0 Views

บทที่ 121

 

_______ลั่วซิวเจ๋อโค้งมุมปากขึ้นเล็กน้อยพลางเงยหน้ามองใบหน้าหุ่นยนต์ตัวนั้น “เจ้าทำท่าทางเช่นนี้… คิดจะสาบานตนต่อข้าหรือไร?”

 

_______ดวงตาสีแดงสดเปล่งประกายวูบวาบครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ายืนยันหนักแน่น

 

_______นัยน์ตาของลั่วซิวเจ๋อพลันปรากฏแถบสีเงินแวววาวพลางเอ่ยเสียงเย็นเยียบว่า “ขอปฏิเสธ!”

 

_______ร่างหุ่นยนต์มหึมาของโลหิตสีชาดถึงกับชะงักค้าง ฉีหนานทำหน้าเหมือนไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

 

_______ลั่วซิวเจ๋อทะยานร่างขึ้นไปบนไหล่ของโลหิตสีชาดอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเคาะบริเวณใบหน้าเบาๆและกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า “สิ่งที่ข้าต้องการหาใช่ลูกน้อง แต่เป็นคนรักที่จะต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ไปด้วยกันกับข้า… ฉีหนาน เจ้าจะเลือกสิ่งใด?”

 

_______ฉีหนาน “…”

 

_______ยังต้องเลือกอีกหรือ? เมื่ออยู่ต่อหน้าลั่วซิวเจ๋อผู้งดงาม คนที่ยังเลือกเป็นลูกน้อง สมองต้องมีปัญหาแน่!

 

_______อีกทั้งหลังจากนี้เขาจะต้องเตือนลั่วซิวเจ๋อว่า ห้ามยื่นข้อเสนอนี้กับคนอื่นเด็ดขาด… เพราะคนรักมีได้เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น… ไม่มีที่ว่างสำหรับใครอื่นอีก!

 

_______ฉีหนานอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเก้อเขิน ทำเอาเสี่ยวเคที่ยืนอยู่ด้านข้างทำหน้าอึมครึม ทั้งๆที่เมื่อกี้ยังทำเท่อยู่เลยแท้ๆ แต่พอลั่วซิวเจ๋อพูดแค่ประโยคเดียว เจ้านายของมันก็เริ่มทำตัวโง่ๆอีกแล้ว การตัดสินใจยอมรับฉีหนานให้เป็นเจ้านายของมันจะไม่มีปัญหาจริงหรือ…

 

_______ด้วยเหตุนี้ ฉีหนานจึงเริ่มฝึกหนักภายใต้การเฝ้ามองของลั่วซิวเจ๋ออย่างยากลำบาก เพราะการควบคุมเสี่ยวเคซับซ้อนมาก ทำให้ฉีหนานต้องเริ่มฝึกตั้งแต่พื้นฐานทั้งหมดเหมือนกับตอนที่เขาหัดบังคับหุ่นยนต์ครั้งแรกเลย

 

_______ย่ำเท้าอยู่กับที่… เดินไปข้างหน้า… กระโดดไปมา…

 

_______เดินเลี้ยว… เอี้ยวตัว… กระโดดตีลังกา…

 

_______พุ่งโจมตี… หลบหลีก… ฟาดฟันดาบ…

 

_______การฝึกในแต่ละวันมุ่งเน้นไปที่การสร้างความคุ้นเคยและฝึกซ้อมเทคนิคการต่อสู้ด้วยหุ่นยนต์เป็นหลัก… ในตอนที่ฉีหนานฝึกเทคนิคการต่อสู้ระดับสี่สำเร็จ งานแข่งขันเองก็เริ่มขึ้นเช่นกัน

 

_______ผู้สมัครเข้าร่วมการประลองหุ่นยนต์แบบเดี่ยวมีจำนวนเยอะมากที่สุด… เนื่องจากหุ่นยนต์เป็นพื้นฐานการต่อสู้ของทหารมาโดยตลอด… นอกจากพวกสาขาสายบุ๋นที่ไม่จำเป็นต้องใช้หุ่นยนต์แล้ว หลักสูตรของสาขาอื่นล้วนมีการฝึกใช้หุ่นยนต์ทั้งสิ้น…

