0 Views

บทที่ 2

______หากมีคนถามลั่วซิวเจ๋อว่า เขาเป็นเงือกจอมอาฆาตหรือไม่?

 

______ลั่วซิวเจ๋อคงตอบคุณได้อย่างมั่นใจว่า ใช่!

 

______เดิมทีเขาก็ไม่คิดว่า การอาฆาตเป็นนิสัยที่ไม่ดีตรงไหน ขอเลียนแบบคำพูดหนึ่งที่ว่า หากใช้ความดีตอบแทนความชั่วร้ายที่ได้รับ แล้วจะใช้สิ่งใดตอบแทนความดีเล่า?

 

______หากกล่าวว่าเขาทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่จะไม่ให้เขาตอบโต้กลับไปหรือไร?

 

______ดังนั้นเขาจะลงมือตอบโต้หุ่นยนต์สีดำที่เกือบโจมตีโดนเขาแน่นอน…

 

______พลังจิตของเผ่าเงือกนั้นไม่ใช่เพียงแค่ใช้เฝ้ามองสถานการณ์ในสนามรบเท่านั้น ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ขอเพียงมีพลังจิตที่แข็งแกร่งพอ ก็สามารถกลายเป็นอาวุธสังหารอันไร้ร่องรอยได้เช่นกัน…

 

______แบบไหนถึงเรียกว่าสถานการณ์ฉุกเฉินงั้นหรือ? ตอนนี้น่ะใช่แน่นอน!

 

______เมื่อเผชิญหน้ากับหุ่นยนต์ที่แข็งแกร่ง เขาก็เป็นเพียงนายเงือกที่อ่อนแอตนหนึ่ง อาวุธที่ใช้งานได้มีเพียงพลังจิตเท่านั้น

 

______จากที่เขาสำรวจเมื่อสักครู่ พบว่า หุ่นยนต์ทั้ง 5 ตัวมีคลื่นพลังจิตอ่อนๆแผ่ออกมาอย่างปั่นป่วน โดยเฉพาะยามที่หุ่นยนต์เหล่านั้นใช้การเคลื่อนไหวที่ซับซ้อน ความปั่นป่วนของพลังนั้นยิ่งเด่นชัดมากขึ้น…

 

______ทว่าเมื่อเทียบระหว่างพลังจิตของอีกฝ่ายกับพลังจิตของเขาแล้ว มันก็เหมือนกับคูน้ำเล็กๆกับทะเลกว้าง เขาสามารถฆ่าอีกฝ่ายได้ในพริบตาด้วยซ้ำ!

 

______เพ่งพลังจิตของตนเองให้กลายเป็นหนามแหลมหนึ่งอันพุ่งตรงไปทางหุ่นยนต์สีดำตัวนั้นที่ภายในมีชายร่างผอมสูงกำลังปรึกษากับเพื่อนร่วมทีมถึงวิธีอัดหุ่นยนต์สีเทาให้ร่วงลงไปอย่างสนุกสนาน… ทว่าในวินาทีถัดมา ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างฉับพลันและแน่นิ่งไปบนที่นั่งของเขา…

 

______หุ่นยนต์ที่เขาบังคับจึงร่วงกลางอากาศลงสู่พื้นน้ำอย่างรุนแรงจนเกิดการระเบิดขึ้น ทำให้ชายร่างผอมสูงคนนั้นถูกเผาเป็นตอตะโกในทันที…

 

______“บ้าเอ๊ย! เค่อหลัวเอ่อร์เป็นอะไรไปน่ะ?” ชายร่างสูงใหญ่ผิวคล้ำและเส้นผมหยิกสีดำผู้บังคับหุ่นยนต์สีดำอีกตัวจ้องมองหุ่นยนต์ของเพื่อนที่ร่วงผล็อยกลางอากาศเสียดื้อๆแบบนั้นอย่างตกตะลึง…

 

______“ลอบโจมตี! มีคนลอบโจมตี!” หญิงสาวหัวล้านท่าทางดุร้ายตะโกนลั่นพลางทุบกำปั้นลงบนแผงควบคุมด้วยความโกรธ

 

