0 Views

บทที่ 20

_____พลังจิตในตอนนี้ของฉีหนานยังอ่อนแอเกินไปจนไม่สามารถเชื่อมต่อมาที่เขาได้ หากรอให้พลังจิตของฉีหนานสำแดงออกมาล่ะก็ ทั้งคู่จะสามารถใช้พลังจิตสื่อสารกันโดยสมบูรณ์ ไม่ว่าจะสภาพแวดล้อมแบบใดล้วนไม่มีปัญหา!

 

_____ลั่วซิวเจ๋อยกเลิกการใช้พลังจิตจ้องมองอีกฝ่าย เหลือเพียงใช้พลังจิตสังเกตการณ์รอบๆเท่านั้น เขาไม่ห่วงว่า ฉีหนานจะตกอยู่ในอันตราย ก็แค่… เขาทิ้งงานที่เหมาะสมกับพลังของอีกฝ่ายไว้ให้ฉีหนาน ได้แต่หวังว่าอีกฝ่ายจะมุ่งมั่นฝึกฝนตัวเอง เพราะเขาไม่ได้ให้งานที่อันตรายต่อชีวิตแน่นอน…

 

_____ถึงจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น แต่พลังจิตที่เขาทิ้งไว้ในร่างของฉีหนานจะบอกถึงสัตว์อันตรายที่เข้าใกล้ทันที ฉะนั้นด้วยพลังของลั่วซิวเจ๋อจะสามารถรับรู้และกำจัดสัตว์อันตรายเหล่านั้นก่อนจะถึงตัวฉีหนานได้

 

_____ลั่วซิวเจ๋อหยิบควอนตัมคอมพิวเตอร์ของตัวเองออกมาและไล่มองใบรายการลงมาตามลำดับ จากนั้นมุ่งหน้าไปยังที่อยู่ของมังกรรัตติกาลตัวนั้น…

 

_____ขณะที่ลั่วซิวเจ๋อเริ่มล่าสัตว์นั้น ฉีหนานเองก็เดินออกไปจากกองไฟเช่นกัน ป่าเขาในยามค่ำคืนนั้นอันตรายมากเพราะสัตว์ประหลาดดุร้ายส่วนใหญ่จะออกหากินในยามนี้ กองไฟแทบจะไม่ส่งผลใดๆกับสัตว์ประหลาดเหล่านั้น หนำซ้ำแสงไฟยังอาจดึงดูดสัตว์ประหลาดเข้ามาได้…

 

_____ฉีหนานซ่อนตัวอยู่ในความมืดพลางแผ่พลังจิตอันน้อยนิดของตนออกมาสำรวจบริเวณโดยรอบ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้หลงเข้าไปยังรังสัตว์ประหลาดที่แข็งแกร่ง…

 

_____หลังจากเดินทางอย่างยากลำบากมาเกือบหนึ่งชั่วโมง ฉีหนานก็พบรอยเท้าของแมวราตรี…

 

_____พลังของแมวราตรีแข็งแกร่งกว่าหนูโรเดนท์เพียงเล็กน้อย… ฉีหนานคิดดูแล้วจึงไม่กระโจนออกไปประมือโดยตรง แต่กลับเลือกที่จะซ่อนเร้นตัวเองอย่างระมัดระวัง…

 

_____เขาใช้ชีวิตแบบผ่านไปวันๆมาโดยตลอด… เข้าฝึกในกองทัพก็ดี… ชีวิตประจำวันก็ใช่… ล้วนไม่ได้จริงจังกับมันแต่อย่างใด…

 

_____หากไม่ใช่ความดีความชอบอย่างมากในครั้งนั้น เกรงว่าเขาคงยังใช้ชีวิตอย่างหดหู่เช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ อันที่จริงพรสวรรค์ของเขาได้ถูกลิขิตไว้แล้ว ต่อให้เขาจะพยายามแค่ไหนก็จะถูกจำกัดเอาไว้ในระดับนี้ ถ้าอย่างงั้นเขาจะพยายามฝึกฝนสุดชีวิตไปเพื่ออะไรกัน?  มากสุดก็เป็นได้แค่หัวหน้าหน่วยเท่านั้น…

 

_____หากคนเราไร้ซึ่งเป้าหมาย ย่อมสูญเสียกำลังใจ… ฉีหนานเองก็เช่นกัน ขอเพียงมีชีวิตอยู่ต่อไป ใยต้องพยายามสุดชีวิตเช่นนั้นด้วยเล่า?

