้กับหุ่นยนต์ทุกประเภท… ลั่วซิวเจ๋อเคยอ่านเกี่ยวกับคำแนะนำของคนเหล่านี้ในเครือข่ายอวกาศ แต่ก็ไม่ได้ให้ความสนใจนัก…

 

_____อันที่จริงเขาประมาทไป นักพฤกษศาสตร์เหล่านี้ล้วนมีพรสวรรค์ด้านพลังจิตที่โดดเด่น แต่กลับไร้ซึ่งระดับร่างกาย… ร่างกายของพวกเขาไม่อาจทนรับแรงดีดกลับของหุ่นยนต์ได้ ดังนั้นจึงเลือกที่จะเป็นนักพฤกษศาสตร์กัน…

 

_____แท่งพลังงานพิเศษที่พวกเขาสกัดออกมาส่วนใหญ่มีราคาแพงมากชนิดที่ขายเพียงก้อนเดียวก็พอให้คนธรรมดาใช้ชีวิตอยู่ได้ถึงหนึ่งปีแล้ว

 

_____“โอ้… นี่เป็นวิธีที่ดีในการหาเงินเลยทีเดียว” ดวงตาของลั่วซิวเจ๋อทอประกายระยิบระยับ ในฐานะนายเงือกยากจนแสนน่าสงสารตนหนึ่งแล้ว ย่อมมีความสุขกับสิ่งที่จะทำให้เขาหาเงินได้อย่างรวดเร็วแน่นอน!

 

_____แต่ตอนนี้เขาต้องเตรียมน้ำสมุนไพรสำหรับแช่ตัวให้ฉีหนานก่อน… เขาอ่านสิ่งที่นักพฤกษศาสตร์เขียนไว้เพียงคร่าวๆเท่านั้น โดยเฉพาะวิธีสกัดแท่งพลังงานออกมาเป็นสิ่งที่เขาต้องหาทางไปศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมให้ได้

 

_____“เจ้าไปเตรียมน้ำใส่อ่างอาบน้ำให้เรียบร้อย เดี๋ยวจะให้เจ้าแช่ตัว” เมื่อมาดมั่นในใจแล้ว ลั่วซิวเจ๋อก็ไม่คิดมากอีกต่อไป ก่อนจะหันไปสั่งฉีหนาน…

 

_____“อ๋า? โอ๋….” ฉีหนานมึนที่เปลี่ยนหัวข้อสนทนาอย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้ แต่เมื่อพูดถึงการแช่ตัวแล้ว ฉีหนานก็อดที่จะรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้

 

_____แช่ตัวอะไรเล่า… ถึงจะเป็นเจ้าเงือกบ้าลั่วซิวเจ๋อก็ไม่มีทางได้ผล… ไม่ใช่ว่า การแช่ตัวไม่ดี แต่ขนาดยีนของผู้มีสมรรถภาพร่างกายระดับ Aนั้นสมบูรณ์แบบมากแล้ว หากต้องการเสริมพลังขึ้นไปอีกนั้น ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะใช้สมุนไพรทั่วไปได้แน่นอน…

 

_____ฉีหนานลอบตื่นเต้นในใจ ไม่ว่าสิ่งไหนสามารถช่วยเพิ่มพลังของตนได้ เขาย่อมกระตือรือร้นตื่นเต้นสุดขีด… ความรู้สึกโกรธที่ถูกลั่วซิวเจ๋อหลอกก่อนหน้านี้หายวับไปในทันที… หลอกลวงอะไรกัน… ตบก้นอะไรเล่า… ถ้าทำให้เขาเก่งขึ้นจนถึงระดับ S ได้ อย่าว่าแต่ตบก้นเลย ต่อให้โดนอีกฝ่ายอัดทั้งวันก็หวานหมู!

 

_____ฉีหนานกล้าสาบานเลย ถ้าเขาเล่าประสบการณ์ช่วงนี้ของตนให้ใครฟัง ไม่รู้ว่าจะมีคนมากขนาดไหนแห่กันมาอ้อนวอนให้ลั่วซิวเจ๋อฟาดพวกเขา… โดนฟาดไม่กี่ครั้งก็สามารถพัฒนาระดับร่างกายได้ ช่างเป็นเรื่องวิเศษที่ต่อให้มีหลายชีวิตก็อาจไม่สามารถสัมผัสมันได้!

 

_____“หึ ๆ … เหล่าจือเป็นชายที่รักยิ่งของเทพธิดาแห่งความโชคดีจริงๆ มิฉะนั้นจะโชคดีถึงเพียงนี้ได้อย่างไรกัน!”

 

_____เมื่อลั่วซิวเจ๋อถือสมุนไพรที่เตรียมเรียบร้อยแล้วเข้ามาในห้องน้ำก็เห็นฉีหนานที่ดวงตาส่องประกายแวววาว มุมปากมีน้ำใสๆสายหนึ่งไหลออกมาเหมือนกับริมฝีปากปลาอย่างน่าสงสัย… เขาพลันมุมปากกระตุก อุตส่าห์อดทนมาถึงครึ่งวันแต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหวต้องใช้หางเงือกฟาดฉีหนานลงไปในน้ำ….

