0 Views

บทที่ 136

 

______ฉีหนานเองก็ไม่ปรานีคนเหล่านี้เช่นกัน ถ้าศัตรูเป็นเพียงคนธรรมดา ฉีหนานคงไม่ต้องหนักมือเช่นนี้ แต่อีกฝ่ายเป็นโจรสลัดอวกาศที่เข่นฆ่าผู้คนมานับไม่ถ้วนอย่างโหดร้ายป่าเถื่อน ดังนั้นเขาจึงสังหารหมู่โดยไม่รู้สึกผิด

 

______เมื่อเทียบกับลั่วซิวเจ๋อที่ใช้วิธีพุ่งเข้าไปปลิดชีพศัตรูกลางวงล้อมแล้ว ฉีหนานกลับสุขุมกว่าเล็กน้อย ปืนเลเซอร์ในมือของเขาถูกเหนี่ยวไกครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อเด็ดหัวใครก็ตามที่อาจทำร้ายลั่วซิวเจ๋อให้ตกตายด้วยกระสุนของเขา

 

______ความสามัคคีเข้าขากันของพวกเขาสองคนในการต่อสู้ครั้งนี้ช่างสมบูรณ์แบบเหมือนในตำราไม่มีผิด ฉะนั้นลั่วซิวเจ๋อกับฉีหนานจึงใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีกำจัดกลุ่มคนเพียงสิบคนตรงหน้า

 

______สตรีผู้เหลือรอดอยู่เป็นคนสุดท้ายถูกฉีหนานยิงกลางหว่างคิ้วเช่นเดียวกับมีดสั้นในมือของลั่วซิวเจ๋อที่ปาดคอเธอพอดี น่าเสียดายที่มีดสั้นช้ากว่าปืนเลเซอร์อยู่แล้ว ทำให้ฉีหนานได้รับชัยชนะไป

 

______ลั่วซิวเจ๋อหันกลับมาเห็นฉีหนานกำลังเชิดหน้าด้วยสีหน้าปลาบปลื้มแกมท้าทาย

 

______ลั่วซิวเจ๋อมองท่าทีเย่อหยิ่งของฉีหนานแล้วรู้สึกร้อนวูบที่ท้องน้อยทันที พยายามข่มกลั้นสุดกำลังที่จะไม่จับฉีหนานแก้ผ้าและรังแกจนกว่าจะร้องไห้อ้อนวอนเขา ดูสิว่าอีกฝ่ายยังจะกล้าทำท่ายั่วยวนเขาแบบนี้อีกไหม…

 

______(ฉีหนาน “…” ยั่วยวนที่ไหนเล่า! ผมกำลังท้าทายต่างหาก! เข้าใจไหม!)

 

______ลั่วซิวเจ๋อเลียริมฝีปากแห้งผากพลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆพยายามสะกดแสงสีเงินในดวงตาของตน ต้องรอก่อน… ยังไม่ถึงเวลา! สักวันเขาจะต้องทำให้ฉีหนานรู้รสชาติของการท้าทายชาวเงือก!

 

______โอ้… เมื่อถึงเวลานั้นใบหน้าของฉีหนานคงงดงามมากแน่ๆ เขาจะต้องถ่ายรูปเก็บไว้ เผื่อว่างๆ เขาจะได้หยิบขึ้นมาเชยชมอีก!

 

______ฉีหนานไม่รู้ตัวเลยว่า สีหน้าของตนจะเปิดประตูต้องห้ามบานหนึ่งเข้า ในอนาคตเขาจึงนึกเสียใจนับครั้งไม่ถ้วนที่ตอนนั้นตัวเองคิดตื้นๆจนท้าทายลั่วซิวเจ๋อ… ก็เลย… อ่า อย่าพูดถึงมันเลย!