 

_____แต่ตอนนี้ไม่ใช่อีกแล้ว… สมรรถภาพร่างกายของเขาเลื่อนเป็นระดับ Cแล้ว และลั่วซิวเจ๋ออาจจะช่วยให้เลื่อนขึ้นเป็นระดับ B ด้วย… เรื่องน่ายินดีเช่นนี้ทำให้ฉีหนานรู้สึกกระปรี้กระเปร่าเลยทีเดียว ในใจบังเกิดความภาคภูมิใจอยู่ลึกๆ นึกอยากกลับไปเมืองหลวงทำให้พวกคนที่ดูถูกเหยียดหยามเขาในตอนแรกต้องเบิกตากว้าง… ข้าฉีหนานไม่ใช่คนไร้ประโยชน์!

 

_____นอกจากความลับเล็กๆนี้แล้ว ฉีหนานเองก็คิดถึงเส้นทางในอนาคตของตน… เขาอายุยังน้อย ยังมีโอกาสอยู่ ขอเพียงเลือกเส้นทางที่ถูกต้อง การจะกุมอำนาจทหารไว้ในมือก็ไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้

 

_____ตัวตนของลั่วซิวเจ๋อไม่เพียงมอบความมุ่งมั่นอันเข้มแข็งให้กับเขา แถมยังมอบความทะเยอทะยานอีกด้วย ไม่มีชายใดสามารถต้านทานอำนาจอันยั่วยวนได้ ฉีหนานเองก็ทำไม่ได้!

 

_____แต่ก่อนพรสวรรค์ของเขาถูกสะกดไว้ รู้ดีว่า ความทะเยอทะยานของตนจะนำพาหายนะมาสู่ตนเอง… ทว่าหากเขาครอบครองพลังที่อันแข็งแกร่งล่ะก็ ความทะเยอทะยานนั้นก็จะไม่ใช่ความทะเยอทะยานอีกต่อไป แต่เป็นเป้าหมายในอนาคตต่างหาก!

 

_____เขาค่อยๆสะกดความทะเยอทะยานลงไปในใจ… ฉีหนานทราบดีว่า ทุกอย่างนั้นเป็นเพียงความคิดในอนาคตเท่านั้น ตอนนี้สิ่งที่เขาต้องทำเป็นอันดับแรกคือ พัฒนาความสามารถของตนภายในเวลาสั้นๆและเข้าไปในโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งให้ได้ ขอเพียงเข้าไปที่นั่นได้ก็ถือว่า ก้าวแรกที่วาดหวังไว้ของตนสำเร็จลุล่วงแล้ว…

 

_____ฉีหนานสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อยับยั้งความรู้สึกตื่นเต้นของตน

 

_____เมื่ออยู่ๆโซ่ตรวนที่ล่ามแขนขาไว้ถูกปลดออก เขาย่อมรู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก… จากที่เคยสิ้นหวังกลับมามีความหวังอีกครั้งไม่ว่าใครล้วนตื่นเต้นยินดีจนหยุดไม่อยู่แน่นอน… ฉีหนานเป็นเพียงคนหนุ่มวัย 23 ปีคนหนึ่งสามารถระงับความรู้สึกเช่นนี้ได้นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว…

 

_____เขาจ้องเขม็งไปยังแมวราตรีตัวนั้น มือและเท้าค่อยๆปีนขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่อย่างเงียบๆ…

 

_____ร่างกายปราดเปรียวและประสาทสัมผัสอันฉับไวเป็นสิ่งที่หากสมรรถภาพร่างกายไม่ถึงระดับ Cนั้นไม่สามารถทำได้… ฉีหนานกระโดดข้ามไปบนต้นไม้อย่างเงียบๆ แม้จะเกิดเสียงใบไม้ดังกรอบแกรบในบางครั้งแต่ก็ไม่ได้ทำให้แมวตัวนั้นเอะใจเลย…

