0 Views

บทที่ 19

_____ใบหน้าของลั่วซิวเจ๋อยังคงแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มอย่างอารมณ์ดี ไม่มีแม้แต่รอยยับบนเสื้อผ้าด้วยซ้ำ… เขาสะบัดหางฟาดลงไปบนบั้นท้ายของฉีหนานดุจแส้ครั้งแล้วครั้งเล่าพลางเอ่ยปนหัวเราะว่า “พอแล้วหรือ? ข้าพอแล้วซะที่ไหนกัน?”

 

_____สีหน้าของฉีหนานดูเจ็บแค้นใจมาก… บ้าจริง! บัดนี้สมรรถภาพร่างกายของตนพัฒนาขึ้นเป็นระดับ C แล้ว แต่เมื่อเผชิญหน้ากับเจ้าเงือกประหลาดตนนี้กลับไม่สามารถขัดขืนอะไรได้… หากเมื่อครู่อีกฝ่ายไม่ยั้งมือไว้ล่ะก็ เขาคงโดนตบกระเด็นไปตั้งนานแล้ว…

 

_____ฉีหนานไม่ใช่คนโง่ที่คาดเดาเรื่องนี้ไม่ออก… เขาไม่รู้ว่า ลั่วซิวเจ๋อใช้วิธีไหนช่วยเขาในครั้งนี้ ทว่าการที่สามารถทำลายขีดจำกัดของยีนและทำให้เขาพัฒนามาถึงระดับ Cได้นั้นไม่ใช่เรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ไม่มีวิธีใดที่จะไม่ต้องจ่ายสิ่งตอบแทนอันยิ่งใหญ่…

 

_____ฉีหนานไม่รู้ว่า ลั่วซิวเจ๋อใช้สิ่งใดถึงสามารถทำให้ตนทลายขีดจำกัดได้สำเร็จ… เขาได้รับไมตรีนี้แล้ว ทว่ากับเจ้าเงือกวิปริตที่ชอบใช้หางตบก้นของเขาอย่างสนุกสนานตนนี้นั้น เขาเอ่ยคำขอบคุณออกมาจากปากไม่ได้จริงๆ…

 

_____“ถึงคุณจะช่วยผม… ก็ไม่อาจ… ไม่อาจ…” ฉีหนานพูดตะกุกตะกักด้วยเสียงที่แผ่วเบาลงเรื่อยๆจนแทบไม่ได้ยิน…

 

_____“เอ๋? ไม่อาจอะไรหรือ?” ลั่วซิวเจ๋อหยุดตีพลางจ้องมองฉีหนานที่พวงแก้มสองข้างขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความสนใจ

 

_____ฉีหนานพลันหันหน้าหนีด้วยความขุ่นเคืองพลางพูดเสียงอู้อี้ว่า “ขอบคุณที่ช่วยผมไว้ แต่คุณเลิกตีก้นผมได้หรือยังล่ะ!”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ “นั่นย่อมไม่ได้… เจ้าคิดว่า เหตุใดข้าถึงช่วยเจ้าล่ะ?”

 

_____ฉีหนานหันหน้ากลับมามองเขาอย่างไม่เข้าใจ…

 

_____“เจ้าคิดว่า… ของล้ำค่าที่ช่วยเจ้าทลายขีดจำกัดราคาเท่าใดหรือ?” ลั่วซิวเจ๋อเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยอย่างช้าๆ…

 

_____สีหน้าของฉีหนานพลันแข็งเกร็ง… ของล้ำค่าเช่นนี้ย่อมเป็นสมบัติหายากที่ร้อยปีจะพบเห็นสักครั้งแน่นอน… ลั่วซิวเจ๋อเอามาใช้กับตัวเขาเช่นนี้ เขายังรู้สึกผิดคาดจนถึงตอนนี้…

 

_____เมื่อเห็นสีหน้าเช่นนี้ของฉีหนาน ลั่วซิวเจ๋อก็รู้สึกพึงพอใจมาก… ดีมาก… ไม่ใช่หมาป่าตาบอดก็ดีแล้ว… เขายื่นมือตบลงบนบั้นท้ายที่เด้งกำลังดีของฉีหนาน… “เจ้ารู้ราคาของมันก็ดีแล้ว… ข้ามอบของล้ำค่าถึงเพียงนี้แก่เจ้าแล้ว เจ้าอยากขายร่างกายชดใช้หนี้หรือไม่?”

