0 Views

บทที่ 125

 

______ลั่วซิวเจ๋อคลี่ยิ้มบาง “ไม่ต้องห่วง ท่านอธิการบดีเตือนเรื่องนั้นมาแล้ว พวกเราเต็มใจมาที่นี่เอง”

 

______ซิเรียสเลิกคิ้วขึ้น “งั้นก็ดี แต่ฉันขอย้ำอีกครั้งว่า พอถึงที่นั่นแล้ว พวกแกจะต้องเชื่อฟังคำสั่งของฉัน เข้าใจไหม? ถ้าใครไม่ฟังและก่อเรื่องล่ะก็ ฉันจะตัดคอด้วยมือของฉันเอง!”

 

______หนังตาของลั่วซิวเจ๋อกระตุกวูบหนึ่งครั้ง… ซิเรียสกล่าวพร้อมกับแผ่จิตสังหารเข้มข้นออกมา… ลั่วซิวเจ๋อมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า ถ้าพวกเขาไม่ฟังอีกฝ่ายและก่อเรื่องจริงๆล่ะก็ ซิเรียสคงอัดพวกเขาเละโดยไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียว…

 

______จริงอยู่ที่เขาไม่จำเป็นต้องกลัวซิเรียสเลย แต่สถานที่ที่แสนอันตรายที่พวกเขากำลังจะมุ่งหน้าไปนั้นจำเป็นต้องพึ่งพาประสบการณ์ของซิเรียสอย่างมาก

 

______ลั่วซิวเจ๋อไม่ใช่คนโง่ ฉะนั้นเขาจึงไม่คัดค้านข้อเรียกร้องนี้ของซิเรียส เพียงแต่… นัยน์ตาของเขาพลันทอประกายเย็นเยียบชวนขนลุก ถ้าหากซิเรียสวางแผนหลอกใช้พวกเขาล่ะก็ เขาจะให้ซิเรียสชดใช้อย่างสาสม!

 

______ทั้งสามคนใช้เวลาเดินทางถึงสามวันเต็ม… ในช่วงสามวันมานี้ ลั่วซิวเจ๋อกับฉีหนานแทบคลั่งตายเพราะซิเรียส

 

______แม้พวกเขาจะเคยพบกันมาก่อน ต่อให้ฉีหนานได้รับการฝากฝังจากหัวหน้าหลิวให้ซิเรียสคอยดูแลฉีหนานเป็นพิเศษ แต่เมื่อต้องอยู่กับซิเรียสจอมปากมากผู้นี้แล้ว ฉีหนานอยากจะพุ่งไปกระทืบอีกฝ่ายให้ตายคาเท้าจริงๆ…

 

______“จิ๊ๆ…” เมื่อเห็นฉีหนานที่แทบระเบิดอารมณ์อยู่รอมร่อ ซิเรียสก็พ่นควันบุหรี่ออกมาอย่างพึงพอใจและเลิกป่วนประสาทอีกฝ่าย “พวกแกเนี่ยไม่มีความอดทนกันหรือไง?”

 

______ลั่วซิวเจ๋อมองหน้าอีกฝ่ายด้วยสีหน้าราบเรียบไร้ความรู้สึก… ถ้าเจ้าหมอนี่ไม่ใช่หัวหน้าทีมที่ฮัลด์เลือกมาล่ะก็ เขาเองอยากจะกระทืบหมอนี่ให้เละเหมือนกัน… เขาย่อมมีความอดทนอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะยอมทนกับเสียงโวยวายชวนหนวกหูของเจ้าหมอนี่… ไม่เข้าใจจริงๆว่า ทำไมจอมปากมากอย่างเจ้าหมอนี่ถึงได้รับความไว้วางใจจากอธิการบดีฮัลด์ได้

 

______จะว่าไป เขานึกขึ้นได้ว่าตอนนั้นฮัลด์เลือกนักเรียนอีกหลายคนร่วมเดินทางมาด้วย แต่ไม่รู้ทำไมตอนนี้ถึงหายไปหมด… คงกลัวว่าจะมีนักเรียนความอดทนต่ำบางคนวางยาใส่หมอนี่กระมัง… (เพราะสู้ตรงๆไม่ได้…)

