0 Views

บทที่ 16

_____ฉีหนานหันขวับไปทางที่ลูกหลานคนนั้นอยู่ตามสัญชาตญาณ ทว่าเมื่อมองไปยังชายผู้เป็นคนขับรถก็ได้รับสายตาโกรธแค้นจ้องกลับมาอย่างที่คิด…

 

_____ฉีหนาน “…” บ้าเอ๊ย! แกมองแบบนั้นมาอัดเขาเลยดีกว่า… เพราะหน้าเขาไม่เหมือนเจ้าเงือกบ้าตนนั้นสินะ!

 

_____จากนั้นเขาก็เห็นผู้ชายคนนั้นหันไปคุยกับชายร่างสูงใหญ่ในชุดสีดำที่อยู่ข้างกายไม่กี่ประโยค ตอนแรกชายคนนั้นส่ายหน้า ทว่าผู้ชายคนนั้นกลับด่าชายในชุดสีดำอย่างดุดันครู่หนึ่ง ชายในชุดสีดำคนนั้นจึงขมวดคิ้วมุ่นและหมุนตัวเดินมาทางฉีหนาน…

 

_____ฉีหนาน “…”

 

_____เหอๆ ถ้าเขาไม่หนีตอนนี้ก็เป็นหมูแล้ว!! สายตาอาฆาตที่ชายคนนั้นจ้องมองแทบจะพุ่งมาฉีกกระชากเขา… หากเขายังไม่รู้ถึงประสงค์ร้ายของอีกฝ่ายก็ควรไปตายซะ!

 

_____เคยกล่าวไว้ว่า ฉีหนานไวต่อจิตสังหารมาก ฉะนั้นทันทีที่ชายร่างใหญ่ในชุดสีดำหันมามองเขา ฉีหนานก็แทบจะโกยแน่บไปในเวลาเดียวกัน…

 

_____ชายร่างใหญ่คนนั้นนึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะรู้ตัวเร็วเช่นนี้ สีหน้าดูถูกเหยียดหยามพลันเปลี่ยนเป็นจริงจังทันที แต่เขาไม่คิดว่า ฉีหนานจะหนีพ้นเงื้อมมือของเขาได้… ความจริงแล้วเขาเป็นยอดฝีมือที่มีสมรรถภาพร่างกายระดับ B ถ้าจะบี้เจ้ามดตัวน้อยนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย…

 

_____แต่การตอบสนองของฉีหนานกลับเป็นสิ่งที่ผิดคาดอย่างมาก นึกไม่ถึงว่า สบตากันเพียงแว่บเดียว อีกฝ่ายจะล่วงรู้ถึงจิตสังหารของเขาและเผ่นหนีไปเช่นนี้…

 

_____จิ๊ เดิมทีเขาตั้งใจจะเดินเข้าไปใกล้อีกนิดค่อยลงมือโจมตี แต่ตอนนี้คงต้องออกแรงสักหน่อย…

 

_____เมื่อเห็นฉีหนานวิ่งหนีเข้าไปในป่า ฉวี่เส้าถิงชายที่เป็นลูกหลานคนนั้นอดกระตุกมุมปากไม่ได้  ดูเหมือนว่า เอริคคนงามผู้นั้นคงจะโดนอีกฝ่ายหลงรักและตามตื้อแน่นอน… เจ้าหนุ่มยากจนเจี๋ยเซิน (ชื่อปลอมของฉีหนาน) คนนั้นจะไปคู่ควรกับเขาได้อย่างไร?

 

_____ก่อนหน้านี้เขากังวลว่า การแอบกำจัดเจี๋ยเซินในป่าจะลำบากมาก ถึงเอริคจะอยู่กับเขามาตลอด แต่ก็นึกไม่ถึงว่า เจ้าหนุ่มนี้จะทำเรื่องโง่ๆอย่างปล่อยให้เอริควิ่งหนีไป นั่นแหละที่ทำให้เขาโกรธแค้นที่สุด…

 

_____ยิ่งนึกถึงสภาพทุกข์ตรมของเอริคก่อนหน้านี้ ฉวี่เส้าถิงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสุขใจมากขึ้น เห็นได้ชัดว่า เอริคกับเจี๋ยเซินกำลังทะเลาะกัน แค่เขากำจัดเจี๋ยเซินไปก็จะเป็นโอกาสดีที่จะถูกมองเป็นวีรบุรุษช่วยเหลือคนงาม ไม่ต้องกังวลว่า เอริคจะไม่ติดกับ!