 

_____ฉีหนานมองลั่วซิวเจ๋อด้วยสีหน้าสยดสยอง สองมือเผลอยกขึ้นกอดอกตามสัญชาตญาณ ทำท่าเหมือนจะป้องกันตัวจากพวกโรคจิตเสียอย่างนั้น…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเปล่งเสียงหัวเราะออกมา ฉีหนานพลันหน้าแดงก่ำทันที… เขารู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งจะโดนลั่วซิวเจ๋อสิงร่างไปชั่วขณะอย่างแน่นอน มิฉะนั้นจะเข้าใจคำพูดของลั่วซิวเจ๋อที่ว่า ‘ขายร่างกายชดใช้หนี้’ เป็นอยากชวนเขาขึ้นเตียงได้อย่างไรกันเล่า?

 

_____ฉีหนานรู้ดีว่า รูปร่างของตนนั้นไม่เลว… เรียกได้ว่า ‘หล่อเหลาขั้นเทพ’เลยทีเดียว… ทว่าเมื่อเทียบกับลั่วซิวเจ๋อแล้วช่างแตกต่างราวกับก้อนเมฆบนฟ้าและผืนปฐพีเสียจริง…

 

_____ด้วยรูปลักษณ์และพลังของลั่วซิวเจ๋อนั้น แค่กระดิกนิ้วก็มีผู้คนนับไม่ถ้วนอยากร่วมต่อสู้แย่งกันปีนขึ้นเตียงของเขาแล้ว… จะมาสนใจตัวเขาได้อย่างไรกัน…

 

_____ฉีหนานสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เก็บความขุ่นเคืองลึกๆนี้ลงไปในใจก่อนจะจ้องมองลั่วซิวเจ๋อด้วยสีหน้าจริงจัง… “นั่นมัน… ผมรู้ว่าคุณกำลังล้อผมเล่นหรอก”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเลิกคิ้วขึ้น… ล้อเล่นงั้นหรือ? เขาไม่ได้ล้อเล่น… ในเมื่อฉีหนานไม่ยอมรับ งั้นก็แล้วแต่เขาล่ะกัน… ถึงอย่างไรเขาก็ยังไม่คิดจะลากเจ้าหมอนี่ขึ้นเตียงในตอนนี้ ส่วนอนาคตจะได้เป็นคู่ชีวิตของตนหรือไม่นั้น คงต้องดูต่อไปก่อน…

 

_____ฉีหนานเห็นสีหน้ายิ้มไม่ออกของลั่วซิวเจ๋อแล้วพลันรู้สึกพูดอะไรไม่ออกอีกต่อไป… เขาขอบคุณลั่วซิวเจ๋อแล้ว แต่แค่คำขอบคุณปากเปล่าจะช่วยอะไรได้เล่า? อยากตอบแทนคนคนหนึ่งก็ต้องลงมือทำถึงจะใช้ได้… ต่อให้ตบปากตัวเองจนบวมก็ไม่มีความหมาย…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเคยพูดว่า เขาอยากไปเมืองหลวง…  แม้ว่าฉีหนานจะเกลียดชังสถานที่แห่งนั้นมาก แต่เพื่อตอบแทนบุญคุณแล้ว เขาจะยอมไปก็ได้… ถึงยังไงตระกูลฉีคงลืมเลือนเขาไปเรียบร้อยแล้ว ผ่านมาตั้งหลายปี นอกจากแม่นมคนนั้น เขาก็ไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลฉีอีก…

 

_____หลังจากเขาอายุครบ 18 ปี แม่นมคนนั้นก็ลาออกไป… ไม่ว่าจะมองยังไง เขาที่เป็นเพียงนายร้อยตรีเล็กๆบนดาวเคราะห์ปลายแถวก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับตระกูลฉีในเมืองหลวงอีกต่อไป!