 

______“หือ? ถึงแล้ว” ทันทีที่ควอนตัมคอมพิวเตอร์ของเรือรบอวกาศส่งสัญญาณเตือน ซิเรียสรีบขยับตัวนั่งหลังตรงพลางเริ่มขับเรือรบอวกาศด้วยตัวเองอย่างรวดเร็ว

 

______ในห้วงอวกาศอันเวิ้งว้างทีมองเห็นดาวเคราะห์ดวงน้อยอยู่ไกลลิบตา ลั่วซิวเจ๋อรู้ว่า บัดนี้พวกเขามาถึงเขตชายแดนแล้ว ฉะนั้นดาวเคราะห์เหล่านี้จึงล้วนเป็นดาวเคราะห์ที่ถูกทิ้งร้าง… ไม่ใช่เพราะมันถูกบุกเบิกแล้ว แต่เป็นเพราะมันไม่คุ้มค่าพอที่จะเข้าไปสำรวจต่างหาก…

 

______ไม่พบสิ่งมีชีวิตใดๆอาศัยอยู่บนดาวเคราะห์ร้างเหล่านี้… อีกทั้งรอบด้านยังแทบจะมืดสนิท มีเพียงประกายแสงริบหรี่ของดวงดาวเหล่านั้น…

 

______“เอาล่ะ พวกแกเตรียมตัวให้พร้อม… พวกเราจะผ่านรูหนอนแล้ว” ซิเรียสพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียดจริงจังพลางรัดเข็มขัดนิรภัยของตน

 

______แม้ว่าลั่วซิวเจ๋อกับฉีหนานจะหงุดหงิดกับความกวนประสาทของเจ้าหมอนี่ แต่ก็ต้องยอมรับว่า เขามีฝีมือร้ายกาจมากจริงๆ… การที่เขาทำหน้าเครียดขนาดนี้ แสดงว่าการผ่านรูหนอนในครั้งนี้จะต้องไม่ราบรื่นแน่นอน

 

______ทั้งสองคนหันมาสบตา ก่อนจะพร้อมใจกันรัดเข็มขัดนิรภัยอย่างรวดเร็ว

 

______ซิเรียสเหลือบตามองท่าทางของคนทั้งคู่พลางเดาะลิ้นด้วยความเสียดาย “คิดว่าพวกแกจะลืมไปแล้วเสียอีก… ฉันอดดูลูกบอลมนุษย์เลย”

 

______ฉีหนานกับลั่วซิวเจ๋อ “…” อยากอัดหมอนี่ชะมัด!

 

______ซิเรียสขับเรือรบอวกาศพุ่งไปทางดาวเคราะห์สีคล้ำดวงหนึ่ง… เดิมมันเป็นดาวเคราะห์ที่ไร้แสงสว่าง แต่พอเรือรบอวกาศเข้าไปใกล้กลับปรากฏเส้นแสงสลัวๆสายหนึ่ง

 

______เรือรบอวกาศขับไปตามวงโคจรของดาวเคราะห์ดวงนี้ประมาณสิบนาที และตรงไปหาดาวเทียมที่อยู่ใกล้ที่สุด

 

______ซิเรียสขับเรือรบอวกาศเข้าไปใกล้อย่างระมัดระวัง ปากก็พูดว่า “จำไว้… ครั้งต่อไปที่พวกแกมาที่นี่ จะต้องขับตามแสงเมื่อกี้เท่านั้น… อย่าเข้าใกล้ดาวเทียมดวงนี้สุ่มสี่สุ่มห้าเด็ดขาด”

 

______ลั่วซิวเจ๋อเพียงพยักหน้ารับอย่างเงียบงันโดยไม่ถามถึงเหตุผล

 

______แม้เรือรบอวกาศของพวกเขาจะมีขนาดเล็ก แต่ความเร็วของมันไม่ธรรมดาแม้แต่น้อย… เมื่อเข้ามาใกล้ดาวเทียมพอสมควร ซิเรียสก็หยุดเรือรบอวกาศกลางอากาศ จากนั้นก็หยิบการ์ดสีเงินสอดเข้าไปในช่องหนึ่งของแผงควบคุม