 

_______นักเรียนกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์ต่างลงทะเบียนเข้าร่วมการประลองแบบเดี่ยว ฉะนั้นการประลองหุ่นยนต์แบบเดี่ยวจึงเป็นหนึ่งในหัวข้อการแข่งขันที่ดุเดือดที่สุด

 

_______ลั่วซิวเจ๋อไม่คิดจะกดดันฉีหนานมากนัก แม้ตนจะรู้สึกว่าฉีหนานกับเสี่ยวเคเข้ากันได้ดีมากพอที่จะเอาชนะนักเรียนคนอื่น แต่เพื่อความปลอดภัย เอาแค่ติดหนึ่งในสามอันดับแรกก็พอ…

 

_______ฉีหนานถึงกับมุมปากกระตุกวูบ… ถ้าใครได้เห็นท่าทางของลั่วซิวเจ๋อในตอนนี้ล่ะก็ คงฝันสลายกันหมดแน่นอน… ต่อให้แกล้งทำเป็นอ่อนแอไร้เดียงสาอีกครั้ง แต่ยังไงลั่วซิวเจ๋อก็คือเชื้อพระวงศ์เผ่าเงือกผู้หยิ่งทะนงอยู่ดี!

 

_______“ผมว่า… สามอันดับแรกมันไม่มากเกินไปหน่อยหรือ?” ฉีหนานดูจะไม่มั่นใจในตัวเองเลย อาจเป็นเพราะปกติเขาถูกลั่วซิวเจ๋อซ้อมอยู่บ่อยๆจนเผลอคิดว่านักเรียนคนอื่นจะมีฝีมือทัดเทียมกับลั่วซิวเจ๋อไปโดยไม่รู้ตัว

 

_______ลั่วซิวเจ๋อหัวเราะเย้ยหยัน “พูดเป็นเล่นน่า! ข้าเป็นคนปลุกพรสวรรค์ในตัวเจ้าขึ้นมา และเป็นคนฝึกฝนเจ้าเองกับมือ… ถ้าแค่สามอันดับแรกยังทำไม่ได้ล่ะก็ หมายความว่าเป็นตัวข้าอ่อนหัดงั้นสิ?”

 

_______ฉีหนาน “…”

 

_______“สบายใจเถอะ” ลั่วซิวเจ๋อเอ่ยปลอบโยน “พอเจ้าได้ลงสนามแล้วก็จะรู้เอง… ปกติเจ้าฝึกกับข้ามาตลอด คงเสียความมั่นใจไปไม่น้อย… เจ้าควรจะรู้ว่า ยอดฝีมือระดับข้าไม่ได้มีดาษดื่น ดังนั้นเจ้าควรจะเชื่อมั่นในตัวเอง… ต่อให้เจ้าไม่เชื่อในตัวเจ้าเอง อย่างน้อยที่สุดเจ้าก็ต้องเชื่อใจข้า เข้าใจไหม!”

 

_______ฉีหนาน “…” พูดมีเหตุผลซะจนเถียงไม่ออกเลย…

 

_______ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขาหลงไปกับความแข็งแกร่งของลั่วซิวเจ๋อราวกับคนตาบอดขนาดนี้?

 

_______ฉีหนานไม่เข้าใจ แต่ก็ต้องยอมรับว่า พอลั่วซิวเจ๋อพูดเช่นนี้ เขารู้สึกเหมือนตัวเองเก่งกาจมากจริงๆ!

 

_______จำนวนของผู้เข้าแข่งขันมีเยอะมาก แต่ฉีหนานก็สามารถผ่านสองรอบแรกได้อย่างง่ายดาย

 

_______เป็นอย่างที่ลั่วซิวเจ๋อพูด… เพื่อนนักเรียนคนอื่นล้วนถูกเขากำจัดทิ้งในชั่วพริบตา ด้วยพรสวรรค์ในการต่อสู้อันยอดเยี่ยมกับโลหิตสีชาดที่แข็งแกร่งทำให้เขาจบการต่อสู้ทั้งสองรอบในเวลาไม่ถึงสามสิบวินาที