 

_____หวนนึกถึงความงามของเอริคแล้ว ฉวี่เส้าถิงพลันรู้สึกถึงอาการแข็งตัวเล็กน้อยของส่วนล่าง… เขาเลียริมฝีปากแห้งผากเล็กน้อยพลางดึงเด็กวัยรุ่นรูปร่างเพรียวบางคนหนึ่งที่นั่งอยู่เบาะหลังและเอาแต่หันหน้ามองไปทางป่าลงไปด้วยกัน…

 

_____เพียงครู่เดียว เสียงครวญครางอันอ่อนหวานและมีเสน่ห์ของเด็กคนนั้นก็ดังก้องไปทั่วป่า… พรรคพวกอีกหลายคนที่เดินทางมาด้วยกันได้แต่หันมามองหน้ากะพริบตาปริบๆใส่กัน รับรู้ได้ว่า ฉวี่เส้าถิงมุ่งมั่นจะครอบครองเอริคคนนั้นให้ได้… แม้ว่าพวกเขาแทบจะน้ำลายไหลกับความงามของเอริค แต่ในฐานะที่เป็นคนตระกูลสาขาของตระกูลฉวี่ พวกเขาย่อมไม่กล้าแย่งคนกับคุณชายฉวี่ ได้แต่รอให้คุณชายฉวี่เล่นสนุกจนเบื่อ พวกเขาถึงจะเอามาเล่นต่อได้…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อไม่รู้ถึงรสนิยมบนเตียงของพวกคนกลุ่มนี้ ทว่า… แม้จะคาดการณ์ได้ก็คงไม่สนใจอยู่ดี…

 

_____อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่ได้เสียหายตรงไหน ขอแค่ไม่ทำอะไรน่าคลื่นไส้ใส่หน้า ก็ยังพอจะยกโทษให้พวกเขาได้

 

_____ในใจของลั่วซิวเจ๋อตอนนี้ไม่สนใจชายกลุ่มนั้นอีกต่อไป เขากำลังตั้งสมาธิไปที่ร่างของฉีหนาน… ก่อนหน้านี้เขาจงใจให้คนกลุ่มนั้นคิดว่า ‘ขอเพียงกำจัดฉีหนานได้ก็จะสามารถครอบครองตัวเขา’ เป้าหมายคือ ล่อให้คนที่ชื่อฉวี่เส้าถิงลงมือกับฉีหนาน…

 

_____ฉวี่เส้าถิงคนนี้ภายนอกดูสง่าผ่าเผย ทว่าแท้จริงแล้วเน่าเหม็นไปถึงแก่น ตอนอายุ 20 ปีก็จับคนมาเล่นสนุกจนตาย บัดนี้เสียชีวิตไปเกือบร้อยคนแล้ว สองคนในนั้นเป็นชาวเงือกที่ซื้อมาจากตลาดมืด… ชาวเงือกเป็นสิ่งมีชีวิตที่หายาก เมื่อเทียบกับพวกวัยรุ่นที่โดนกระทำชำเราบนเตียงจนตายแล้ว เงือกสองตนนั้นยังโชคดีที่เงือกตนหนึ่งยังมีชีวิตอยู่

 

_____ฉวี่เส้าถิงไม่อาจนับเป็นมนุษย์ได้… เดิมทีตระกูลของเขาบนโลกนั้นไม่ใช่ตระกูลระดับสูง ทว่าอาของฉวี่เส้าถิงเป็นผู้ช่วยทูตของเมืองนี้ ดังนั้นตระกูลฉวี่จึงรุ่งเรืองอีกครั้ง มิฉะนั้นฉวี่เส้าถิงที่ทั้งสมรรถภาพร่างกายและพลังจิตอยู่ในระดับห่วยแตก คงไม่มีทางทำตัวกร่างอาละวาดเช่นนี้ได้…

 

_____ข้อมูลเหล่านี้ลั่วซิวเจ๋อล้วงมาจากการใช้พลังจิตแทรกซึมเข้าไปในสมองของฉวี่เส้าถิง… ต่อหน้าคนธรรมดาที่ไร้ซึ่งพลังจิต ลั่วซิวเจ๋อนึกอยากทำลายการป้องกันและระเบิดสมองของอีกฝ่ายเหมือนขยำกระดาษแผ่นหนึ่งเสียจริง…

 

_____ยิ่งไปกว่านั้นตอนที่ลั่วซิวเจ๋อล้วงข้อมูลในสมองของฉวี่เส้าถิงนั้น ยังลอบใช้คำพูดชักจูงการเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย ไม่อย่างนั้นฉวี่เส้าถิงคงไม่ลงมือสังหารฉีหนานหลังจากที่ทั้งคู่แยกทางกันทันทีแน่ แต่อาจตรวจสอบพลังที่แท้จริงของอีกฝ่ายสักครู่ก่อนถึงจะเริ่มลงมือได้…

 

_____เมื่อเทียบกับลั่วซิวเจ๋อที่แค่เปิดใช้เครือข่ายพลังจิตของตนก็สามารถมองเห็นสถานการณ์โดยรอบได้อย่างชัดเจนราวกับดูจอคอมพิวเตอร์แบบเรียลไทม์แล้ว  ฉีหนานนั้นพบกับเหตุการณ์ที่น่าอนาถยิ่งกว่า…

 

_____ยอดฝีมือที่มีสมรรถภาพร่างกายระดับBผู้นั้นยังคงวิ่งไล่ตามหลังอย่างไม่ลดละ แสงสว่างในมือถูกยิงออกเป็นลำแสงพุ่งผ่านศีรษะของฉีหนานไปโดนต้นไม้ด้านข้างอยู่หลายครั้ง เพื่อข่มขู่ให้หนีหางจุกตูด… ปากของฉีหนานบ่นพึมพำสรรเสริญบรรพบุรุษสิบแปดโคตรของลั่วซิวเจ๋อไปรอบหนึ่ง!

 

_____ลั่วซิวเจ๋อที่แอบสังเกตการณ์และคอยปกป้องพลันมุมปากกระตุกยิกๆ เหอๆ… รอให้การฝึกครั้งนี้เสร็จสิ้นก่อนเถอะ เขาจะจับฉีหนานมาเทศน์ให้ไม่อยากมีชีวิตอยู่เลย!

 

_____จากการหลบการโจมตีอันน่าหวาดเสียวของอีกฝ่ายได้หลายครั้ง ฉีหนานก็รู้ดีถึงสมรรถภาพร่างกายที่แสนธรรมดาของตนเองจึงได้แต่ใช้พลังจิตรบกวนการเล็งของอีกฝ่าย… น่าเสียดายที่ระดับพลังจิตของเขาต่ำเกินไป ถ้าไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายดวงซวยสุดๆ บังเอิญสะดุดก้อนหินขนาดใหญ่จนหน้าคว่ำแล้ว ไม่แน่ตอนนี้เขาอาจไม่มีชีวิตอยู่แล้ว…

 

_____ฉีหนานอ้าปากหอบอย่างหนักหน่วง รู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวจนแทบทะลุออกมาจากอก… หลังจากการออกกำลังกายอย่างหนักที่แทบจะทำให้สมองของเขากลายเป็นแป้งเปียกก้อนหนึ่ง… นอกจากหนีตายแล้วเขาคิดอะไรไม่ออกจริงๆ…

 

_____เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงจิตสังหารที่ปล่อยออกมาจากร่างของอีกฝ่าย… เย็นยะเยือก… โหดร้าย… จิตสังหารที่อยากจะฉีกเขาเป็นชิ้นๆ…

 