 

______ลั่วซิวเจ๋อยังไม่ทันได้เอ่ยถาม ทันใดนั้นดาวเทียมดวงนั้นพลันส่งคลื่นประหลาดแผ่ออกมายังเรือรบอวกาศของพวกเขา จากนั้นก็มีเสียงนุ่มนวลทว่าฟังดูเรียบเฉยไร้ความรู้สึกดังมาจากลำโพงว่า “ยินดีต้อนรับกลับค่ะ คุณซิเรียส… เวลาคงเหลือของท่านคือ เจ็ดวันห้าเดือนสิบหกปีค่ะ ตำแหน่งของท่านอยู่ที่ระดับพันโท… ท่านสามารถพาผู้ติดตามจำนวนสิบคนผ่านอุโมงค์นี้เข้าไปได้ค่ะ”

 

______ซิเรียสรับคำ “เปิดประตู ข้าจะเข้าไปเดี๋ยวนี้”

 

______“รับทราบค่ะ คุณซิเรียส ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพค่ะ”

 

______สิ้นเสียงของสตรีผู้นั้น ดาวเทียมตรงหน้าของพวกเขาเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงชวนน่าพิศวง… ภาพที่อยู่ตรงหน้าของพวกเขาค่อยๆเลือนหายคล้ายกับระลอกคลื่นของหยดน้ำ… บริเวณที่เคยมีดาวเทียมอยู่ตรงนั้นกลับกลายเป็นรูหนอนอันมืดมิด

 

______ซิเรียสรีบขับเรือรบอวกาศพุ่งตรงเข้าไปข้างในทันที

 

______ชั่วขณะนั้นลั่วซิวเจ๋อรู้ทันทีว่า ทำไมซิเรียสถึงบอกว่า ถ้าไม่คาดเข็มขัดนิรภัยเอาไว้ พวกเขาจะกลายเป็นลูกบอลมนุษย์… แท้ที่จริงแล้วคลื่นพลังงานในรูหนอนนั้นทั้งปั่นป่วนและแปรปรวนมากราวกับกระแสน้ำอันเชี่ยวกราดในมหาสมุทรที่กำลังบ้าคลั่ง… ระลอกคลื่นครั้งแล้วครั้งเล่าโถมซัดกระหน่ำไม่หยุด แม้จะไม่ถึงกับทำให้เรือรบอวกาศเสียหาย แต่ก็มากพอที่จะทำให้ยานโคลงเคลงไปมาอย่างหนัก… ถ้าหากพวกเขาไม่คาดเข็มนิรภัยเอาไว้ล่ะก็ คงเจอ ‘เซอร์ไพรส์’ ครั้งใหญ่แล้ว!

 

______ฝีมือการขับยานอวกาศของซิเรียสนับว่าเหนือชั้นจริงๆ… พูดตามตรง ทักษะของซิเรียสน่าจะอยู่ในระดับเดียวกับนักแข่งรถบนโลกเลยทีเดียว

 

______เดิมทีระลอกคลื่นอันบ้าคลั่งควรจะเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางของพวกเขา ทว่ามันกลับช่วยเพิ่มความเร็วของเรือรบอวกาศแทน… ทั้งที่ภายในรูหนอนแห่งนี้เต็มไปด้วยระลอกคลื่นอันเชี่ยวกราดนับไม่ถ้วน แต่เขากลับขับไปบนระลอกคลื่นที่อยู่ใกล้ที่สุดได้ในทันที

 

______“ว้าว! ผ่านมากี่ครั้งก็ยังตื่นเต้นสุดๆเหมือนเดิม!” ซิเรียสปล่อยให้ยานไหลไปตามคลื่นยักษ์พลางร้องอย่างสนุกสนาน

 

______“คุณซิเรียส ผมขอลองบ้างได้ไหม?” ลั่วซิวเจ๋อเอ่ยขออย่างสุภาพ

 