 

_____“ใคร! แค่ก ๆ … ใครกล้าเตะผม…” ฉีหนานสำลักแทบตายพลางรีบพุ่งพรวดออกมาจากอ่างอาบน้ำขนาดพอๆกับสระว่ายน้ำอย่างรวดเร็ว ก่อนจะตะโกนออกมาอย่างไม่พอใจ

 

_____ลั่วซิวเจ๋อหัวเราะเสียงเยียบเย็น “ทำไม? เตะเจ้าแล้วเป็นอย่างไรหรือ?”

 

_____ทันทีที่ฉีหนานเห็นลั่วซิวเจ๋อยกปลายหางเงือกขึ้นน้อยๆเป็นหลักฐานแล้วต้องยกมือขึ้นลูบใบหน้า ก่อนจะปีนขึ้นมาจากน้ำอย่างว่าง่าย… ในใจลอบสาปแช่งอีกฝ่าย… รอวันที่เหล่าจื่อเป็นยอดฝีมือระดับSก่อนเถอะ จะต้องฟาดก้นให้ลายเลย!

 

_____อืม… ไม่ผิด! มีบุญคุณต้องทดแทน แต่ความแค้นที่ตบบั้นท้ายต้องชำระ!

 

_____ฉีหนานลอบจดบันทึกถึงจำนวนครั้งที่ลั่วซิวเจ๋อตบบั้นท้ายของเขาในใจอย่างเงียบงัน… จดเอาไว้ก่อน หากมีโอกาสในภายหลังจะต้องชำระแค้นแน่นอน!

 

_____นึกถึงภาพในอนาคตที่ลั่วซิวเจ๋อโดนเขาตบบั้นท้ายอย่างรุนแรงบนเตียงแล้ว ฉีหนานพลันอามรณ์ดีจนพูดไม่ออก…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเลิกคิ้วขณะจ้องมองเขา… สำหรับเขาแล้ว พลังจิตของฉีหนานในตอนนี้เหมือนกับแนวรบที่ไม่วางกำลังป้องกันสายหนึ่ง… ด้วยพลังของคำสาบานแห่งพันธมิตรเงือก ขอเพียงเขาต้องการก็จะสามารถดูความทรงจำของอีกฝ่ายได้ทุกเมื่อ เพียงแต่ลั่วซิวเจ๋อให้เกียรติต่อฉีหนาน ฉะนั้นจึงไม่เคยทำเช่นนั้นมาก่อน ทว่าบางครั้งอาจรับรู้ถึงอารมณ์บางส่วนของอีกฝ่ายได้

 

_____ยามนี้เขารับรู้ได้ถึงอารมณ์เปี่ยมสุขในใจของฉีหนาน ทั้งที่เพิ่งโดนตนตบลงไปในน้ำกลับยังรู้สึกมีความสุขได้ เห็นได้ชัดว่า อีกฝ่ายจินตนาการถึงการเอาคืนตนอย่างแน่นอน

 

_____ลั่วซิวเจ๋อโค้งมุมปากขึ้น… ฉีหนานต้องการเอาคืนก็ไม่ใช่เจตนาเลวร้ายอะไร หรือก็คือการที่อีกฝ่ายคิดจะ ‘เอาคืน’ นั้นไม่ได้มุ่งเอาชีวิต มิฉะนั้นด้วยพลังของคำสาบานแห่งพันธมิตรเงือกย่อมมีปฏิกิริยาบางอย่างแน่นอน

 

_____คำสาบานแห่งพันธมิตรเงือกครอบครองโดยเผ่าพันธุ์เงือกเท่านั้น หนำซ้ำยังเป็นการปกป้องอีก…ด้วยพลังของคำสาบานแห่งพันธมิตรเงือก เผ่าพันธุ์เงือกจะไม่ทรยศต่อคู่ชีวิตของตนอย่างเด็ดขาด ขณะเดียวกันหากหัวใจของคู่ชีวิตมีเจตนาร้ายหรือคิดสังหารเผ่าพันธุ์เงือก คำสาบานแห่งพันธมิตรเงือกย่อมส่งสัญญาณเตือนชาวเงือกตนนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เงือกที่ลุ่มหลงในความรักโดนจับตัวไป

 

_____ลั่วซิวเจ๋อโค้งมุมปากขึ้นเผยรอยยิ้มหวานหยดย้อยสู่สายตาของฉีหนานที่ถึงกับตะลึงนิ่งอึ้งทันที ก่อนจะจ้องมองลั่วซิวเจ๋อด้วยสีหน้าหวาดระแวงถึงขนาดก้าวถอยหลังออกไปสองก้าวตามสัญชาตญาณ เพื่อออกห่างจากระยะการโจมตีด้วยหางเงือกของลั่วซิวเจ๋อ

 

_____“คุณคิดจะทำอะไรอยู่หรือ?”

 

_____ใบหน้าของลั่วซิวเจ๋อพลันแข็งเกร็ง เริ่มทบทวนตัวเองว่า ตนลงมือกับฉีหนานหนักเกินไปหรือไม่? เขาแค่ยิ้มออกมา กลับทำให้อีกฝ่ายมีท่าทีหวาดระแวงเช่นนี้ ช่างเป็นความรู้สึกที่แย่จริง ๆ….