_____ฉีหนานอดนึกถึงการต่อสู้อันเย็นเยียบครั้งหนึ่งไม่ได้… เขาเคยรับรู้ถึงจิตสังหารจากร่างของลั่วซิวเจ๋อมาก่อน ทว่ามันไม่เหมือนกันเลยแม้แต่นิดเดียว… จิตสังหารของลั่วซิวเจ๋อแม้จะเย็นยะเยือกเหมือนกัน แต่กลับเป็นการโจมตีและข่มขวัญรูปแบบหนึ่งราวกับจะสำแดงให้เห็นถึงพลังที่สามารถฆ่าคุณได้…

 

_____ด้วยเหตุนี้ทำให้เมื่อเขาเผชิญหน้ากับลั่วซิวเจ๋อจึงอดปากเสียท้าทายอีกฝ่ายไม่ได้… เพราะเขารู้โดยสัญชาตญาณว่า นอกจากเขาก้าวล้ำเส้นของลั่วซิวเจ๋อแล้ว อีกฝ่ายย่อมไม่ฆ่าเขาอย่างแน่นอน…

 

_____ฉีหนานถอนหายใจยาวอย่างเงียบๆ… ดีแล้ว… ถึงจะไม่อยากยอมรับ แต่ตอนนี้เขาคิดถึงลั่วซิวเจ๋อเหลือเกิน… แม้อีกฝ่ายจะโหดร้ายมาก แต่ก็ไม่เคยทำร้ายเขาอย่างจริงจังมาก่อน และยิ่งมีพลังอันแข็งแกร่งของอีกฝ่ายด้วยแล้ว… ช่วยผมด้วย!!!

 

_____จิ๊ดจิ๊ด!

 

_____ขณะที่ฉีหนานกำลังซ่อนตัวจากการค้นหาของชายร่างสูงใหญ่อย่างยากลำบากในมุมหนึ่งของโพรงไม้นั้น พลันปรากฏดวงตาสีแดงสดเบิกกว้างอยู่ในความมืด…

 

_____ฉีหนาน “….”

 

_____บ้าฉิบ!

 

_____ไม่สนแล้วว่า การเคลื่อนไหวของตนจะเรียกให้ชายร่างสูงใหญ่คนนั้นหวนกลับมาหรือไม่ ฉีหนานรีบปีนล้มลุกคลุกคลานออกมาจากในโพรงไม้แคบๆ… ด้านหลังมีสัตว์รูปร่างคล้ายหนูประมาณหกเจ็ดตัวออกมา…

 

_____มันคือสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอที่สุดในป่าแห่งหมอก สิ่งที่อยู่ต่ำที่สุดในห่วงโซ่อาหารหรือก็คือ หนูโรเดนท์!

 

_____หนูโรเดนท์ไม่ใช่สัตว์ที่อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม โดยทั่วไปการที่หนูโรเดนท์จะอยู่ด้วยกันสามถึงห้าตัวก็ถือเป็นเรื่องยากแล้ว ต้องโทษที่ฉีหนานดวงซวย ครู่เดียวก็เจอหนูโรเดนท์มากขนาดนี้… เมื่อเห็นหนูโรเดนท์กลุ่มนั้นแล้ว ฉีหนานก็อยากร้องไห้โฮออกมา จะซวยทั้งทีก็ไม่เห็นต้องซวยขนาดนี้เลย… เห็นได้ชัดว่า หนูโรเดนท์สองกลุ่มนี้เข้าสู่ฤดูผสมพันธุ์แล้ว ทว่าอย่างที่ทราบกันดีว่า สัตว์ในช่วงผสมพันธุ์นั้นจะดุร้ายมากที่สุด… แม้ว่าปกติจะเป็นสัตว์ที่เชื่องมากแค่ไหน เวลานี้ย่อมก้าวร้าวและดุร้ายที่สุด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหนูโรเดนท์ที่ดุร้ายมากอยู่แล้ว…

 

_____ยังทำอะไรได้ล่ะ? เผ่นสิ!

 

_____ด้วยพลังของฉีหนานนั้นพอจะเผชิญหน้ากับหนูโรเดนท์สี่ห้าตัวได้อย่างตึงมือ ทว่าก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่จะสู้กับหนูโรเดนท์ยามปกติมาเป็นอย่างดี แต่พวกหนูที่เข้าสู่ฤดูผสมพันธุ์ตรงหน้านั้น สัญชาตญาณการต่อสู้ยิ่งเฉียบคมมากขึ้น ฉะนั้นฉีหนานจึงได้แต่วิ่งหนีสุดชีวิตจากปากของหนูโรเดนท์จำนวนมาก…

