0 Views

บทที่ 123

 

______มิเช่นนั้นเขาคงไม่สามารถดีดตัวกลางอากาศได้อย่างคล่องแคล่วเช่นนี้ การดีดตัวกลางอากาศอันแสนธรรมดาทำให้เขากระโดดข้ามไปด้านหลังของหุ่นยนต์สีเทาฟ้าได้สำเร็จ จากนั้นก็อาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายยังไม่ทันป้องกันตัว ทำลายระบบควบคุมของอีกฝ่ายจนย่อยยับ

 

______ส่วนการถีบในตอนสุดท้ายก็แค่ทำเพื่อตีลังกากลับมายืนบนพื้นอีกครั้ง ฉะนั้นการเตะหุ่นยนต์สีเทาฟ้าจนกระเด็นจึงเป็นเพียงเรื่องบังเอิญเท่านั้น…

 

______ผลการประลองเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของทุกคนแล้ว… หุ่นยนต์สีเทาฟ้าไม่อยู่ในสภาพที่จะต่อสู้ต่อไปได้ เขาจึงตกรอบไปโดยปริยาย

 

______ฉีหนานหย่อนร่างลงมาจากโลหิตสีชาด ก่อนจะโบกมือไปทางลั่วซิวเจ๋อด้วยความตื่นเต้นดีใจ… รสชาติของชัยชนะช่างหอมหวานยิ่งนัก เขาอยากแบ่งปันความสุขนี้ร่วมกับลั่วซิวเจ๋อด้วย…

 

______เขาอยากให้อีกฝ่ายรู้ว่า… ดูสิ ตอนนี้ผมแข็งแกร่งขึ้นมากแล้วนะ สักวันผมจะยืดอกพูดกับทุกคนได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า ลั่วซิวเจ๋อคือคนรักของผม!

 

______“ก็ไม่เลว” ลั่วซิวเจ๋อโค้งมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้ม… ฉีหนานไม่มีพรสวรรค์ด้านกลยุทธและวางแผนยุทธศาสตร์ แต่ทักษะด้านการต่อสู้ของเขาช่างน่าประทับใจนัก ยิ่งเขาสามารถควบคุมโลหิตสีชาดเสมือนเป็นแขนขาของตนขนาดนี้ ยิ่งทำให้เขาเปล่งประกายมากขึ้น… นับว่าฉลาดมากที่ตัดสินใจกระโดดอีกครั้ง ถ้าหากเขาเลือกใช้วิธีอื่นโจมตีล่ะก็ คงอีกนานกว่าจะกำจัดอีกฝ่ายได้

 

______“เหอะ!” เสียงแค่นหัวเราะเย้ยหยันดังขึ้นจากด้านหลังของฉีหนาน “ดีใจไปเถอะ… ถ้าพี่ชายฉันมาล่ะก็ แกได้เจอดีแน่!”

 

______ฉีหนานหันหน้าไปเห็นเด็กหนุ่มรูปงามคนหนึ่งกำลังถลึงตาจ้องมาทางตนด้วยแววตาอาฆาตแค้น

 

______เมื่อเหลือบมองหุ่นยนต์สีเทาฟ้าที่อยู่ห่างออกไปก็เห็นประตูห้องคนขับถูกเปิดออกเผยให้เห็นความว่างเปล่าที่อยู่ด้านใน จึงเดาได้ไม่ยากเลยว่าเด็กหนุ่มตรงหน้านั้นเป็นใคร…

 

______ฉีหนานเบ้ปาก… เขาไม่โกรธที่อีกฝ่ายมาหาเรื่อง แพ้ก็คือแพ้ ต่อให้พี่ชายของเขาจะเก่งมากจนเอาชนะตนได้ แต่นั่นก็เป็นเรื่องของพี่ชาย ไม่ได้เกี่ยวกับเขาเสียหน่อย? ไม่เข้าใจจริงๆว่าจะมาหาเรื่องเขาทำไม…

 

______ฉีหนานรู้สึกว่า การโต้เถียงกับเด็กน้อยที่ถูกพี่ชายโอ๋จนเคยตัวไม่เห็นจะน่าสนุกเลย…

 