 

______ฝ่ายแมงมุมทมิฬตายหมดเกลี้ยง ในขณะที่ฮุคเพิ่งได้สติและจ้องมองลั่วซิวเจ๋อด้วยสีหน้าซับซ้อน โม่เอ๋อร์มองฉีหนานกับลั่วซิวเจ๋อด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความเคารพนับถือ ดูจากสีหน้าของเธอแล้ว ถ้าไม่ใช่ทั้งสองคนยังแผ่จิตสังหารอยู่ เธอคงพุ่งไปกอดขาของพวกเขาทันทีแน่…

 

______ลั่วซิวเจ๋อเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าฮุค คุกเข่าลงพลางพูดด้วยรอยยิ้มจริงใจ “พวกข้าช่วยเจ้าจัดการตัวปัญหาให้แล้ว แต่ค่าตอบแทนของพวกข้าไม่ใช่ถูกๆเลย เจ้าจะจ่ายด้วยอะไร?”

 

______ฮุคกระตุกมุมปากยิกๆ ตั้งใจจะพูดบางอย่างแต่กลับถูกลั่วซิวเจ๋อตัดบทว่า

 

______“ข้ารู้ เจ้าจะต้องบอกว่าเจ้าไม่ได้ขอให้พวกข้าลงมือเสียหน่อย แต่เจ้าเคยคิดบ้างไหมว่า ถ้าพวกข้าจากไปเช่นนี้ เจ้าจะเป็นอย่างไรต่อไป? กลุ่มแมงมุมทมิฬก็ไม่ใช่พวกนักบุญจิตเมตตา คนของพวกเขาตายในร้านของเจ้า ไม่ว่าเจ้าจะรู้เห็นเป็นใจหรือไม่ พวกมันก็ต้องระบายความโกรธกับเจ้าแน่นอน ยิ่งไม่ต้องพูดถึง…” ลั่วซิวเจ๋อพยักเพยิดไปทางศพของสตรีผู้นั้น “จะว่าไป… ผู้หญิงคนนี้คือทายาทอันดับที่สาม? คนสำคัญต้องมาจบชีวิตเช่นนี้ แค่ข้อมูลที่ออกมาจากปากเจ้า คนพวกนั้นจะพอใจหรือ? เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะทำยังไงเจ้าก็ต้องตายแน่ นอกจาก…”

 

______“นอกจากข้าจะยอมเป็นทาสเจ้า… ตกลง”ฮุคทำหน้าจนปัญญา

 

______“ฉลาดมาก!” ลั่วซิวเจ๋อดีดนิ้วมองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม

 

______ฮุคถึงกับยกมือขึ้นลูบใบหน้า เขารู้ว่าลั่วซิวเจ๋อพูดความจริง ต่อให้เขาอยากบ่นอีกฝ่ายก็บ่นไม่ออก ได้แต่โทษความซวยของตัวเองที่ดันไปเตะตาของพวกแมงมุมทมิฬ ดังนั้นเขาจึงต้องพึ่งพาคนผู้นี้เพื่อรักษาชีวิตน้อยๆของตนเอง

 

______ไม่ว่าจะพูดยังไง เหตุการณ์เมื่อครู่ก็พิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของทั้งสองคนแล้ว ในเมื่อพวกเขากล้าท้าทายกลุ่มโจรสลัดแมงมุมทมิฬเช่นนี้ แสดงว่าต้องมีแบ็คอัพดีเช่นกัน ฮุคเองก็ไม่ได้รู้สึกอาลัยอาวรณ์ร้านพังๆแห่งนี้เช่นกัน เขาชอบดัดแปลงหุ่นยนต์แต่กลับไม่ชอบโลหะเย็นเฉียบพวกนั้นเลย อีกทั้งที่นี่ยังจำกัดปริมาณการสั่งซื้อกระดูกของเขาด้วย ถ้าตนติดตามพวกเขาท่องอวกาศไปด้วยกันล่ะก็  เขาจะต้องรวบรวมวัตถุดิบสำหรับทำอะไหล่ได้มากขึ้นแน่นอน

