0 Views

บทที่ 120

 

_______เส้นทางสู่การเป็นยอดฝีมือเต็มไปด้วยขวากหนามและอันตรายมากมาย… ในเมื่อเขาแข็งแกร่งพอที่จะยอมรับความเจ็บปวดจากการเชื่อมต่อในครั้งนี้และยังทำให้เขาสามารถควบคุมหุ่นยนต์ของตัวเองได้อย่างเต็มที่ แล้วทำไมฉีหนานจะไม่ทำเล่า?

 

_______เขาอาจประเมินฉีหนานสูงเกินไปหรือ?

 

_______ผิดแล้ว! เขาเชื่อว่า สักวันฉีหนานจะต้องกลายเป็นยอดฝีมือที่ไม่ด้อยไปกว่าเขา… หรืออาจแข็งแกร่งกว่าเขาเสียอีก!

 

_______คนรักของเขาไม่มีทางเป็นแค่คนธรรมดาเด็ดขาด… เขามั่นใจว่า ฉีหนานจะต้องแข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอน!

 

_______“อ๊าก!” เสียงกรีดร้องดังก้องออกมาจากร่างหุ่นยนต์ของเสี่ยวเคทันที…

 

_______หัวใจของลั่วซิวเจ๋อเหมือนถูกบีบรัดอย่างรุนแรงจนแทบจะหายใจไม่ออก

 

_______เขารู้ว่า ในตอนนี้ฉีหนานกำลังเผชิญกับความเจ็บปวดแสนสาหัส… การเชื่อมต่อกับหุ่นยนต์ตัวใหม่คือบททดสอบของผู้เป็นเจ้าของ มิหนำซ้ำเสี่ยวเคยังไม่ใช่หุ่นยนต์ธรรมดา… มันเป็นหุ่นยนต์โลหะรุ่นใหม่ ฉะนั้นระบบต่างๆของมันย่อมซับซ้อนกว่าระบบของหุ่นยนต์ทั่วไปหลายร้อยเท่า ซึ่งหมายความว่าความเจ็บปวดทรมานเองก็ต้องมากกว่านับร้อยเท่าเช่นกัน

 

_______สิ่งที่เขาทำได้มีเพียงเชื่อมั่นในตัวฉีหนานเท่านั้น… ลั่วซิวเจ๋อช่วยอะไรเขาไม่ได้เลย

 

_______เขาได้แต่เฝ้าภาวนาอยู่ในใจ… ภาวนาให้อัตราความเข้ากันของเสี่ยวเคกับฉีหนานสูงขึ้นโดยเร็ว เพื่อให้ความทรมานของฉีหนานสิ้นสุดลงเสียที…

 

_______ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงเต็มๆ กว่าที่การเชื่อมต่อของฉีหนานกับเสี่ยวเคเสร็จสิ้น…

 

_______ร่างกายพลันสั่นกระตุกเบาๆ… ฉีหนานรู้สึกเหมือนกำลังลอยอยู่ในน้ำก็ไม่ปาน…

 

_______“ยังไหวอยู่มั๊ย?” เสี่ยวเคเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงระคนกังวล

 

_______ฉีหนานลูบใบหน้าปาดเหงื่อที่ไหลชุ่มออกไป ก่อนจะหัวเราะเสียงใส “ไหวสิ… ยังไหวแน่นอน!”

 

_______“เก่งมาก… ข้าขอยอมรับเจ้าในฐานะเจ้านายของข้า” น้ำเสียงของเสี่ยวเคเต็มไปด้วยความชื่นชมและยกย่อง… ครั้งนี้มันเลื่อมใสในตัวของฉีหนานจริงๆ

 

_______ความพยายามของฉีหนานที่อดทนต่อการเชื่อมต่อในวันนี้อย่างยากลำบากทำให้มันนับถืออีกฝ่ายจากใจ…

 

_______หุ่นยนต์แบบพิเศษอย่างมันย่อมสร้างความเจ็บปวดให้กับอีกฝ่ายอย่างมากแน่นอน

 