______“เฮ้ย! หยุดนะ ฉันกำลังพูดกับแกอยู่ ไม่ได้ยินหรือไง!” เด็กหนุ่มที่เคยชินกับการประคบประหงมกลับถูกฉีหนานเมินใส่เช่นนี้ ย่อมโกรธจัดจนควันแทบออกหู

 

______“ซิวเจ๋อ!” ฉีหนานที่เพิ่งเดินออกจากลานประลอง พลันมองเห็นลั่วซิวเจ๋อที่เดินมารับตนก็ดีใจมากจนดวงตาเปล่งประกายวิบวับพลางร้องเรียกเสียงดัง

 

______ทันทีที่เด็กหนุ่มคนนั้นมองเห็นลั่วซิวเจ๋อ ดวงตาพลันฉายแววตกตะลึงสุดขีด ก่อนจะพุ่งทะยานร่างออกไปผลักฉีหนานให้พ้นทางและหยุดลงที่ตรงหน้าของลั่วซิวเจ๋อ

 

______แววตาหยาดเยิ้มถูกส่งให้กับลั่วซิวเจ๋อ “พี่ชายท่านนี้ช่างงดงามจริงๆ… แต่งงานกับพี่ชายของผมไหมครับ?”

 

______ลั่วซิวเจ๋อ “….”

 

______ฉีหนาน “….” บัดซบ! มันกล้าจีบซึ่งๆหน้าเลยเรอะ!!!

 

______สีหน้าของฉีหนานพลันบิดเบี้ยวแทบดูไม่ได้ เขาพลันกระชากเด็กหนุ่มคนนั้นออกไปด้านข้างพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมว่า “ไสหัวไปซะ เขาคือคู่หมั้นของฉัน!”

 

______เด็กหนุ่มมองฉีหนานด้วยแววตาที่ลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งความเกลียดชัง ก่อนจะหันไปพูดกับลั่วซิวเจ๋อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า “พี่ชายครับ… พี่ชายของผมทั้งหล่อและเก่งกาจมาก ตอนนี้เขาเป็นถึงพันตรีแห่งกองทหารที่หกด้วย แล้วเขายังเป็นคนรักเดียวใจเดียว ไม่มีทางไปหาเศษหาเลยกับพวกเงือกแน่นอน! จริงๆนะครับ ผมไม่โกหกคุณแน่นอน… เขา…” เด็กหนุ่มนิ่งเงียบไปชั่วอึดใจเหมือนแสลงใจกับคำว่าคู่หมั้นเป็นที่สุด “เขาแข็งแกร่งกว่าเจ้าหมอนี่หลายขุมนัก!”

 

______เดิมทีลั่วซิวเจ๋อกำลังไม่สบอารมณ์ที่เห็นเจ้าเด็กนี่ตามตื้อฉีหนาน ทว่าตอนนี้เขากลับไม่รู้ว่าควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี…

 

______จริงอยู่ที่เจ้าเด็กนี่อวดดีมากไปหน่อย แต่เขาก็คิดถึงเรื่องของพี่ชายมากกว่า… ดูสิ ตอนนี้หมกมุ่นอยู่กับเรื่องหาเจ้าสาวให้พี่ชายเสียแล้ว

 

______“ไปให้พ้น! อย่าคิดว่าการประลองจบแล้วฉันจะไม่กล้าอัดแกนะ… ถ้าแกยังไม่หยุด ฉันจะกระทืบจนพ่อแกจำหน้าแกไม่ได้เลย!” ฉีหนานคลั่งไปแล้ว เจ้าบ้าสมควรตายนี่มันอะไรกัน? มันจะไม่จบใช่ไหม!

 

______“แกต่างหากที่ไสหัวไป!” เด็กหนุ่มหันมาตะคอกใส่ฉีหนานด้วยความโกรธ “พี่ชายท่านนี้ควรจะได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างอ่อนโยน แล้วคนหยาบคายอย่างแกจะดูแลเขาได้อย่างไร? ถ้าแกหวังดีกับเขาจริงๆก็ควรจะปล่อยเขาให้อิสระ… มีแค่ผู้ชายที่แข็งแกร่งและทรงอำนาจอย่างพี่ชายฉันเท่านั้นที่จะดูแลเขาได้!”