 

______อีกทั้งเขาค่อนข้างประทับใจในตัวฉีหนานกับลั่วซิวเจ๋อไม่น้อย เขาไม่สนว่าทั้งสองคนอยู่ในสังกัดของกลุ่มไหน ขอแค่ไม่ใช่กลุ่มโจรสลัดอวกาศที่ชอบทำตัวกร่างอย่างกลุ่มแมงมุมทมิฬก็พอแล้ว อันที่จริงเขาก็ไม่รังเกียจที่จะต้องเป็นพวกเดียวกับโจรสลัดอวกาศ

 

______ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็ตัดสินใจได้แล้ว!

 

______ฮุคไม่มัวแต่ชักช้าโอ้เอ้อีกและเริ่มเก็บข้าวของทันที ส่วนฉีหนานกับลั่วซิวเจ๋อก็ลากศพที่กองอยู่ด้านนอกเข้ามาในร้าน โชคดีที่ร้านนี้ค่อนข้างลับตาคน มิเช่นนั้นอาจมีคนเห็นเหตุการณ์นี้ได้

 

______ครึ่งชั่วโมงต่อมา ฮุคก็เก็บของส่วนตัวทั้งหมดไว้ในคลังมิติเสร็จแล้ว บางส่วนที่เหลือก็ยกให้โม่เอ๋อร์ จากนั้นตนก็เดินตามฉีหนานกับลั่วซิวเจ๋อออกไปจากร้านที่ตนพักอาศัยมานาน โดยมีดวงตาที่เอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาของโม่เอ๋อร์…

 

______พวกเขาพาฮุคไปส่งที่เรือรบอวกาศของวอร์เทกซ์ก่อน ลั่วซิวเจ๋อไม่คิดจะพาผู้ติดตามที่ป้องกันตัวเองไม่ได้อย่างหมอนี่ไปเดินเล่นในนครราตรีนิรันดร์อันวุ่นวายเด็ดขาด เพราะมักเกิดการปะทะขึ้นในเมืองเสมอ บางครั้งขณะเดินอยู่บนถนนใหญ่แล้วลองมองเข้าไปในซอยก็จะเห็นกลุ่มคนกำลังทะเลาะกันอยู่ ถ้าเผลอประมาทแม้แต่ก้าวเดียวจนฮุคโดนลูกหลงเข้าล่ะก็ ลั่วซิวเจ๋อคงร้องไห้ไม่ออก

 

______เพื่อให้ฮุคยอมทำตัวว่าง่าย ลั่วซิวเจ๋อจึงยอมนำไบโอโรบอทของตนออกมา ทันทีที่อีกฝ่ายเห็นไบโอโรบอทตัวนั้นก็ถึงกับเบิกตากว้างอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง ก่อนจะร้องแหกปากพลางกอดไบโอโรบอทแน่นไม่ยอมปล่อย ทำเอาลั่วซิวเจ๋อหน้าดำไปเป็นแถบกับภาพตรงหน้า

 

______“ไม่ พวกเราจะพรากจากกันไม่ได้เด็ดขาด เขาคือเนื้อคู่ของข้า!” ฮุคกอดต้นขาของไบโอโรบอทแน่น คล้ายจะบอกว่า ถ้าเจ้าจะแยกพวกเราออกจากกันก็ต้องข้ามศพข้าเสียก่อน

 

______ฉีหนานยืนมองพลางกระตุกมุมปากยิกๆ เขาเคยคิดว่าตาลุงคนนี้เป็นแค่ตาแก่ขี้เมาคนหนึ่ง ตอนนี้คงต้องเพิ่มคำว่า เสียสติ เข้าไปอีกคำ… เจ้าหมอนี่คือผู้เชี่ยวชาญการดัดแปลงหุ่นยนต์จริงเหรอ???