 

_____ฉีหนานยกมือขึ้นลูบใบหน้า… “ถึงผมจะไม่คิดว่า ผมจะสามารถผ่านการสอบเข้าโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งได้ แต่เห็นแก่ที่คุณช่วยให้ผมเพิ่มระดับสมรรถภาพร่างกาย ผมจะพยายามสักครั้งล่ะกัน… แต่ผมขอเตือนคุณก่อน ผมไม่รับรองถึงผลลัพธ์    ในท้ายที่สุด ถ้าผมพลาด คุณจะตำหนิผมไม่ได้นะ”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้… ด้วยความสามารถที่ซ่อนเร้นอยู่ของฉีหนาน ถ้ายังไม่สามารถเข้าโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งได้ก็บ้าแล้ว… ยามนี้สิ่งที่เขาควรทำคือ การฝึกฝนไม่หยุด ฝึกฝนจนกว่าจะสามารถทลายขีดจำกัดระดับ B ภายในช่วงเวลาสั้นๆให้ได้… ดังนั้นลั่วซิวเจ๋อจึงควรคิดหาวิธีสลายฤทธิ์ยาสะกดพลังจิตให้ได้…

 

_____ทั้งๆที่ผ่านมาหลายปีแล้ว แต่ฤทธิ์ยาตำรับนี้กลับไม่อ่อนลงไปเลย… การมีอยู่ของมันคล้ายกับเขื่อนที่กั้นทะเลพลังจิตของฉีหนานอย่างแน่นหนา… ถ้าหากลั่วซิวเจ๋อบุ่มบ่ามดึงพลังจิตของฉีหนานออกมาล่ะก็จะเหมือนกับการระเบิดเขื่อนและทำให้น้ำทะเลที่เก็บกักไว้ไหลทะลักออกมาในปริมาณมหาศาลและสร้างความเสียหายให้กับร่างกายอย่างมาก…

 

_____สำหรับฉีหนานแล้ว ถ้าร่างกายรับแรงกดดันจากพลังจิตไม่ไหวก็อาจกลายเป็นอัมพาตได้… ช่างเป็นเรื่องน่าขำเสียจริง…

 

_____“ดีแล้ว อย่าเสียเวลาอีกเลย ข้าต้องทำให้สมรรถภาพร่างกายของเจ้าเป็นระดับ B ให้เร็วที่สุด”

 

_____“ระดับ B หรือ? คุณพูดเล่น…” ฉีหนานพูดยังไม่ทันจบประโยคก็เงียบไป… ในเมื่อลั่วซิวเจ๋อสามารถทำให้เขาเลื่อนขึ้นเป็นระดับ C ได้ภายใน 2 วัน การจะทำให้เขาทลายขีดจำกัดเป็นระดับ Bก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้…

 

_____แต่เขานึกสงสัย ในเมื่อลั่วซิวเจ๋อมีของดีเช่นนี้อยู่ในมือ ทำไมถึงไม่ขายให้กับพวกตระกูลชั้นสูงกันล่ะ? ด้วยอำนาจของตระกูลชั้นสูงพวกนั้น ถ้าหากลั่วซิวเจ๋อต้องการให้ล้มล้างรัฐบาลหรือก่อจลาจลบนดาวเคราะห์ดวงนี้ เหล่าตระกูลชั้นสูงย่อมเต็มใจทำให้เขาอย่างแน่นอน…

 

_____เขาเป็นเพียงเด็กผู้ถูกทอดทิ้งของตระกูลฉี อีกทั้งยังไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับตระกูลอีก ต่อให้ลั่วซิวเจ๋ออยากหยิบยืมใช้อำนาจของตระกูลฉีย่อมเป็นไปไม่ได้ ฉะนั้น… เพราะอะไรเขาถึงมอบของล้ำค่าขนาดนี้ให้กับตนเองเล่า?

