0 Views

บทที่ 22

 

_____“เจ้าขี้โกง!” ฉีหนานชะงักเล็กน้อย แต่เขาใช้มือชี้มีดสั้นขึ้นไปด้านบนอย่างรวดเร็ว

 

_____ขณะที่ลิงล่าแมวกับฉีหนานปะทะกันไปแล้วรอบหนึ่ง แมวราตรีตัวนั้นก็ปลีกตัวหลบขึ้นไปบนต้นไม้ด้านข้างและจ้องมองการต่อสู้อย่างสบายอารมณ์

 

_____อาวุธของลิงล่าแมวคือ เล็บอันแหลมคมอันเป็นอาวุธประจำตัวของมัน… ฉีหนานย่อมหวาดกลัวกรงเล็บคู่นั้น หากมีกำปั้นอัดใส่ร่างกายที่แข็งแรงของเขาอาจจะรู้สึกเจ็บนิดหน่อย แต่ถ้าโดนกรงเล็บคู่นั้นปาดหน้าล่ะก็ต้องเสียโฉมยับเยินแน่นอน…

 

_____ฉีหนานชอบใบหน้าอันหล่อเหลาของตนมากและไม่คิดจะทำศัลยกรรมใบหน้าด้วย ฉะนั้นหลบได้หลบ หากหลบไม่ได้ก็ยอมใช้มือคู่นี้รับแทน ยังไงก็ไม่ยอมให้ทำร้ายใบหน้าของตนเด็ดขาด

 

_____หลังจากเปิดฉากการต่อสู้ ฉีหนานเป็นฝ่ายได้เปรียบก่อน ในขณะที่เจ้าลิงร้องเจี๊ยกด้วยความโกรธแค้นไม่หยุด แม้มันจะอ่อนแอกว่ามนุษย์แต่นับว่าเสียงดังพอกัน… บาดแผลบนร่างของมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และร่างกายของมันฉายชัดถึงอาการอ่อนแรงจากการเสียเลือดมาก…

 

_____“หึหึหึ! วันนี้แกได้เห็นถึงความสามารถของท่านฉีหนานแล้วสินะ!” ฉีหนานเอ่ยด้วยความสะใจสุดขีดด้วยสีหน้าที่ชวนให้รู้สึกหงุดหงิดยิ่งนัก…

 

_____เจ้าลิงล่าแมวที่โดนยั่วโมโหยิ่งร้องเสียงดังมากขึ้น อีกทั้งแมวราตรีที่หมอบดูอยู่บนต้นไม้ไม่ไกลจากการต่อสู้เองก็ร้องเหมียวออกมาเช่นกัน ราวกับทนมองหน้าฉีหนานไม่ได้เช่นกัน…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อที่ใช้พลังจิตคอยมองจากที่ห่างไกลนั้นแทบจะหลุดหัวเราะออกมา… แค่ชนะลิงตัวหนึ่งได้ก็มีความสุขปานนั้น ฉีหนาน… เจ้ายังสามารถพัฒนาได้อีกหรือไม่กัน!

 

_____ฉีหนานไม่รู้ว่า ลั่วซิวเจ๋อกำลังมองท่าทางโง่ๆของตัวเองอยู่ เขาคิดว่าที่นี่ไม่มีใครอยู่ จึงตั้งใจจะระบายความอัดอั้นตั้นใจตลอดหลายปีของตนเองออกมา

 

_____ยังไงผู้ชายก็ไม่อยากให้ใครมาเรียกว่า ‘คนไร้ประโยชน์’อยู่แล้ว… ถ้าฉีหนานเป็นพลเรือนธรรมดาคนหนึ่งก็คงใช่… เป็นชนชั้นต่ำของรัฐบาลที่มีผู้คนนับไม่ถ้วนไม่อาจใช้พลังจิตได้… ทว่าเขาเกิดในตระกูลฉีและเป็นทายาทสายตรงอีกด้วย อีกทั้งยีนของคุณพ่อกับคุณแม่ก็อยู่ในระดับยอดเยี่ยม แต่เขากลับมีพรสวรรค์ระดับนี้ก็เหมือนกับตบหน้าทั้งคู่ฉาดใหญ่เลยทีเดียว…