 

_____ดวงตาของแมวราตรีตัวนั้นกำลังจับจ้องอยู่ที่ร่างของหนูโรเดนท์คู่หนึ่งซึ่งออกมาหามื้อดึกในค่ำคืนนี้…  แมวราตรีโค้งตัวลงและค่อยๆย่องเข้าไปใกล้หนูโรเดนท์ที่กำลังทานอาหารคู่นั้นทีละน้อย ทว่าใบหูของหนูตัวหนึ่งกระดิกเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและมองไปรอบๆอย่างระแวดระวัง…

 

_____แมวราตรีหมอบร่างลงต่ำเรี่ยพื้นมากขึ้น ส่วนหลังโค้งงอน้อยๆ… หนูโรเดนท์สองตัวนั้นอยู่ในระยะการโจมตีของมันแล้ว มันแค่กระโจนออกไปก็สามารถคว้ามื้อดึกของตนมาได้แล้ว…

 

_____“จิ๊ดจิ๊ด!” หนูโรเดนท์ราวกับทราบถึงอันตรายใกล้ตัวพลันหมุนตัวออกวิ่งโดยไม่สนอาหารในปากอีกต่อไป…

 

_____แมวราตรีพลันกระโดดออกมาจากพุ่มไม้ เพียงครู่เดียวก็ถึงร่างของหนูทั้งสองตัว

 

_____แมวราตรีหยอกล้อกับหนูโรเดนท์ทั้งสองที่ต่อสู้สุดชีวิตอย่างสนุกสนาน จนหนูตัวหนึ่งนอนหมดสติและอีกตัวโดนแมวราตรีกัดคอคาบไว้ในปาก ขณะที่เจ้าแมวคิดว่า ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ด้านหลังของมันกลับปรากฏเงาคนผู้หนึ่งอย่างไร้สุ้มเสียง…

 

_____“เมี๊ยว!” เจ้าแมวร้องเสียงหลงอย่างหวาดกลัวต่อจิตสังหารของบุคคลด้านหลังที่ทำให้มันพองขนไปทั้งร่าง…

 

_____ราวกับเห็นภาพซ้ำอีกครั้งที่แมวราตรีไม่สนใจหนูโรเดนท์ที่มันจับได้อีกต่อไป พลันกระโดดวูบไปทางต้นไม้ด้านข้างอย่างรวดเร็ว… สัญชาตญาณของสัตว์ทำให้มันรับรู้ได้ว่า ตนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมนุษย์ผู้นี้ ดังนั้นมันจึงเลือกที่จะวิ่งหนีเป็นอันดับแรกทันที…

 

_____ฉีหนานหัวเราะเบาๆ การเคลื่อนไหวของแมวราตรีนับว่ารวดเร็วมาก ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้มีสมรรถภาพร่างกายระดับ C อย่างเขาแล้ว มันก็แค่ลำบากเล็กน้อย…

 

_____ฉีหนานถีบตัวครั้งเดียวพลันกระโจนร่างไปทางแมวราตรีที่ร้องเสียงแหลมดังลั่น ทว่ามันกลับม้วนตัวหลบกลางอากาศจนหลุดรอดจากมือของเขาและวิ่งหนีจากไปอย่างคาดไม่ถึง…

 

_____ฉีหนานประหลาดใจมาก มิน่าเล่าแมวราตรีที่ไม่แข็งแกร่งนัก กลับแทบจะไม่เคยโดนคนจับตัวได้ เพราะร่างกายของมันยืดหยุ่นเช่นนี้นี่เอง…

 

_____ในป่ามีต้นไม้เรียงตัวอย่างหนาแน่น ฉะนั้นแมวราตรีที่มีความว่องไวและยืดหยุ่นเช่นนี้ ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับ B ยังจับมันได้อย่างยากลำบาก อีกทั้งผลตอบแทนที่ได้ยังไม่คุ้มเสี่ยง ฉะนั้นจึงแทบจะไม่มีใครล่าสัตว์ประเภทนี้อีก…

 

_____ฉีหนานหักนิ้วมือด้วยความสนใจ… การประมือกับแมวราตรีเมื่อครู่ถึงจะไม่อาจทำร้ายโดยตรงได้ แต่ก็ทำให้เขารู้ถึงความยืดหยุ่นของแมวราตรี

