0 Views

บทที่ 139

 

_________บัตรเหรียญดวงดาวก็เหมือนกับเงินสดในสมัยก่อนที่ไม่มีเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ใดๆ ดังนั้นไม่ว่าใครก็สามารถใช้บัตรใบนี้โอนเงินเข้าบัญชีของตัวเองหรือจะเอาไปใช้จ่ายโดยตรงก็ได้ทั้งนั้น

 

_________เจ้าพวกแมงมุมทมิฬต่างพกบัตรเหรียญดวงดาวติดตัวกันเกือบทุกคน แถมการใช้บัตรเหรียญดวงดาวที่ไม่ได้ลงทะเบียนเหล่านี้ยังไม่มีข้อจำกัด ทำให้ลั่วซิวเจ๋อจ้องมองตัวเลขมหาศาลในบัญชีของตัวเองแล้วยิ้มกว้างจนตาหยี…ต้องเข้าใจว่า การเลี้ยงดูไบโอโรบอทตัวหนึ่งต้องใช้เงินจำนวนมาก เงินที่ได้จากการขายยาแช่ตัวก่อนหน้านี้ถูกนำไปซื้ออะไหล่จนเกือบหมดแล้ว ทั้งที่ไบโอโรบอทกลืนกินเข้าไปขนาดนั้น มันกลับพัฒนาขึ้นแค่นิดเดียวเอง

 

_________ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับทองคำบริสุทธิ์ที่ให้ไบโอโรบอทกินในตอนแรกมาก มันก็เหมือนกับคนที่มีมาตรฐานสูง ของที่มันจะยอมกินย่อมมีจำกัดมาก…

 

_________เมื่อได้เงินก้อนโตอยู่ในมือ ลั่วซิวเจ๋อก็อารมณ์ดีมากอย่างเห็นได้ชัด ต่อให้ฮุคบ่นจู้จี้เรื่องกระดูกที่เขาซื้อกลับมาก็ไม่อาจทำให้เขาอารมณ์เสียได้

 

_________น่าเสียดายที่ความสุขนี้อยู่ได้เพียงสามวันเท่านั้น เพราะว่า…

 

_________“พวกแกจะเอ้อระเหยอยู่ที่นี่ไปถึงเมื่อไหร่!” ซิเรียสถลึงตาใส่ลั่วซิวเจ๋อกับฉีหนานพลางตะโกนเสียงดังอย่างดุดัน “พวกแกรู้บ้างไหมว่า ห้องฝึกที่ฉันจองให้พวกแกมันแพงขนาดไหน? พวกแกผลาญเงินของฉันก็เท่ากับทำร้ายชีวิตของฉันนะ ไอ้เด็กบ้า!”

 

_________ฉีหนาน & ลั่วซิวเจ๋อ “…”

 

_________ลั่วซิวเจ๋อหรี่ตามองซิเรียสแล้วแอบกัดฟันกรอด แปลกจริง ทั้งที่เจ้าหมอนี่ก็ดูมีพลังไม่เท่าไหร่ แต่ลั่วซิวเจ๋อกลับรู้สึกเหมือนในตัวของซิเรียสได้ซุกซ่อนพลังมหาศาลเอาไว้อย่างประหลาด

 

_________แต่ปกติพลังสายนั้นจะถูกซุกซ่อนเป็นอย่างดีจนคนธรรมดาไม่รู้สึกถึงมัน กระทั่งตัวเขายังต้องรอจนทลายขีดจำกัดพลังจิตระดับ SS ก่อนจึงจะรับรู้ถึงพลังสายนี้ ตอนที่เขาพบกับซิเรียสเป็นครั้งแรก ยังแค่สังหรณ์ว่าอีกฝ่ายอาจเป็นภัยคุกคามต่อตนตามสัญชาตญาณ แต่กลับสัมผัสไม่ได้ถึงพลังสายนี้เลยแม้แต่น้อย

 