 

______ลั่วซิวเจ๋อนวดคลึงขมับอย่างอ่อนล้าพลางพูดเสียงนุ่มว่า “ข้าจะไม่แยกพวกเจ้าออกจากกัน เพียงแต่… เจ้าน่าจะมองออกว่า หุ่นยนต์ของข้าเพิ่งเริ่มวิวัฒนาการ จึงยังไม่พร้อมในหลายด้านและข้ารู้สึกว่า ส่วนประกอบโลหะในตัวมันมีมากเกินไป ดังนั้นอะไหล่กระดูกของเจ้า…”

 

______“ไม่มีปัญหา! ขอแค่เจ้ายอมให้ข้าได้อยู่กับคนสวยคนนี้ ข้าจะเปลี่ยนอะไหล่โลหะให้เป็นอะไหล่กระดูกทั้งหมดเอง! แน่นอนว่า เจ้าจะต้องช่วยหากระดูกมาให้ข้า เพราะข้าไม่มีปัญญาไปล่าสัตว์พวกนั้นแน่นอน” ฮุคพยักหน้าตอบรับทันที

 

______“ตกลงตามนั้น!” ลั่วซิวเจ๋อรับคำหนักแน่น สามารถดึงตัวผู้เชี่ยวชาญการดัดแปลงหุ่นยนต์มาเป็นพวกได้อย่างง่ายดายขนาดนี้ ข้อแลกเปลี่ยนแค่นี้นับว่าจิ๊บจ๊อยมาก!

 

______เมื่อเห็นว่า ฮุคยังคงพลอดรักกับไบโอโรบอทด้วยสีหน้าเปี่ยมสุขเช่นนั้น ก็พอจะเดาออกว่า อีกฝ่ายคงไม่วิ่งแจ้นหาเรื่องใส่ตัวในเร็วๆนี้กระมัง

 

______ก่อนที่จะเดินออกมา ฉีหนานสังเกตเห็นว่า ฮุคกำลังคันไม้คันมือเตรียมทำความสะอาดครั้งใหญ่แล้ว ก็อดนึกถึงโลหิตสีชาดของตนไม่ได้

 

______ร่างหุ่นยนต์ของเสี่ยวเคย่อมวิเศษมาก แข็งแกร่งมาก แต่ก็เป็นเทคโนโลยีของห้าสิบปีก่อน อีกทั้งเทคโนโลยีของจักรวรรดิวาเนสซ่ายังล้ำสมัยกว่าของรัฐบาลกลางอย่างเห็นได้ชัด เขาควรขอให้คุณฮุคดัดแปลงโลหิตสีชาดด้วยไหม?

 

______“ตอนนี้ยังไม่ต้อง” ลั่วซิวเจ๋อหยุดเขาไว้ก่อน

 

______“ทำไมล่ะ?” ฉีหนานงุนงง ทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นไม่ใช่เรื่องดีหรือ?

 

______ลั่วซิวเจ๋อคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ล้ำลึก “ฮุคไม่ใช่คนโง่ ไม่รู้ว่าไบโอโรบอทตัวเดียวจะดึงความสนใจของเขาได้นานแค่ไหน แล้วโลหิตสีชาดที่แสนพิเศษเล่า? เสี่ยวเคคือสิ่งมีชีวิตอันน่ามหัศจรรย์ยิ่งกว่า ถ้าเราเอาโลหิตสีชาดออกมาตอนนี้ ไม่แน่เขาอาจจะไม่อยากดัดแปลงไบโอโรบอทแล้วก็ได้ ดังนั้นเราควรรอเวลาให้เขาดัดแปลงไบโอโรบอทเสร็จก่อน จนกว่าเขาจะไม่สนใจไบโอโรบอทแล้วเราค่อยนำโลหิตสีชาดออกมาดีกว่า”

 

______ดวงตาของฉีหนานทอประกายวาววับ “ตกปลา?”

 

