0 Views

บทที่ 13

 

______“ย่อมหาเงินแน่นอน” ลั่วซิวเจ๋อหัวเราะเบาๆ… “ช่วยไม่ได้… ใครใช้ให้คู่ชีวิตของข้าไม่ฉลาดเล่า ในเมื่อหาเงินมาดูแลข้าไม่ได้ ข้าก็ได้แต่หาเลี้ยงตัวเองสิ”

 

______ฉีหนาน “…” พลันรู้สึกอึดอัดใจจนพูดอะไรไม่ออกเลยทีเดียว!!!

 

______คราวนี้ฉีหนานถึงตระหนักได้ แม้ว่า เขาจะโดนลั่วซิวเจ๋อรังแกอย่างหนัก ทว่าด้วยจิตใต้สำนึกแล้ว เขายังคงรับหน้าที่ในฐานะ ‘คู่ชีวิตของเงือก’… ถึงแม้เงือกในบ้านของเขาจะเอาแต่ใช้หางฟาดบั้นท้ายของเขาทั้งวันก็ตาม…

 

______ฉีหนานยกมือขึ้นลูบใบหน้า… ก็ได้ๆ ยังไงก็มาถึงที่นี่แล้ว ตามไปดูด้วยคงดี…

 

______ทั้งคู่เดินลงมาตามบันไดเลื่อน พอเดินลงมาจนถึงชั้นแรก ฉีหนานสนใจที่มีทางเข้าไปยังประตูของชั้นแรก เขาลอบมองลั่วซิวเจ๋ออย่างเงียบงัน สีหน้าของอีกฝ่ายยังคงเรียบเฉย เขาจึงได้แต่เกาจมูกเดินตามลงไป…

 

______ประตูบานใหญ่ชั้นแรกที่อยู่ใต้ดินเป็นประตูโลหะขนาดใหญ่กว้างราว 2 เมตรอย่างเหนือความคาดหมายมาก ประตูทางเข้ามีชายร่างสูงใหญ่วัยฉกรรจ์ในชุดสีดำนายหนึ่งกำลังดูหนังโป๊ในควอนตัมคอมพิวเตอร์อย่างเบื่อหน่าย…

 

______เมื่อเห็นทั้งคู่เดินลงมา ชายฉกรรจ์คนนั้นดูประหลาดใจเล็กน้อย สายตาของเขายามจ้องมองลั่วซิวเจ๋อพลันเปล่งประกาย… เขานึกจะเอ่ยปากพูด กลับโดนลั่วซิวเจ๋อหยุดไว้เสียก่อน…

 

______“ข้าต้องการเครปข้าวที่หนึ่ง ไม่เติมน้ำตาล เติมเกลือ”

 

______แววตาของชายร่างใหญ่ส่องประกายแว่บหนึ่ง สีหน้าพลันแปรเปลี่ยนจนดูไม่ได้… “ที่นี่ไม่มีเครปข้าว”

 

______ลั่วซิวเจ๋อจึงเปลี่ยนเจตนา… “งั้นดาวโลกที่หนึ่ง เพียงแต่ด้านในดาวโลกของข้ายังมีดาวโลกอีกดวงอยู่ด้วย…”

 

______ชายร่างสูงใหญ่พยักหน้ารับ “ได้… แขกสองท่าน เชิญเข้าไปได้”

 

______พูดจบ เขาก็ใช้ควอนตัมคอมพิวเตอร์แนบที่บริเวณหนึ่งของประตูใหญ่ครู่หนึ่ง ประตูโลหะบานยักษ์จึงค่อยๆเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นทางแคบๆสายหนึ่งพอให้คนสามคนเดินผ่านได้…

 

______ลั่วซิวเจ๋อแย้มยิ้มให้เล็กน้อย ก่อนจะดึงฉีหนานเดินเข้าไปด้วยกัน…

 

______หลังจากประตูใหญ่ปิดลงแล้ว ชายร่างใหญ่อดยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อเย็นเยียบที่อาบทั่วใบหน้าไม่ได้ ก่อนจะเป่าปากถอนหายใจเสียงยาว “ฟู่… พลังจิตแข็งแกร่งอะไรเช่นนี้ เกือบจะพรากชีวิตน้อยๆของเราไปเสียแล้ว…” เอ่ยจบ เขาก็ทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิมอีกครั้ง ก่อนจะเปิดหาหนังโป๊ในควอนตัมคอมพิวเตอร์อย่างสบายใจ ขณะเดียวกันก็นึกสงสัยว่า คนงามผู้มาใหม่ด้านในใช้ลูกเล่นอะไรกันแน่…