 

______ฉีหนาน “…” บัดซบ! ถูกหยามซึ่งๆหน้าขนาดนี้ ใครจะไปทนไหวเล่า!

 

______เขาเงื้อมมือขึ้นเตรียมจะสั่งสอนไอ้หมอนี่สักยก แต่กลับถูกลั่วซิวเจ๋อขวางไว้อย่างเหนือความคาดหมาย

 

______ฉีหนานเหลือบสายตามองลั่วซิวเจ๋อด้วยแววตาย่ำแย่เต็มทนพลางนึกคร่ำครวญในใจ… ถ้าลั่วซิวเจ๋อกล้าพูดว่า จะทิ้งเขาไปแต่งงานกับพันตรีบ้านั่นจริงๆล่ะก็ เขาจะ… เขาจะ… เขาจะร้องไห้ให้ดู!

 

______“เอาล่ะ… ฉันไม่รู้ว่านายเป็นใคร แต่นายไม่มีสิทธิ์มาดูถูกคู่หมั้นของฉัน… นายไปได้แล้ว” ลั่วซิวเจ๋อกล่าวด้วยสีหน้าเย็นเยียบ… ความตื่นเต้นดีใจก่อนหน้านี้ถูกคำพูดดูถูกฉีหนานของเจ้าเด็กนี่ทำลายไปจนสิ้น

 

______“เขาไม่คู่ควรกับคุณ!” เด็กหนุ่มคำรามเสียงดังลั่นอย่างสุดกลั้น

 

______ตอนแรกเหล่าผู้ชมเตรียมเดินออกจากอัฒจันทร์ แต่ไม่นึกว่าจะได้เห็นละครสนุกๆตรงหน้า ฉะนั้นคนส่วนใหญ่จึงนั่งชมเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างสนุกสนาน

 

______สำหรับเหล่าคนโสดนั้น ฉากแตกหักของคู่รักย่อมน่าดูชมมากว่าฉากพลอดรักของพวกเขาแน่นอน…

 

______แววตาของลั่วซิวเจ๋อค่อยๆเยียบเย็นขึ้นเรื่อยๆ… เด็กหนุ่มพลันเสียวสันหลังวาบกับสายตาของลั่วซิวเจ๋อจนเผลอถอยหลังออกไปหลายก้าว ก่อนจะกัดริมฝีปากล่างทำเป็นเข้มแข็งอีกครั้ง “ผม… ผมหวังดีกับคุณนะ… คุณ… คุณงดงามขนาดนี้… ยังไงเขาก็ไม่คู่ควร!”

 

______ลั่วซิวเจ๋อเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ “คู่ควรหรือไม่เป็นเรื่องที่ฉันจะตัดสินใจเอง… ฉันบอกว่าเขาคู่ควรก็คือคู่ควร อีกอย่าง…” เขาแค่นหัวเราะเสียงเย็นเล็กน้อย “ผู้แพ้อย่างนายมีสิทธิ์มาวิจารณ์ผู้ชนะด้วยหรือ? ดูจากสภาพนายก็รู้แล้วว่า พี่ชายของนายก็คงไม่ต่างกันหรอก”

 

______“ไม่ใช่นะ! พี่ชายของผมแข็งแกร่งมาก!” ทันทีที่เด็กหนุ่มได้ยินคำพูดดูถูกพี่ชายตนก็โกรธเคืองพร้อมกับตะโกนแย้งสุดเสียง

 

______“พี่ชายของนายเก่งจริงหรือเปล่าก็ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกฉัน” เขาเหลือบตามองเด็กหนุ่มเล็กน้อย… ทันใดนั้นเขาพลันคว้าท้ายทอยของฉีหนานบังคับให้เขาก้มหัวลงมาเล็กน้อยและประกบริมฝีปากอย่างเร่าร้อน

 

______“อื้อ…” ฉีหนานเบิกตาโตด้วยความตกใจ ก่อนจะให้ความร่วมมือด้วยการปิดตาลงอย่างเชื่องช้า เสียงโรมรันนัวเนียของริมฝีปากและลิ้นของคนทั้งคู่ดังให้ได้ยินชัดเจน จนเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านข้างพลันหน้าแดงพร้อมกับเบนหน้าหลบด้วยความขุ่นเคือง

