0 Views

บทที่ 18

_____ขีดจำกัดพลังของฉีหนานย่อมขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของตัวเขาเอง หากไม่ทำอะไรกับความเสียหายที่เกิดจากยาตำรับนั้น อาจเรียกได้ว่า… ฉีหนานจะอ่อนแอลงเรื่อยๆ และสักวันเขาต้องดิ้นรนฝึกฝนจนกระทั่งถึงเวลาที่เขาทลายขีดจำกัดพลังได้ ยีนทั่วร่างจะถูกทำลายจนตาย!

 

_____“เป็นแผนวางยาพิษที่ดี!” ลั่วซิวเจ๋อรับรู้ได้ถึงยีนในร่างของฉีหนานที่ถูกทำลายลงเรื่อยๆ สีหน้าแปรเปลี่ยนไปมา…

 

_____จากที่กล่าวมา ตัวการที่ทำลายยีนในร่างของฉีหนานย่อมเป็นยาตำรับนี้แน่… แต่ถ้าไม่ใช่เพราะลั่วซิวเจ๋อบังคับไล่ต้อนฉีหนานอย่างประมาท เขาก็ไม่ต้องเผชิญกับอันตรายเช่นนี้!

 

_____แม้ลั่วซิวเจ๋อจะเป็นเงือกที่เย่อหยิ่งไปนิด นิสัยโหดร้ายไปหน่อย แต่เขายังคงมีมโนธรรมอยู่ เขาดูแลฉีหนานอย่างใจร้ายไปบ้าง นั่นเพราะเขารู้ว่า ในอนาคตตนสามารถช่วยเหลือมนุษย์ผู้นี้ได้มาก…

 

_____ชีวิตเป็นสิ่งที่ล้ำค่า ถ้าฉีหนานต้องตกตายที่นี่เพราะเขา เกรงว่า ตลอดชีวิตของลั่วซิวเจ๋อคงไม่มีทางสงบสุขได้…

 

_____เมื่อเห็นฉีหนานกำลังเผชิญกับความตาย สีหน้าของลั่วซิวเจ๋อก็ไม่ลังเลอีกต่อไปพลางเปล่งเสียงหัวเราะอย่างขมขื่น… “ข้าติดหนี้เจ้าแล้ว!”  จากนั้นสีหน้าพลันบิดเบี้ยวจนดูไม่ได้ ก่อนจะดึงคอเสื้อของฉีหนานขึ้นมาพลางจ้องมองใบหน้าที่หมดสติไปอย่างดุดัน ไม่สนว่าอีกฝ่ายจะได้ยินหรือไม่… “ข้าบอกเจ้าก่อน วันนี้ข้าต้องสูญเสียครั้งใหญ่ ถ้าเจ้าเป็นเจ้าหนุ่มไร้ประโยชน์ที่ขุดไม่ขึ้นจริงๆ ข้าจะเป็นคนช่วยเจ้าเอง!”

 

_____เอ่ยจบ เขาก็เปลี่ยนช่วงล่างเป็นหางเงือก ก่อนจะดึงเกล็ดสีทองอร่ามซึ่งถูกซ่อนเร้นอย่างดีที่ปลายหางออกมาด้วยสีหน้าไม่พอใจ…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อลอบถอนหายใจยาวขณะถือเกล็ดสีทองเกล็ดนั้นไว้ในมือ… ถ้าเป็นตัวเขาในอดีตย่อมหาสิ่งของมาช่วยชีวิตฉีหนานได้อย่างง่ายดาย แต่ช่วงที่เข้าสู่ระยะหลับใหลในวัยผู้ใหญ่ ของติดตัวส่วนใหญ่ก็ถูกเอาออกไปหมดแล้ว หลังจากที่เขาตื่นขึ้นก็อยู่ในสภาพตัวเปล่าจริงๆ สิ่งที่สามารถฉุดรั้งชีวิตของฉีหนานไว้ได้เหลือเพียงเกล็ดสีทองเกล็ดนี้เท่านั้น…

 

_____แม้ในใจจะรู้สึกเสียดายมาก แต่ลั่วซิวเจ๋อก็หักห้ามใจนำเกล็ดสีทองใส่เข้าไปในปากของฉีหนาน…

 