 

_____ตั้งแต่จำความได้ตอนอายุ 6 ปี เขาก็นั่งพึมพำอยู่คนเดียวในมุมมืด… แววตาหยามหยันของผู้คนในตระกูลสาขาช่างชัดเจนเหลือเกิน… ทุกสิ่งทุกอย่างทำให้ฉีหนานเกิดความคับแค้นขึ้นในส่วนลึกของหัวใจ

 

_____ทว่าไม่มีใครสนใจในความคับแค้นของเขา ราวกับเขาโดนหลอกให้เกิดมาพร้อมพรสวรรค์ไร้ค่าเช่นนี้แล้ว ยังถูกทุกคนในตระกูลหลักทอดทิ้ง อีกทั้งที่ผ่านมาความรักของพ่อแม่เป็นเช่นไรก็ไม่อาจได้รับรู้ จากนั้นก็โดนส่งมายังดาวเคราะห์อันห่างไกลอีก…

 

_____ถูกกีดกัน ข่มเหง เหยียดหยาม… ผู้ใหญ่พวกนั้นทำเรื่องโหดร้ายผิดมนุษย์เช่นนี้กับเด็กอายุเพียง 6 ปีคนหนึ่งเท่านั้น…

 

_____ในเมืองหลวง หลังจากที่ใช้ชีวิตภายใต้แรงกดดันมหาศาลเช่นนี้ครึ่งปี คุณพ่อกับคุณแม่ก็หย่าร้างกัน… อันที่จริงหลังจากที่เขาโดนขับไล่ออกจากเมืองหลวงแล้ว ฉีหนานรู้สึกหายใจหายคอสะดวกขึ้นด้วยซ้ำ

 

_____ด้วยพรสวรรค์ที่ไม่ควรถูกพบเช่นนี้ทำให้เขาใช้เวลาทั้งวันอยู่กับแม่นม… บัดนี้ถูกส่งมาอยู่บนโลกแล้ว วันเวลาในตอนนี้กับเมื่อก่อนก็ไม่แตกต่างกันมากนัก โอ้… ใช่ เพราะอยู่ห่างไกลจากเมืองหลวง ฉะนั้นฐานะของเขาจึงตกต่ำลงมาก แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาเลย

 

_____ฉีหนานยอมรับว่าตัวเองเป็นคนเปิดกว้างมาก ไม่ว่าสภาพแวดล้อมจะเป็นเช่นไร เขาก็สามารถปรับตัวได้อย่างง่ายดาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่เก็บกด… ไม่ใช่ว่าเขาไม่คิดจะระบายออกมาและทำให้เจ้าพวกชอบประจบและเหยียบหัวคนอ่อนแอพวกนั้นได้ตกตะลึง…

 

_____ท้ายที่สุด มีดสั้นในมือก็แทงลึกเข้าไปถึงหัวใจของลิงล่าแมวตัวนั้นอย่างรุนแรง ฉีหนานถอนหายใจยาว รู้สึกเหมือนความอัดอั้นมาตลอดยี่สิบกว่าปีถูกปลดปล่อยออกมาจนหมด

 

_____“ฟู่… สบายจริงๆ!” ฉีหนานสะบัดมีดสั้นไปมาเพื่อสลัดคราบเลือดออกไป…

 

_____เขามองลิงล่าแมวดวงซวยที่ตายอนาถแล้วนึกอยากจุดเทียนให้อีกฝ่ายเงียบๆ อันที่จริงเขาไม่ตั้งใจจะฆ่าลิงล่าแมวตัวนี้ น่าเศร้าที่เขาดันนึกถึงวันวานที่ทรมานมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทำให้เผลอแทงมันจนตาย…

 

_____แต่ในเมื่อมันตายแล้ว เขาก็ไม่เสียเวลาอีก จึงก้มตัวลงถลกหนังของลิงล่าแมวออกมา หนังสีขาวของลิงล่าแมวนั้นหายากมาก ถึงพันธมิตรกองทหารรับจ้างจะไม่รับซื้อ แต่เขาก็สามารถเอาไปขายหาเงินได้!

