0 Views

บทที่ 25

 

_____“โอ้? เจ้าแน่ใจว่าเป็นชาวเงือก?” ดวงตาของชายผมแดงส่องประกายแวววาวพลางย้ำถามอีกครั้ง

 

_____“ครับ… แน่นอนครับ… แต่ผมสงสัยว่า ชาวเงือกที่นั่นจะไม่ได้มีแค่สองตน” ชายร่างผอมกลืนน้ำลายลงคอ “แต่ว่า…”

 

_____“แต่ว่าอะไร?”

 

_____“แต่ว่าชาวเงือกที่นั่นดูจะแตกต่างกับในสถานดูแลเงือก…” ชายร่างผอมเอ่ยราวกับนึกเรื่องน่าหวาดหวั่นบางอย่างได้ สีหน้าพลันบิดเบี้ยวด้วยความหวาดผวา

 

_____“แตกต่างกันอย่างไร?” ชายผมแดงดูสนอกสนใจมาก

 

_____ชายร่างผอมพูดพึมพำไปมาอยู่นานแต่ก็ไม่รู้อยู่ดีว่า สิ่งใดที่แตกต่างกัน… สุดท้ายชายผมแดงก็เลิกถามคาดคั้นด้วยความสนใจ “ได้… บอกตำแหน่งของรูหนอนมา จากนั้นเจ้าก็ไสหัวไปได้ อย่าเล่นตุกติก ถ้าข้าพบว่า เจ้าเล่นตุกติก ต่อให้เจ้ากลายเป็นเรือด(1) ข้าก็จะตามหาและลากเจ้าออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า… เมื่อถึงตอนนั้น ข้าจะทำให้เจ้ารู้ว่า ความตายคือความเมตตา”

 

_____ชายร่างผอมพลันแข็งเกร็งไปทั้งร่างพลางส่ายหน้ารัวๆ “ผม… ผมจะหลอกลวงท่านได้อย่างไร…”

 

_____“ดี” ชายผมแดงขี้เกียจมองท่าทางน่าอับอายของชายผู้นี้อีกต่อไป หลังจากอีกฝ่ายบอกตำแหน่งของรูหนอนแล้วก็ปล่อยให้คนผู้นั้นจากไป

 

_____หลังจากชายผู้นั้นจากไปแล้ว ชายผมแดงก็ฉีกยิ้มกว้างด้วยความตื่นเต้นยินดี “คิดไม่ถึงจริงๆว่าจะมีเรื่องน่ายินดีเช่นนี้ได้”

 

_____“โอ้? แต่ข้าไม่คิดว่านี่เป็นเรื่องน่ายินดีนะ”

 

_____“ใคร!” ชายผมแดงหมุนตัวอย่างรวดเร็ว สายตาหยุดลงที่ร่างของลั่วซิวเจ๋อ ก่อนจะหรี่ตาลงอย่างมาดร้าย

 

_____“เจ้าเป็นใคร?” ชายผมแดงจ้องมองลั่วซิวเจ๋ออย่างระแวง พลังจิตของเขาพัฒนาขึ้นเป็นระดับ D แล้วแต่กลับไม่รู้สึกถึงคนผู้นี้ที่เข้ามาใกล้ถึงเพียงนี้ ในใจอดร้องลั่นด้วยความหวาดกลัวไม่ได้

 

_____“เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้ว่า ข้าเป็นใคร ต่อให้มีเวลาทั้งวันเจ้าก็นึกไม่ออกหรอก” ลั่วซิวเจ๋อคลี่ยิ้มมีความสุข… นึกไม่ถึงว่า การทำงานหาเงินในครั้งนี้จะมีเรื่องน่ายินดีผิดคาดเช่นนี้ได้ เขาแทบจะแน่ใจว่า ชาวเงือกบนดาวเคราะห์แห่งนั้นที่ชายผู้นั้นพูดถึงจะเป็นเผ่าเงือกของเขาถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

 

_____แต่ในเมื่อเผ่าพันธุ์เงือกเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่ในดาวอันห่างไกลจากมนุษย์นั้นย่อมมีเหตุผลอย่างแน่นอน ตำแหน่งของรูหนอนแห่งนี้ยิ่งคนล่วงรู้น้อยยิ่งดี ฉะนั้นเขาจึงปรากฏตัวออกมาเพื่อกำจัดชายผมแดงคนนี้เสีย…