_____เพราะรู้สึกไม่พอใจ เขาจึงเกือบจับยัดเข้าไปในปากอย่างรุนแรง ทว่าเมื่อนึกถึงความหมายแฝงของเกล็ดสีทองนี้ แม้ลั่วซิวเจ๋อจะเหม็นขี้หน้าอีกฝ่าย แต่เขากลับขยับมืออ่อนโยนขึ้นอย่างประหลาด

 

_____ทันทีที่เกล็ดสีทองเข้าไปในปาก พลังชีวิตมหาศาลสายหนึ่งพลันปรากฏขึ้นในร่างของฉีหนาน… เดิมทีเพราะยีนขาดพลังงาน จึงค่อยๆเสื่อมสภาพจนถูกทำลาย ฉะนั้นเมื่อได้รับพลังชีวิตนั้นมาหล่อเลี้ยง จนพองบวมอย่างรวดเร็ว ยีนที่ถูกทำลายนับไม่ถ้วนได้รับการฟื้นฟูจากพลังนี้จนหายดี อีกทั้งยังแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก อาจถึงมาตรฐานระดับ S เลยทีเดียว…

 

_____สีหน้าทุกข์ทรมานของฉีหนานค่อยๆหายไป ขณะที่พลังสายนี้ไหลเวียนไปทั่วร่าง บาดแผลทั้งตัวก็สมานตัวอย่างรวดเร็วจนมองเห็นได้ และแผลที่สาหัสที่สุดคือ แผลที่เกิดจากการต่อสู้กับหนูโรเดนท์หรือก็คือ แผลที่ถูกกระชากเนื้อบริเวณต้นแขนออกไป บัดนี้ปากแผลนั้นเริ่มเกิดเซลล์เล็กๆแผ่ขยายออกมา… เขาจ้องมองความรวดเร็วในการแบ่งตัวของเซลล์ เพียงไม่กี่นาทีปากแผลก็ปิดสนิทไร้ร่องรอย

 

_____“อา…” เส้นลมปราณและอวัยวะภายในที่ถูกทำลายภายในร่างของฉีหนานล้วนได้พลังชีวิตสายนั้นช่วยหล่อเลี้ยงจนเริ่มฟื้นฟูกลับมา ความรู้สึกผ่อนคลายราวกับแช่อยู่ในอ่างน้ำร้อนทำให้ฉีหนานอดครางออกมาไม่ได้…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อที่คอยดูอาการอยู่เคียงข้างมาตลอดเห็นดังนั้นใบหน้าพลันกระตุกทันที… เดิมทีเกล็ดสีทองควรจะให้คู่ครองของตนทานขณะอยู่ในห้องหอ แต่ตอนนี้กลับเป็นเจ้าหมอนี่…

 

_____ยังดีที่ใบหน้าของฉีหนานหล่อเหลา รูปร่างแข็งแรงมีชีวิตชีวา โดยรวมแล้วก็ใกล้เคียงกับรสนิยมของลั่วซิวเจ๋อ… ถ้าหมอนี่เป็นเด็กหนุ่มขี้ขลาดอ่อนแอ รูปร่างบอบบาง… คิดดูแล้วต่อให้ลั่วซิวเจ๋อช่วยชีวิตเขา ย่อมไม่คิดจะดูแลเขาในฐานะคู่ครอง สู้ทนเหงาอยู่คนเดียวจนแก่เฒ่ายังดีกว่าอีก…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อมองฉีหนานที่ยังไม่ตื่นแล้วปวดหัวจนอดยกมือขึ้นนวดขมับไม่ได้…

 

_____เมื่อสูญเสียคำสาบานแห่งพันธมิตรเงือก หรือก็คือแผ่นเกล็ดสีทองสวยนั้นไปแล้ว… บัดนี้เขาต้องพบกับทางเลือกสองทาง…

 