 

_______หลังจากล้มคู่ต่อสู้ในรอบที่สามสำเร็จ ฉีหนานก็กระโจนออกมาจากโลหิตสีชาดตรงเข้าไปกอดลั่วซิวเจ๋อแนบแน่นพลางกระซิบเสียงเบาว่า “ตอนนี้ผมเชื่อแล้ว ผมแข็งแกร่งขึ้นแล้วจริงๆ… ขอบคุณนะ”

 

_______“ขอบคุณข้าทำไมเล่า?” ลั่วซิวเจ๋อโค้งมุมปากพลางใช้นิ้วเรียวเชยคางของฉีหนานอย่างนุ่มนวล “จำเอาไว้ว่า เจ้าเป็นคนของข้า ข้าย่อมทำทุกอย่างเพื่อเจ้า… เจ้าแค่รับมันเอาไว้ก็พอ”

 

_______ฉีหนานหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ ก่อนจะจุมพิตลงบนแก้มของลั่วซิวเจ๋ออย่างมีความสุข

 

_______ภาพที่คนทั้งสองแสดงความรักต่อกันอย่างลึกซึ้งอยู่ในสายตาของผู้ชมทุกคนที่กำลังนิ่งอึ้งด้วยความตกใจ เหล่าชายโสดส่วนใหญ่เริ่มส่งเสียงโห่ร้องด้วยความโกรธเคืองปนอิจฉาเพื่อแยกคู่รักคู่นี้ออกจากกันเสียที ในขณะที่พวกนักเรียนที่มีคนรักแล้วต่างบอกว่าพวกเขาช่างเหมาะสมกันจริงๆ…

 

_______“เหอะๆ นักเรียนของโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งช่าง… โรแมนติกจริงๆ” ชายชราเจ้าของดวงตาเฉี่ยวคมเหมือนนกแร้งเอ่ยหัวเราะแห้งๆกับอธิการบดีฮัลด์ ขณะจ้องมองจอภาพตรงหน้า…

 

_______ฮัลด์หัวเราะขำขัน ก่อนจะเปลี่ยนภาพไปดูการประลองอื่น…

 

_______“อธิการบดีเกรเดอร์ มีธุระอะไรกับโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งของพวกเราหรือ?” ฮัลด์พูดเข้าเรื่องอย่างไม่เกรงใจอีกฝ่าย

 

_______อันที่จริงฮัลด์กับเกรเดอร์ไม่ชอบขี้หน้ากันมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

 

_______เนื่องจากโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งเป็นโรงเรียนการทหารที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในเมืองหลวง ย่อมเต็มไปด้วยทรัพยากรมากมาย แต่โรงเรียนการทหารของเกรเดอร์รับเพียงลูกหลานขุนนางชั้นสูงเท่านั้น ฉะนั้นเกรเดอร์จึงจ้องจะฮุบโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งด้วยความละโมบ

 

_______เกรเดอร์เป็นอธิการบดีที่มีความทะเยอทะยานสูง ตั้งแต่ที่เขาได้เข้ามาบริหารโรงเรียนนี้ ชื่อเสียงของโรงเรียนการทหารชั้นนำพุ่งทะยานขึ้นสูงอย่างรวดเร็วจนไล่ตามโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งมาติดๆ…

 

_______ทั้งยังคอยออกสื่อไม่หยุดอีก… โรงเรียนการทหารชั้นนำจึงเป็นโรงเรียนที่อบรมสั่งสอนทหารได้ยอดเยี่ยมที่สุด แต่เนื่องจากโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งสามารถผลิตบุคลากรชั้นเยี่ยมจำนวนมากออกไปประจำอยู่ในกองทหารเกือบทุกกองมาโดยตลอด มันจึงกลายเป็นมาตรฐานของทหารในกองทัพไปเสียแล้ว

 