 

_____“เหมียว!” แมวราตรีที่หลบอยู่บนต้นไม้ห่างออกไปส่งเสียงร้องอย่างหวาดกลัว เมื่อครู่บุรุษผู้นี้ระเบิดจิตสังหารออกมามหาศาลจนมันเกือบช็อคตาย… ถ้าหากจิตสังหารนี้ไม่หายไปหลังจากที่ลิงล่าแมวถูกฆ่าล่ะก็ มันคงวิ่งหนีเตลิดไปแล้ว

 

_____“หืม? แกยังอยู่หรือ?” ฉีหนานจ้องมองแมวราตรีด้วยความประหลาดใจ เขานึกว่า ช่วงที่เขาต่อสู้กับลิงตัวนั้น เจ้าแมวตัวนี้จะเผ่นหนีไปแล้วเสียอีก

 

_____แมวราตรีร้องเหมียวอย่างไม่พอใจครั้งหนึ่ง ก่อนจะกระโดดลงมาจากต้นไม้และตะกุยขากางเกงของฉีหนานเบาๆ

 

_____ฉีหนานดึงหนังคอด้านหลังของแมวราตรีขึ้นมาจ้องสบตากับดวงตากลมโตสีนิลใสแจ๋ว พลางพูดกลั้วหัวเราะว่า “อะไรกัน… แกอยากมีอนาคตร่วมกับฉัน อยากมาอยู่กับฉันหรือ?”

 

_____“เหมียว” แมวราตรีกะพริบตาปริบๆ ดวงตากลมโตเอ่อคลอด้วยน้ำตาช่างดูน่ารักนัก… ถ้าไม่ใช่เพราะร่างที่โล่งเตียนไม่มีขนสักเส้นล่ะก็ ไม่แน่ว่า ฉีหนานอาจจะหลงไปกับท่าทางออดอ้อนอันน่ารักนี้ไปแล้ว

 

_____แต่ว่าตอนนี้… อุ๊ก… ขออภัย ฉีหนานอยากจะอ้วก….

 

_____“เมี๊ยว!” แมวราตรีเห็นท่าทีที่เหมือนไม่กล้าสู้หน้าของฉีหนานแล้วนึกแปลกใจ ราวกับฉีหนานทำเรื่องที่ผิดต่อมัน…  โอ้ จะว่าไปฉีหนานก็เป็นคนตัดขนของมันทิ้งจริงๆ…

 

_____แมวราตรีพลันตัวแข็งเกร็ง รีบกระโจนลงมาเกาะต้นขาของฉีหนานไว้แน่น… ถ้าฉีหนานไม่รับมันไปดูแล มันจะไม่ยอมปล่อยมือเด็ดขาด!

 

_____ฉีหนานทำหน้าพูดอะไรไม่ออกขณะมองท่าทีของแมวตัวนี้… แมวเลี้ยงตามบ้านมักจะเป็นแมวที่สายพันธุ์ยอดเยี่ยม… แล้วกับแมวที่ล่าหนูโรเดนท์เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนเล่า… อำมหิตปานนี้เขาย่อมไม่กล้าพากลับบ้านง่ายๆหรอก…

 

_____อีกอย่างแมวตัวนี้ก็ฉลาดเกินกว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงได้… ถ้าเอาไปเร่ขายหาเงินล่ะก็พอไหว การเลี้ยงสัตว์ที่ฉลาดเกินไปนั้นค่อนข้างยุ่งยาก… อีกอย่างเลี้ยงสัตว์หรือ เขายังดูแลคนจอมหยิ่งอีกมิใช่หรือ?