_________นี่จึงเป็นเหตุผลที่ลั่วซิวเจ๋อค่อนข้างให้ความเคารพต่อซิเรียส ไม่ว่าเมื่อไหร่ยอดฝีมือย่อมเป็นที่เคารพเลื่อมใสของคนอื่นเสมอ อีกทั้งซิเรียสยังได้ชื่อว่า เป็นอาจารย์ของพวกเขา ไม่รู้ว่าอาจารย์ผู้นี้จะสอนพวกเขาเรื่องพลังอันแข็งแกร่งนี้ด้วยไหมนะ

 

_________ระหว่างทางที่พวกเขามุ่งหน้าไปยังห้องฝึก ลั่วซิวเจ๋อเป็นฝ่ายเอ่ยถามถึงข้อสงสัยนี้

 

_________ซิเรียสเหลือบมองลั่วซิวเจ๋อด้วยสายตาแปลกใจไม่น้อย ก่อนจะเอ่ยชมว่า “แกรู้สึกถึงพลังนั้นได้นับว่าไม่เลวเลย แต่น่าเสียดาย พลังนี้ต้องใช้วิธีพิเศษเท่านั้นถึงจะได้รับมัน บางทีอีกไม่นาน พวกแกก็อาจจะมีโอกาสได้รับพลังนี้เหมือนกันก็ได้”

 

_________คำพูดของซิเรียสแฝงไปด้วยความนัยลึกซึ้ง ลั่วซิวเจ๋อพลันนึกถึงเป้าหมายหลักที่ทำให้วอร์เทกซ์จงใจ ‘ดึงตัว’ ซิเรียสมายังกลุ่มโจรสลัดอวกาศวอร์เทกซ์ในตอนแรก… อาณาเขตแห่งผู้ใฝ่หาการต่อสู้

 

_________เขาพยักหน้าให้กับความคิดนี้และไม่ถามไถ่อีก บางครั้งการได้มาซึ่งพลังบางอย่าง นอกจากการฝึกฝนอันหนักหน่วงแล้ว โชคก็เป็นสิ่งสำคัญมากเช่นกัน

 

_________ทั้งสามคนนั่งรถยนต์ลอยฟ้าตรงไปยังตลาดประกายทอง ซึ่งเป็นตลาดแลกเปลี่ยนอัจฉริยะที่ใหญ่ที่สุดของดาวเคราะห์โนนะแกรม

 

_________ถูกต้อง อ่านไม่ผิดหรอก มันคือตลาดแลกเปลี่ยนอัจฉริยะ

 

_________บางคนอาจจะรู้สึกแปลกใจว่า ทำไมดาวเคราะห์ที่เป็นแหล่งรวมตัวของโจรสลัดอวกาศถึงได้มีสถานที่แปลกๆ อย่างตลาดแลกเปลี่ยนอัจฉริยะ แต่หากคิดดูให้ดี ก็จะรู้สึกไม่แปลกใจเลย

 

_________เพราะที่ดาวเคราะห์โนนะแกรม นอกจากกลุ่มนักลงทุนและสมาคมการค้าแล้ว ยังมีกลุ่มพ่อค้าเล็กๆ บางส่วนมาทำธุรกิจที่นี่ ซึ่งสำหรับกลุ่มพ่อค้าเหล่านี้ การว่าจ้างบอดี้การ์ดเพื่อปักหลักอยู่ที่นี่ระยะยาวนับว่าได้ไม่คุ้มเสีย ไม่สู้ซื้อสินค้าที่ต้องการให้พอแล้ว จ้างทีมบอดี้การ์ดสักทีมของดาวเคราะห์โนนะแกรมเพื่อให้พากลับบ้านเกิดของตนดีกว่า ทำเช่นนี้อย่างมากก็เสียแค่ค่าคุ้มครองธรรมดา นับว่าคุ้มค่ามากสำหรับกลุ่มพ่อค้าเล็กๆ เหล่านี้

 

_________ไม่ใช่แค่นี้ นอกจากทหารรับจ้างกับทีมคุ้มกันแล้ว ที่นี่คุณยังพบอาชีพอย่างสาวใช้ พ่อบ้าน นักประเมินราคา ซึ่งสำหรับคนรวยแล้ว พวกเขาสามารถจ้างกลุ่มคนที่จะเติมเต็มทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อชีวิตอันสมบูรณ์แบบของคุณได้!