_______แต่ก็ต้องยอมรับว่า การบริหารของเกรเดอร์ทำให้โรงเรียนการทหารชั้นนำเองก็ผลิตทหารชั้นยอดออกมาจำนวนมากเช่นกัน… ฉะนั้นคำเชิญของสหายเก่าอย่างฮัลด์ในครั้งนี้ทำให้โรงเรียนอื่นต่างร่วมลงชื่อและส่งเหล่านักเรียนของตนเข้าร่วมงานแข่งขันของโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งอย่างล้นหลาม เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนของตน

 

_______ฮัลด์หงุดหงิดมาก… เดิมทีเขาตั้งใจจะคัดเลือกนักเรียนแค่สิบคนจากการแข่งขันครั้งนี้และให้ซิเรียสพาออกไปข้างนอก… ใครจะไปรู้ว่า สหายเก่าจะมาร่วมวงด้วย ทำให้ทุกอย่างกลายเป็นเช่นนี้…

 

_______ถึงอย่างไรโรงเรียนกว่าสิบแห่งก็มาถึงที่นี่แล้วคงไล่พวกเขากลับไปไม่ได้ ฮัลด์เองก็อยากจะอวดนักเรียนของตนและเอาชนะโรงเรียนอื่นในการประลองทุกหัวข้อให้ได้

 

_______เขาไม่เชื่อว่า เหล่านักเรียนที่เก่งกาจของเขาจะยอมให้นักเรียนจากที่อื่นมาข้ามหน้าข้ามตาพวกเขา ดังนั้นเขาจึงจงใจโพสต์ข้อความบนบอร์ดของโรงเรียนว่า ขอให้นักเรียนทุกคนต้อนรับนักเรียนจากโรงเรียนอื่นที่มาเข้าร่วมการแข่งขัน ‘อย่างอบอุ่น’….

 

_______เหล่านักเรียนย่อมไม่พอใจที่ ‘จู่ๆ’ ก็มีคนอื่นมาเข้าร่วมการแข่งขัน  อันที่จริง… นี่เป็นการแข่งขันภายในโรงเรียนที่พวกเราแทบเสี่ยงชีวิตเพื่อคะแนนพิเศษเหล่านั้น… พวกแกมายุ่งอะไรด้วย!

 

_______ไม่ใช่ว่านักเรียนจากโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งไม่มั่นใจในฝีมือของตนเอง แต่เพราะคนพวกนี้ทำให้ต้องเพิ่มรอบการแข่งขันมากขึ้น… เดิมทีแค่ต้องสู้กับนักเรียนหัวกะทิในโรงเรียนก็เครียดจะตายอยู่แล้ว ตอนนี้ยังมีอัจฉริยะจากโรงเรียนอื่นเข้ามาอีก ทำให้พวกเขายอมไม่ได้!

 

_______ทันใดนั้นบรรยากาศภายในโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งพลันร้อนระอุ และเริ่มทะเลาะวิวาทกับนักเรียนจากโรงเรียนอื่น ทำให้บรรยากาศในสนามแข่งไม่เป็นมิตรอย่างที่คิด

 

_______“เจ้าพวกนี้ใจร้อนจริงๆ” ฉีหนานลูบคาง ขณะมองนักเรียนสองคนที่ต่อยกันถูกอาจารย์หน้านิ่งคนหนึ่งลากตัวออกไปไม่ไกล

 

_______“อันที่จริงมันก็สนุกดีเหมือนกันนะ” ลั่วซิวเจ๋อดูเพลิดเพลินไม่น้อย… อย่างที่อธิการบดีฮัลด์บอก… ทหารมักจะบ้าเลือดใจร้อนอยู่แล้ว วิวาทชกต่อยสักหน่อยจะเป็นไรไป ขอเพียงไม่ถึงตายก็ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด…

 

_______แน่นอนว่า กฎพิเศษนี้มีผลเฉพาะตอนที่มีนักเรียนจากต่างโรงเรียนมาเยือนเท่านั้น นักเรียนที่น่ารักจึงพร้อมใจกันระบายอารมณ์อย่างเต็มที่

 

_______กฎที่แสนลำเอียงถึงเพียงนี้ย่อมทำให้เหล่าคณาจารย์ของโรงเรียนอื่นไม่พอใจอย่างรุนแรง แต่การคัดค้านประท้วงของคณาจารย์เหล่านั้นเป็นแค่เสียงแมลงหวี่บินไปมาสำหรับอธิการบดีฮัลด์เท่านั้น แม้จะรำคาญเล็กน้อย แต่ก็หาได้สนใจไม่

