0 Views

บทที่ 17

 

_____ด้วยเสียงร้องเรียกของมัน ทำให้หนูโรเดนท์ตัวอื่นพลันกระโจนเข้าใส่และพยายามกัดร่างกายของฉีหนานให้เนื้อหลุดสักชิ้น ทว่าการโจมตีของพวกมันกลับโดนฉีหนานหลบไปได้อย่างหวุดหวิดครั้งแล้วครั้งเล่า มีครั้งหนึ่งที่เกือบจะถึงตัวฉีหนานแล้วแต่กลับโดนพลังลึกลับสายหนึ่งบังคับให้กระโดดออกไปด้านข้างอย่างน่าประหลาด ทว่าภายใต้วงล้อมของหนูโรเดนท์เหล่านี้ นอกจากหนูโรเดนท์ตัวนั้นแล้ว ก็ไม่มีใครสังเกตเห็นเลยแม้แต่น้อย…

 

_____“จุ๊จุ๊… ดวงของนายนี่มัน… ซวยถึงขีดสุดจริงๆ ยังเจอเรื่องพรรค์นี้ได้” ลั่วซิวเจ๋อที่แอบมองฉีหนานตกอยู่ในวงล้อมของหนูโรเดนท์อยู่ไม่ไกล ท่าทีของเขาราวกับจนปัญญา… อันที่จริงเรื่องที่หนูโรเดนท์อยู่ในฤดูผสมพันธุ์นั้น แม้แต่ตัวเขาก็คาดไม่ถึง…

 

_____เดิมทีแผนการของเขาคือ ให้ฉีหนานเริ่มฝึกจากหนูโรเดนท์ก่อนแล้วค่อยๆเพิ่มความแข็งแกร่งของคู่ต่อสู้ทีละน้อย และให้ผู้คุ้มกันคนนั้นเป็นแรงผลักดันอีกทางหนึ่ง เพื่อให้ฉีหนานทำตามแผนการฝึกซ้อมของเขาและมุ่งไปข้างหน้าเรื่อยๆ…

 

_____น่าเสียดาย เพราะเรื่องหนูโรเดนท์ที่ผิดแผน ทำให้ลั่วซิวเจ๋อจำเป็นต้องระงับการตามล่าของผู้คุ้มกันคนนั้นชั่วคราว… หนูโรเดนท์ 6-7 ตัวถือว่าเกินขีดจำกัดของฉีหนาน… หากผู้คุ้มกันปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในตอนนี้ ฉีหนานย่อมไร้พลังตอบโต้และไม่อาจไปถึงเป้าหมายของการฝึกครั้งนี้ได้…

 

_____หลังจากจัดการให้ผู้คุ้มกันที่ไล่ตามฉีหนานหมดสติไปแล้ว ลั่วซิวเจ๋อก็มองการต่อสู้ระหว่างฉีหนานกับหนูโรเดนท์ 7 ตัวอยู่ห่างๆ… จากที่เขาเห็น ท่าทางของฉีหนานนับว่าไม่เลว พื้นฐานการต่อสู้ก็เชี่ยวชาญมาก แต่เห็นได้ชัดว่า ขาดประสบการณ์ต่อสู้เสี่ยงชีวิตที่แท้จริง…

 

_____นึกดูแล้วคงไม่ผิดแน่… แม้โลกใบนี้จะเป็นดาวเคราะห์ปลายแถว แต่ศึกสงครามนั้นไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นบ่อยๆ อันที่จริงทรัพยากรที่นี่มีไม่มากนัก ย่อมไม่ดึงดูดสายตาของเหล่าโจรสลัดอวกาศ… นานๆครั้งถึงจะมีคนมาหาเรื่อง แต่นั่นก็เป็นหน้าที่ของกองกำลังพิทักษ์ดวงดาว ไม่เกี่ยวข้องกับกองทหารลาดตระเวนแม้แต่น้อย…

 

_____การฝึกภาคปฏิบัติย่อมเทียบไม่ได้กับการต่อสู้เสี่ยงชีวิตที่แท้จริง ถ้าลั่วซิวเจ๋อไม่แอบช่วยเหลือล่ะก็ ป่านนี้ฉีหนานคงกลายเป็นอาหารอันโอชะในปากของหนูโรเดนท์ไปแล้ว…