_____ทางแรกคือดูแลฉีหนานในฐานะคู่ครองของตน ทว่าสำหรับลั่วซิวเจ๋อแล้วค่อนข้างลำบากไม่น้อย… เขาไม่ได้รังเกียจฉีหนาน อันที่จริงใบหน้าและรูปร่างของอีกฝ่ายตรงกับรสนิยมของเขามาก ทว่าอีกฝ่ายมีนิสัยใช้ชีวิตอยู่ไปวันๆและพลังที่อ่อนแอนี้ไม่เหมาะจะเป็นคู่ครองของเขาเสียเลย…

 

_____ทางที่สองคือ ปิดบังเรื่องนี้ซะ… รอให้ตนกับฉีหนานไปถึงเมืองหลวงแล้วค่อยแยกทางกัน ฉีหนานจะรักหรือไม่แล้วยังไง… เขาก็ขอทนเหงาอยู่คนเดียวจนแก่เฒ่า…

 

_____เดิมทีลั่วซิวเจ๋อไม่ใช่นักบุญผู้เสียสละ ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่ลังเลที่จะตัดทางเลือกที่ 2 ออกไป… พูดเป็นเล่นน่า เขาเพิ่งเป็นชาวเงือกวัยผู้ใหญ่ มีฤดูผสมพันธุ์อยู่ ถึงพลังจิตของเขาจะสามารถสะกดความต้องการของตนในฤดูผสมพันธุ์ได้ แต่การสะกดความต้องการตามสัญชาตญาณนั้นชวนให้รู้สึกแย่เหลือเกิน…

 

_____เขาช่วยชีวิตฉีหนานหนึ่งครั้งแล้ว เหตุใดเขายังต้องละทิ้งชีวิตอันสุขสมที่เขาควรจะได้รับด้วยเล่า?

 

_____แม้จะตัดทางเลือกที่สองออกไป แต่เขาก็ไม่พอใจกับทางเลือกแรกนัก… เมื่อเขาคิดแล้วคิดอีก ก็ตัดสินใจได้ว่า จะปิดบังเรื่องนี้ชั่วคราว… ดูการพัฒนาในอนาคตของฉีหนานก่อน ถ้าเขาช่วยเหลือและสั่งสอนฉีหนานเท่าไหร่ก็ไม่ได้เรื่องล่ะก็ เขาคงต้องยอมแพ้และขอแยกทางไม่เกี่ยวข้องต่อกันอีก…

 

_____ราชวงศ์เงือกนั้นเย่อหยิ่งมาก เหล่าคู่ครองไม่เคยมีผู้อ่อนแอไร้ค่ามาก่อน บัดนี้ฉีหนานกับลั่วซิวเจ๋อถือว่าเป็นคู่รักที่ฝีมือห่างชั้นกันมาก… คอยดูแลไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน…

 

_____ระหว่างที่ฉีหนานนอนไม่ได้สติเช่นนี้ ลั่วซิวเจ๋อได้ตัดสินใจทำเรื่องน่าสนุกเรื่องหนึ่งเรียบร้อย…

 

_____ฉีหนานในตอนนี้ยังไม่รู้ว่า สถานะของเขาจาก ‘คู่หู’ ได้เลื่อนขึ้นเป็น ‘ว่าที่คู่ชีวิต’ แล้ว… อย่าคิดว่า ฉีหนานจะสามารถผ่านเกณฑ์ของตนได้ ตารางการฝึกนรกแตกของลั่วซิวเจ๋อกลับถูกเพิ่มหัวข้อมากขึ้นด้วยซ้ำ…

 

_____ดีที่สถานะเปลี่ยนไปแล้ว ลั่วซิวเจ๋อเองก็ใช้ช่วงเวลานี้พักผ่อนด้วย นอกจากต้องให้อีกฝ่ายได้รับการยอมรับจากโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งแล้ว จากนั้นก็ฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ต้องรอทางโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งก่อนถึงจะก้าวหน้าต่อไปได้…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเพียงอยากดูแลคู่ชีวิตที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุด ถึงจะเสียเวลามากหน่อยก็ไม่เป็นไร…

 

_____“โอย…”

 

_____“เจ้าตื่นแล้วหรือ?”

 

_____ฉีหนานเผลอเปล่งเสียงครางออกมา ก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก และพบกับแสงสว่างจ้าที่อยู่ตรงหน้าชวนให้ปวดหัวจนต้องยกมือที่ค่อนข้างเย็นเยียบมานวดหน้าผากของเขา… “ไม่เลว อาการดีขึ้นแล้ว”