_______ในอดีต หลังจากที่มันถูกสร้างขึ้นได้ไม่นาน นักวิทยาศาสตร์ในสถาบันวิจัยเคยพยายามควบคุมมันเช่นกัน… น่าเสียดายที่ไม่มีใครสามารถทนรับความเจ็บปวดนี้ได้ แม้จะเป็นหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยประจำสถาบันวิจัยแห่งนั้นยังทนได้เพียงครึ่งชั่วโมงก่อนจะขอถอนตัวในที่สุด…

 

_______เสี่ยวเคไม่เข้าใจความทรมานนั้น แต่มันมองเห็นแววตาหวาดกลัวของหัวหน้าหน่วยคนนั้น… หวาดกลัวต่อความเจ็บปวด… มันเป็นความทรมานที่คล้ายกับมีมือที่มองไม่เห็นค่อยๆดึงเส้นประสาทในร่างกายออกมาทีละเส้นๆอย่างทุกข์ทรมาน แล้วในร่างกายเรามีเส้นประสาทกี่เส้นเล่า? แค่คิดก็ตัวสั่นสะท้านแล้ว…

 

_______ฉีหนานตื่นเต้นดีใจมาก… ทันทีที่ทำสำเร็จ เขาก็รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบมันเปลี่ยนไป บัดนี้หุ่นยนต์ตัวนี้ได้กลายเป็นร่างกายของเขาและยังสามารถมองเห็นภาพด้านนอกได้อย่างชัดเจน

 

_______เมื่อลองยกมือขึ้นก็มองเห็นฝ่ามือโลหะขนาดมหึมาของตน ทำให้ฉีหนานหัวเราะร่าด้วยความตื่นเต้น… คุ้มค่ากับที่เขายอมอดทนยิ่งนัก… เขาเคยคิดว่าร่างหุ่นยนต์ของเสี่ยวเคแข็งแกร่งมาก แต่มาตอนนี้เขารู้แล้วว่า เขาประเมินเสี่ยวเคต่ำเกินไป… หุ่นยนต์ตัวนี้ไม่ควรใช้คำว่า ‘แข็งแกร่ง’ แต่ควรเป็นคำว่า ‘มหัศจรรย์’ ต่างหาก…

 

_______“รู้สึกยังไงบ้าง?” ลั่วซิวเจ๋อกระโดดขึ้นมายืนบนฝ่ามือข้างนั้นพลางสบตากับดวงตาสีแดงสดคู่นั้นนิ่ง… เขารู้ว่าภายหลังจากการเชื่อมต่อ ฉีหนานย่อมมองเห็นตนอย่างแน่นอน

 

_______“มันเยี่ยมมาก!” ฉีหนานค่อยๆวางลั่วซิวเจ๋อลงที่หัวไหล่อย่างระมัดระวัง จากนั้นก็แกว่งแขนไปมาอย่างรื่นเริง “ผมรู้สึกว่าตัวเองแข็งแกร่งสุดๆ”

 

_______“อืม…” ลั่วซิวเจ๋อคลี่ยิ้มอบอุ่นนุ่มนวล ก่อนจะเอ่ยตอบเสียงเบาว่า “คิดไปเองทั้งนั้น”

 

_______ฉีหนาน “….”

 

_______เสี่ยวเค “…”

 

_______“อะไร? ไม่เชื่อหรือ?” ลั่วซิวเจ๋อยักคิ้ว

 

_______“อืม…” ฉีหนานอยากพยักหน้าตอบรับ แต่เมื่อนึกถึงเรื่องที่ผ่านมา ทำให้เขาตัดสินใจเชื่อลั่วซิวเจ๋อดีกว่า

 

_______“ถ้างั้นเจ้าลองเดินให้ข้าดูสักสองก้าวสิ” ลั่วซิวเจ๋อทะยานร่างลงมาจากไหล่ของหุ่นยนต์ไปยังมุมห้องอย่างรวดเร็ว

 

_______เสี่ยวเคที่ตอนนี้เป็นเพียงผู้ช่วยและควบคุมร่างของมันไม่ได้  มันจึงได้แต่สร้างร่างแมวราตรีเสมือนจริงขึ้นมาอยู่ข้างกายของฉีหนานและกล่าวด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองว่า “เจ้านาย แสดงให้เจ้าหมอนั่นได้เห็นเลย!!”