 

_____คิดดูแล้ว… ไม่เข้าใจก็ไม่คิดดีกว่า… การกังวลในเรื่องไร้สาระนั้นไม่ใช่นิสัยของฉีหนานเลย… ยังไงตัวเขาก็ใช่ว่าจะสูญเสียน้อย หากในอนาคตลั่วซิวเจ๋อสร้างปัญหาอะไรอีก อย่างมากก็แค่ลาออกจากการเป็นทหารไปเป็นโจรสลัดอวกาศกระมัง…

 

_____อยากพัฒนาร่างกายเป็นระดับ B เหลือเกิน จากนั้นเขาใยต้องกลัวว่าตัวเองจะต้องอดตายอีกเล่า!

 

_____เมื่อเข้าใจเรื่องทั้งหมดแล้ว ฉีหนานก็รู้สึกว่า แรงกดดันบนตัวพลันหายไป… เดิมทีเขายังเคยกังวลว่า หากสักวันลั่วซิวเจ๋อคิดว่าตัวเขาไร้ประโยชน์แล้ว จะกระตุ้นพลังจิตที่แฝงไว้ระเบิดสมองของเขาหรือเปล่า… แต่ว่าตอนนี้เหตุการณ์นั้นกลับไม่น่าจะเป็นไปได้แล้ว… ในเมื่ออีกฝ่ายมอบสมบัติล้ำค่าที่ช่วยพัฒนาพรสวรรค์ของร่างกายให้เขาทานเช่นนี้ย่อมไม่สังหารเขาง่ายๆแน่…

 

_____“เอาล่ะ ลุกขึ้นเร็ว!” ลั่วซิวเจ๋อลุกขึ้นยืน ก่อนจะใช้มือตบบั้นท้ายของฉีหนานอีกครั้ง…

 

_____ในใจของฉีหนานพลันรู้สึกประหลาด ทั้งๆที่ลั่วซิวเจ๋อก็ทำเหมือนเมื่อก่อน แต่ไม่รู้ทำไมเขากลับรู้สึกว่า ครั้งนี้มีบางอย่างที่ไม่เหมือนกัน… ดูเหมือนว่า ช่วงที่เขาไม่รู้สึกตัว ลั่วซิวเจ๋อจะมีท่าทีบางอย่างที่เปลี่ยนไป…

 

_____เขาลุกขึ้นยืนโดยแสร้งทำเป็นไม่รู้สึกอะไร พลางใช้มือปัดฝุ่นตามตัวเรื่อยมาจนถึงบั้นท้ายของตน ก่อนจะชะงักเล็กน้อยและรีบกลับเป็นปกติอย่างรวดเร็ว

 

_____เพิ่งผ่านการต่อสู้มาหมาดๆ พลังในตัวของเขาก็กลับมาสมดุลอีกครั้ง ก่อนหน้านี้ยังมีพลังบางส่วนควบคุมไม่ได้ระหว่างการต่อสู้เล็กน้อย  ความรู้สึกแปลกใหม่นี้ทำให้เขามั่นใจในตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม…

 

_____….แน่นอน เขาเลือกที่จะลืมว่าเพิ่งโดนลั่วซิวเจ๋ออัดมารอบหนึ่ง…

 

_____“ดีล่ะ งั้นงานพวกนี้ต่อไปให้เจ้าทำ… ระวังตัวด้วยล่ะ ข้าต้องไปทำงานระดับสูงให้เสร็จก่อน” ลั่วซิวเจ๋อเอ่ยจบประโยคก็ถีบตัวกระโดดหายไปในพุ่มไม้เสียแล้ว…

 

_____ฉีหนานยื่นมือออกไปพลางจ้องมองเงาหลังที่ลับหายไปของลั่วซิวเจ๋อ ได้แต่คำรามอย่างบ้าคลั่งในใจ ‘คุณให้ผมพักสักหน่อยจะตายหรือ! จะตายหรือไง!!’

 

_____คุณทิ้งผมกับมีดสั้นเล่มหนึ่งไว้ในป่าที่กว้างใหญ่เช่นนี้คิดอะไรอยู่กันแน่! เหล่าจื่อมีแค่สมรรถภาพร่างกายระดับCเท่านั้น ไม่มีหุ่นยนต์สักตัวก็สู้สัตว์ประหลาดพวกนั้นไม่ไหวนะ!