 

_________ห้องฝึกที่ซิเรียสพาพวกเขามามีไว้สำหรับทหารรับจ้าง หรือบอดี้การ์ดของที่นี่เท่านั้น ซึ่งตนก็เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนของห้องฝึกนี้ด้วย แต่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพวกลั่วซิวเจ๋อหรอก

 

_________เป้าหมายเพียงอย่างเดียวที่พวกเขามาที่นี่คือ ใช้ห้องฝึกแรงโน้มถ่วงของที่นี่ ว่ากันว่า ห้องฝึกแรงโน้มถ่วงประเภทนี้ ต่อให้เป็นดาวเคราะห์ในสังกัดจักรวรรดิก็มีแค่ไม่กี่สิบดวงเท่านั้นที่ได้รับติดตั้งห้องฝึกนี้ ดาวเคราะห์โนนะแกรมถึงกับมีอยู่หนึ่งห้อง ย่อมบ่งบอกความสามารถของโจรสลัดอวกาศกลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดี

 

_________“เจ้าพูดว่าอะไรนะ?” ซิเรียสตะโกนถามใส่ชายหนุ่มฝ่ายพนักงานต้อนรับด้วยใบหน้าเขียวคล้ำ

 

_________ชายหนุ่มสวมเสื้อคลุมแฟชั่น ใบหน้าตกแต่งด้วยเครื่องสำอาง และกำลังตะไบเล็บของตัวเองอย่างประณีตบรรจง พอได้ยินคำถามของซิเรียส เขาก็ชักสีหน้าใส่ซิเรียสอย่างไม่พอใจ ก่อนจะฟาดฝ่ามือตบโต๊ะเสียงดัง แล้วตะคอกกลับด้วยสีหน้าบึ้งตึง “ตะโกนทำไมเล่า! ข้าไม่ได้หูหนวกนะเฟ้ย ไม่มีห้องก็คือไม่มีห้อง ต่อให้เจ้าแหกปากดังกว่านี้ก็ไม่มีห้องโว๊ย!”

 

_________ซิเรียสทำหน้าเคร่งเครียด “ข้าจองห้องไว้ตั้งแต่สามวันก่อน เมื่อวานข้ายังมายืนยันอีกรอบ แต่ตอนนี้เจ้ากลับบอกข้าว่า ไม่มีห้องงั้นเหรอ?”

 

_________ชายเจ้าสำอางผู้นั้นถึงกับชะงักค้าง ก่อนจะกลอกตาใส่ซิเรียส “งั้นคนที่เข้าเวรคงจำผิดแล้ว ยังไงไม่มีก็คือไม่มีสิ! เอาแบบนี้ ข้าคืนเงินค่ามัดจำให้เจ้าก็ได้! เจ้าชื่ออะไรล่ะ?”

 

_________เขาพูดพลางเปิดควอนตัมคอมพิวเตอร์เพื่อเตรียมค้นหาชื่อของซิเรียส

 

_________ซิเรียสจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นเยียบ “ข้าไม่ยักกะรู้ว่า ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่คนเข้าเวรของศูนย์ฝึกพีแนนซ์กลายเป็นคนโง่ ที่กระทั่งเรื่องแบบนี้ยังจำผิดได้”

 

_________ชายหนุ่มเจ้าสำอางค้อนตาใส่อย่างมุ่งร้าย อ้าปากจะพูดบางอย่าง ทว่าจู่ๆ นัยน์ตาพลันทอประกายวาววับ สีหน้ากรุ่นโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มยั่วยวนมีเสน่ห์ในพริบตาเดียว เสียงแหลมแสบแก้วหูก็ฟังดูนุ่มนวลรื่นหูขึ้นมากเช่นกัน “คุณชายนอร์มัน ท่านมาแล้วเหรอ ผมจองห้องให้ท่านแล้วขอรับ จะให้ผมปรับระดับแรงโน้มถ่วงสามเท่าไหม?”