 

_______ฉีหนานแอบถูมือไปมา… เขารู้ดีว่า ลำพังตัวเขาเองไม่มีทางล้มลั่วซิวเจ๋อได้อย่างแน่นอน แต่ตอนนี้เขามีหุ่นยนต์แล้ว ถ้ายังจัดการอีกฝ่ายไม่ได้อีก… เขาก็ยอมแพ้ลั่วซิวเจ๋อแล้ว!

 

_______“ได้!” เขาตอบรับเสียงดังหนักแน่นราวกับต้องการเรียกความกล้าของตน

 

_______เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะก้าวเท้าเดินไปหาลั่วซิวเจ๋ออย่างช้าๆ… นึกไม่ถึงว่า แค่ยกขาขึ้นข้างเดียว ร่างกายอันใหญ่โตกลับเอียงวูบจนล้มโครมไปกับพื้นทันที

 

_______ฉีหนาน “…”

 

_______เสี่ยวเคถึงกับยกมือกุมหน้าทันที… มันลืมไปว่า เจ้านายเพิ่งจะเชื่อมต่อกับมัน ฉะนั้นการบังคับแขนขาจึงคล้ายกับเจ้าชายนิทราที่เพิ่งตื่นก็ไม่ปาน… อย่าว่าแต่จะไปหาเรื่องใคร… แค่เดินให้ตรงทางยังลำบากเลย

 

_______ฉีหนานยันตัวเองขึ้นมาจากพื้นอย่างทุลักทุเล ก่อนจะนั่งลงเอาสองมือกุมหัวเข่าอยู่ที่มุมห้องด้วยความหดหู่

 

_______นิ้วมือโลหะขนาดใหญ่ลากวนไปมาเป็นวงกลมบนพื้น… ดูน่าสงสารจนลั่วซิวเจ๋อทนมองต่อไปไม่ได้

 

_______“อะแฮ่มๆ… เจ้าแค่ยังไม่ชินเอง ฝึกอีกหน่อยก็ใช้ได้แล้ว” ลั่วซิวเจ๋อปลอบโยนเสียงนุ่ม

 

_______“ไม่ต้องมายุ่งกับผมหรอก…” เสียงของฉีหนานฟังดูเศร้าสร้อยและเดียวดายไม่น้อย

 

_______“ก็แค่หกล้มเอง… ไม่แย่ขนาดนั้นหรอก” ลั่วซิวเจ๋ออยากลูบหัวฉีหนานเพื่อปลอบประโลมอีกฝ่าย… น่าเสียดายที่หัวขนาดมหึมานี้ไม่อำนวยความสะดวกสักเท่าไหร่…

 

_______ฉีหนานทำหน้าฮึดฮัดไม่พอใจ ดวงตาสีแดงกะพริบไปมาไม่หยุด… เดิมทีเขาไม่ได้ติดใจเรื่องล้มไม่เป็นท่าเลย แต่พอมาได้ยินอีกฝ่ายพูดเช่นนี้แล้ว… เขาย่อมคิดมาก!

 

_______เขาแอบชูนิ้วกลางขณะนั่งขดตัวอยู่ในหุ่นยนต์… เขาจะต้องเป็นฝ่ายถูกรังแกไปตลอดเลยหรือไง!

 

_______“เมี้ยว! ข้าจะไม่พูดออกไปแน่” เสี่ยวเคกะพริบตาปริบๆขณะจ้องมองฉีหนาน เพราะความรู้สึกนึกคิดของฉีหนานทั้งหมดล้วนส่งต่อมาถึงมันด้วย ยกเว้นในกรณีที่ฉีหนานตั้งใจปิดบังจริงๆเท่านั้นถึงจะอ่านไม่ออก… ทว่ามันย่อมได้ยินสิ่งที่ฉีหนานพูดก่อนหน้านี้อย่างแน่นอน

 

_______ฉีหนานจ้องเขม็งไปทางเสี่ยวเคด้วยแววตาข่มขู่ “ถ้าพูดออกไปล่ะก็แกตายแน่!”

 

_______เสี่ยวเครีบทำท่ารูดซิปปิดปากของตนทันที… เมื่อกี้ยังสมกับเป็นเจ้านายผู้เก่งกาจอยู่เลย พริบตาเดียวกลับกลายเป็นเจ้าซื่อบื้อแล้ว ชวนให้แมวน้อยปวดหัวจริงๆ…