 

_____“แฮ่ก… แฮ่ก…” ฉีหนานโยกหัวหลบอย่างยากลำบาก เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นมาบนหน้าผาก… เขาเหนื่อยมาก… เหนื่อยเหลือเกิน… แขนที่กวัดแกว่งมีดสั้นหลายครั้งเริ่มหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่เขาโยกตัวหลบก็รู้สึกถึงร่างกายที่อ่อนแรงสุดขีด… จะต้องถูกหนูโรเดนท์พวกนี้รุมฉีกเป็นชิ้นแน่เลย…

 

_____“ซี๊ด!” ครั้งแรกที่หลบพลาด ทำให้หนูโรเดนท์ตัวหนึ่งกัดและฉีกเนื้อต้นแขนของเขาออกไป  บาดแผลไม่ใหญ่มาก ทว่าความเจ็บแสบที่แล่นพล่านนี้ทำให้ฉีหนานเผลอชะงักเล็กน้อย ก่อนจะแทงมีดสั้นทะลุหน้าอกของโรเดนท์ตัวหนึ่งอย่างดุดัน…

 

_____“จิ๊ด!!” หนูโรเดนท์แผดเสียงร้องครั้งสุดท้ายก่อนตายเรียกให้ฉีหนานเหล่ตามองเล็กน้อย… พลังจิตบางส่วนของเขาถูกกระตุ้นให้ตื่นขึ้นแล้ว

 

_____การต่อสู้ยืดเยื้อแทบจะสูบพลังจิตของเขาจนหมด ทว่าเสียงกรีดร้องแสนเสียดหูนี้กลับปลุกใจสู้ของเขาให้ลุกโชนยิ่งกว่าเดิม!

 

_____เมื่อเขาสามารถฆ่าตัวแรกได้แล้ว ย่อมมีตัวที่สองและตัวที่สามตามมา… เขาเหนื่อย แต่หนูโรเดนท์กลุ่มนี้ก็ไม่ได้สบายนัก… เขาไม่เชื่อว่า ทหารไร้ประโยชน์ที่ผ่านการฝึกซ้อมอย่างเขา จะตายด้วยน้ำมือของพวกหนูกลุ่มนี้ได้อย่างไรกัน!

 

_____ฉีหนานควบคุมพลังจิตของตนพลางกำมีดสั้นในมือแน่นอย่างตึงเครียด ในขณะที่หนูโรเดนท์ที่เหลืออีก 6 ตัวยิ่งบ้าคลั่งมากขึ้นเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องของพรรคพวกของตน แทบจะกระโจนเข้าใส่ฉีหนานอย่างไม่คิดชีวิตเสียแล้ว…

 

_____ฉีหนานเห็นดังนั้นลอบสบถในใจไม่หยุด แต่การลงมือนั้นกลับเฉียบขาดมากขึ้นทั้งความเร็ว การพลิกแพลง เทคนิคฟันและแทง… มีดสั้นเรียบๆเล่มนี้แทบจะถูกเขางัดทุกเทคนิคออกมาใช้…

 

_____เพราะถูกหนูโรเดนท์ถึงหกตัวล้อมโจมตีทำให้เขาต้องประยุกต์พื้นฐานการต่อสู้ที่ร่ำเรียนมาเป็นรูปแบบการต่อสู้ของตนเองอย่างรวดเร็ว… ก่อนหน้านี้ที่ฝึกซ้อมกับผู้อื่น เขาต้องได้เห็นเทคนิคลูกเล่นของผู้อื่นก่อนแล้วจึงคิดหาวิธีโต้กลับได้อย่างเหมาะสม ทว่าในสถานการณ์ที่โดนล้อมเช่นนี้ ต่อให้มีเวลาคิดมากแค่ไหนเขาก็โจมตีกลับไม่ทันแน่ ได้แต่ใช้มีดสั้นปัดป้องการโจมตีเท่านั้น…

 