______“ถูกต้อง” ลั่วซิวเจ๋อโค้งมุมปากขึ้น สำหรับคนอย่างฮุคที่ไม่อาจนำผลประโยชน์อื่นมาต่อรองนั้น ควรใช้เหยื่อชั้นดีมาหลอกล่อจึงเป็นวิธีที่ได้ผลที่สุด ขอเพียงเจ้าตัวได้เจอหุ่นยนต์ชั้นยอดที่ไม่เคยพบมาก่อน ต่อให้คุณไล่ เขาก็ไม่ยอมไปเด็ดขาด

 

______ทั้งสองคนกลับมายังนครราตรีนิรันดร์อีกครั้ง ก่อนจะเข้าพักในโรงแรมหนึ่งคืน

 

______ต้องยอมรับว่า นครราตรีนิรันดร์เป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองและหรูหรามากแห่งหนึ่ง ต่อให้เป็นโรงแรมที่ภายนอกดูธรรมดามาก แต่การตกแต่งภายในห้องกลับหรูหรางดงามมาก การทำให้แขกรู้สึกสะดวกสบายเหมือนบ้านคือสิ่งที่สำคัญที่สุด และเพื่อให้เหมาะสมกับราคาที่แพงลิบลิ่ว!

 

______ตอนที่รู้ว่าลั่วซิวเจ๋อกับฉีหนานต้องการพักห้องเดียวกัน เด็กสาวที่กำลังมอบรอยยิ้มทรงเสน่ห์อยู่หน้าเคาน์เตอร์แทบจะเปลี่ยนสีหน้าทันที แม้จะไม่มีท่าทีเสียมารยาทใดๆ แต่ก็ไม่กระตือรือร้นเหมือนก่อนหน้านี้เช่นกัน

 

______“นี่ค่ะ ห้องของทั้งสองท่านคือ ห้องหมายเลขเจ็ดศูนย์หกค่ะ ขอให้ทั้งสองท่านมีความสุขกับการพักผ่อนค่ะ” รอยยิ้มของเด็กสาวช่างดูเสแสร้งนัก

 

______ฉีหนานมองเธอด้วยความแปลกใจ เมื่อครู่สตรีคนนี้ยังมอบรอยยิ้มอ่อนหวานน่ารักให้เขาอยู่แท้ๆ ทำไมจู่ๆท่าทางถึงเปลี่ยนไปแบบนี้ล่ะ?

 

______ลั่วซิวเจ๋อแอบยิ้มอยู่ด้านข้าง เขาย่อมรู้ว่า ตัวเขาหน้าตาโดดเด่นมาก ส่วนฉีหนานก็นับว่าหล่อเหลามากเช่นกัน สองหนุ่มหน้าตาดีมายืนอยู่ตรงหน้าเด็กสาวที่ดูมั่นใจในตัวเองมากคนหนึ่ง พวกเขาย่อมได้รับการเอาอกเอาใจอย่างกระตือรือร้นจากเด็กสาว แต่พอเธอรู้ว่า ชายหนุ่มตรงหน้าทั้งสองคนเป็นคนรักกัน ความกระตือรือร้นย่อมจางหายไป เพราะ… เพศไม่ใช่สิ่งที่ความงามของตนจะช่วยให้อีกฝ่ายเปลี่ยนใจได้

 

______หลังจากที่ก้าวเข้ามาในห้อง ลั่วซิวเจ๋อเลียริมฝีปาก ก่อนจะฉวยโอกาสที่ฉีหนานไม่ทันตั้งตัว อุ้มอีกฝ่ายขึ้นมาบนเตียงและเริ่มจูบอีกฝ่ายอย่างเร่าร้อนดูดดื่ม

 

______ฉีหนานหาได้ตกใจที่ถูกจู่โจมเช่นนี้ พูดอีกอย่างคือ… เขาสัมผัสได้ถึงความเร่าร้อนอันคุ้นเคยที่แผ่ออกมาจากร่างของลั่วซิวเจ๋อตั้งนานแล้ว ถ้าลั่วซิวเจ๋อไม่ทำอะไรเขาต่างหากถึงจะน่าแปลกใจ