______“บ้าฉิบ! ไม่เห็นตัวศัตรู เรดาร์ก็จับสัญญาณไม่ได้เลย!” ชายชราผมสีดอกเลา มีดวงตาเพียงข้างเดียวสบถเสียงแหบ…

 

______“ไม่ต้องสน! โจมตีกลับไป!” สตรีหัวล้านคำรามด้วยความโกรธและเปิดใช้ระบบอาวุธเลเซอร์ของหุ่นยนต์ ก่อนจะยิงลำแสงเลเซอร์ออกมาจำนวนนับไม่ถ้วนไปรอบทิศทาง… ไม่จำเป็นต้องทำร้ายคนได้สำเร็จ แค่หวังไล่ให้ศัตรูที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดโผล่หัวออกมา…

 

______สตรีหัวล้านไม่รู้ว่า ชายร่างผอมสูงคนนั้นถูกพลังจิตของนายเงือกเจาะเข้าสมองจนตาย เธอเข้าใจผิดว่า รัฐบาลกลางได้ประดิษฐ์อาวุธชิ้นใหม่ออกมาอีก ถึงฆ่าเพื่อนของพวกเขาได้อย่างไร้ร่องรอยเช่นนี้… สิ่งเดียวที่ทำให้พวกเขาวิตกกังวลคือ อาวุธของอีกฝ่ายดูเหมือนว่าจะล่องหนได้… สตรีหัวล้านเพียงแค่รู้สึกว่า หากพวกเขาระดมยิงแสงเลเซอร์ออกมามากมายเช่นนี้ อีกฝ่ายจะต้องเผยตัวออกมาอย่างแน่นอน…

 

______ขอเพียงไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายใช้อาวุธที่น่ากลัวนั่นอีกครั้งก็โอเคแล้ว ชายร่างผอมคนนั้นไม่ได้เตรียมป้องกันไว้ถึงโดนจัดการอย่างง่ายดาย แต่ตอนนี้พวกเขาระมัดระวังตัวและสั่งให้หุ่นยนต์ทั้ง 3 ตัวระดมยิงอย่างต่อเนื่องขนาดนี้ นอกจากว่าอีกฝ่ายจะสามารถป้องกันการโจมตีขณะล่องหนอยู่ได้แล้วล่ะก็ ยังไงก็ต้องถูกพวกเขาพบอย่างแน่นอน!

 

______“พี่สาว! ไม่พบศัตรู!” ชายผิวคล้ำยิ่งกังวลมากขึ้นเมื่อไม่พบร่องรอยของศัตรูเลย…

 

______ผู้ใดได้พบเจอกับการตายอย่างลึกลับของเพื่อนร่วมงานเช่นนี้คงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกถึงหายนะที่คืบคลานเข้ามาใกล้…

 

______“ไม่สนแล้ว! ถอนตัว! ปล่อยไอ้เด็กนี้ไปก่อน! รอพวกพี่ใหญ่มาแล้วค่อยเก็บพวกมันทีหลัง!” ผู้หญิงหัวล้านสั่งด้วยความโกรธแค้น ไม่พบร่องรอยของอีกฝ่ายก็หมายความว่า พวกตนจะตกเป็นเป้าโจมตีเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ การระมัดระวังตัวก็ไม่สามารถทำได้ตลอดเวลา… ไม่ต้องพูดถึงสภาพร่างกายและจิตใจของพวกเขาว่าจะทนต่อบททดสอบเช่นนี้ได้หรือไม่ เพราะพลังงานของหุ่นยนต์ไม่มีทางทนอยู่ได้นานขนาดนั้นแน่นอน…

 

______ท่าทางของหุ่นยนต์ทั้ง 3 ตัวคล้ายจะถอนตัว ทว่าลั่วซิวเจ๋อที่เพิ่งเกือบโดนฝนเลเซอร์ของพวกเขาโจมตีใส่ไม่อาจปล่อยให้พวกเขากลับไปโดยสวัสดิภาพได้…

 