 

_____“ผม… เป็นอะไรไป?” พอฉีหนานเอ่ยปากจึงรู้ว่า เสียงของตนแหบพร่ามาก ร่างกายยังสั่นระริกด้วยความเจ็บปวดไม่หยุด… เขาพยายามหวนคิดอยู่ครู่หนึ่ง ความรู้สึกเจ็บปวดทรมานเหมือนโดนฉีกกระชากร่างกายก่อนหมดสติ ทำให้เขาใจสั่นระรัวด้วยความกลัวครู่หนึ่งถึงเพิ่งรู้ตัวว่า ตัวเขานอนอยู่ในอ้อมแขนของอีกฝ่ายอย่างคาดไม่ถึง…

 

_____“คุณ…” ฉีหนานอ้าปาก แต่กลับไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเหลือบมองเขาเล็กน้อย ก่อนจะหยิบน้ำขวดหนึ่งขึ้นมาป้อนให้ฉีหนาน…

 

_____ฉีหนานพลันรู้สึกกระอักกระอ่วนใจขึ้นมา… เขาเคยชินกับการดูแลตัวเองมาตั้งแต่เด็ก บัดนี้กลับโดนป้อนน้ำให้อย่างกะทันหันเช่นนี้ ยังไงก็ไม่ชินแม้แต่น้อยจริงๆ…

 

_____ท่าทีของลั่วซิวเจ๋ออ่อนโยนมาก แสงสะท้อนที่ส่องกระทบใบหน้าด้านข้างอันงดงามราวกับจะทอแสงสีทองออกมา ช่างดูสูงศักดิ์และบริสุทธิ์ไม่มีที่ติ…

 

_____ชั่วเวลานั้นแม้แต่ฉีหนานเองก็ยังรู้สึกถึงหัวใจเต้นระรัวของตน คล้ายกับตอนที่เขาเฝ้ารอให้เงือกน้อยแสนอ่อนโยนมาเป็นสมาชิกในครอบครัวของตน ทว่าลั่วซิวเจ๋อในตอนนี้เหมือนเปลี่ยนกลับไปเป็นเสี่ยวเจ๋อผู้น่ารักแสนอ่อนโยนในสถานดูแลเงือกตนนั้น… เหตุการณ์ที่ผ่านมาในสองวันนี้แทบจะเป็นเพียงฝันร้ายตื่นหนึ่งเท่านั้น บัดนี้ตื่นขึ้นจากฝันร้ายแล้ว เสี่ยวเจ๋อกลับมาอยู่ข้างกายเขาแล้ว…

 

_____น่าเสียดาย… จินตนาการก็ยังคงเป็นเพียงจินตนาการเท่านั้น ยังไงก็ไม่มีทางเปลี่ยนเป็นความจริงได้อย่างแน่นอน…

 

_____“ในเมื่อตื่นแล้วก็ลุกขึ้นซะ… สำรวจร่างกายของตัวเองดูสิ” ทันทีที่พูดจบ ลั่วซิวเจ๋อก็สะบัดข้อมือออก… ฉีหนานรู้สึกเหมือนร่างกายถูกดีดกระเด็นออกไปอย่างรุนแรง… เขาใช้สองมือยันพื้นและตีลังกากลับขึ้นมายืนตามสัญชาตญาณทันที ก่อนจะก้มมองสองมือของตนด้วยสีหน้ามึนๆ

 

_____มือทั้งสองข้างของเขาก็ดูปกติดี ไม่มีอะไรแตกต่างจากคนอื่นแม้แต่น้อย… แต่ฉีหนานในเวลานี้กลับดูเหมือนอยากให้มือคู่นี้มีดอกไม้งอกออกมาช่อหนึ่งก็ไม่ปาน… จ้องมองนิ่งๆอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะมองไปยังลั่วซิวเจ๋อที่ดูเฉยเมยด้วยสีหน้าตกตะลึงอย่างคาดไม่ถึง

 

_____เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก… “ผม… ผมทลายขีดจำกัดแล้วหรือ?”

 