 

_____เขาตีสีหน้าเคร่งขรึม ก่อนจะโยนสมุนไพรทั้งหมดลงไปในอ่างอาบน้ำและปรับอุณหภูมิของน้ำให้สูงขึ้นจนพอจะต้มคนจนสุกได้ จากนั้นก็ยกมือกอดอกมองฉีหนานพลางยกคิ้วข้างหนึ่งส่งให้ “จะให้ข้าช่วยเจ้าถอดหรือเจ้าจะถอดเอง?”

 

_____“…..” ฉีหนาน

 

_____เขามองน้ำร้อนที่มีฟองผุดขึ้นมาดังปุดๆไม่หยุดแล้วกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “คุณ… คุณคงไม่ได้ให้ผมลงไปทั้งอย่างนั้นใช่หรือไม่?”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเลิกคิ้วขึ้นสูง

 

_____ทั้งร่างของฉีหนานพลันแข็งเกร็งและก้าวถอยหลังออกไปอีกพลางร้องคำรามด้วยความโกรธในใจ… ล้อเล่นอะไรกัน จะให้ลงไปในน้ำแกงร้อน ๆ ตอนนี้งั้นหรือ! อย่าคิดว่า ตนไร้ประสบการณ์แล้วจะหลอกกันได้ การแช่สมุนไพรไม่ใช่น้ำแกงเนื้อคนนะ!!

 

_____“จะลงหรือไม่ลง?”

 

_____“มัน…ร้อนเกินไป ลดลงหน่อยเถิด?”

 

_____“ข้าจะถามอีกครั้ง… จะลงหรือไม่ลง?”

 

_____ฉีหนานออกแรงส่ายหน้าเบา ๆ เขาอยากแข็งแกร่งขึ้น… ไม่ได้อยากตาย เขาไม่อยากลงไป! ถึงตายก็ไม่ลงไป!

 

_____ลั่วซิวเจ๋อจ้องมองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย… ฉีหนานจ้องตากลับไม่ยอมแสดงความอ่อนแอเด็ดขาด… ทั้งคู่สบตากันเนิ่นนาน ลั่วซิวเจ๋ออยู่ ๆ ก็ยิ้มยิงฟันส่งให้….

 

_____ฉีหนานลอบตื่นตระหนกในใจ รีบออกวิ่งไปทางห้องนอนตามสัญชาตญาณทันที น่าเสียดายที่การเคลื่อนไหวของลั่วซิวเจ๋อเร็วกว่าอย่างเห็นได้ชัด… มือเรียวคว้าไว้และเหวี่ยงออกไป ทำให้ร่างของฉีหนานลอยหวือหล่นลงไปในอ่างอาบน้ำดังตูม….

 

_____“อ๊าก!” ฉีหนานร้องลั่นตามสัญชาตญาณทันทีพร้อมกับกระโจนออกมาอย่างรวดเร็ว ทว่าเมื่อเขากลับมายืนอย่างมั่นคงแล้ว กลับพบว่า น้ำร้อนที่เดือดปุดๆนั้นไม่ได้ร้อนอย่างที่คิด มันร้อนไม่มากขนาดทนไม่ไหว…

 

_____“เอ๋? ไม่ร้อนขนาดนั้นแฮะ”

 

_____“นอนแช่ดี ๆ รอข้าบอกให้เจ้าลุกถึงจะลุกขึ้นได้” ลั่วซิวเจ๋อถอดเสื้อคลุมชั้นนอกของตนออกแล้วลงแช่ในอ่างอาบน้ำใสกระจ่างข้าง ๆ กัน ในฐานะเงือกตนหนึ่งเขาย่อมชอบเคลื่อนไหวในน้ำมากกว่า…

 

_____น้ำสมุนไพรที่ฉีหนานแช่อยู่เป็นสีดำ ทว่ากลับไม่มีกลิ่นเหม็นของสมุนไพรแม้แต่น้อย แถมยังผสมรวมกันจนกลายเป็นกลิ่นหอมอย่างน่าประหลาดจนเขานอนแช่น้ำด้วยความสงบ… น้ำอุ่นกำลังพอดีและพลังบางอย่างค่อย ๆ แผ่ซ่านเข้ามาในร่างกายทำให้เขารู้สึกง่วงงุนขึ้นมาไม่น้อย

———————