 

_________“อืม ขอบใจเจ้ามาก โชคดีที่ได้เจ้าช่วยไว้ เมื่อวานข้าถึงได้จองห้องนี้ทัน ได้ยินว่าลานเซโลมาช้ากว่าข้าไปก้าวหนึ่ง” คุณชายที่ถูกเรียกว่า นอร์มัน ดูอ่อนโยนมาก เขายังมอบรอยยิ้มบางให้ชายหนุ่มเจ้าสำอางคนนั้นด้วย

 

_________เมื่อชายหนุ่มได้ยินเช่นนั้น ก็ระบายรอยยิ้มกว้างทันที เขารู้ว่า คุณชายนอร์มันพูดเช่นนี้แสดงว่า อีกฝ่ายรับรู้ถึงความเอาอกเอาใจของตนแล้ว จึงรีบควักบัตรใบหนึ่งจากใต้โต๊ะขึ้นมาวางไว้บนเคาน์เตอร์

 

_________ชายชราข้างกายของนอร์มันขยับมาข้างหน้าหนึ่งก้าวเพื่อหยิบบัตรใบนั้น แต่นึกไม่ถึงว่า จู่ๆก็มีมือข้างหนึ่งกดบนบัตรใบนั้นเสียก่อน

 

_________“เจ้าๆๆ ! เจ้าคิดจะทำอะไรน่ะ!” ชายหนุ่มเจ้าสำอางสะดุ้งโหยง เขาลืมไปแล้วว่า คนทั้งสามยังอยู่ที่นี่ด้วย

 

_________“ไม่ทำอะไร ข้าแค่อยากรู้ว่า ทำไมห้องที่พวกเราจองไว้เมื่อสามวันก่อน ถึงได้โดนคนที่เพิ่งจองเมื่อวาน ‘ชิงตัดหน้า’ ไปได้” ลั่วซิวเจ๋อจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก

 

_________ชายหนุ่มพลันสะอึก ก่อนจะกลายเป็นความอับอายปนเกรี้ยวกราดอย่างรวดเร็ว เขาฟาดฝ่ามือลงบนโต๊ะเสียงดัง “โวยวายทำไมเล่า เจ้าเป็นอะไรของเจ้าเนี่ย ข้าก็บอกแล้วว่าจะคืนเงินค่ามัดจำให้ เจ้ายังจะเอาอะไรอีก!”

 

_________ซิเรียสเห็นเช่นนั้น ก็โค้งมุมปากขึ้น แล้วปล่อยให้ลั่วซิวเจ๋อจัดการเรื่องนี้เอง เขาอยากดูว่า เจ้าเด็กนี่จะจัดการเรื่องนี้อย่างไร

 

_________สายตาของลั่วซิวเจ๋อฉายแววเย็นยะเยือกชวนขนลุก เขาวางมือไว้บนมือของอีกฝ่ายแล้วออกแรงเบาๆ

 

_________เกิดเสียงกร๊อบดังลั่นพร้อมกับข้อมือของชายหนุ่มเจ้าสำอางที่โดนหักจนผิดรูป ทำเอาเจ้าของมือแผดเสียงร้องโหยหวนสุดเสียง ขณะเบิกตาโพลงมองลั่วซิวเจ๋อด้วยสายตาหวาดผวา คล้ายนึกไม่ถึงว่าชายหนุ่มที่ดูอบอุ่นอ่อนโยนตรงหน้าผู้นี้จะกล้าลงมือ โดยไม่สนใจว่า ที่นี่คือศูนย์ฝึกพีแนนซ์แม้แต่นิดเดียว

 