 

_____“จิ๊ด!” หนูโรเดนท์ตัวหนึ่งที่หัวใหญ่พอๆกับแตงโมพลันกระโดดออกมา พร้อมกับอ้าปากกว้างเผยให้เห็นฟันแหลมคมที่เรียงรายอยู่ภายใน และกระโจนเข้าใส่ฉีหนานอย่างดุร้าย…

 

_____ฉีหนานพลันหรี่ตาลง เอื้อมมือไปหยิบมีดสั้นที่พกไว้ตรงเอวด้านหลังและตวัดออกไปยังปากของหนูโรเดนท์ตัวนั้น…

 

_____หากทหารยศต่ำที่สุดของรัฐบาลไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ จะไม่ได้รับอนุญาตให้พกหุ่นยนต์ติดตัวได้… ทว่าฉีหนานนั้นน่าสงสารยิ่งกว่า ตอนที่ออกจากบ้าน เขานึกไม่ถึงว่าจะต้องมาทำงานในป่าแห่งหมอก แม้แต่ปืนเลเซอร์ก็ไม่ได้พกออกมา… บัดนี้ที่ตัวเขามีเพียงมีดสั้นเล่มหนึ่งที่ลั่วซิวเจ๋อมอบให้ก่อนหน้านี้เท่านั้น ตอนนี้เขาได้แต่อธิษฐาน มีดสั้นเป็นอาวุธที่เขาชำนาญที่สุดจึงสามารถหยุดการกัดของหนูโรเดนท์ตัวนี้ได้ มิฉะนั้นเขาคงตายไปแล้ว…

 

_____“เอี๊ยด!”

 

_____พลันเกิดเสียงใสกังวานขึ้น ฉีหนานดันมีดสั้นในปากของหนูโรเดนท์ตัวนั้นอย่างเอาเป็นเอาตาย ในขณะที่หนูตัวนั้นก็พยายามใช้ฟันอันแหลมคมขบกัดจนเกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าดไม่หยุด ราวกับว่าอยากกัดมีดสั้นเล่มนั้นให้หักสะบั้น…

 

_____อย่านึกว่าเป็นเรื่องล้อเล่น… สาเหตุที่หนูโรเดนท์ได้รับการเรียกขานว่า หนูโรเดนท์ ก็เพราะสิ่งที่ล้ำค่ามากที่สุดของพวกมันก็คือ ฟันของพวกมันแข็งแกร่งมากพอที่จะทิ้งรอยฟันเอาไว้บนแผ่นเหล็กผสมโลหะ นับว่าแข็งแกร่งมาก…

 

_____สายตาของฉีหนานพลันตึงเครียด… ไม่มีคมมีดใดสามารถสร้างรอยขีดข่วนให้กับฟันของหนูโรเดนท์ได้… เมื่อไม่สามารถหักอาวุธของอีกฝ่ายสำเร็จ หนูโรเดนท์ตัวนั้นจึงปล่อยมีดสั้นเล่มนั้นและแผดเสียงร้องด้วยความโกรธ หนูโรเดนท์ตัวอื่นพลันหันไปไล่ล่าฉีหนานราวกับโดนทำร้ายเสียเองก็ไม่ปาน…

 

_____ฉีหนานตวัดมีดสั้นไปยังบริเวณสมองของหนูโรเดนท์ตัวนั้นอย่างเด็ดขาด… การหลบหลีกของหนูโรเดนท์นั้นรวดเร็วมาก ทว่าการลงมือของฉีหนานรวดเร็วยิ่งกว่า… เกิดเสียงดังตุบขึ้นพร้อมกับครึ่งใบหูของหนูโรเดนท์ร่วงลงสู่พื้น…

 

_____“จิ๊ดจิ๊ด!” หนูโรเดนท์ที่โดนตัดหูร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวด… ดวงตาสีแดงโลหิตคู่นั้นยิ่งทวีความบ้าคลั่งมากขึ้น…

 

—————-