 

______เมื่อถอนริมฝีปากออกจากกัน ลั่วซิวเจ๋อก็แลบลิ้นออกมาเลียหยาดน้ำใสที่มุมปากพลางจ้องมองเด็กหนุ่มด้วยรอยยิ้ม “เห็นหรือยัง? พวกเรารักกันมาก ฉะนั้นนายไม่จำเป็นต้องมากังวลกับอนาคตของฉันหรอก”

 

______เหล่าผู้ชมโดยรอบ “…” บ้าที่สุด! ฉากแตกหักกลับกลายเป็นฉากหวานหยดชวนตาบอดไปเสียแล้ว!

 

______“คุณ…” เด็กหนุ่มคิดจะพูดบางอย่าง แต่กลับถูกสายตาของลั่วซิวเจ๋อหยุดเอาไว้จึงได้แต่อ้าปากพะงาบๆ แต่ไร้ซึ่งเสียงใดๆหลุดรอดออกมา…

 

______ลั่วซิวเจ๋อยักคิ้วเล็กน้อยก่อนจะพาฉีหนานเดินจากไป

 

______เหลือเพียงเด็กหนุ่มที่ยืนก้มหน้านิ่งอยู่ที่เดิม…

 

______เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้เป็นเพียงละครเล็กๆฉากหนึ่งเท่านั้น นอกจากทำร้ายจิตใจของเหล่าคนโสดแล้ว ก็ไม่มีใครสนใจเรื่องนี้อีก

 

______การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป ผลคะแนนของฉีหนานยังคงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆไม่หยุด

 

______บางทีเป็นเพราะเขาต่อสู้กับลั่วซิวเจ๋อมาโดยตลอด ทำให้เขาประเมินพลังของตัวเองต่ำเกินไป… ในการประลองหุ่นยนต์แบบเดี่ยว เขาเอาชนะคู่ต่อสู้ทั้งหมดได้อย่างง่ายดายและสามารถผ่านเข้ารอบสิบหกคนสุดท้ายได้สำเร็จ

 

______ส่วนการประลองแบบทีม เมื่อมีลั่วซิวเจ๋อผู้อัจฉริยะอยู่ในทีมของพวกเรายิ่งทำให้ไม่มีใครสามารถต่อกรได้และผ่านเข้าสู่รอบสี่ทีมสุดท้ายในที่สุด

 

______“อา… ไม่นึกเลยว่า ผมที่อ่อนแอและไร้ค่าเมื่อปีที่แล้ว มาตอนนี้จะเป็นหนึ่งในยอดฝีมือของโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่ง” ฉีหนานถอนหายใจขณะมองตารางแข่งของวันพรุ่งนี้

 

______“เพราะเจ้าพยายามมาโดยตลอด” ลั่วซิวเจ๋อคลี่ยิ้ม… เมื่อก่อนพรสวรรค์ของฉีหนานถูกผนึกเอาไว้ เมื่อปลดผนึกออกไป ทุกคนย่อมรับรู้ได้ถึงความพยายามของฉีหนาน

 

______ความสำเร็จของฉีหนานในตอนนี้แลกมากับความพยายามอย่างแสนสาหัสของเจ้าตัว… ลั่วซิวเจ๋อเป็นคนวางแผนการฝึกของฉีหนานมากับมือ ย่อมรู้ดีว่า ตลอดหนึ่งปีนี้ฉีหนานฝึกซ้อมอย่างบ้าคลั่งขนาดไหน…

 

______“จริงสิ วันนี้ยังไม่ได้ฝึกใช้ทักษะซิงโครเลย… มาฝึกกันเถอะ” ฉีหนานเด้งตัวลุกขึ้นมาจากเตียง… ตั้งแต่เขารู้ข้อเสียของทักษะซิงโคร เขาก็พยายามฝึกใช้ทักษะนี้มาตลอด

 

______บัดนี้เขาสามารถขยับนิ้วมือตอนใช้ทักษะซิงโครกับลั่วซิวเจ๋อได้แล้ว การพูดคุยตอบโต้ก็คล่องกว่าก่อนหน้านี้มากนัก

 