_____ฉีหนานเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจ อันที่จริงเขาโดนสั่งสอนตั้งแต่เด็กว่า ระดับความสมบูรณ์ของยีนในตัวของเขาคือ ระดับD… บัดนี้อยู่ๆกลับแข็งแกร่งขึ้นจึงรู้สึกแปลกใจมาก…

 

_____แต่พลังที่เปี่ยมล้นอยู่ในร่างกายและปฏิกิริยาตอบโต้อันแข็งแกร่งที่ตัวเองเพิ่งแสดงออกมา ต่อให้เขาไม่เชื่อก็คงไม่ได้แล้ว… เขาน่าจะทลายขีดจำกัดได้แล้วจริงๆ มิฉะนั้นก็ไม่สามารถอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้…

 

_____“ร่างกายของเจ้า ตัวเจ้าเองยังไม่รู้หรือ?” ลั่วซิวเจ๋อเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยดี… เมื่อนึกถึงการทลายขีดจำกัดของฉีหนาน เขาก็รู้สึกเจ็บปวด… เกล็ดของข้า… นั่นเป็นเกล็ดที่แสดงถึงคำสาบานแห่งพันธมิตรเงือกกลับให้เจ้าหมอนี่กินลงไปแล้ว… ตอนนี้มาคิดดูแล้ว ลั่วซิวเจ๋อรู้สึกไม่พอใจจริงๆ…

 

_____ถึงจะไม่พอใจแต่จะทำอย่างไรได้เล่า ในเมื่อของก็ไม่มีแล้ว… เขาไม่สามารถบังคับให้ฉีหนานอาเจียนออกมาได้… แม้จะรู้สึกเศร้าสลด ลั่วซิวเจ๋อก็ตัดสินใจฝึกฝนฉีหนานให้หนัก…

 

_____น้ำเสียงของลั่วซิวเจ๋อไม่มีวี่แววว่าจะกดดันฉีหนานอีกแล้ว… การเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายครั้งนี้ทำให้ฉีหนานดีใจสุดขีด ไม่ทันสนใจว่าลั่วซิวเจ๋อมีความสุขด้วยหรือไม่…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อมองท่าทางมีความสุขของฉีหนานแล้ว นี่เป็นสิ่งที่ตนใช้เกล็ดแลกมาหรือ…  ก็ยิ่งอารมณ์หงุดหงิดมากขึ้น… เขาลุกขึ้นยืนและยกเท้าถีบไปทางร่างของฉีหนานอย่างรุนแรง…

 

_____หัวใจของฉีหนานพลันกระตุกวูบพร้อมกับยกมือขึ้นต้านไว้ ก่อนจะพลิกตัวยกเท้าถีบไปทางศีรษะของลั่วซิวเจ๋อ…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเลิกคิ้วขึ้น ในใจรู้สึกลิงโลดด้วยความสนใจเล็กน้อย เขาหมุนตัวไปทางด้านหลังเพื่อหลบการโจมตีของฉีหนาน มือเรียวพุ่งไปยังลำคอของฉีหนานอย่างดุดันราวกับคมมีดเลยทีเดียว…

 

_____ฉีหนานพลันตื่นตระหนก รีบกระโดดถอยห่างจากการโจมตีครั้งนี้…

 

_____ทั้งสองคนต่อสู้กันอย่างดุเดือด… ลั่วซิวเจ๋อไม่ได้ออกแรงเต็มที่เพราะยังเป็นห่วงฉีหนาน ในทางกลับกันก็ใช้การประมือครั้งนี้ชี้แนะและช่วยให้ฉีหนานคุ้นเคยกับร่างกายของเจ้าตัวสักหน่อย…

 

_____ครึ่งชั่วโมงต่อมา ฉีหนานก็โดนลั่วซิวเจ๋อกดไว้ใต้ร่างในสภาพมอมแมมไปทั้งตัวพลางใช้กำปั้นทุบพื้นรัวๆอย่างโกรธเคือง… “ผมบอกคุณให้พอได้แล้วไง! โอย….”

——————

ลูกฉีเอ๋ย ถึงจะเก่งขึ้นแต่ก็โดนกดอยู่ดีนะ = o =’