_____เทคนิคและประสบการณ์การต่อสู้ในกองทัพนั้นเป็นมรดกตกทอดมาหลายพันปีถูกเรียบเรียงจนท้ายที่สุด… ทุกการเคลื่อนไหว ทุกท่วงท่าล้วนไม่มีการเคลื่อนไหวที่สูญเปล่า…

 

_____ขณะที่ฉีหนานต่อสู้ในศึกครั้งนี้นั้น เขาตระหนักถึงแก่นแท้ของเทคนิคการต่อสู้ขั้นพื้นฐานได้…

 

_____เมื่อเวลาผ่านไป เขาขยับร่างกายได้เฉียบคมมากขึ้น… ที่แล้วมาแม้รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวที่สิ้นเปลืองอยู่บ้างแต่ก็ยังสามารถใช้ได้อย่างง่ายดาย… ในทุกท่วงท่า ไม่ว่าใครก็สามารถเชี่ยวชาญได้…

 

_____หลังจากเขาสังหารหนูโรเดนท์ตัวที่ 4แล้ว เขาก็รู้สึกถึงพลังอันมหาศาลสายหนึ่งปะทุขึ้นมาในร่างกายอย่างฉับพลัน… พลังสายนั้นช่างมากมายเหลือเกิน… เพียงอึดใจเดียวเส้นลมปราณทั่วร่างพลันถูกกระแทกอย่างหนัก…

 

_____“อ๊าก!”

 

_____ฉีหนานอดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดไม่ได้ มีดสั้นที่กำลังจะแทงไปยังร่างของหนูโรเดนท์ตัวที่ 5 ถูกปล่อยออกจากมือลงสู่พื้นดินเพราะความเจ็บปวดที่แล่นพล่าน…

 

_____หนูโรเดนท์ที่เหลืออีก 3 ตัวจ้องเขม็งด้วยสายตาเรียวเล็กอย่างดุร้าย… ไหนเลยจะพลาดโอกาสครั้งนี้ไปได้… เริ่มเปิดฉากโจมตีฉีหนานทันที ทว่าพวกมันยังไม่ทันได้แตะต้องร่างของฉีหนาน สมองพลันรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดรุนแรงก่อนจะร่วงลงสู่พื้นเสียงดังตุบ…

 

_____“อ๊ากกก!” ฉีหนานในตอนนี้ไม่มีสติพอจะรับรู้ปัญหาอื่นแล้ว… ยามที่พลังสายนั้นกัดกร่อนเส้นลมปราณของเขา เขารู้สึกเหมือนมีลูกระเบิดลูกหนึ่งปะทุอยู่ในร่างกายของตน…

 

_____เส้นลมปราณทั่วร่างราวกับถูกทำลายจนหมดสิ้น ถ้าไม่ใช่เพราะเขายังรู้สึกถึงร่างกายของตน เขาคงจะเข้าใจผิดว่า ตัวเองโดนระเบิดแหลกเป็นชิ้นๆไปเสียแล้ว…

 

_____เจ็บมาก! เจ็บเหลือเกิน!

 

_____ฉีหนานไม่เคยพบกับความเจ็บปวดแสนสาหัสเช่นนี้มาก่อนตั้งแต่เล็กจนโต!

 

_____เหมือนโดนคนใช้คมมีดกรีดเนื้อทีละชิ้นๆ จากนั้นเหยียบและกระทืบให้จมดิน… ความทรมานราวกับจะแผดเผาเซลล์ทั่วร่างทำให้เขาร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนา… ไม่ใช่เขาไม่เข้มแข็ง อันที่จริงความทรมานขนาดนี้ไม่ว่าใครก็ทนรับไม่ไหว… ถ้าหากไม่ระบายเสียงกรีดร้องโหยหวนออกมา เขาเกรงว่า ตัวเองคงคลุ้มคลั่งเพราะความเจ็บปวดทรมานนี้แน่…

 

_____ฉีหนานกลิ้งไปกับพื้นอย่างน่าอนาถ ผิวหนังทั่วร่างปรากฏแผลนับไม่ถ้วนและเลือดซึมออกมาไม่หยุด… แค่ไม่กี่วินาที เขากลับกลายเป็นมนุษย์โลหิตก็ไม่ปาน หนำซ้ำทั่วร่างยังเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนบนพื้น… ฉีหนานในเวลานี้ดูคล้ายภูติผีปีศาจที่ปีนขึ้นมาจากนรก…