 

_____ขณะนี้แมวตัวนั้นกำลังนอนหมอบอยู่บนกิ่งไม้พลางร้องเหมียวมาทางฉีหนานด้วยความโกรธคล้ายกับไม่พอใจมากที่มนุษย์ผู้นี้รบกวนการล่าเหยื่อของตน…

 

_____จากระยะห่างขนาดนี้ ฉีหนานไม่มีทางโจมตีไปถึงแมวตัวนั้นแน่นอน บางทีแมวราตรีเองก็รู้เช่นกัน เพราะนอกจากมันจะไม่หนีแล้ว ยังนอนแสยะยิ้มเยาะเย้ยมาให้ฉีหนานจากบนกิ่งไม้อีกด้วย…

 

_____“หึหึ… หาเรื่องงั้นหรือ? คอยดูฉันจัดการแกให้ดีล่ะกัน!” ฉีหนานส่งเสียงหัวเราะหึๆ ก่อนจะกระโจนไปทางแมวราตรีอย่างรวดเร็ว… การทะเลาะกับลั่วซิวเจ๋อเมื่อสักครู่ลำบากมากจริงๆ ช่วงแรกยังดีอยู่เพราะลั่วซิวเจ๋อต้องการให้เขาคุ้นเคยกับร่างกายของตนเสียก่อนจึงออมมือให้ในแบบนายต่อยมาฉันต่อยกลับคล้ายเพื่อนสนิทกัน ทว่าหลังจากนั้นอีกฝ่ายก็ลงมือเต็มแรงและท้ายที่สุดตัวเขาก็โดนอีกฝ่ายกดติดพื้นและตบก้นไม่ยั้งอย่างน่าอับอายสิ้นดี…

 

_____ไม่ว่าผู้ใดล้วนไม่ชมชอบการใช้กำลัง… กับเจ้าเงือกบ้าที่แข็งแกร่งนั่น ฉีหนานยอมรับได้ ทว่ากับเจ้าแมวตัวนี้ที่กล้าส่งเสียงเยาะเย้ยใส่เขานั้น หากเขายังทนได้ก็ไม่ใช่ลูกผู้ชายแล้ว!

 

_____แมวราตรีตื่นตกใจทันทีที่เห็นฉีหนานกระโดดเข้าใส่จนออกวิ่งอีกครั้ง มันรู้ตัวเองดีว่า ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉีหนาน มันแค่เห็นอีกฝ่ายติดอยู่ใต้ต้นไม้จึงเผลอทำท่าเยาะเย้ยใส่ นึกไม่ถึงว่า มนุษย์ที่ดูสง่างามผู้นี้จะความอดทนต่ำเสียได้ มันส่งเสียงเยาะเย้ยไม่กี่ครั้ง ใยต้องตามล่าราวกับหากไม่ตายก็ไม่เลิกราเช่นนี้เล่า! เจ้ารบกวนตอนข้ากินข้าว ข้ายังไม่พูดอะไรเลยนะ!

 

_____เจ้าแมวน้ำตาไหลนองหน้า หากมันรู้ว่า มนุษย์ผู้นี้จะใจแคบถึงเพียงนี้ มันย่อมไม่กล้าส่งเสียงท้าทายอีกแล้ว…

 

_____“เมี๊ยว!” เจ้าแมวร้องเสียงหลงพลางกระโดดข้ามกิ่งไม้อย่างรวดเร็ว… หลังจากทลายขีดจำกัดได้สำเร็จ ฉีหนานเองก็มีความมั่นใจมากขึ้นจึงรีบตามไปโดยอาศัยแรงดีดตัวที่เหนือกว่าของตน เพียงไม่นานก็เกือบจะจับเจ้าแมวราตรีตรงหน้าได้แล้ว…

 

_____“ฮ่าฮ่าฮ่า… ดูสิว่าแกจะหนีไปไหนได้! ถ้าฉันจับแกได้ ฉันจะจับแกโกนขนทั้งตัว!” ฉีหนานเปล่งเสียงหัวเราะเย็นเยียบออกมา

 