 

_____ชายผมแดงจ้องมองลั่วซิวเจ๋ออย่างเอาเป็นเอาตายราวกับว่า ตามหาเป้าหมายของเขาจากร่างกายของเขา… บุรุษตรงหน้าให้ความรู้สึกกดดันอย่างร้ายกาจ ยิ่งทำให้เขาตึงเครียดมากจนอยากเรียกหุ่นยนต์ออกมาโจมตีอีกฝ่ายเดี๋ยวนี้เลย

 

_____“ข้าขอแนะนำว่า เจ้าอย่าขัดขืนจะดีกว่า มิเช่นนั้นข้าจะออมแรงไม่ถูกและผลลัพธ์คงพูดยากอยู่นะ” นิ้วเรียวของลั่วซิวเจ๋อขยับน้อยๆ… นานแล้วที่ไม่ได้ลงมือเต็มที่ ถ้าอีกฝ่ายเรียกหุ่นยนต์ออกมา ตนคงได้ออกกำลังกายเสียที

 

_____เพียงแต่… ลั่วซิวเจ๋อส่ายหน้าด้วยความเสียดาย ชายร่างผอมเมื่อครู่นับว่า โชคดีไม่น้อยที่ได้พบกับคนกลุ่มเล็กที่ออกมาล่าสัตว์ในป่าและขอร่วมเดินทางไปกับพวกเขาได้สำเร็จ อีกไม่นานก็จะสามารถออกไปจากป่าได้ ลั่วซิวเจ๋อไม่นึกว่า เรื่องพรรค์นี้จะทำให้การลบความทรงจำของชายผู้นั้นล่าช้าไป ฉะนั้นแม้ว่าในใจจะอยากใช้กำลังแค่ไหน เขาก็ต้องยอมล้มเลิกความคิดที่จะสู้กับชายผมแดงคนนี้ไป และใช้พลังจิตลบความทรงจำช่วงนี้ของอีกฝ่ายออกไปเสีย…

 

_____การลบความทรงจำในครั้งนี้ไม่เหมือนกับการสะกดจิตซึ่งไม่เป็นอันตรายอย่างที่ทำกับฉีหนานในครั้งแรก แต่เป็นการทำลายความทรงจำช่วงนี้อย่างสมบูรณ์ ต่อให้มีคนพยายามจะหาเบาะแสก็จะสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับสมองจนไม่อาจฟื้นฟูได้ตลอดกาล

 

_____ลั่วซิวเจ๋อไม่สนใจแม้แต่น้อย… อีกฝ่ายเป็นสมาชิกกลุ่มโจรสลัดอวกาศ หนำซ้ำยังเป็นกลุ่มโจรสลัดอวกาศหัวกะโหลกสีเลือดที่ปล้นฆ่าอย่างเลือดเย็นแล้ว แค่เขาใช้พลังจิตเล็กน้อยก็อาจเผลอฆ่าคนได้ง่ายๆ ลั่วซิวเจ๋อจึงไม่มีความกดดันใดๆเลย

 

_____หลังจากลบล้างความทรงจำในช่วงเวลานี้ของชายผมแดงอย่างสมบูรณ์แล้ว ลั่วซิวเจ๋อก็โยนร่างของเขาขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่… ผ่านไปเพียงไม่กี่วินาที ชายผมแดงก็ตื่นขึ้นมาอีกครั้งแต่เขาก็สูญเสียความทรงจำในวันนี้ไปแล้ว

 

_____เมื่อจัดการชายผมแดงแล้ว ลั่วซิวเจ๋อก็รีบตามชายร่างผอมคนนั้นไป เพราะอีกฝ่ายไม่มีพลังจิตเลย ลั่วซิวเจ๋อจึงลอบเข้าไปใกล้ทหารรับจ้างกลุ่มนั้นและลบล้างความทรงจำเกี่ยวกับดาวเคราะห์มหาสมุทรนั้นออกไปจากสมองของชายร่างผอมได้อย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาเดียวชายร่างผอมก็กลับเป็นปกติและหันไปมองรอบๆด้วยความงุนงงสุดขีด เมื่อครู่นี้รู้สึกเหมือนมีบางอย่างเกิดขึ้น แต่วินาทีต่อมาเขาก็ลืมเลือนความรู้สึกนี้ไปและพูดคุยเรื่องอื่นกับกลุ่มเพื่อนใหม่อย่างสนุกสนาน