 

_____“บ้าเอ้ย!” ลั่วซิวเจ๋อเห็นอาการของพลังสายนั้นที่ระเบิดอยู่ภายในร่างกายของฉีหนานพลันรู้ทันทีว่า ไม่ดีแล้ว…

 

_____เขาใช้พลังจิตฆ่ารัดคอหนูโรเดนท์ที่เหลืออีก 3 ตัว ก่อนจะกระโจนลงมาจากต้นไม้อย่างรวดเร็วดุจวิหคตนหนึ่งและรีบวิ่งไปยังข้างกายของฉีหนาน…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อรีบกอดร่างของฉีหนานมาอยู่ในอ้อมแขนของตน ก่อนจะแนบหน้าผากของตนกับฉีหนาน… พลังจิตมหาศาลแปรปรวนดุจน้ำขึ้นน้ำลงและโอบล้อมฉีหนานไว้ภายใน… ขณะลั่วซิวเจ๋อแทรกซึมพลังจิตเข้าไปในร่างกายของฉีหนาน ก็พบแหล่งกำเนิดพลังที่เกรี้ยวกราดนี้เข้า…

 

_____“นึกไม่ถึงเลยว่า จะเป็นเช่นนี้…” ลั่วซิวเจ๋อค่อยๆลืมตาขึ้นมองฉีหนานที่หมดสติไปแล้วด้วยสีหน้าฉงนสงสัย…

 

_____นี่เป็นครั้งแรกที่เขารับรู้ว่า ฉีหนานเป็นคนมีพรสวรรค์มาก ไม่ว่าจะเป็นสมรรถภาพร่างกายหรือพลังจิต พรสวรรค์ของฉีหนานมากพอเป็นที่ริษยาของผู้คนส่วนใหญ่บนโลก…

 

_____แม้ว่าตอนนี้ฉีหนานจะห่วยแตกมาก แต่ลั่วซิวเจ๋อทราบดีว่า ขอแค่อีกฝ่ายฝึกซ้อมให้มาก พรสวรรค์ของฉีหนานจะต้องปรากฏออกมา และสร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้คนนับไม่ถ้วนอย่างแน่นอน…

 

_____และเขารู้สึกถึงยาที่สะกดพลังของฉีหนานด้วย… เพราะมียาพรรค์นี้อยู่ภายในร่าง ฉีหนานถึงมีฝีมือธรรมดาเช่นนี้และโดนผู้คนมากมายในเมืองหลวงหัวเราะเยาะตราหน้าว่า คนไร้ประโยชน์…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อไม่สนใจแม้แต่น้อย เพราะเขามั่นใจว่า ตนสามารถกำจัดยาตำรับนี้ได้อย่างแน่นอน ขอแค่ร่างกายของฉีหนานแข็งแกร่งกว่านี้ เขาก็สามารถใช้ความรุนแรงทำลายฤทธิ์ยาพรรค์นั้นได้…

 

_____ทว่าเขานึกไม่ถึงว่า ยาตำรับนี้จะร้ายกาจกว่าที่เขาคิด เพราะมันไม่เพียงสะกดพลังจิตของฉีหนานเท่านั้น แต่ยังสามารถทำร้ายร่างกายของฉีหนานอย่างแสนสาหัสอีกด้วย…

 

_____หากฉีหนานยังคงเป็นคนห่วยแตกต่อไป ยาตำรับนี้จะไม่สร้างความทรมานแสนสาหัสให้กับฉีหนาน ทว่าหากร่างกายของฉีหนานเริ่มแข็งแกร่งขึ้น ยาตำรับนี้จะมอบความเจ็บปวดทรมานแสนสาหัสให้ทันที…

 