 

_____น่าประหลาดที่อยู่ๆฉีหนานก็นึกถึงเจ้าเงือกบ้าพลังที่บ้านของตนแล้วอดกระตุกมุมปากไม่ได้… ในบ้านก็มีเงือกวิปริตตัวนั้นแล้ว ไม่ใช่ว่าแมวกับปลาเป็นศัตรูโดยธรรมชาติหรือ… ขืนพาเจ้าแมวตัวนี้กลับไป เจ้าเงือกบ้าตัวนั้นจะตกใจสุดขีดหรือไม่กัน?

 

_____ฉีหนานยกมือขึ้นมาลูบคาง เลิกคิดถึงคนงามผู้นั้น… แมวราตรีตัวนี้แม้จะฉลาดมาก แต่พลังในการต่อสู้นั้นอ่อนแอเกินไป… ถ้าเจอกับเจ้าเงือกบ้าตัวนั้นต้องตกใจจนฉี่แตกแน่นอน จะทิ้งเอาไว้ก็น่าสงสารเกินไป การใช้ชีวิตในป่านั้นไม่ง่ายเลย…

 

_____“ปล่อยสิ ปล่อยเถอะ บ้านฉันเลี้ยงปลาตัวหนึ่งแล้ว เลี้ยงแกอีกไม่ได้หรอก” ฉีหนานลูบหัวโล่งเตียนของแมวราตรีอย่างแผ่วเบา ก่อนจะอุ้มมันไปวางบนต้นไม้ใหญ่

 

_____แมวราตรีพลิกตัวกลางอากาศลงหมอบบนต้นไม้อย่างปลอดภัย ก่อนจะสะบัดหางไปมาอย่างไม่พอใจ

 

_____“เอาล่ะ ฉันตัดขนแก แต่ก็ช่วยชีวิตแกด้วย เราทั้งคู่เจ๊ากันแล้วนะ” ฉีหนานโบกมือไปมาพลางหมุนตัวจะเดินออกไปจากที่นี่ แต่ไม่ถึงห้าวินาที เขาก็หมุนตัวกลับมาอีกครั้ง… แมวราตรีจ้องมองพลางกระตุกใบหน้า… ทั้งร่างของเจ้าลิงล้วนเป็นวัตถุดิบราคางามทั้งสิ้น

 

_____ทั้งผิวหนังด้านนอก กรงเล็บทั้ง4 ไปจนถึงส่วนอื่นๆที่มองข้ามไป… อันที่จริงส่วนที่ล้ำค่าที่สุดก็คือ หาง

 

_____แมวราตรีมีสีหน้าพูดไม่ออกขณะมองส่งมนุษย์ผู้นั้นเดินจากไป มันก้มลงมองซากร่างไม่สมประกอบของเจ้าลิงล่าแมวใต้ต้นไม้แล้วลอบถอนหายใจยาว ก่อนจะกระโดดลงมาจากต้นไม้อย่างนิ่มนวลและตรงเข้าไปกัดเนื้อของเจ้าลิงตัวนั้นคำใหญ่

 

_____หากฉีหนานยังอยู่ที่นี่คงต้องตะลึงงันกับปริมาณที่เจ้าแมวตัวนี้กินเข้าไปแน่นอน… ลิงล่าแมวที่ตัวใหญ่พอๆกับลูกวัวกลับโดนแมวราตรีตัวหนึ่งกินเข้าไปทั้งตัวเช่นนี้ ไม่รู้ว่า แมวราตรีย่อยกองเนื้อขนาดใหญ่กว่าตัวมันลงไปได้อย่างไร ประหลาดเกินไปแล้ว!

 

_____ฉีหนานที่เดินจากไปย่อมไม่รู้ถึงท่าทีของแมวราตรีตัวนั้น เขาแค่ไปตามหางานชิ้นต่อไปที่ได้รับการมอบหมายมาจากลั่วซิวเจ๋อ

 

_____ความรู้สึกในตอนนี้ของฉีหนานต่อลั่วซิวเจ๋อนั้นซับซ้อนมาก ในแง่หนึ่งก็เป็นความรู้สึกขอบคุณ…

 

_____ในเมื่อรู้สึกสำนึกบุญคุณต่อลั่วซิวเจ๋อ ฉีหนานก็ไม่คิดจะขัดขวางแผนการของอีกฝ่าย…

 