______“เยี่ยมมาก พวกเจ้ายั่วโมโหข้าสำเร็จแล้ว…” ลั่วซิวเจ๋อหัวเราะเบาๆด้วยความโกรธ เดิมทีเขาตั้งใจจะโจมตีแค่คนที่เกือบเล่นงานตน แต่นึกไม่ถึงว่า อีก 3 ตัวที่เหลือจะอยากตายไปด้วยกัน…

 

______อีกฝ่ายคงคิดว่า ฝนเลเซอร์เมื่อสักครู่จะสร้างปัญหาใหญ่ให้เขา แท้จริงแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะเขารู้จักใช้พลังจิตเปลี่ยนทิศทางของแสงเลเซอร์มากมายที่พุ่งใส่เขา ป่านนี้คงติดกับไปแล้ว…

 

______ลั่วซิวเจ๋อไม่ปล่อยให้พวกคนที่พยายามเอาชีวิตของเขาจากไปอย่างสบายใจเช่นนี้ได้ มันไม่เหมาะกับนิสัยอาฆาตของเขามากเกินไปหน่อย…

 

______หลังจากการลอบโจมตีเมื่อสักครู่ เขาก็ดูออก… จริงอยู่ที่หุ่นยนต์เหล่านั้นแข็งแกร่ง แต่น่ากลัวแค่อาวุธพลังงานเท่านั้น แม้เปลือกนอกจะแข็งแกร่งมาก ทว่าเมื่อเจอกับพลังจิตของเขาก็ไม่ต่างจากแผ่นกระดาษเลย…

 

______หรือก็คือ อาวุธพลังงานของอีกฝ่ายสร้างปัญหาให้กับการใช้พลังจิตของเขา… แต่ปัญหาคือ อีกฝ่ายจะสามารถตรวจหาทิศทางที่เขาโจมตีด้วยพลังจิตเจอแล้วโจมตีสวนกลับมาได้หรือไม่?

 

______ชัดเจนว่าเป็นไปไม่ได้…

 

______ดังนั้นภายใต้การลอบโจมตีของลั่วซิวเจ๋อ หุ่นยนต์สีดำทั้ง3ตัวจะร่วงลงจากฟ้าและจมสู่ใต้ท้องทะเลสีครามได้ไม่ยากเลย…

 

______******

 

______“ฉันต้องกำลังฝันไปแน่ๆ…” ด้านในหุ่นยนต์สีเทาเกือบพังที่ยังลอยอยู่บนฟากฟ้า ฉีหนานอ้าปากค้าง ทำหน้าเหมือนกำลังฝันกลางวันอยู่…

 

______ในฐานะพลทหารธรรมดาคนหนึ่งแห่งกองทหารลาดตระเวณ ฉีหนานรู้ดีถึงความไร้ประโยชน์ของตนเองมาโดยตลอด สมรรถภาพร่างกายธรรมดา พลังจิตห่วยแตกถึงที่สุดแทบจะใกล้เคียงกับคนธรรมดาเลยทีเดียว… อันที่จริงระดับสมรรถภาพร่างกายขั้น D กับระดับพลังจิตขั้น F ก็ไม่เลวร้ายนัก มันมากพอที่จะเข้ากองทัพได้แล้วไม่ใช่เหรอ… พวกคนตระกูลฉีที่อาศัยในเมืองหลวงมักกล่าวว่า คุณสมบัติระดับนี้จะถูกผู้คนดูถูกอย่างแน่นอน ทำให้สถานการณ์ในครอบครัวที่เดิมทีพ่อแม่ของฉีหนานแต่งงานกันด้วยเหตุผลทางการเมืองนั้นแทบไม่มีความรู้สึกใดๆต่อกัน และยิ่งให้กำเนิดบุตรที่มีคุณสมบัติระดับนี้อีก ทำให้การทะเลาะกันของสามีภรรยาคู่นี้รุนแรงมากขึ้นแน่นอน…

 

______ชีวิตการแต่งงานร้าวฉาน มีสาเหตุมาจากการเกิดของเด็กที่แทบจะไร้ความสามารถคนหนึ่ง ดังนั้นจึงไม่แปลกนักที่ฉีหนานจะถูกปล่อยปละละเลย ไม่สิ… ไม่ควรเรียกว่าปล่อยปละละเลย… ถ้าจะมีคำที่ใช้บรรยายถูกต้องที่สุดก็คือ… เนรเทศ