 

______“นี่มันที่ไหนกันแน่?” ฉีหนานมองผนังโลหะเงาวาวที่รายล้อมแล้วเผลอถามคำถามโง่ๆออกมา…

 

______“ส่วนหนึ่งของพันธมิตรกองทหารรับจ้าง” ลั่วซิวเจ๋อตอบพลางนำหน้ากากสีทองอันงดงามออกมาจากอกเสื้อและส่งให้ฉีหนาน…

 

______ฉีหนานมองหน้ากากในมือด้วยสีหน้ามืดมน… “ยังพกของเล่นอันนี้มาด้วยหรือ?”

 

______ลั่วซิวเจ๋อยักไหล่อย่างไม่แยแส “ตามใจเจ้า… ถึงอย่างไรคนที่เป็นเจ้าของยศทหารนี้ก็ไม่ใช่ข้า หากเจ้าไม่กลัวโดนคนในนี้ลากไปกระทืบปางตาย ข้าก็ไม่ว่าอะไร…”

 

______ใบหน้าของฉีหนานพลันกระตุกเกร็ง “ผมจำได้ว่า พันธมิตรกองทหารรับจ้างไม่จำกัดแค่เฉพาะทหารเข้าร่วมนะ”

 

______“ใช่…” ลั่วซิวเจ๋อพยักหน้ารับ “ทว่าพวกเขาก็ไม่ได้จำกัดไม่ให้โจรสลัดอวกาศเข้าร่วมเช่นกัน ฉะนั้นนี่คือปัญหาในตอนนี้… เจ้าคิดว่า ผู้คนภายในสถานที่เช่นนี้บนโลกจะมีโจรสลัดอวกาศหรือว่าทหารมากกว่ากันหรือ?”

 

______ฉีหนานพลันไร้คำพูด… ดาวเคราะห์ที่อยู่ชายแดนเช่นนี้ย่อมเป็นสถานที่ที่ค่อนข้างวุ่นวาย… ที่ผ่านมา การเฝ้าระวังของพวกเขากองทหารลาดตระเวนเป็นการขับหุ่นยนต์หรือเรือรบอวกาศต้านการโจมตีของพวกโจรสลัดอวกาศ ทว่าหากโจรสลัดอวกาศเหล่านั้นอำพรางตัวตนและแอบแทรกซึมเข้ามาบนโลก พวกเขาก็ไม่มีทางทำอะไรได้…

 

______พันธมิตรกองทหารรับจ้างเป็นทหารรับจ้างอิสระสีเทากองหนึ่ง ใครก็ตามขอแค่มีความสามารถล้วนสามารถเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกองทหารนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือโจรสลัดอวกาศก็ตาม…

 

______โลกที่เป็นเพียงดาวเคราะห์ปลายแถว ผู้คนที่เข้าร่วมพันธมิตรกองทหารรับจ้างนี้ย่อมเป็นโจรสลัดอวกาศมากกว่าทหารแน่นอน ฉะนั้นหากฐานะของฉีหนานถูกเปิดโปงล่ะก็ ย่อมสมควรถูกซ้อมปางตายแน่นอน…

 

______ส่วนที่ว่า เหตุใดถึงไม่โดนซ้อมจนตาย… นั่นเพราะภายในอาณาเขตการปกครองของพันธมิตรกองทหารรับจ้างนั้นไม่อนุญาตให้ใครทำอันตรายถึงชีวิต มิฉะนั้นเหล่าผู้ดูแลระดับสูงของพันธมิตรกองทหารรับจ้างย่อมไม่สนใจไปพาคุณมาสนทนาปรัชญาชีวิตแน่…

 

______ฉีหนานเดินตามหลังลั่วซิวเจ๋ออย่างว่าง่ายพลางวางตัวเป็นผู้คุ้มกันอีกฝ่าย… แม้ลั่วซิวเจ๋อจะแข็งแกร่งมาก แต่รูปลักษณ์ภายนอกของเขามันหลอกลวงเกินไป เว้นแต่จะเคยผ่านความเจ็บปวดราวกับเฉือนเนื้อ (เช่นผม…) มิเช่นนั้นคงมีน้อยคนมากที่จะเชื่อว่า บุคคลที่ดูงดงามบอบบางเช่นนี้แท้จริงแล้วมีพลังมหาศาลขนาดไหน…