______“ไม่ได้” ลั่วซิวเจ๋อส่ายหน้า “วันนี้อธิการบดีเรียกข้าไปบอกว่า ช่วงนี้ทางโรงเรียนอาจจะต้องต้อนรับแขกอีกกลุ่ม ให้ข้าระวังตัวให้ดี…”

 

______“หมายความว่ายังไง?” ฉีหนานถามพลางขมวดคิ้วมุ่น

 

______“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร” ลั่วซิวเจ๋อยักไหล่ “รู้จักคำว่า การทะเลาะกันของเด็กๆเรียกให้ผู้ใหญ่มาสอดมือหรือไม่?”

 

______“เอ๋?” ฉีหนานไม่เข้าใจ… นี่เป็นแค่การแข่งขันภายในโรงเรียนไม่ใช่หรือ? พวกเขาไม่ได้ฆ่ากันเสียหน่อย

 

______เมื่อเห็นสีหน้าไม่อยากเชื่อของฉีหนาน ลั่วซิวเจ๋อก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ “เจ้าควรรู้เอาไว้ว่า แม้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับพวกเรา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะราบรื่นเช่นนั้น… ความจริงแล้วในสายตาของคนบางกลุ่ม ตัวตนของพวกเราคือความผิดพลาด… ชัยชนะของพวกเราคือสิ่งที่ผิด… และการที่พวกเราช่วงชิงแสงสว่างแห่งความรุ่งโรจน์ของคนอื่นก็เป็นเรื่องที่ผิดมหันต์”

 

______ฉีหนานพลันขมวดคิ้วอย่างเคร่งเครียด “คุณหมายถึง มีคนกำลังจ้องเล่นงานพวกเราหรือ?”

 

______“ไม่หรอก” ลั่วซิวเจ๋อส่ายหน้าอีกครั้ง “อีกฝ่ายไม่ได้จ้องเล่นงาน ‘พวกเรา’ แต่จ้องเล่นงานทุกคนที่แข็งแกร่งกว่าเขา… หรือก็คือ ตอนแรกเขาตั้งใจจะสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองในงานแข่งขันครั้งนี้ ใครจะไปรู้ว่าจะต้องแพ้ให้กับพวกเรา ดังนั้นจึง… อับอายขายขี้หน้าจนโกรธกระมัง”

 

______ฉีหนานนึกย้อนไปถึงคู่ต่อสู้ที่ผ่านมาตลอดหลายวันมานี้ ก่อนจะเลิกคิ้วสูง “หมายถึงทีมของจื่อหลัวหลานหรือ?”

 

______ลั่วซิวเจ๋อพยักหน้ารับ “น่าจะ หรือทีมเฮฟเว่นลอร์ดก็มีความเป็นไปได้เหมือนกัน… เพียงแต่เมื่ออยู่ในรั้วโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่ง พวกเขาไม่กล้ามาหาเรื่องพวกเราตรงๆหรอก อย่างมากก็แค่ไปหาคนมาจัดการกับพวกเรา และรอเยาะเย้ยพวกเราทีหลัง”

 

______ฉีหนานอดทำหน้าเคร่งเครียดไม่ได้ “ใช้ได้ที่ไหนกัน! แพ้ในการแข่งขันแทนที่จะโทษความอ่อนแอของตัวเองกลับไปหาคนมาแก้แค้นให้ตัวเอง… ไม่รู้จักหาวิธีอื่นที่ดีกว่านี้แล้วหรือไง…”

 

______“จะทำไงได้เล่า” ลั่วซิวเจ๋อยักไหล่อย่างจนปัญญา เขาเองก็รำคาญคนพวกนี้เหมือนกัน แต่ปัญหาคือ… แม้จะรำคาญมากแต่เขาก็ไม่มีวิธีกำจัดพวกมัน…

 


มาอัพให้ก่อนนอนจ้า 🙂

พี่ลั่วเกือบทำน้องฉีร้องไห้ซะแล้ว (แอบรู้สึกว่าน้องฉีน่ารักน่าหยิกมาก >///<)

ขอบคุณสำหรับทุกการรอคอยและทุกกำลังใจนะคะ 🙂