_________คุณชายที่ถูกเรียกว่า นอร์มัน เองก็ไม่เอ่ยปากพูดอะไร แถมยังเฝ้ามองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างสงบด้วย เมื่อเห็นว่า จู่ๆ ลั่วซิวเจ๋อก็ลงมือหักข้อมือของชายหนุ่มผู้นั้น ชายชราที่คอยอยู่ข้างกายนอร์มันตลอดถึงกับหรี่ตาลงอย่างระแวดระวัง ก่อนจะก้าวถอยหลังหลายก้าวและยืนขวางอยู่ด้านหน้าของคุณชายนอร์มัน

 

_________“ลุงเจ็ด ไม่ต้องกังวล พวกเขาไม่ลงมือกับข้าแน่นอน” คุณชายนอร์มันคลี่ยิ้มบาง เขารู้สึกได้ว่าลั่วซิวเจ๋อไม่ได้ปล่อยจิตสังหารออกมา จึงน่าจะไม่มุ่งเป้ามาที่ตน ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เขาก็ไม่จำเป็นต้องล่วงเกินคนกลุ่มนี้เพื่อคนที่ไม่รู้จักคนหนึ่ง

 

_________คุณชายนอร์มันเหลือบตามองชายหนุ่มคนนั้นด้วยสายตารังเกียจ สิ่งที่เขาเกลียดที่สุดก็คือ เจ้างั่งไม่เจียมตัวพวกนี้ หากอยากอาศัยอยู่บนดาวเคราะห์โนนะแกรม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ อย่าได้สร้างศัตรูโดยไม่จำเป็น

 

_________ไม่งั้นก็จะเหมือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ตัวเขาไม่ได้รีบใช้ห้องฝึกแรงโน้มถ่วงมากขนาดนั้น ถ้าหากอีกฝ่ายเอ่ยปากสักคำว่า ห้องฝึกถูกจองแล้ว เขาย่อมไม่เซ้าซี้อีก แต่อีกฝ่ายกลับต้องการประจบประแจงตน จนยกเลิกการจองห้องของคนอื่น ดังนั้นเจ้าตัวจึงล่วงเกินคนของสองฝ่ายโดยไม่รู้ตัว ฝ่ายหนึ่งคือหัวหน้าของศูนย์ฝึกพีแนนซ์ ส่วนอีกฝ่ายย่อมเป็นกลุ่มยอดฝีมือกลุ่มนี้

 

_________เรื่องที่มีแต่เสียไม่มีได้เช่นนี้ นอร์มันไม่ปลื้มเด็ดขาด

 

_________“พวกเจ้าตายแน่! พวกเจ้ากล้าก่อเรื่องในศูนย์ฝึกพีแนนซ์งั้นเหรอ!” ชายหนุ่มเจ้าสำอางแหกปากตะโกนอย่างคับแค้น เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสองนายที่อยู่ไม่ไกลต่างเดินตรงเข้ามามองพวกลั่วซิวเจ๋อด้วยสายตาดุดันมุ่งร้าย แต่กลับยังไม่ลงมือเสียที

 

_________“ไปเรียกป๋อเฟย ผู้ดูแลศูนย์ฝึกของพวกเจ้ามาซะ ถามเขาว่า ศูนย์พีแนนซ์ของพวกเจ้าต้อนรับลูกค้าแบบนี้เหรอ?” ซิเรียสเห็นว่า ลั่วซิวเจ๋อจัดการเรื่องนี้ไปครึ่งหนึ่งเรียบร้อยแล้ว เขาเองก็ไม่อยากให้เรื่องมันบานปลายมากเกินไป จึงเอ่ยปากเพื่อที่จะจบเรื่องทุกอย่าง

 

_________เมื่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งสองได้ยินชื่อป๋อเฟย ก็มีท่าทีลังเลอย่างเห็นได้ชัด สายตาที่ใช้มองซิเรียสเองก็เปลี่ยนไปมาก หนึ่งในนั้นขมวดคิ้วกล่าวว่า “ตอนนี้ท่านป๋อเฟยไม่อยู่”

 

_________“ไม่อยู่?” ซิเรียสเลิกคิ้ว “ไอ้แก่นั่นไปหาสาวอีกแล้วเหรอ?”

 