 

______ปลายทางของทางเดินอันยาวไกลนั้นเป็นประตูโลหะสีเงินบานใหญ่บานหนึ่ง… หลังจากเดินเข้าไปในประตูใหญ่บานนั้น ทั้งคู่ก็เข้าไปในสิ่งที่คล้ายคลึงกับช่องลิฟต์…

 

______“คุณรู้จักที่แห่งนี้ได้อย่างไร?” ฉีหนานเผลอขยับหน้ากากบนใบหน้าไปมา เพื่อปกปิดความตื่นเต้นในใจ…

 

______ความสัมพันธ์ระหว่างพันธมิตรกองทหารรับจ้างกับรัฐบาลนั้นลึกซึ้งมาก แท้จริงแล้วไม่ว่าผู้ใดที่กุมอำนาจย่อมไม่หวังให้คนใต้ปกครองของตนเองกระทำเรื่องใหญ่ที่ไม่อาจควบคุมเช่นนี้ได้ แต่ถึงอย่างไรพันธมิตรกองทหารรับจ้างนั้นก็มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน… ไม่ต้องพูดถึงเหล่าผู้ดูแลระดับสูงที่อยู่เบื้องหลังพวกนั้น ที่มีแม้กระทั่งโฆษกที่อยู่ในฉากหน้า…

 

______โฆษกเหล่านี้ทุกคนล้วนมีประวัติที่แตกต่างกัน ทว่าจุดร่วมของพวกเขาคือ ช่วยเหลือพันธมิตรกองทหารรับจ้างมาโดยตลอด… เคยมีเจ้าหน้าที่รัฐบาลบางคนพยายามสั่งให้กองทหารมากวาดล้างพันธมิตรกองทหารรับจ้าง… แต่น่าเสียดายที่คนเหล่านี้ถูกขัดขวางทันทีและมตินั้นก็ไม่ผ่านในท้ายที่สุด…

 

______เหตุการณ์ในครั้งนั้นเสมือนการเตือนให้กับผู้ดูแลอยู่เบื้องหลังของพันธมิตรกองทหารรับจ้าง… ตั้งแต่นั้นมา พันธมิตรกองทหารรับจ้างก็ค่อยๆหลบไปอยู่ใต้ดิน หลีกหนีจากสายตาของผู้คนทั่วไปและกลายเป็นตำนานบทหนึ่ง…

 

______จากนั้นก็พัฒนาเรื่อยมา พันธมิตรกองทหารรับจ้างกลายเป็นองค์กรพิเศษกึ่งสาธารณะไป… พวกเขาไม่มีตัวตนในสายตาของคนธรรมดาทั่วไป แต่ในสายตาของขุนนางหรือผู้มีอิทธิพลนั้น พันธมิตรกองทหารรับจ้างกลับเป็นองค์กรที่ขาดไปไม่ได้เลยทีเดียว…

 

______รัฐบาลกลางยังไว้วางใจมอบหมายงานบางส่วนให้กับพันธมิตรกองทหารรับจ้างอย่างลับๆเป็นครั้งคราว… แท้จริงแล้วการมีอยู่ของพันธมิตรนี้เปรียบดั่งสีเทา… หมายความว่า พวกเขาถึงกับอยู่ในระดับที่สามารถติดต่อแลกเปลี่ยนกับเผ่าสแตนได้ด้วย…

 

______เทคโนโลยีของเผ่าสแตนเป็นเทคโนโลยีชีวภาพที่พัฒนาขึ้นมา หนึ่งในนั้นย่อมเป็นเทคโนโลยีเกี่ยวกับความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์… ในด้านอุตสาหกรรมทางการทหารก็ได้รับการดูแลและป้องกันที่เข้มงวดมาก ทว่าเทคโนโลยีในด้านวิถีชีวิตนั้น เผ่าสแตนกลับไม่สนใจที่จะดำเนินการแลกเปลี่ยนกับมนุษย์เลย…

 

______การต่อสู้ระหว่างทั้งสองเผ่านั้นแปลกประหลาดเช่นนี้… ด้านหนึ่ง ทั้งคู่ล้วนมีแหล่งทรัพยากรที่ดีจึงต่อสู้แย่งชิงกัน ทว่าอีกด้านหนึ่ง ทั้งคู่ก็แลกเปลี่ยนให้กันและกันมาตลอด…

 