 

______“อือ… มีอะไร?” ฉีหนานถูกลั่วซิวเจ๋อระดมจูบจนหายใจแทบไม่ทัน กำลังพยายามถอดเสื้อผ้าของลั่วซิวเจ๋อ จู่ๆกลับรู้สึกว่าอีกฝ่ายหยุดชะงักกลางคัน

 

______“น่ารำคาญจริงๆ” ลั่วซิวเจ๋อขมวดคิ้วเล็กน้อย จากนั้นกล้องวงจรปิดหลายตัวที่แอบอยู่ตามมุมอับสายตาในห้องก็… แหลกเป็นชิ้นๆ

 

______“นั่นมันอะไร?” ฉีหนานถามด้วยท่าทางมึนเบลอ

 

______“ไม่มีอะไร ก็แค่ตบแมลงวันตัวเล็กๆน่ารำคาญ” ลั่วซิวเจ๋อเริ่มจูบอีกครั้งพลางใช้นิ้วเรียวยาวปลดกระดุมของฉีหนานอย่างคล่องแคล่ว

 

______“อือ…” ฉีหนานครางในลำคอ พยายามปลดเสื้อผ้าของลั่วซิวเจ๋ออีกครั้งโดยไม่สนใจของพวกนั้นอีก

 

______ในฐานะผู้ชายสุขภาพแข็งแรงคนหนึ่ง การอยู่ข้างกายคู่หมั้นแสนสวยของตัวเองตลอดทั้งวันโดยที่ไม่สามารถแตะต้องหรือทำอะไรได้เลย มันเป็นเรื่องที่ทรมานใจมากขนาดไหน

 

______ทั้งสองคนกอดรัดเกี่ยวกระหวัดกันไปมาดุจอสรพิษ ไม่รู้ว่าขาทั้งสองข้างของลั่วซิวเจ๋อเปลี่ยนเป็นหางตั้งแต่เมื่อไร มันตวัดรัดร่างของฉีหนานไว้แน่นอย่างหวงแหนคล้ายกับต้องการประกาศความเป็นเจ้าของในตัวของอีกฝ่าย

 

______สองขาของฉีหนานที่เสียดสีกับเกล็ดเย็นๆของอีกฝ่าย กลับทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นมากขึ้นจนต้องหนีบขาของตนแน่นขึ้น ส่วนที่เริ่มปฏิกิริยาใต้กางเกงของเขาดันสัมผัสกับลั่วซิวเจ๋อเข้าจนได้

 

______“อย่าใจร้อน…” ลั่วซิวเจ๋อใช้ลิ้นเรียวนุ่มเลียลูกกระเดือกของฉีหนาน สองมือยังคงยุ่มย่ามปลุกปั่นอารมณ์ของฉีหนานไม่หยุด

 

______ฉีหนานถึงกับกลั้นเสียงครางไม่ไหว แหงนหน้าขึ้น ดวงตาชุ่มฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำแห่งอารมณ์

 

______ลั่วซิวเจ๋อหลงใหลฉีหนานที่ดูบอบบางในตอนนี้เหลือเกิน จนต้องดึงเขาเข้าสู่อ้อมกอดของตน สองมือนวดเคล้นคลึงบั้นท้ายงอนเล็กน้อยของอีกฝ่ายไปมาไม่หยุด อยากกระชากเสื้อผ้าของอีกฝ่ายออกไป จากนั้นก็จับกดลงบนเตียงและรังแกตามใจชอบมากเสียจนแทบจะทนไม่ไหว

 