_________สีหน้าของเจ้าหน้าที่ทั้งสองพลันดูกระอักกระอ่วนไม่น้อย ท่าทางหวาดระแวงก็ลดน้อยลงมาก ดูเหมือนจะเชื่อในฐานะของซิเรียสแล้ว ไม่งั้นซิเรียสคงไม่มีทางรู้แน่นอนว่า งานอดิเรกที่ป๋อเฟยโปรดปรานที่สุดคือ การไปหาสาว…

 

_________“เหลวไหล…เขาพูดเหลวไหล…เขาจะรู้จักผู้ดูแลป๋อเฟยได้ยังไงกัน! เขาโกหก!!” ชายหนุ่มเจ้าสำอางตะโกนสุดเสียง สีหน้าแปรเปลี่ยนจากหวาดผวาเป็นความสิ้นหวังแล้ว

 

_________ไม่นะ…เขาจะต้องโกหกแน่ๆ ! ถ้าเขารู้จักผู้ดูแลป๋อเฟยจริงๆ ล่ะก็ จะมาจองที่นี่ได้ยังไง? ใช่แล้ว! เขาจะต้องเคยได้ยินชื่อของผู้ดูแลป๋อเฟยมาจากที่ไหนสักแห่งแล้ว จะเอามาใช้เป็นใบเบิกทางที่นี่แน่!

 

_________เห็นได้ชัดว่าคำพูดเหล่านั้นของชายหนุ่มเป็นแค่คำคร่ำครวญอันเหลวไหลด้วยความสิ้นหวังเท่านั้น เจ้าหน้าที่ทั้งสองคนเห็นเช่นนั้นก็อดรู้สึกหงุดหงิดไม่ได้

 

_________คิดว่าพวกเขาดูไม่ออกว่าคนผู้นี้โกหกหรือเปล่าเหรอ? เจ้าหมอนี่กำลังผายลมอยู่เหรอไง?

 

_________“เอาล่ะ! เรื่องนี้ให้มันจบไปเถอะ!”

 

_________ขณะนั้นเอง คุณชายนอร์มันก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าไม่พอใจพลางกล่าวเสียงเย็นเยียบ

 

_________พอชายเจ้าสำอางเห็นนอร์มันเอ่ยปาก ก็หันขวับไปมองอีกฝ่ายด้วยความดีใจสุดขีด ใช่แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำในวันนี้ก็เพื่อคุณชายนอร์มัน เพราะงั้นคุณชายนอร์มันจะต้องปกป้องเขาแน่!

 

_________บัดนี้เจ้าหน้าที่ทั้งสองต่างแสดงสีหน้าอึดอัดลำบากใจ จริงอยู่ที่ผู้ดูแลป๋อเฟยคือผู้ดูแลของที่นี่ แต่อิทธิพลของคุณชายนอร์มันผู้นี้เองก็ยิ่งใหญ่มาก ถ้าหากคนตรงหน้าคือสหายของป๋อเฟยล่ะก็ เรื่องคงจัดการได้ง่ายๆ แต่ในกรณีที่พวกเขาหลอกลวงล่ะ…

 

_________ชายเจ้าสำอางเห็นสีหน้าของเจ้าหน้าที่เปลี่ยนไปก็ฉีกยิ้มกว้างด้วยความยินดีแทบคลั่ง ว่าแล้วเชียว! กอดขาของคุณชายนอร์มันจะต้องปลอดภัยแน่!

 

_________ครั้งนี้เขาคง…

 

_________น่าเสียดาย รอยยิ้มบนใบหน้าของเขายังไม่ทันหายไป คุณชายนอร์มันพลันตวัดสายตาเย็นชามาทางเขาพร้อมกับพูดกับเจ้าหน้าที่อย่างไม่พอใจ “ข้าคิดไม่ถึงจริงๆ ว่า ศูนย์ฝึกพีแนนซ์ของพวกเจ้าจะทำเรื่องแบบนี้ได้! ทั้งที่คนอื่นจองห้องฝึกก่อน แล้วทำไมถึงบอกข้าว่าไม่มีคนจองล่ะ? เจ้าจงใจยุยงให้ตระกูลอับราฮัมของพวกเรากับคุณชายผู้นี้บาดหมางกันใช่ไหม?”