 

______ถูกส่งไปยังดินแดนที่ห่างไกลจากเมืองหลวง กลายเป็นเด็กที่ไม่ได้รับการยอมรับ… ตั้งแต่นั้นมา ฉีหนานกับตระกูลฉีในเมืองหลวงก็ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆต่อกันอีก…

 

______นับเป็นโชคดีของฉีหนานที่ความหลงใหลเข้าขั้นบ้าคลั่งในชื่อเสียงเกียรติยศของตระกูลฉียังไม่ถึงขั้นปล่อยให้เด็กคนหนึ่งอดตายได้ ดังนั้นชีวิตในวัยเด็กของฉีหนานจึงไม่เลวร้ายมากนัก อย่างน้อยเสื้อผ้าอาหารก็ไม่เคยขาด บางทีพวกลูกศิษย์ของตระกูลในเมืองหลวงพวกนั้นจะทำตัวเลวร้ายมาก แต่เขาก็สามารถมีชีวิตอยู่จนอายุครบ 18 ปีได้อย่างปลอดภัย…

 

______น่าเสียดายที่ตระกูลฉีคิดว่าการดูแลเขาควรจบลงเพียงเท่านี้… เมื่อเขาโตเป็นผู้ใหญ่ จึงไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับตระกูลฉีอีก เขาต้องดูแลตัวเองเท่านั้น…

 

______ในฐานะที่เขาเป็นคนหนึ่งที่แทบไม่มีพิเศษใดๆ… ด้วยสมรรถภาพร่างกายและพลังจิตเช่นนี้สามารถผ่านมาตรฐานเข้าร่วมกองทัพในระดับคนธรรมดาได้อย่างหวุดหวิด… ฉีหนานคิดว่า การได้เข้าร่วมกองทัพเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขาแล้ว…

 

______ที่พักและอาหารฟรี ค่าจ้างสูง นอกจากนานๆครั้งจะต่อสู้เสี่ยงชีวิตกับพวกโจรสลัดอวกาศแล้ว การเป็นทหารของรัฐบาลกลางอันยิ่งใหญ่ก็ไม่เห็นจะมีอะไรไม่ดีตรงไหน…

 

______ยิ่งไม่พูดถึงดาวเคราะห์ที่สามารถอาศัยอยู่นับร้อยดวงที่ครอบครอง  และประชากรหลายพันล้านคนที่มีผู้หญิงเพียงไม่กี่พันคน ทว่าก็สามารถใช้ประชากรชาวเงือกมาทดแทนได้ และหากทหารได้รับความดีความชอบมากก็จะมีโอกาสได้รับชาวเงือกไป 1 ตัวด้วย!

 

______ฉีหนานอยากมีเงือกสักตนหนึ่งมาก… หรือก็คือ เขาอยากเพลิดเพลินกับความอบอุ่นในบ้านหลังเล็กแบบนั้นสักครั้ง…

 

______ตัวเขาในวัยเด็กไม่เคยได้รับความรักเช่นนั้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เขาจะไม่โหยหาความรัก… เขาเคยลองจินตนาการหลายครั้งว่า หากเขาได้รับนางเงือกสักตนแล้ว เขาจะดูแลทะนุถนอมอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยนเช่นไร… น่าเสียดายนัก ที่สุดท้ายมันก็เป็นเพียงแค่จินตนาการเท่านั้น ตั้งแต่เขาเข้าร่วมกองทัพมาตลอด 5 ปี จนอายุ 23 ปี เขาแค่เลื่อนขั้นเป็นพลทหารอากาศเท่านั้น…

 

______ตลอดเวลา 5 ปีที่เขาเป็นทหารคนหนึ่ง เขาสาบานได้ว่า เขาไม่เคยเจอเหตุการณ์แปลกประหลาดเช่นวันนี้มาก่อน…

 

______เขาย่อมเคยโดนพวกโจรสลัดอวกาศโจมตีมาก่อนและมีหลายครั้งที่เขาเกือบตาย ทว่าไม่เคยมีครั้งไหนที่ทำให้เขาสิ้นหวังเท่าวันนี้เลย…