_____อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่า การเพิ่มสมรรถภาพทางร่างกายนั้นเป็นการพัฒนาตัวเองอย่างหนึ่ง… ทุกครั้งที่มีการเจริญเติบโตย่อมทำให้ยีนของมนุษย์มีความสมบูรณ์แบบมากขึ้น ทว่าในทางตรงกันข้าม ทุกครั้งที่มีการแบ่งตัวของยีนย่อมต้องใช้พลังงานมาก…

 

_____แท้จริงแล้วสิ่งสำคัญในการพัฒนาตัวเองคือการเพิ่มระดับการปกป้องร่างกายตนเอง หากยีนของคุณยังไม่พร้อมและต้องการพลังงานเพื่อใช้ในการเจริญเติบโตอย่างมาก ระดับความเสียหายของยีนก็จะยิ่งสูงขึ้นและปริมาณพลังงานที่ใช้ยิ่งมากขึ้นเป็นทวีคูณ…

 

_____ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลโลกจึงกำหนดให้เด็กอายุ 6 ปีทดสอบการเจริญเติบโต ทว่าการทดสอบนี้มีเพื่อมอบสภาพแวดล้อมที่ดีกว่าให้กับเด็กที่มีพรสวรรค์เหล่านั้น…

 

_____ผลการทดสอบระดับยีนจะเป็นตัวบอกถึงอนาคตอันยิ่งใหญ่ของเยาวชนเหล่านั้น… ดังนั้นเด็กที่มีคุณสมบัติพอที่จะมีสมรรถภาพร่างกายระดับ A  หากพวกเขาฝึกฝนอย่างแข็งขันตั้งแต่เด็กจนเติบใหญ่ เขาย่อมปลดล็อคขีดจำกัดพลังของตนได้อย่างง่ายดายและไปถึงระดับ Aได้ในที่สุด ทว่าหากพวกเขาใช้พรสวรรค์ของตนอย่างสูญเปล่า… เอาแต่เที่ยวเล่นไปวันๆ สมรรถภาพในอนาคตของพวกเขาก็ยังอยู่ในระดับ C หรือ B…

 

_____ทว่าหากพรสวรรค์ของเด็กคนนั้นอยู่ในระดับ F  ไม่ว่าเขาจะพยายามแค่ไหน ทั้งชีวิตก็ไม่มีทางผ่านระดับ F ไปได้ เพราะขีดจำกัดพลังของเขาเป็นดั่งเส้นปลอดภัยต่อชีวิตของเขาที่ทำให้เขาจมปลักอยู่ในระดับ F … ถ้าหากใช้พลังอันแข็งแกร่งจากภายนอกในการทลายขีดจำกัด อาจต้องตกตายเพราะยีนทนรับไม่ไหวได้ นอกจากจะใช้วิธีพิเศษเท่านั้น…

 

_____แต่อาการของฉีหนานในตอนนี้นั้น ยีนในร่างของเขาสมบูรณ์แบบมาก ทว่ากลับโดนยาตำรับนั้นสะกดความสมบูรณ์แบบนั้นไว้ ดังนั้นผลการทดสอบจึงออกมาเป็นระดับ D

 

_____ความจริงจอมปลอมย่อมเป็นความเท็จ แม้พรสวรรค์ระดับ A จะโดนบดบังทว่าก็ไม่ได้หายไป ฉะนั้นลั่วซิวเจ๋อจึงมั่นใจมาก ขอเพียงฉีหนานฝึกฝนให้มาก ย่อมแข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวกระโดดแน่นอน…

 

_____แต่ลั่วซิวเจ๋อผิดที่มั่นใจในตัวเองมากเกินไป ฤทธิ์ยาตำรับนี้ไม่ง่ายดายอย่างที่เขาคิด… แม้ยาตำรับนี้จะมีฤทธิ์สะกดความสามารถที่แท้จริงของฉีหนานเท่านั้น แต่ผ่านมาหลายปีแล้ว การสะกดอันยาวนานได้สร้างความเสียหายให้กับยีนส่วนหนึ่งของฉีหนาน ซึ่งยามปกติจะไม่เกิดการแบ่งตัว ทว่าหากฉีหนานแข็งแกร่งขึ้น พลังงานที่เขาต้องใช้จะเพิ่มขึ้นจากสิบเป็นยี่สิบ หรือแม้แต่สามสิบ…

————————