 

_____“จัดการเรียบร้อยแล้ว” ลั่วซิวเจ๋อกระโจนไปยังสถานที่ที่ฉีหนานพักอยู่อย่างรวดเร็ว เป้าหมายหลักในการฝึกฝนมาตลอดครึ่งเดือนนี้ได้ลุล่วงแล้ว เราจะต้องกลับไปส่งภารกิจที่เมืองเหยี่ยน จากนั้นก็ฝึกซ้อมให้ฉีหนานเก่งขึ้นเรื่อยๆ

 

_____บัดนี้เหลือเวลาอีกสองเดือนกว่าโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งจะเปิดเรียน เขาต้องทำทุกวิถีทางที่จะเพิ่มพลังของฉีหนานให้ได้ เกณฑ์มาตรฐานของโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งคือ สมรรถภาพร่างกายระดับ B กับพลังจิตระดับ C ยิ่งแข็งแกร่งกว่ามาตรฐานยิ่งดี เพราะโอกาสที่จะได้รับการยอมรับจะสูงขึ้นด้วย

 

_____ลั่วซิวเจ๋อนึกมาดหมายในใจพลางรีบก้าวเท้าไปหาฉีหนานด้วยความเร็วอันน่าอัศจรรย์… เพียง 5 นาทีก็มองเห็นเงาของอีกฝ่ายอยู่ไกลๆ ขณะเดียวกันยังมีแมวราตรีที่หมอบอยู่ข้างเท้าของฉีหนานตัวนั้นอีก….

 

_____“เมี๊ยว!” ทันทีที่แมวราตรีรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลสายหนึ่ง พลันพองขนทั้งตัวด้วยความหวาดผวา แต่เส้นขนสั้นๆเล็กๆที่เพิ่งงอกใหม่ทำให้ดูเหมือนเม่นก็ไม่ปาน มันจ้องเขม็งไปทางลั่วซิวเจ๋ออย่างระแวง

 

_____“เป็นอะไรหรือ?” ฉีหนานแปลกใจกับท่าทีของแมวราตรี ต่อมาจึงรู้สึกถึงกลิ่นอายอันแข็งแกร่งที่ไม่คิดจะปิดบังของลั่วซิวเจ๋อได้

 

_____ใบหน้าของเขากระตุกวูบ ก่อนจะแสดงสีหน้าที่ฉายชัดถึงความอิจฉาริษยา ทั้งสมรรถภาพร่างกายและพลังจิตล้วนแข็งแกร่งกว่าเหล่าจื่อ… รอก่อนเถอะ… อีกไม่นานเหล่าจื่อจะเหนือกว่าเจ้า! พอถึงตอนนั้น จุ๊จุ๊… เหล่าจื่อจะจับเจ้ามาแล่ไว้บนโต๊ะอาหาร… จะกินเจ้ายังไงก็ได้! (ดูเหมือนจะมีบางอย่างไม่ถูกต้อง…)

 

_____“ฉีหนาน? นี่มันอะไร?” ลั่วซิวเจ๋อจ้องมองแมวราตรีตัวนั้นด้วยสีหน้าเกลียดชัง… ช่วยไม่ได้ ‘ปลาเกลียดแมว’ เป็นสิ่งที่สลักลึกลงไปในยีนทั้งสอง ไม่เกี่ยวกับความแข็งแกร่งของทั้งสองฝ่ายแม้แต่น้อย

 

_____“เมี๊ยว!” แมวราตรีมองเห็นฉีหนานหรี่ตาลงวูบหนึ่ง ดวงตาสีทองพลันส่องประกายระยิบระยับ

 

_____“หืม?” ลั่วซิวเจ๋อเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะพุ่งตัวไปอยู่ตรงหน้าของแมวราตรีอย่างรวดเร็ว แมวราตรีโดนดึงหนังคอด้านหลังขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว

 

_____“เมี๊ยวเมี๊ยว!” แมวราตรีร้องเสียงแหลมพลางโบกอุ้งเท้าไปทางฉีหนานเพื่อขอความช่วยเหลือไม่หยุด

 

_____“รอก่อน!” ฉีหนานเอ่ยขัดลั่วซิวเจ๋อ

 