______ซิเรียสยักไหล่ ก่อนจะเปลี่ยนระบบให้ผู้ช่วยกัปตันเป็นผู้ควบคุมเรือรบอวกาศลำนี้แทน

 

______“ขอบคุณ” เมื่อลั่วซิวเจ๋อเอ่ยขอบคุณเสร็จ สีหน้าพลันเคร่งเครียดจริงจังขึ้นมาทันใด

 

______ซิเรียสสามารถขับเรือรบอวกาศไปตามคลื่นพลังงานเหล่านั้นได้อย่างคล่องแคล่วว่องไวเสมือนคลื่นเหล่านี้เป็นเทอร์โบก็ไม่ปาน แต่มันย่อมไม่ง่ายอย่างที่คิดแน่นอน

 

______หรือก็คือ มีเพียงยอดฝีมืออย่างซิเรียสเท่านั้นถึงจะสามารถขับฝ่าคลื่นพลังงานเหล่านั้นได้ ถ้าเป็นคนอื่น… คงไม่มีใครสามารถขับยานเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเช่นนั้นแน่… ดีไม่ดีอาจจะถูกคลื่นพลังงานซัดจนกระเด็นกลับออกไป หรือต้องชะลอความเร็วลง… เลวร้ายที่สุดก็คือ เรือรบอวกาศได้รับความเสียหายอย่างหนัก ซึ่งไม่มีทางที่ในรูหนอนจะมีจุดแวะพักให้ซ่อมยานกลางทางแน่

 

______เมื่อเขาลองขับเรือรบอวกาศเองถึงได้รู้ว่า เทคนิคเมื่อสักครู่ของซิเรียสนั้นยากและซับซ้อนมากแค่ไหน

 

______ลั่วซิวเจ๋อต้องยอมรับว่า ขนาดเขาเป็นคนขับเอง ยังทำให้เรือรบอวกาศช้าลงถึงหนึ่งในสามส่วน แถมรอบยานยังเริ่มเกิดความเสียหายบางส่วน

 

______เป็นความเสียหายที่เกิดจากการปะทะกับคลื่นพลังงานเหล่านี้ ถ้าหากปล่อยเอาไว้ล่ะก็ พวกเขาคงต้องลดความเร็วลงอีกเพื่อไม่ให้ยานเสียหายมากกว่านี้

 

______“คุณซิเรียส คุณช่วยสอนผมขับยานที” ลั่วซิวเจ๋อไม่มีทางยอมปล่อยให้ตัวเองเป็นภาระของคนอื่นเด็ดขาด

 

______มีคำกล่าวว่า ยอดฝีมือมักทะนงในศักดิ์ศรีของตนเกินกว่าจะยอมเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น… คงต้องยกเว้นลั่วซิวเจ๋อเอาไว้สักคน… เพราะหากมีเรื่องใดที่สามารถใช้ให้คนอื่นเหนื่อยแทนและไม่ส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของเขาแล้วล่ะก็ ลั่วซิวเจ๋อพร้อมที่จะเอ่ยปากในทันที…

 

______เหตุผลหนึ่งเพราะเขาเป็นเชื้อพระวงศ์แห่งเผ่าเงือก… แต่ไหนแต่ไรมาชาวเงือกอย่างพวกเราไม่เคยเกิดการแย่งชิงอำนาจ เนื่องจากเหล่าเชื้อพระวงศ์ล้วนมีนิสัยประหลาด นั่นคือทุกคนต่างหลีกหนีราชบัลลังก์อย่างสุดกำลัง ยกตัวอย่างเช่น รัชสมัยของเขา… ตัวเขาที่ยังอายุน้อยไม่ลังเลที่จะโยนให้พี่ชายรับตำแหน่งรัชทายาท… แม้แต่ท่านพ่อของเขา ทันทีที่ท่านพี่ผ่านช่วงจำศีลและกลายเป็นผู้ใหญ่อย่างเต็มตัว ท่านก็รีบสละราชบัลลังก์ให้อย่างรวดเร็วราวกับบัลลังก์สามารถกัดคนได้ก็ไม่ปาน

 