_____อีกอย่างเขาไม่ใช่คนโง่… ดูจากท่าทีในช่วงสองวันที่ผ่านมาของลั่วซิวเจ๋อแล้ว เป้าหมายของอีกฝ่ายก็ดูจะไม่ทะเยอทะยานจนเกินไป หนำซ้ำดูเหมือนอีกฝ่ายต้องการตามหาใครบางคนในเมืองหลวงมากกว่า

 

_____แม้ว่าเพราะพรสวรรค์ระดับนี้ของฉีหนาน จะทำให้เขาโดนกีดกันตั้งแต่เด็กและโดนขับไล่ออกจากเมืองหลวง แต่กลับไม่ได้เปลี่ยนนิสัยของเขาเลย…

 

_____ความรู้สึกในใจที่มีต่อตระกูลฉีในเมืองหลวงนั้นคือ ความโกรธแต่ไม่ใช่ความเกลียด… ยังดีที่อีกฝ่ายดูแลเขาจนถึงอายุ 18 ปี ฉะนั้นเขาจึงไม่คิดจะล้างแค้นตระกูลฉี…  แน่นอนว่า จะยังไม่แก้แค้น และคนตระกูลฉีก็อย่ามายั่วโมโหเขา มิฉะนั้นเขาก็พร้อมที่จะใช้พลังที่เขามีอยู่มอบบทเรียนให้กับเหล่าพี่น้องในตระกูลฉีอย่างไร้เยื่อใยเช่นกัน

 

_____เขาไม่ได้โกรธเกลียดคนตระกูลฉีขนาดนั้น… กับลั่วซิวเจ๋อที่มักทำให้เขาอับอายขายขี้หน้า แต่ก็เป็นชาวเงือกที่มีประโยชน์ต่อเขามาก เขาย่อมไม่เกลียดชังอีกฝ่าย… เพียงแต่นิสัยของเจ้าหมอนั่นช่างกวนโมโหคนอื่นเหลือเกิน ฉีหนานที่คิดว่าตัวเองเป็นผู้ชายโกรธยากคนหนึ่ง เมื่อเผชิญหน้ากับลั่วซิวเจ๋อก็ยังยากที่จะสงบเอาไว้ได้…

 

_____“พอแล้ว ไม่คิดแล้ว! ไปหาของพวกนี้ก่อนดีกว่า” ฉีหนานเกาหัวแกรกๆ ตัดสินใจไม่ยุ่งกับปัญหาคาราคาซังอีก

 

_____ความจริงที่เขาเผชิญอยู่ในตอนนี้ก็คือ… กำปั้นของลั่วซิวเจ๋อใหญ่กว่าเขา นึกถึงตอนที่ตนโดนตีก้นหลายครั้งอย่างน่าอดสูแล้ว ฉีหนานอดที่จะรู้สึกเศร้าสลดและมืดมนไม่ได้… เป้าหมายของลั่วซิวเจ๋อในตอนนี้คือ ให้เขาเข้าโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งให้ได้ ถ้าเขาทำงานนี้ไม่สำเร็จ… ไม่นะ ฉีหนานแน่ใจ… ถ้าตัวเขาไม่สามารถบรรลุเป้าหมายนั้นได้จริงๆ อีกฝ่ายจะต้องทำเรื่องสยดสยองมากแน่นอน

 

_____นึกถึงทหารรับจ้างที่ถูกลั่วซิวเจ๋อถีบกระเด็นแล้ว ฉีหนานอดตัวสั่นด้วยหนาวเหน็บไม่ได้… แค่เท้าเดียวก็ทำให้ทหารรับจ้างระดับCคนหนึ่งหมดสภาพ แถมเจ้าตัวยังออมแรงที่ใช้เท้าเตะด้วย  ฉีหนานรู้ว่า ยามปกติลั่วซิวเจ๋อยังปรานีตบเขาด้วยหาง มิฉะนั้นเขาจะต้องเจอหนักกว่าทหารรับจ้างคนนั้นเป็นสิบเท่าแน่นอน

 

—————