_____“หืม?” ลั่วซิวเจ๋อมองฉีหนานด้วยความสนใจราวกับอยากฟังสิ่งที่เขาพูด

 

_____ฉีหนานพลันรู้สึกปวดระบมขึ้นมา ไม่รู้ว่า เขาคิดไปเองหรือไม่…  เขามักรู้สึกเหมือนสายตาของลั่วซิวเจ๋อจะวนเวียนอยู่แถวบั้นท้ายของเขาตลอดจนเขาอดนึกถึงสภาพที่โดนหางเงือกฟาดก้นอย่างน่าอนาถไม่ได้

 

_____เขาลอบกลืนน้ำลายลงคอพลางสบตากับอีกฝ่ายนิ่ง ขณะพูดอธิบายว่า “แมวตัวนี้เป็นสหายร่วมรบกับผมมาตลอดครึ่งเดือน คุณช่วยปล่อยมันได้หรือไม่?”

 

_____แววตาของลั่วซิวเจ๋อพลันแข็งกร้าวพร้อมกับความเกลียดชังที่ปะทุขึ้นมา เขายกร่างของแมวขนสั้นในมือขึ้นมา “ข้าจับได้ก็ต้องเป็นเหยื่อของข้า… อยากเอาเหยื่อของข้าไป เจ้ามีอะไรแลกเปลี่ยนงั้นหรือ?”

 

_____ใบหน้าของฉีหนานพลันกระตุกเกร็ง ลอบด่าทออีกฝ่ายในใจ… เหล่าจื่อไม่มีเงินติดตัวแม้แต่เหรียญเดียว คุณคิดว่าผมยังมีของล้ำค่าอะไรเล่า? สมบัติล้ำค่าที่เลื่อนระดับความสมบูรณ์ของยีนนั้นก็ให้ผมกินไปแล้ว ยังสนใจแมวราตรีตัวนี้อีกหรือ?

 

_____แม้ฉีหนานจะรู้สึกว่า ช่างเป็นไร้ยางอายนักแต่ย่อมไม่มีทางพูดออกมาแน่นอน… เขาเพียงสบตากับลั่วซิวเจ๋อพลางชี้ไปยังเป้ที่วางอยู่บนพื้น “ผมมีของมีค่าอยู่เพียงเท่านี้ คุณอยากหยิบอันไหนก็เชิญตามสบายเลย”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อพลันหัวเราะออกมาครู่ใหญ่ ช่างเหมือนกับสายลมในฤดูใบไม้ผลิที่ละลายหิมะอันหนาวเย็น ทำให้ฉีหนานถึงกับนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง

 

_____เขารู้สึกเหมือนหัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะวูบหนึ่ง ก่อนจะเต้นรัวเร็วอย่างคาดไม่ถึงจนเขาต้องยกมือสัมผัสหน้าอกของตนอย่างแผ่วเบาแล้วตบหน้าตัวเองเต็มแรงฉาดหนึ่ง… อย่าล้อเล่นน่า! อีกฝ่ายเป็นเงือกบ้าที่กินคนโดยไม่ต้องกะพริบตา แถมยังระเบิดสมองชาวบ้านเหมือนตีแตงโมอีกด้วย รูปลักษณ์อันงามสง่าย่อมไม่อาจบดบังนิสัยป่าเถื่อนของเขาได้!

 

_____ฉีหนานแกตื่นจากฝันได้แล้ว! นี่มันเจ้าเงือกบ้านะ! เจ้าเงือกจิตวิปริต แกจะโดนหมอนี่ล่อลวงไม่ได้!!!

 

_____หลังจากตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่ แก้มของฉีหนานพลันบวมไปครึ่งหน้าเหมือนหมั่นโถวลูกหนึ่ง…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อที่เพิ่งเปล่งเสียงหัวเราะเมื่อครู่กลับมีสีหน้าเย็นเยียบลง พร้อมกับยื่นมือออกไปจับคางของฉีหนานไว้แน่นพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกว่า “เจ้าทำอะไร?”

 

_____ฉีหนานรู้สึกเหมือนหัวใจดวงน้อยเต้นแรงวูบหนึ่ง คิดจะสะบัดมือของลั่วซิวเจ๋อออกไป กลับโดนสายตาเย็นชาดุจน้ำแข็งของอีกฝ่ายตรึงไว้จนไม่อาจขยับแม้แต่ปลายนิ้ว… “เอ่อ… เหล่าจื่อแค่มึนหัวเลยตบหน้าตัวเองเพื่อเรียกสติกลับมา!”