______ด้วยเหตุนี้ ลั่วซิวเจ๋อจึงเคยชินกับการชี้นิ้วสั่งคนอื่นมาก… ซึ่งในตอนนี้คงเป็นฉีหนานกับเสี่ยวเค…

 

______พูดถึงเสี่ยวเค… การเดินทางครั้งนี้เสี่ยวเคต้องยอมอยู่ในร่างโลหิตสีชาดและถูกเก็บไว้ที่คลังหุ่นยนต์ของเรือรบอวกาศอย่างเดียวดาย

 

______เหตุผลประการแรก การนำสัตว์เลี้ยงติดตัวเข้าไปในเขตจักรวรรดิวาเนสซ่าเป็นเรื่องที่ไร้หัวคิดมากเกินไป ซึ่งลั่วซิวเจ๋อไม่มีทางยอมให้ซิเรียสดูถูกดูแคลนตนเด็ดขาด… ประการที่สอง ตัวตนของเสี่ยวเคนั้นพิเศษมาก ถ้าถูกพบตัวเข้าล่ะก็ มีความเป็นไปได้สูงที่จะถูกส่งไปสถาบันวิจัยทันที ซึ่งปัญหาคือ… วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจักรวรรดิวาเนสซ่ารุดหน้าและทันสมัยกว่าของรัฐบาลหลายเท่านัก ใครกล้ารับปากว่า ถ้าเสี่ยวเคออกไปเดินเพ่นพ่านข้างนอกแล้วความลับจะไม่แตกเอาดื้อๆได้?

 

______ไม่ว่าประชาชนในจักรวรรดิวาเนสซ่าจะสนใจหุ่นยนต์มีชีวิตหรือไม่ แต่ฉีหนานก็ยอมเสี่ยงให้เกิดเรื่องขึ้นกับโลหิตสีชาดไม่ได้โดยเด็ดขาด

 

______ซิเรียสไม่มีท่าทีขุ่นเคืองกับคำขอของลั่วซิวเจ๋อ… พูดอีกอย่างคือ ภารกิจที่แท้จริงของเขาในการเดินทางครั้งนี้ก็คือ อบรมสั่งสอนนักเรียนทั้งสองคนให้ดีที่สุด

 

______เขาติดหนี้ฮัลด์อยู่ครั้งหนึ่ง… ถ้าครั้งนี้เขาชดใช้หนี้ไม่ได้ล่ะก็ เกรงว่าครั้งหน้าคงถูกเรียกเก็บแพงกว่านี้แน่นอน

 

______อีกอย่างลั่วซิวเจ๋อเป็นคนที่มีพรสวรรค์ไม่เลว แถมฉีหนานยังเป็นคนที่ตาแก่หลิวฝากฝังให้ช่วยดูแลเป็นพิเศษอีก ฉะนั้นเขาย่อมทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดในการสั่งสอนทั้งสองคนอย่างแน่นอน…

 

______ขณะที่ลั่วซิวเจ๋อเรียนการขับเรือรบอวกาศ ฉีหนานเองก็มิได้อยู่เฉยๆ เขาขยับเข้ามานั่งเรียนด้วยกัน โดยทั้งคู่ผลัดกันขับเรือรบอวกาศ ทำให้ภายในรูหนอนแห่งนี้ปรากฏเรือรบอวกาศลำเล็กลอยไปมาเหมือนใบไม้ลู่ไปตามลม… เดี๋ยวช้าเดี๋ยวเร็ว บางครั้งก็ไหลไปตามคลื่นได้ไกล บางครั้งก็โดนคลื่นซัดกลับมา…

 

______เพราะความสามารถอันน่าสังเวชของลั่วซิวเจ๋อกับฉีหนาน ทำให้การเดินทางล่าช้าลงอย่างเห็นได้ชัด บางครั้งจะมีเรือรบอวกาศลำอื่นลอยผ่านมาทักทายอย่างสนิทสนม ก่อนจะขับแซงพวกเขาไปอย่างรวดเร็ว…

 

______


 

พี่ลั่ว! แว๊นกลับไปเลย อย่าได้ยอม! 555555+

ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจและการรอคอยนะคะ ดีใจมากเลย 🙂