_____เจ้าแมวร้องเมี๊ยวดังลั่นพลางวิ่งสลับกระโดดอย่างต่อเนื่อง จนแทบจะวิ่งเพียงไม่กี่ก้าวก็ข้ามกิ่งไม้ไปได้แล้ว

 

_____สีหน้าของฉีหนานที่วิ่งตามหลังมาพลันตื่นเต้นประหลาดใจทันที… เมื่อครู่เขาอยู่ใกล้กับเจ้าแมวตัวนั้นมาก อีกไม่กี่ก้าวก็จะสามารถ…

 

_____อ๊าก!!!

 

_____ทันใดนั้นก็เกิดเสียงกรีดร้องขึ้นดังลั่น!

 

_____“เจ้าโง่เอ้ย…” ลั่วซิวเจ๋อที่เพิ่งจัดการมังกรโม่เสร็จและหันกลับมาสังเกตเห็นฉีหนานเข้าพอดี สีหน้าอับอายราวกับทนมองไม่ได้ บนหน้าผากปรากฏเส้นเอ็นสีเขียวขึ้น นึกสงสัยจับใจ… ทั้งๆที่รูปร่างหน้าตาของฉีหนานก็ตรงกับรสนิยมของเขา แต่จะสอนเจ้าโง่คนนี้ให้เป็นยอดฝีมือระดับสูงให้ได้ มันยากเกินไปหรือไม่?

 

_____เขาลอบเบ้หน้าและไม่คิดจะสนใจใช้พลังจิตดูสภาพน่าอนาถของฉีหนานอีก อย่าคิดว่าแข็งแกร่งขึ้นแล้วจะไร้เทียมทาน… แมวราตรีที่อ่อนแอถึงเพียงนั้นจะมอบบทเรียนให้เจ้าเอง ทำให้เจ้ารู้ว่า อะไรคือมีความสุขมากจนเกิดความทุกข์!

 

_____“โอย… เอวฉัน…” ฉีหนานนอนบนพื้นด้วยสีหน้าเจ็บปวดทรมาน มือก็นวดเอวของตนอยู่นานแต่ก็ยังลุกไม่ขึ้น

 

_____“เมี๊ยวเมี๊ยว!” แมวราตรีที่เมื่อครู่ถูกเขาไล่ล่าจนหนีหางจุกตูด กลับร้องเหมียวอย่างมีความสุขขณะนั่งมองอยู่บนกิ่งไม้ไม่ไกลจากเขานัก

 

_____ฉีหนานรู้สึกเหมือนตัวเองจะเห็นสีหน้าเย้ยหยันของเจ้าแมวตัวนั้น

 

_____เห็นได้ชัดว่า แมวกับคนไม่อาจเทียบกันได้ แมวสามารถเดินบนกิ่งไม้ได้อย่างปลอดภัย ส่วนมนุษย์นั้นอาจกระดูกหักเอาได้ ฉีหนานเพิ่งทราบถึงการมีความสุขมากจนเกิดความทุกข์… ดันติดกับของเจ้าแมวตัวนั้นเสียได้ เจ้าแมวบ้าตัวนั้นเลือกที่จะวิ่งบนกิ่งไม้ที่แข็งแรงมากมาตลอด มีเพียงเมื่อครู่ที่เป็นกิ่งไม้เปราะบาง ทันทีที่ฉีหนานเหยียบลงบนกิ่งไม้ก็จะร่วงลงไปอย่างไม่ทันตั้งตัว

 

_____รสชาติของการตกจากต้นไม้สูงยี่สิบกว่าเมตรเป็นเช่นไรหรือ? ดูสภาพของฉีหนานในตอนนี้ก็รู้แล้ว

 

_____แม้จะไม่ถึงกับกระดูกหักหรืออวัยวะภายในบอบช้ำ แต่ก็ไม่อาจหนีความเจ็บปวดพ้นได้

 

_____“เมี๊ยวเมี๊ยว!” เจ้าแมวชั่วตัวนั้นยังนั่งอยู่บนกิ่งไม้ ส่งเสียงร้องเหมียวพลางแกว่งหางไปมา… ช่างชั่วร้ายเสียจริง…

————————