______ท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือเผ่าสแตนล้วนอยากกวาดล้างเผ่าพันธุ์ของอีกฝ่ายให้สิ้นซาก… แม้จะโจมตีและเข้ายึดดินแดนของอีกฝ่ายได้อย่างสมบูรณ์แต่ก็ไม่สามารถควบคุมทุกอย่างได้ ทว่าการปล้นชิงทรัพยากรเพียงบางส่วน พวกเขาเหล่านั้นกลับเต็มใจที่จะแบ่งปันทุกสิ่งมาก…

 

______อวกาศอันกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยดวงดาวนั้นไร้ขีดจำกัด ทว่าดวงดาวนั้นมีจำกัด… สงครามระหว่างมนุษย์กับเผ่าสแตนอันยาวนานหลายปีกลับไม่เคยรบถึงขั้นแตกหักกับอีกฝ่ายแม้แต่ครั้งเดียว…  สาเหตุหลักมาจากภายในดาวดวงนี้นั้นมีเพียงพวกเขาเพียงสองเผ่าพันธุ์ที่ต่อสู้แย่งชิงกัน ทว่าภายนอกดวงดาวนี้นั้น ไม่อาจรู้ได้ว่า จะมีกี่เผ่าพันธุ์ที่กำลังจ้องจะตะครุบดาวดวงนี้ราวกับเสือจ้องจะตะครุบเหยื่อก็ไม่ปาน…

 

______เผ่าสแตนก็ดี มนุษย์ก็ช่าง… แต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่เคยขาดคนฉลาด… คนของเผ่าสแตนไม่เคยได้ยินเรื่องชุบมือเปิบเช่นนี้มาก่อน แต่ว่าอันตรายของผู้รุกรานจากภายนอกทำให้พวกเขาระมัดระวังตัวมากขึ้น…

 

______เพราะลางสังหรณ์อันเลวร้ายนี้ได้บีบบังคับให้ทั้งสองเผ่าพันธุ์ไม่อาจใช้อำนาจต่อสู้เข่นฆ่ากันอย่างสูญเปล่า มิฉะนั้นดาวดวงนี้คงปั่นป่วนยุ่งเหยิงไม่น้อย… อย่าว่าแต่การพัฒนาอย่างสงบสุขเลย การปกป้องประชาชนของตนและเสบียงอาหารย่อมดีกว่า…

 

______เพื่อตอบข้อสงสัยของฉีหนาน ลั่วซิวเจ๋อจึงเอ่ยตอบเสียงต่ำด้วยคำพูดประโยคเดียวให้อีกฝ่ายไปค้นหาในเครือข่ายอวกาศเอาเอง…

 

______ฉีหนานพลันสำลักกับคำตอบนี้ ใบหน้าบิดเบี้ยวอย่างไม่พอใจ… ไม่อยากบอกก็ไม่ต้องบอก ให้ไปหาในเครือข่ายอวกาศ คุณจะหลอกผีสางหรือไร??? หากข้อมูลข่าวสารเหล่านี้สามารถหาได้ในเครือข่ายอวกาศได้ตามใจชอบ ประชาชนธรรมดาคงเข้ามาเหยียบที่นี่กันให้วุ่นแล้วกระมัง…

 

______อันที่จริงลั่วซิวเจ๋อไม่ได้หลอกลวงฉีหนาน เขาพบข้อมูลของที่นี่ในเครือข่ายอวกาศจริงๆ… เพียงแต่มันไม่ใช่เครือข่ายอวกาศธรรมดาทั่วไป เว็บไซต์ที่เขาเรียกดูนั้นเป็นเว็บไซต์ที่แอบแฝงอยู่ในเว็บไซต์ธุรกิจ เป็นเว็บไซต์ขององค์การใต้ดิน

 

______ตอนที่เขาสะกดจิตเจ้าหน้าที่ด้านข้อมูลในสถานดูแลเงือกคนนั้น นอกจากแอบเพิ่มตัวตนของเขาลงไป เขายังได้ความรู้เกี่ยวกับแฮ็กเกอร์อีกด้วย… ความรู้เหล่านี้ย่อมไม่สามารถทำให้เขาเป็นแฮ็กเกอร์ระดับสูงได้ในทันที ทว่าก็เพียงพอที่จะทำให้เขามีสถานะเป็นแฮ็กเกอร์พื้นฐานได้ นึกประทับใจในการปิดบังของเครือข่ายในวงการใต้ดินไม่น้อย…

 

______ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยไหน องค์การใต้ดินนั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีวันสูญสลายไป หรืออาจพูดได้ว่า ขอเพียงมีมนุษย์ก็ยังคงมีอยู่… องค์การใต้ดินจึงสามารถคงอยู่ตลอดไป…

 

______ภายใต้การควบคุมอันเข้มงวดของรัฐบาลโลก องค์การใต้ดินในปัจจุบันย่อมแตกต่างจากในอดีต… หากต้องการพบผู้ดูแลก็ต้องมีคนพาไปเท่านั้นซึ่งเป็นวิธีการปกครองอย่างหนึ่ง เพราะหากประมาทรัฐบาลโลกในปัจจุบันย่อมเท่ากับรนหาที่ตายอย่างแน่นอน…

 

______หุ่นยนต์ย่อมแตกต่างจากอาวุธปืนในสมัยก่อนที่เข่นฆ่าอย่างง่ายดายเช่นนั้น ขอเพียงแต่พบว่า สถานการณ์ในองค์การเปลี่ยนไป รัฐบาลโลกก็พร้อมจะสั่งเคลื่อนทัพทันทีเพื่อกวาดล้างอีกฝ่ายไม่ให้เหลือ…

 

______ดังนั้นองค์การใต้ดินในปัจจุบันจึงหลบซ่อนอยู่ในเครือข่าย โดยใช้การซื้อขายในตลาดมืดเป็นหลัก… ไม่ใช่ว่าไม่มีอาวุธ แต่อาวุธที่มีพลังแข็งแกร่งพวกนั้นย่อมมีราคาแพงมากและยังต้องระวังว่าจะไม่มีโอกาสได้ใช้… เพราะพวกกองทหารรักษาการณ์ของรัฐบาลโลกไม่ใช่พวกสัตว์กินพืชกระจอกๆ…

 

______นอกจากตลาดมืดทุกแห่งแล้ว พันธมิตรกองทหารรับจ้างย่อมต้องทิ้งเบาะแสถึงสถานที่ติดต่อของพวกเขาไว้ในเครือข่ายใต้ดินพวกนั้น…  และลั่วซิวเจ๋อก็พบสถานที่ติดต่อที่ใกล้ที่สุดของพันธมิตรกองทหารรับจ้างในฉากหน้า…

 

______“เฮ้ย! คุณควรบอกผมว่า คุณเข้ามาที่นี่ทำไม…” หลังจากฉีหนานเข้ามาในลิฟต์แล้วเกือบจะโดนการเคลื่อนที่ที่ไม่แน่นอนของลิฟต์ตัวนี้ทำให้มึนหัว… ตอนแรกเขาตั้งใจจะจำทิศทางของลิฟต์ ทว่าพอเลี้ยวโค้งได้ไม่กี่ครั้ง เขาก็จำไม่ได้แล้ว…

 

______“ก็บอกแล้วว่า มาหาเงิน” ลั่วซิวเจ๋อหรี่ตาลงเล็กน้อย… ด้วยฐานะผู้ใช้พลังจิตระดับ S การเคลื่อนไหวไปมาของลิฟต์ตัวนี้ในสายตาของเขานั้นแทบจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยแม้แต่น้อย…

 

______“ถึงแล้ว!” รับรู้ได้ว่า ลิฟต์กำลังเข้าใกล้ห้องโถงขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง จึงเอ่ยเตือนฉีหนาน…

 

______ในใจของฉีหนานพลันเย็นยะเยือก รีบปรับสีหน้าเคร่งขรึมและวางตัวให้สมฐานะผู้คุ้มกันทันที ก่อนจะยืนตัวเกร็งอยู่ด้านหลังของลั่วซิวเจ๋อ…

 

______ติ๊ง!

 

______ประตูลิฟต์เปิดออก… ภายนอกลิฟต์กลับกึกก้องไปด้วยเสียงอึกทึกครึกโครม…

 

______ฉีหนานมองบรรยากาศด้านนอกที่มีชีวิตชีวาราวกับตลาดนัดธรรมดาๆก็พูดอะไรไม่ออกแม้เพียงครึ่งคำ… เขาเหลือบมองลั่วซิวเจ๋อแว่บหนึ่ง นึกอยากถามอีกฝ่ายมากว่า… สถานที่ที่เหมือนตลาดนัดเช่นนี้คือสถานที่ตั้งของพันธมิตรกองทหารรับจ้างจริงๆหรือ?

 

—————–

สถานที่เดทครั้งแรกคือ ตลาดนัด เอ้ย! 5555+   🙂