 

______อุปกรณ์สื่อสารก็โดนทำลายไปก่อนแล้ว ทำให้เขาไม่มีวิธีส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ อีกทั้งยังโดนหุ่นยนต์ของกลุ่มโจรสลัดอวกาศหัวกะโหลกสีเลือดตั้ง 4 ตัวรุมอีก จนระบบควบคุมของเขาพังไปอีก เขานึกว่าตัวเองคงต้องตายแน่นอนแล้ว… คิดไม่ถึงว่า วินาทีต่อมาจะเกิดเรื่องมหัศจรรย์มาพลิกสถานการณ์ได้!

 

______หุ่นยนต์ที่ไล่ล่าเขาซึ่งเป็นตัวใกล้ที่สุดอยู่ๆก็ร่วงตกลงไปจากฟ้า จากนั้นหุ่นยนต์อีก 3 ตัวก็เริ่มสาดแสงเลเซอร์ไปทั่วอย่างบ้าคลั่ง ทว่าหลังจากนั้นเพียงไม่กี่นาที หุ่นยนต์ทั้ง 3ก็ร่วงลงน้ำดังตูมตามราวกับเกี๊ยวน้ำอันหนึ่งที่ถูกทะเลกลืนกินไป…

 

______ฉีหนานกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก… แน่นอน เขาไม่โง่ขนาดจะคิดว่าตัวเองปล่อยพลังจิตมหาศาลออกมาหรอก… ในสถานการณ์ที่หุ่นยนต์ทั้ง4ตกลงสู่ทะเลโดยไม่ทราบสาเหตุเช่นนี้ และเมื่ออีกฝ่ายทำลายแค่หุ่นยนต์หัวกะโหลกสีเลือดเท่านั้น แล้วเหตุใดถึงไม่ปรากฏตัวออกมาเล่า?

 

______หุ่นยนต์ของเขาเป็นเพียงหุ่นยนต์ลาดตระเวนธรรมดาๆ… ผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่บนโลกสามารถใช้หุ่นยนต์ในการยืนยันตัวตนของเขาได้… ในเมื่ออีกฝ่ายช่วยเขาแล้วทำไมถึงไม่แสดงตัวออกมา?

 

______ฉีหนานยกมือขึ้นลูบใบหน้าอย่างอดไม่ได้… การหลบหนีเมื่อสักครู่ทำให้เขาใช้พลังจิตจนถึงขีดสุดแล้ว เป็นเพียงพลังจิตระดับ F จะใช้ได้มากสักแค่ไหนกันเชียว ยามนี้ใบหน้าของเขาจึงซีดขาวและเต็มไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบ ถ้าไม่ใช่เพราะบุคคลที่แอบอยู่ในเงามืดยังไม่อาจรู้ได้ว่าเป็นมิตรหรือศัตรู เขาคงเก็บหุ่นยนต์ทันทีและนอนพักสักระยะ…

 

______เมื่อคิดแล้วคิดอีก ฉีหนานก็เปิดลำโพงของหุ่นยนต์… “ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร… ผมขอขอบคุณที่ช่วยชีวิตผม ผมชื่อ ฉีหนาน ทหารหน่วยลาดตระเวนของโลก สังกัดกองที่7 หน่วยที่23! ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือให้มาหาผม ขอเพียงไม่ขัดต่อกฎหมาย ผมจะช่วยคุณเท่าที่ทำได้!”

 

______ลั่วซิวเจ๋อที่หลบอยู่หลังโขดหินนั้น เมื่อได้ยินคำพูดของฉีหนานก็เลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ… ตอนนี้เขากำลังสับสนกับสถานการณ์อยู่… ในเมื่ออีกฝ่ายกระตือรือร้นเสนอตัวมาช่วยเหลือเช่นนี้ งั้นเขาก็ไม่เกรงใจล่ะ…

 

______“สวัสดี” เขาว่ายอ้อมโขดหินอย่างคล่องแคล่วพลางใช้พลังจิตส่งคำทักทายไปหาฉีหนาน…

—————-

 

ยินดีต้อนรับจ้า 🙂