 

_______สุดท้ายฉีหนานก็ต้องเริ่มต้นจากการฝึกขยับนิ้วมือและค่อยๆคุ้นชินกับการควบคุมเสี่ยวเคทีละน้อย…

 

_______ต้องยอมรับว่า เรื่องที่เสี่ยวเคบอกให้ฉีหนานเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมนั้นมิได้โม้เกินจริงเลย… การควบคุมเสี่ยวเคยากกว่าที่ฉีหนานคาดการณ์เอาไว้มากนัก

 

_______มันแตกต่างกับการควบคุมหุ่นยนต์ทั่วไปโดยสิ้นเชิง… เพราะเสี่ยวเคมีความรู้สึกนึกคิดเป็นของตัวเอง ฉะนั้นเมื่อเชื่อมต่อกันด้วยวิธีนี้ มันก็เหมือนกับหุ่นยนต์คือร่างกายของเขานั่นเอง…

 

_______ทว่าฉีหนานในตอนนี้ยังคงสับสนกับการบังคับร่างหุ่นยนต์อย่างเห็นได้ชัด… ยิ่งเวลาผ่านไป ในหัวก็ยิ่งคิดหาหลักการขั้นตอนต่างๆวุ่นวายไปหมด แต่กลายเป็นว่า ร่างหุ่นยนต์ของเสี่ยวเคถลาไปชนกำแพงโครมใหญ่อีกครั้ง

 

_______โชคดีที่ห้องฝึกของโรงฝึกสวี๋ซื่อนั้นแข็งแรงสมกับราคาที่สูงลิบลิ่ว… กำแพงภายในห้องฝึกทุกห้องล้วนทำขึ้นจากโลหะระดับสูง มิเช่นนั้นฉีหนานคงกลายเป็นจอมทำลายกำแพงอันดับหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย

 

_______ลั่วซิวเจ๋อที่ยืนมองโลหิตสีชาด (ชื่อของหุ่นยนต์) ล้มกับพื้น… ชนกำแพง… ตีลังกากลิ้งหลุนๆและอีกสารพัดท่าจนสุดท้ายก็ทนมองต่อไปไม่ไหว

 

_______“ฉีหนาน ใช้พลังจิตของเจ้าสิ! คิดซะว่าหุ่นยนต์ตัวนี้คือร่างกายของเจ้า!”

 

_______“อืม ผมจะลองดู” น้ำเสียงหงุดหงิดของฉีหนานดังออกมาจากด้านในหุ่นยนต์… ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมงเต็มๆ แต่เขาก็ยังบังคับหุ่นยนต์ให้ยืนตรงๆไม่ได้เลย ทำเอาฉีหนานหัวเสียอย่างหนักและเริ่มควบคุมแย่ลงเรื่อยๆ…

 

_______ลั่วซิวเจ๋อลอบถอนหายใจอย่างแผ่วเบา ก่อนจะยอมช่วยแนะนำฉีหนานด้วยตัวเองอีกครั้ง “แผ่คลื่นพลังจิตของเจ้าออกไปตามการชี้นำของข้า”

 

_______พลังจิตไร้รูปค่อยๆแผ่ขยายออกมาครอบคลุมโลหิตสีชาด ขณะเดียวกันลั่วซิวเจ๋อก็สัมผัสหุ่นยนต์พลางเอ่ยปากพูดว่า “เสี่ยวเค ปลดบาเรียพลังจิตของโลหิตสีชาดซะ”

 

_______หลังจากนั้นพลังจิตของลั่วซิวเจ๋อก็ค่อยๆไหลผ่านเข้าไปในร่างของโลหิตสีชาดและโอบอุ้มร่างของฉีหนานอย่างนุ่มนวล

 

_______“เมี้ยว! แปลกดีแฮะ” ร่างเสมือนจริงของเสี่ยวเคเผลอสะดุ้งตัวน้อยๆ… ความรู้สึกที่ถูกพลังจิตของมนุษย์โอบอุ้มจากภายในช่างแปลกประหลาดจริงๆ ราวกับมีคนแหวกผิวหนังของตัวเองและชอนไชเข้าไปในสมอง ชวนให้รู้สึกอึดอัดพิลึก…