______“ยังไม่ได้… ตอนนี้ยังไม่ได้…” ลั่วซิวเจ๋อข่มกลั้นจนดวงตาแดงก่ำไปหมด เขาพยายามเตือนสติตัวเองไม่หยุด ใบหน้างดงามไร้ที่ติบัดนี้ดูบิดเบี้ยวจนไม่น่ามอง

 

______ความทรมานที่ต้องฝืนข่มกลั้นสัญชาตญาณในฤดูผสมพันธุ์ของตนสามารถแผดเผาวิญญาณของชาวเงือกตนนั้นได้เลย แต่เขาไม่อยากให้คนรักบาดเจ็บเพราะความใจร้อนของตน

 

______การดูแลทะนุถนอมคู่ชีวิตของตนอย่างสุดความสามารถคือคำสาบานที่ชาวเงือกทุกตนยึดมั่นและภาคภูมิ มันคือเกียรติยศที่บรรพบุรุษยึดถือและสืบทอดต่อกันมา  ต่อให้ทรมานมากกว่านี้ ลั่วซิวเจ๋อก็จะไม่ยอมเริ่มฤดูผสมพันธุ์ของตัวเองที่นี่เด็ดขาด

 

______“อา… ซิวเจ๋อ…”เสียงของฉีหนานที่ดังข้างหูของลั่วซิวเจ๋อเปรียบเสมือนยาปลุกกำหนัดชั้นเลิศสำหรับเขา ถ้าปณิธานของลั่วซิวเจ๋อไม่หนักแน่นจนน่าตกใจเช่นนี้ เกรงว่าคงจับฉีหนานแก้ผ้ามาปู้ยี้ปู้ยำเรียบร้อยแล้ว

 

______ลั่วซิวเจ๋อสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ก่อนจะผุดลุกขึ้นอุ้มฉีหนานเข้าไปในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว ฉีหนานในตอนนี้รู้สึกอ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรงเหมือนก้อนแป้ง ได้แต่ปล่อยให้ลั่วซิวเจ๋อทำตามใจชอบ

 

______จากนั้นเสียงประหลาดชวนคิดลึกพลันดังก้องไปทั่วห้องน้ำ บางครั้งก็ได้ยินเสียงครางของฉีหนานดังลอดออกมา เวลาผ่านไปเนิ่นนานกว่าประตูห้องน้ำจะถูกเปิดอีกครั้ง ลั่วซิวเจ๋อกำลังอุ้มฉีหนานที่ทำหน้าบูดบึ้งขัดใจเดินออกมา

 

______อารมณ์ยังค้างคาไม่เต็มอิ่ม… ไม่ใช่แค่ลั่วซิวเจ๋อเท่านั้น ฉีหนานเองก็อยู่ในสภาพเดียวกัน

 

______สบายก็สบายอยู่หรอก แต่ตราบใดที่ไม่ทำจนถึงขั้นตอนสุดท้าย ฉีหนานก็รู้สึกว่าไม่พออยู่ดี

 

______เขากังวลมากว่า ถ้าลั่วซิวเจ๋อยังไม่เริ่มฤดูผสมพันธุ์ของตัวเองอีก สักวันเขาคงทนไม่ไหวขึ้นขี่ลั่วซิวเจ๋อเสียเองแน่…

 

______ความรู้สึกค้างคาเช่นนี้ช่างน่าหงุดหงิดและอึดอัดมาก เหมือนหัวใจกำลังล่องลอยขึ้นสู่ฟากฟ้า อีกแค่ก้าวเดียวก็จะไปถึงฝั่งฝันแล้วแต่ก็ต้องร่วงหล่นลงมาเสียก่อน

 

______ยังถือเป็นค่ำคืนแสนหวานสำหรับทั้งสองคน แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่า มีบางคนกำลังคลุ้มคลั่งเพราะพวกเขา…


เอิ่ม พี่ลั่ว น้องฉียิ่งกว่าพร้อมอีกนะนั่น = =’

ขอบคุณสำหรับทุกการรอคอยและกำลังใจนะคะ 🙂