 

_________ชายเจ้าสำอางทำหน้าช็อกค้างไปแล้ว เขานึกไม่ถึงจริงๆ ว่า คุณชายนอร์มันจะไม่ยอมช่วยเขา แถมยังโทษเขาอีก!

 

_________ไม่ว่าเรื่องในวันนี้จะเกิดขึ้นหรือไม่ก็ตาม แค่อำนาจของคุณชายนอร์มันก็สามารถทำให้เขาจบเห่ได้แล้ว ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่เจตนายกเลิกการจองของลูกค้าคนอื่นเพื่อประจบคุณชายนอร์มัน จนทำให้ศูนย์ฝึกพีแนนซ์เสื่อมเสียชื่อเสียง…ถ้าผู้ดูแลป๋อเฟยรู้เรื่องนี้ล่ะก็ จะต้องไม่ปล่อยเขาไปแน่…เขาจบสิ้นแล้วจริงๆ

 

_________คำพูดของนอร์มันเสมือนกับตอกฝาโลงทำลายความหวังสุดท้ายของชายเจ้าสำอางจนหมดสิ้น เขาทรุดนั่งลงไปกองกับพื้น หว่างขามีกลิ่นเหม็นของปัสสาวะโชยออกมา

 

_________เมื่อเจ้าหน้าที่ทั้งสองเห็นคุณชายนอร์มันเอ่ยปากเช่นนี้ ก็รีบลากตัวชายหนุ่มเจ้าสำอางออกไปทันที พร้อมกับสั่งให้หุ่นยนต์ทำความสะอาดมาจัดการเช็ดถูที่นี่อย่างรวดเร็ว จากนั้นเด็กสาวน่ารักคนหนึ่งก็เดินมาประจำตำแหน่งแทนชายเจ้าสำอางคนนั้นอย่างคล่องแคล่ว

 

_________“สวัสดีค่ะ คุณซิเรียส ขออภัยสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น เพื่อเป็นการชดเชย ท่านสามารถเลือกได้ว่า ท่านจะรับการยกเว้นค่าใช้บริการห้องฝึกหรือจะเพิ่มระยะเวลาการใช้ห้องฝึกค่ะ” เด็กสาวคนนี้หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มมาก ทั้งยังคลี่ยิ้มอ่อนหวานให้ซิเรียสด้วย ดูเหมือนว่าเธอจะได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ทั้งสองคนแล้วจึงรู้ว่าคนตรงหน้าน่าจะเป็นสหายของผู้ดูแลป๋อเฟย คำพูดท่าทางของเธอจึงอ่อนหวานนอบน้อมเป็นพิเศษ

 

_________เห็นได้ชัดว่าเด็กสาวคนนี้รู้จักวิธีรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ เป็นอย่างดี หลังจากขอโทษซิเรียสพร้อมกับยื่นข้อเสนอชดเชย รวมถึงให้เวลาเขาคิดไตร่ตรองก่อนอย่างรู้ใจ เธอก็หันมามองนอร์มันด้วยสีหน้ารู้สึกผิดพลางกล่าวเสียงนุ่ม “ขออภัยจริงๆ คุณชายนอร์มัน ทั้งหมดเป็นเพราะเจ้าหน้าที่ของพวกเราขาดความเป็นมืออาชีพ จนทำให้ท่านต้องเดือดร้อน ทางเรายินดีชดเชยให้ท่านเช่นกันค่ะ”

 


ห่างหายไปนานกว่า 3 เดือน เนื่องจากเราปั่นงานกับวนอยู่ในกูซู หาทางออกไม่เจอค่า = =’

หาเรื่องผิดคนเลยโดนพี่ลั่วหักข้อมือเบาๆไปดอกหนึ่ง 555555+

ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจและการรอคอยนะคะ 🙂