0 Views

บทที่ 134

 

_______“จะไปซื้ออะไหล่หุ่นยนต์ได้ที่ไหน?” เมื่อเดินออกมาจากถนนสายนั้นแล้ว ลั่วซิวเจ๋อก็ยื่นเงินห้าร้อยเหรียญให้กับเด็กสาว

 

_______เด็กสาวดูตื่นเต้นดีใจมากกับจำนวนเงินที่ได้รับ กระทั่งรอยยิ้มเสแสร้งประจบสอพลอยังดูจริงใจขึ้นหลายส่วน

 

_______“ถ้าอยากซื้ออะไหล่หุ่นยนต์ เรามีศูนย์หุ่นยนต์ครบวงจร โดยชั้นสองกับชั้นสามของที่นั่นมีสินค้าคุณภาพดีอยู่ไม่น้อย แต่ถ้าท่านกระเป๋าหนักพอล่ะก็ ชั้นสี่มีสินค้าชั้นยอดมากมายให้ท่านเลือกซื้อ… ศูนย์หุ่นยนต์ครบวงจรเป็นแหล่งจำหน่ายอะไหล่หุ่นยนต์ที่ใหญ่ที่สุด แถมยังมีร้านอื่นตั้งขายอยู่ใกล้ๆด้วย ซึ่งสินค้าที่ร้านพวกนี้นำมาขายมักจะเป็นอะไหล่พิเศษสำหรับหุ่นยนต์บางประเภท… ส่วนอะไหล่ชั้นหนึ่งจะพบเฉพาะในงานประมูลซิลเวอร์สตาร์เท่านั้น พวกท่านนับว่าโชคดีนัก เพราะงานประมูลซิลเวอร์สตาร์ที่จัดขึ้นเพียงเดือนละครั้งจะเริ่มวันพรุ่งนี้พอดี แค่พวกท่านไปซื้อบัตรเชิญมาสักใบก็สามารถเข้าร่วมงานประมูลได้แล้ว” เด็กสาวอธิบายเสียงเจี๊ยวจ๊าวอย่างคล่องแคล่ว ราวกับสินค้าพวกนั้นเป็นของครอบครัวเธอก็ไม่ปาน

 

_______“ไปร้านด้านนอกก่อน” ลั่วซิวเจ๋อครุ่นคิดพักหนึ่ง เขาคิดว่าสินค้าของศูนย์หุ่นยนต์ครบวงจรคงมีแต่สินค้าระดับมาตรฐานทั่วไป แต่ไบโอโรบอทของเขาเป็นหุ่นยนต์รุ่นพิเศษที่จำเป็นต้องใช้อะไหล่พิเศษ…

 

_______“ได้เจ้าค่ะ เชิญตามข้ามาเลย… อา ใช่ พวกท่านโปรดเรียกข้าว่า โม่เอ๋อร์ เถิด” เด็กสาวยิ้มกว้างสดใส ดูเหมือนนายท่านสองคนนี้จะไม่ชอบลุคเย้ายวนเซ็กซี่ของเธอนัก เธอรีบเข้าห้องน้ำไปล้างเครื่องสำอางบนใบหน้าออกจนหมด และควักเสื้อสูทยาวออกมาใส่ แม้จะยาวกว่ากระโปรงสั้นของเธอเล็กน้อย แต่ก็ช่วยให้ไม่โป๊มากนัก

 

_______โม่เอ๋อร์นำทางทั้งสองคนมาถึงซอยเล็กๆอย่างรวดเร็ว ปากซอยเป็นประตูบานใหญ่โทรมๆที่ติดป้ายโฆษณาพังๆเขียนว่า ร้านหุ่นยนต์สารพัดนึก อยู่

 

_______มุมหนึ่งของป้ายโฆษณายังมีตัวอักษรเล็กๆกำกับไว้ว่า เปิดกิจการตั้งแต่ปีจักรวรรดิที่ 3792…

 

_______ลั่วซิวเจ๋อเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย… ปฏิทินของจักรวรรดิวาเนสซ่าระบุว่า ปีนี้คือปีจักรวรรดิที่4366 หรือก็คือ ร้านหุ่นยนต์สารพัดนึกเปิดขายมานานถึงห้าร้อยเจ็ดสิบกว่าปี ช่างเป็นประวัติศาสตร์อันยาวนานมาก

 

_______“ลุงฮุค! ลุงฮุค ลุงอยู่ไหม? ข้าพาแขกมาหา! แค่กๆ…” โม่เอ๋อร์เตะประตูเต็มแรงด้วยท่าทางห้าวหาญ แต่ก็ถูกฝุ่นปลิวอัดหน้าจากด้านในห้องทันที

 

_______“ใคร? เอิ๊ก…” เสียงอ้อแอ้คล้ายคนเมาของบุรุษผู้หนึ่งดังตอบมาจากด้านใน

 

_______“แค่กๆ” โม่เอ๋อร์เหวี่ยงหมัดเล็กๆไปด้านในอย่างหัวเสีย “ลุงฮุค ลุงทำความสะอาดร้านครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?”

 

_______“ทำความสะอาด… เอิ๊ก… ทำความสะอาดทำไมเล่า ร้านจะเจ๊งอยู่รอมร่อแล้ว” บุรุษร่างสูงใหญ่เดินถือขวดเหล้าโซเซออกมาจากด้านในร้าน

 

_______“ลุง!” โม่เอ๋อร์ตะคอกเสียงเกรี้ยวกราด ก่อนหันมาอธิบายกับลั่วซิวเจ๋อ “สินค่าของลุงมีแต่ของดีทั้งนั้น แถมเขายังสามารถดัดแปลงหุ่นยนต์ของท่านได้ด้วย ฝีมือระดับนี้เลย!” เธอยกนิ้วโป้งด้วยความมั่นใจเกินร้อย

 

_______“เจ้าคิดว่า… ตอนนี้เขาอยู่ในสภาพที่พร้อมจะดัดแปลงหุ่นยนต์ได้หรือ?” เขาพยักเพยิดไปทางชายร่างใหญ่ผู้นั้น

 

_______โม่เอ๋อร์พลันกระทืบเท้าอย่างขัดใจ เธออุตส่าห์พาแกะอ้วนมาให้ลุงแล้วแท้ๆ แต่ไอ้ลุงงี่เง่าดันดื่มเหล้าจนเมาในเวลาแบบนี้เสียได้ อยากจะบ้าตาย!

 

_______“อึก… ดัดแปลงหุ่นยนต์อะไร” ชายร่างใหญ่เจ้าของชื่อ ฮุค กรอกเหล้าลงคอจนเหล้าบางส่วนไหลลงมาตามหนวดเคราของเขา จากนั้นเขาก็โยนแก้วเปล่าไปด้านข้างอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะกอดอกมองลั่วซิวเจ๋อด้วยแววตาเยียบเย็นไร้ซึ่งคราบของลุงขี้เมาก่อนหน้านี้ “ต่อให้หลับตา ข้าก็ดัดแปลงหุ่นยนต์ได้ แต่ปัญหาคือ… ทำไมข้าต้องดัดแปลงให้เจ้าด้วย? ถ้าอยากซื้อของก็เดินเข้ามาดู แต่ลืมเรื่องดัดแปลงไปได้เลย  มันต้องเป็นหุ่นยนต์ที่คู่ควรกับข้าเท่านั้น”

 

_______ลั่วซิวเจ๋อพยักหน้าโดยไม่ออกความคิดเห็นใดๆ สังเกตเห็นว่าโม่เอ๋อร์กำลังจ้องมองด้วยแววตาหวาดผวาสุดขีด ดูเหมือนเด็กสาวจะยังหวาดกลัวความโหดเหี้ยมของเขาก่อนหน้านี้และกังวลว่าเขาจะอัดบุรุษผู้นี้ตายคาเท้าหรือไม่

 

_______เขาคลี่ยิ้มบางให้โม่เอ๋อร์และเดินนำเข้าไปในร้านเล็กๆแห่งนี้

 

_______สายตาของชายร่างสูงใหญ่แฝงไปด้วยความประหลาดใจกับภาพที่เห็น ตอนแรกเขาคิดว่า อีกฝ่ายคงสะบัดหน้าเดินหนีไปเพราะความไร้มารยาทของตนแน่นอน ไม่นึกว่าเขาจะเดินเข้ามาซื้อของจริงๆ

 

_______สีหน้าของโม่เอ๋อร์ดูดีขึ้นทันตา เธอรีบวิ่งตามเข้าไปอย่างรวดเร็ว

 

_______ภายในร้านนั้นมืดมาก ไม่รู้ว่า ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงเลือกที่จะเปิดร้านที่นี่ แถมยังเลือกตำแหน่งที่ติดตั้งหน้าต่างได้ห่วยแตกมาก แสงสว่างจากด้านนอกเล็ดรอดเข้ามาน้อยมาก

 

_______ฮุคเลื่อนมือไปเปิดไฟ ทำให้มองเห็นฝุ่นสีเทาขุ่นปลิวว่อนไปทั่วห้องอย่างชัดเจน ทำเอาฉีหนานเผลอขมวดคิ้วมุ่นและหันไปมองลั่วซิวเจ๋อ เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมอีกฝ่ายถึงเลือกร้านเล็กๆที่ดูเหมือนร้านขายของชำในสลัมแบบนี้ แถมในร้านยังวางของมั่วซั่วไปหมดด้วย

 

_______ผนังร้านทั้งสี่ด้านมีชั้นวางของที่ทำมาจากไม้สามชั้นวางอยู่  ซึ่งบนชั้นวางของเหล่านั้นเต็มไปด้วยอะไหล่พังๆที่ควรจะถูกโยนลงถังขยะวางกองอยู่

 

_______“เอาล่ะ เชิญเลือกตามสบายเลย เห็นแก่ที่พวกเจ้ากล้าเข้ามาที่นี่ ข้าจะช่วยติดตั้งให้พวกเจ้าฟรี ถ้าอะไหล่ที่พวกเจ้าเลือกยังใช้การได้นะ” ฮุคลากเก้าอี้ตัวหนึ่งมานั่งยกขาพาดบนโต๊ะตัวข้างๆ ดูสบายใจเหลือเกิน

 

_______ลั่วซิวเจ๋อตกตะลึงพลึงเพริดเมื่อเห็นสินค้าในร้านนี้… ฉีหนานเรียนสาขาการต่อสู้ด้วยหุ่นยนต์เพราะเป้าหมายของเขาคือการเป็นหัวหน้าหน่วยจู่โจมที่เก่งกาจ แต่สิ่งที่ลั่วซิวเจ๋อเล่าเรียนซับซ้อนกว่ามาก นอกจากหลักสูตรที่อธิการบดีให้เขาเรียนแล้ว เขายังศึกษาหลักสูตรอื่นด้วยตัวเองซึ่งหนึ่งในนั้นคือ การสร้างหุ่นยนต์

 

_______เพื่อหาความรู้ความเข้าใจในกลไกการทำงานของไบโอโรบอทที่ตนถือครองอย่างลึกซึ้ง เขายอมทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมด จนกล่าวได้ว่า ความสามารถของเขาในตอนนี้ไม่ด้อยไปกว่าเหล่าคณาจารย์แห่งสาขาการออกแบบหุ่นยนต์ในโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งเลยแม้แต่น้อย

 

_______ดังนั้นเหล่าคณาจารย์จึงเสียดายจับใจที่ตอนนั้นถูกตาแก่เจ้าเล่ห์ของสาขาบัญชาการกองทัพชิงตัดหน้าไปเสียได้ มิเช่นนั้นคงดึงเข้าสาขาการออกแบบหุ่นยนต์ของพวกเขาแล้ว

 

_______“ทำไม? เลือกไม่ถูกเหรอ?” ฮุคอ้าปากหาวเมื่อเห็นลั่วซิวเจ๋อยืนนิ่งไม่ขยับไปไหน แววตาแฝงไปด้วยความผิดหวังอย่างอดไม่ได้

 

_______“ของดีมันต้องค่อยๆเลือกไม่ใช่เหรอ?” สายตาของลั่วซิวเจ๋อยังคงมองอะไหล่เหล่านั้นโดยไม่คลายสายตา

 

_______“เฮ้ย ไอ้หนุ่ม ไม่เลือกเหรอ?” ฮุคหันมาถามฉีหนานบ้าง

 

_______ฉีหนานยักไหล่ “ผมชอบหุ่นยนต์ของผมมากเลยยังไม่อยากดัดแปลงมัน”

 

_______“เมี้ยว! มันแน่อยู่แล้ว ร่างหุ่นยนต์ของข้าสมบูรณ์แบบที่สุด ไม่จำเป็นต้องดัดแปลงอีก!” ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงแหลมๆของเสี่ยวเคดังบาดหู ทำเอาฉีหนานถึงกับสะดุ้งโหยง

 

_______“วางใจได้ ข้าดัดแปลงห้วงมิติของโลหิตสีชาดให้พวกเราสามารถพูดคุยกันโดยที่คนอื่นจะไม่ได้ยินแล้ว” เสี่ยวเคกล่าวด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ

 

_______ฉีหนานกระตุกมุมปากยิกๆ คนอื่นไม่ได้ยินที่เสี่ยวเคพูดแต่ตัวเขาไม่มีความสามารถเช่นนั้น ดังนั้นนี่จึงเป็นการสื่อสารทางเดียวไม่ใช่เหรอ? ไร้ประโยชน์สิ้นดี!

 

_______“เจ้าโง่! ข้าจะทำเรื่องไร้สาระแบบนั้นได้ยังไง!” เสี่ยวเคแผดเสียงด่า “เจ้าเชื่อมต่อกับโลหิตสีชาดแล้วก็ต้องสามารถติดต่อผ่านทางคลื่นสมองได้โดยตรงสิ!”

 

_______“แบบนี้?” ฉีหนานลองพูด

 

_______“ถูกต้อง เท่านี้พวกเราก็สามารถติดต่อกันได้แล้ว” เสี่ยวเคบอก

 

_______ฉีหนานพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปดูสินค้าบนชั้นวางของเช่นกัน มีทั้งอะไหล่ หินแร่และพืชพลังงานที่เหลือพลังงานน้อยนิด ซึ่งพืชพลังงานเหล่านี้ล้วนถูกแปะป้ายราคาที่แพงลิบลิ่ว ฉีหนานไม่รู้ว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร แต่เขาไม่มีทางซื้อของพรรค์นี้ในราคาแพงระดับนั้นเด็ดขาด

 

_______“ดูอะไรอยู่เหรอ?” ฉีหนานสังเกตว่าลั่วซิวเจ๋อยังคงเดินมองอะไหล่พังๆเหล่านั้น บางครั้งยังหยิบขึ้นมาดูด้วยความสนใจอีกด้วย จึงเดินเข้าไปถามอีกฝ่าย

 

_______“มีแต่ของที่น่าสนใจทั้งนั้น” ลั่วซิวเจ๋อคลี่ยิ้ม มองปราดเดียวก็รู้ว่าอะไหล่เป็นของที่ทำขึ้นเอง ซึ่งผู้สร้างอะไหล่เหล่านี้จะต้องเป็นระดับปรมาจารย์แน่นอน ผลงานของเขาประณีตบรรจงมาก ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ แม้จะดูเหมือนอะไหล่ของที่นี่ส่วนใหญ่ส่องประกายแวววาวคล้ายทำมาจากโลหะ ทว่าแท้ที่จริงมันทำมาจากกระดูกแล้วเคลือบด้วยโลหะเพื่อตบตาคนที่ดูของไม่เป็น

 

_______แต่มันไม่สามารถตบตาคุณภาพอันเยี่ยมยอดของมันได้ เพราะอะไหล่ที่ทำมาจากกระดูกดีกว่าของโลหะมากนัก

 

_______ส่วนประกอบหลักของหุ่นยนต์ในปัจจุบันมักทำมาจากโลหะ น้อยครั้งที่จะเจอแบบอื่น เช่นไบโอโรบอทของลั่วซิวเจ๋อ หรือหุ่นยนต์ที่ทำมาจากกระดูกแบบนี้

 