 

_______โชคดีที่แม้สงครามในโรงเรียนจะร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ แต่พวกนักเรียนก็ยังมีเหตุผลพอ… ถึงจะลงไม้ลงมือชกต่อยกันแต่ก็ไม่ถือสาหาความอะไร แค่ไปพักรักษาตัวในแคปซูลสักตื่นก็หายแล้ว… ดังนั้นเหล่าคณาจารย์เองจึงไม่ทักท้วงอะไรอีก

 

_______เป็นอย่างที่อธิการบดีฮัลด์บอก… ทหารมักจะเลือดร้อนบ้าการต่อสู้ ขอเพียงไม่ลุกลามใหญ่โต ย่อมถือเป็นการแลกเปลี่ยนทักษะการต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายที่ดี

 

_______“คู่ต่อสู้ในวันนี้เป็นนักเรียนจากโรงเรียนการทหารชั้นนำ ว่ากันตามตรงพวกเขาแข็งแกร่งไม่เบาเลย แต่ในสายตาข้า พวกมันยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้า… แต่ระวังตัวด้วย นักเรียนจากโรงเรียนการทหารชั้นนำทุกคนล้วนเป็นลูกหลานของตระกูลใหญ่ มิเช่นนั้นพวกเขาคงไม่มีทางเข้าเรียนที่นี่ได้… ดังนั้นเทคนิคการบังคับหุ่นยนต์ย่อมไม่ธรรมดาและน่าจะติดตั้งอาวุธพิเศษเอาไว้แน่” ลั่วซิวเจ๋อวิเคราะห์คู่ต่อสู้ของฉีหนานและอธิบายให้ฟัง ขอเพียงหุ่นยนต์ของอีกฝ่ายไม่มีลูกเล่นแอบแฝงอยู่ ฉีหนานย่อมเอาชนะมันได้อย่างไม่ยากเย็น

 

_______“แล้วผมต้องติดตั้งอาวุธเพิ่มด้วยหรือไม่?” ฉีหนานกังวลเล็กน้อย

 

_______โลหิตสีชาดในตอนนี้มีเพียงอาวุธพื้นฐานซึ่งเพียงพอต่อการแข่งขันภายในโรงเรียนเท่านั้น แต่นักเรียนของโรงเรียนทหารชั้นนำล้วนมีฐานะร่ำรวย ย่อมไม่แปลกที่พวกเขาจะติดตั้งอาวุธหนักหรืออาจจะใช้แท่งพลังงานดัดแปลงหุ่นยนต์อีก… ถ้าเทียบกันแล้ว อาวุธพวกนี้อาจทำให้ฉีหนานพ่ายแพ้เสียทีได้

 

_______ฉีหนานไม่กลัวความพ่ายแพ้ แต่ถ้าต้องแพ้เพราะสาเหตุนี้ มันก็อดคับแค้นใจไม่ได้

 

_______ลั่วซิวเจ๋อนิ่งคิด… ถ้าฉีหนานที่แข็งแกร่งจะต้องพ่ายแพ้เพราะอาวุธด้อยกว่า มันก็น่าเสียดายเกินไปจริงๆ ดังนั้นเขาจึงอนุญาตให้ติดตั้งอาวุธหนักบางอย่างบนตัวโลหิตสีชาดตามคำแนะนำของฉีหนาน

 

_______แน่นอนว่าจะต้องไม่ใช่อาวุธทำลายล้างดาวเคราะห์พรรค์นั้นเด็ดขาด!

 

_______หลังจากนั้นไม่นานการประลองก็เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ

 


สุขสันต์วันแม่นะคะทุกคน 🙂

อ๊ายยยย หอมกลางสนามเลยนะลูก น้องฉี พี่ลั่วน่าจะแอบฟินเบาๆ =/////=

ขอบคุณสำหรับทุกการรอคอยและทุกกำลังใจนะคะ 🙂