 

_______“แค่ครั้งนี้เท่านั้น… ถ้าฉีหนานบังคับเจ้าได้เมื่อไหร่ ข้าก็จะไม่ทำเช่นนี้อีก” ลั่วซิวเจ๋อทราบดีว่า มันไม่ใช่ความรู้สึกที่น่าพิสมัยเลย  ฉะนั้นเขาจึงกระซิบปลอบเสียงเบา

 

_______“เหมียว” เสี่ยวเคแกว่งหางไปมา… เพื่อให้เจ้านายของมันแข็งแกร่งยิ่งขึ้น มันทนได้!

 

_______“นี่มันอะไรกัน…” ฉีหนานตื่นตกใจทันควัน… พลังจิตของลั่วซิวเจ๋อช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ ต่อให้มองไม่เห็นก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่างโอบล้อมร่างกายของตนอยู่

 

_______คลื่นพลังที่เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายของลั่วซิวเจ๋อ ทำให้เขารู้สึกสบายตัวและอบอุ่นราวกับกำลังแช่ตัวอยู่ในอ่างน้ำอุ่น

 

_______“ทำตามข้า” ลั่วซิวเจ๋อไม่ได้ใช้พลังจิตกลั่นแกล้งฉีหนาน แม้ว่าในใจจะอยากทำมากแค่ไหนก็ตาม แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือ ทำให้ฉีหนานคุ้นเคยกับการควบคุมเสี่ยวเคให้เร็วที่สุด ส่วนเรื่องนี้… เอาไว้ค่อยทำในช่วงฤดูผสมพันธุ์ก็ได้…

 

_______ด้วยคำชี้แนะของลั่วซิวเจ๋อ พลังจิตอันมหาศาลที่ปั่นป่วนประดุจเกลียวคลื่นของฉีหนานจึงค่อยๆสงบลงและแผ่กระจายไปทั่วร่างโลหิตสีชาดอย่างรวดเร็ว

 

_______“ดีมาก ยกมือขึ้น” ลั่วซิวเจ๋อเอ่ยสั่ง… ฉีหนานพยายามคิดว่าโลหิตสีชาดคือร่างกายของเขา ก่อนจะยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาอย่างเชื่องช้า

 

_______อุ้งมือโลหะขนาดใหญ่ถูกยกขึ้นตามคำสั่ง… อยู่ๆฉีหนานก็รู้สึกถึงคลื่นพลังประหลาดจึงเผลอดีดนิ้วมือของตน

 

_______โลหิตสีชาดขยับนิ้วมือเหมือนกับเขาเป๊ะ ทำให้ฉีหนานตื่นเต้นดีใจมากและแอบชมตัวเองในใจ… ไม่นึกเลยว่าการใช้พลังจิตจะทำให้ควบคุมหุ่นยนต์ได้ง่ายดายราวกับเป็นแขนขาของตนถึงเพียงนี้

 

_______“เอาล่ะ ยกขาขึ้นและเดินมาข้างหน้าหนึ่งก้าว” ลั่วซิวเจ๋อสั่งต่อไป

 

_______โลหิตสีชาดก้าวไปด้านหน้าอย่างมั่นคง ไม่เหลือท่าทางน่าเวทนาเช่นก่อนหน้านี้อีก

 

_______“ไม่เลว… ข้าจะสลายพลังจิตของข้าและปล่อยให้เจ้าควบคุมเองแล้วนะ” ทันทีที่ลั่วซิวเจ๋อปลดพลังจิตของตนและถอยกลับไปอยู่ที่มุมห้อง ร่างกายมหึมาของโลหิตสีชาดพลันสะท้านเฮือกไปวูบหนึ่ง… ในขณะที่ลั่วซิวเจ๋อเริ่มกังวลนั้น มันกลับค่อยๆขยับ…ก้าวเดินมาทีละก้าวจนหยุดอยู่ที่ตรงหน้าของลั่วซิวเจ๋อ ก่อนจะคุกเข่าลงข้างหนึ่ง…

 


_______ได้โปรดแต่งงานกับผมเถอะ… พลั่ก! อ้าวไม่ใช่เหรอ?…

_______ขอบคุณมากๆสำหรับทุกกำลังใจนะคะ 🙂