 

_____ประกายตาของลั่วซิวเจ๋อยังคงเย็นยะเยือก ดวงตาเฉียบคมคู่นั้นมองแก้มที่บวมแดงของฉีหนานรอบหนึ่ง ก่อนจะเกลี่ยนิ้วลงบนแก้มของฉีหนานอย่างแผ่วเบาจนฉีหนานต้องเบ้หน้าด้วยความเจ็บปวดทันที

 

_____ตอนตบหน้าตัวเองยังไม่รู้สึกอะไร มาตอนนี้กลับรู้สึกเจ็บหน้าเหลือเกิน…

 

_____ฉีหนานได้แต่นึกเสียใจภายหลัง… ใจเต้นก็ใจเต้นสิ… หลังจากนั้นไม่เต้นก็ดีแล้ว ใยต้องตบหน้าตัวเองด้วยเล่า… ช่างหาเรื่องเจ็บตัวเสียจริง!

 

_____ลั่วซิวเจ๋อยิ่งมองแก้มบวมแดงของฉีหนานแล้วยิ่งไม่พอใจ… คนผู้นี้จะเป็นว่าที่คู่ชีวิตของตนในอนาคต แม้ตอนนี้เจ้าตัวจะยังไม่รู้ แต่ในสายตาของลั่วซิวเจ๋อแล้ว ทั่วร่างของเขาล้วนมีสัญลักษณ์ของลั่วซิวเจ๋อประทับอยู่… นอกจากตัวเขาแล้ว ไม่มีใครมีสิทธิ์ที่จะทิ้งร่องรอยใดๆลงบนร่างกายนี้ ต่อให้เป็นตัวฉีหนานเองก็ไม่ได้!

 

_____เขาจ้องมองฉีหนานด้วยสายตาเย็นเยียบ “ข้อที่ 4 ห้ามเจ้าทำร้ายร่างกายตัวเองไม่ว่าจะมีเหตุผลใดก็ตาม… จำเอาไว้ บัดนี้ร่างกายของเจ้าไม่ใช่ของเจ้าเท่านั้น แต่มันยังเป็นของข้าด้วย… ไม่สิ ควรพูดว่า ร่างกายของเจ้าไม่ใช่ของเจ้าอีกต่อไป มันเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว… นอกจากข้า ใครก็ไม่สามารถทำร่องรอยใดๆบนร่างกายนี้… ต่อให้แค่ชั่วคราวก็ไม่ได้! เข้าใจหรือไม่?”

 

_____ฉีหนานนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ถึงตั้งสติได้ว่า ลั่วซิวเจ๋อเอ่ยถึงกฎของการอยู่ด้วยกันข้อที่ 4 แต่เขาเข้าใจสิ่งที่ลั่วซิวเจ๋อพูดว่า ร่างกายของเขาไม่ใช่ของตัวเขาเท่านั้น มันเป็นเพราะลั่วซิวเจ๋อต้องพึ่งพาเขาเพื่อมุ่งหน้าไปยังเมืองหลวงสินะ เพียงแต่… คำพูดเช่นนี้ของลั่วซิวเจ๋อมันไม่แปลกเกินไปหรือ? รู้สึกเหมือนมีตรงไหนไม่ถูกต้อง…

 

_____“ฉะนั้นเจ้ายังอยากได้แมวราตรีตัวนี้หรือไม่?” ลั่วซิวเจ๋อมองแมวตัวน้อยในมือของตนอย่างหมดความอดทน

 

_____“อยากได้แน่นอน!” ฉีหนานรีบตอบรับอย่างไม่ลังเล

 

_____“เจ้าพูดเองนะ” ลั่วซิวเจ๋อโค้งมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้ม

————————–

(1) เรือด(Bedbug) : เป็นแมลงขาปล้องที่เป็นปรสิต มักพบอยู่ตามร่องเพดานหรือรอยแตกของพื้นบ้าน เตียงไม้และซอกตะเข็บของที่นอน เรือดจะกัด host เมื่อรู้สึกหิวและมีความปราดเปรียวในเวลากลางคืน (ข้อมูลจากเว็บ https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%94)