 

_____ลั่วซิวเจ๋อย่อมไม่ได้ยินเสียงคำรามในใจของฉีหนาน อันที่จริงเขาคิดว่าตัวเองช่างใจดีนัก นอกจากจะให้มีดสั้นเล่มหนึ่งกับฉีหนานแล้ว เขายังทิ้งเกลือหนึ่งถุงเล็กไว้ให้อีกฝ่ายด้วย

 

_____(ฉีหนาน: เหอเหอ… ผมควรจะขอบคุณคุณหรือไม่?)

 

_____ส่วนเรื่องแหล่งน้ำ… ในฐานะที่ฉีหนานเป็นทหารย่อมมองหาได้อยู่แล้ว ตอนนี้สิ่งที่จะทำร้ายฉีหนานได้ก็มีแต่พวกสัตว์ประหลาดในป่าเท่านั้น…

 

_____โอ้… ยังมีผู้คุ้มกันที่หมดสติคนนั้นอีกหรือ? ถ้าเจ้านั่นยังไม่โดนสัตว์ประหลาดกินน่ะนะ…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อนึกขึ้นได้ถึงผู้คุ้มกันที่โดนเขาทำให้หมดสติแล้ว ใบหน้าอดกระตุกเกร็งไม่ได้… อาการของฉีหนานในตอนนั้นอันตรายเกินไป เขาเลยลืมเจ้าหมอนั่นไปเสียสนิท…  แต่ช่างเถอะ ถึงอย่างไรเขาก็ตั้งใจจะไม่ปล่อยให้ผู้คุ้มกันคนนั้นรอดชีวิตออกไปตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เจ้าหมอนี่เป็นผู้ติดตามข้างกายของฉวี่เส้าถิงมานานพอสมควร ย่อมเคยฉุดและลักพาตัวเด็กวัยรุ่นไปให้ฉวี่เส้าถิงเล่นสนุกมาไม่น้อย…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อสามารถฆ่าขยะสังคมตัวนี้ได้โดยไม่ต้องออกแรงเลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงกับการแค่ ‘ลืม’ คนไว้บนยอดไม้… ถ้าเจ้าหมอนี่โดนกินโดยไม่ทันตั้งตัว ก็ถือซะว่าโชคไม่ดีเอง  แล้วเกี่ยวอะไรกับเขาเล่า?

 

_____หลังจากจัดการปัดเรื่องของผู้คุ้มกันที่หมดสติออกไปจากหัวแล้ว ลั่วซิวเจ๋อก็ใช้พลังจิตสร้างเป็นตาข่ายขนาดใหญ่ โดยมีตัวเองเป็นศูนย์กลาง เพื่อสังเกตการณ์สภาพแวดล้อมโดยรอบทันที…

 

_____ด้วยพลังจิตนี้ พื้นดินทุกตารางนิ้วและต้นไม้ทุกหย่อมหญ้าล้วนอยู่ในสายตาของเขา…

 

_____บริเวณมุมซ้ายบนของตาข่ายพลังจิตนี้มีแสงสว่างสีทองปรากฏขึ้นจุดหนึ่ง… เพียงลั่วซิวเจ๋อคิดเท่านั้น สภาพโดยรอบของแสงสว่างจุดนั้นก็ปรากฏสู่สายตาของเขาทันที

 

_____เขาจับตาดูฉีหนานกำลังนั่งใช้มีดสั้นถลกหนังกระต่ายอยู่ข้างกองไฟกองหนึ่ง ทว่าวินาทีต่อมากลับเหมือนรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างจึงเงยหน้าขึ้นอย่างฉับพลัน และจ้องเขม็งมายังทิศที่ลั่วซิวเจ๋ออยู่…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อกระตุกมุมปาก… ประสิทธิภาพของคำสาบานแห่งพันธมิตรเงือกช่างเห็นได้ชัดจริงๆ… แค่ไม่กี่ชั่วโมงก็สร้างสายสัมพันธ์ที่มองไม่เห็นเชื่อมต่อคนทั้งสองเข้าด้วยกัน

 

_____สายสัมพันธ์นี้จะไม่ปรากฏชัดในยามปกติ ทว่าขอเพียงฝ่ายหนึ่งต้องการตามหาอีกฝ่ายหรือยามที่เขาใช้พลังจิตรับความรู้สึกของอีกฝ่ายก็จะมีปฏิกิริยาตอบสนองกลับมาทันที…

 

———————