_______ลั่วซิวเจ๋อสนใจอะไหล่ประเภทกระดูกมาก แม้ไบโอโรบอทของเขาจะคล้ายคลึงกับสิ่งมีชีวิต แต่พื้นฐานร่างกายของมันยังคงเป็นหุ่นยนต์ย่อมต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนอะไหล่เช่นกัน ถ้าสามารถเปลี่ยนอะไหล่ประเภทโลหะในตัวไบโอโรบอทให้เป็นอะไหล่ประเภทกระดูกได้ทั้งหมดล่ะก็ ไม่รู้ว่าไบโอโรบอทจะกลายเป็นอะไร?

 

_______“ข้าต้องการอะไหล่กระดูกของเจ้าทั้งหมด” ลั่วซิวเจ๋อบอกขณะชี้ไปยังอะไหล่หลายสิบชิ้นบนชั้นวางของ

 

_______ดวงตาของฮุคพลันส่องประกายวาววับขณะจับจ้องมองลั่วซิวเจ๋อเนิ่นนาน “ข้าไม่รู้ว่าเจ้ากำลังพูดเรื่องอะไร”

 

_______ฉีหนานไม่เคยสงสัยในคำพูดของลั่วซิวเจ๋อ ทันทีที่ได้ยินอีกฝ่ายพูดถึงอะไหล่กระดูก เขาก็หยิบอะไหล่ชิ้นหนึ่งขึ้นมาเพ่งดูโดยละเอียด

 

_______ลั่วซิวเจ๋อหัวเราะขำขันกับคำพูดของฮุค “ไม่ว่าเจ้าจะรู้หรือไม่ ข้าก็จะซื้ออะไหล่พวกนี้ทั้งหมดอยู่ดี ถ้าเจ้ายังมีเก็บไว้อีก ข้าก็จะซื้อเช่นกัน”

 

_______ฮุคผุดลุกขึ้นยืนทันที ร่างกายสูงใหญ่ทำให้เขาดูน่าเกรงขามอย่างเห็นได้ชัด เขาจ้องเขม็งพลางแสยะยิ้ม “อยากซื้ออะไหล่พวกนี้ก็ได้อยู่ แต่… เจ้ามีเงินมากขนาดนั้นหรือ?”

 

_______ลั่วซิวเจ๋อเลิกคิ้วหันไปมองป้ายราคาแพงลิบลิ่วของอะไหล่เหล่านั้น แต่ก็ยังอยู่ในขอบเขตที่เขาจ่ายไหว

 

_______“ได้” เขาพยักหน้า “จ่ายด้วยเหรียญดวงดาวได้ไหม?”

 

_______ฮุคส่ายหน้า “ซื้ออะไหล่หนึ่งชิ้นพอจะจ่ายด้วยเหรียญดวงดาวได้ แต่ถ้าเกินสองชิ้นจะต้องใช้แท่งพลังงานของพืชพลังงานจ่ายเท่านั้น”

 

_______ลั่วซิวเจ๋อขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อย ตอนนี้เขาไม่มีแท่งพลังงานเหลืออยู่เลย พูดอีกอย่างคือ… นอกจากแท่งพลังงานที่เตรียมไว้สำหรับไบโอโรบอทของตนแล้ว แท่งพลังงานที่เหลือก็ถูกเสี่ยวเค ‘กลืน’ ลงท้องหมดแล้ว

 

_______“หรือ…” น้ำเสียงของฮุคพลันเปลี่ยนไป เขาแสยะยิ้มกว้างเผยให้เห็นแนวฟันสีขาว “ถ้าเจ้ามีหุ่นยนต์ที่คู่ควรกับอะไหล่ของข้า จะจ่ายด้วยเหรียญดวงดาวก็ได้”

 

 


หลังจากห่างหายไปหนึ่งเดือนเพราะงานหลวงกับงานน้อยรุมล้อมด้วยความรัก 🙂

ตอนนี้เรย์กลับมาอัพให้แล้วจ้า (ยิ้มนิดๆแอบหลบเปลือกส้มโอโทษฐานมาอัพช้า)

ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจและการรอคอยมากๆนะคะ  Finally I found it.