0 Views

บทที่ 119

 

________มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่า คุณลั่วจะต้องเป็นยอดฝีมือที่ชำนาญด้านการฝึกสอนทุกประเภทอย่างแน่นอน บุคคลระดับนี้แค่กระดิกนิ้วเบาๆย่อมมีตระกูลใหญ่นับไม่ถ้วนเต็มใจทุ่มสุดตัวอยู่แล้ว… ยาจก? ไม่เข้าใจจริงๆว่า มาร์คัสใช้อะไรคิด!

 

________“ไฮ! คนสวย… ผมชื่อมาร์คัส โบแลนด์คุณชายสองแห่งตระกูลโบแลนด์… เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบคุณ ไม่ทราบว่าสนใจจะไปดินเนอร์กับผมหรือเปล่า?” มาร์คัสยืนพิงเคาน์เตอร์ในท่าที่คิดว่าตัวเองมีเสน่ห์มากที่สุดพร้อมกับคลี่รอยยิ้มบางๆให้ลั่วซิวเจ๋อ

 

________ฉีหนานพลันรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที เขาก้าวออกมาข้างหน้าเพื่อขวางมาร์คัสอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกุมมือของอีกฝ่ายที่ยื่นออกมาหมายจะจับมือของลั่วซิวเจ๋อเอาไว้และเขย่าเบาๆพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงกรุ่นโกรธว่า “โอ้ ที่แท้ก็เป็นคุณชายโบแลนด์นี่เอง… ต้องขอโทษจริงๆ แต่วันนี้ผมมากับคู่หมั้นของผม ดังนั้นขอรับไว้แค่น้ำใจของคุณนะครับ!”พูดจบก็เหวี่ยงมือของอีกฝ่ายเต็มแรงโดยไม่สนว่า มาร์คัสที่โดนเหวี่ยงจนเซจะจ้องมองเขาด้วยสายตาอาฆาตแค้นแค่ไหน จากนั้นจึงโอบไหล่ของลั่วซิวเจ๋อพาเดินเข้าไปในลิฟต์อย่างห้าวหาญ

 

________ลั่วซิวเจ๋อกระตุกยิ้มมุมปาก ก่อนจะให้ความร่วมมือด้วยการแกล้งยิ้มเขินอายและยังทำท่าไร้เดียงสา ทั้งๆที่เขากำลังนึกพอใจกับท่าทีหึงหวงของฉีหนานมาก…

 

________เมื่อประตูลิฟต์ปิดลง พวกเพื่อนของมาร์คัสยังคงมีสีหน้าตื่นตะลึงราวกับไม่อยากเชื่อว่า อีกฝ่ายจะไม่ไว้หน้ามาร์คัสขนาดนี้…

 

________“ดอกไม้งามจมปลักอยู่ในกองขี้ชัดๆ!” เพื่อนคนหนึ่งพูดลอดไรฟันด้วยความโกรธ

 

________ใบหน้าของมาร์คัสซีดเผือดขณะจ้องมองประตูลิฟต์ที่ปิดลงไปแล้วอย่างไม่ละสายตา

 

________ไม่เคยมีใครหยามเขาเช่นนี้มาก่อน… แม้จะมีพี่น้องในตระกูลบางคนกล้ามาหาเรื่องบ้าง แต่เขาก็จัดการสั่งสอนพวกมันกลับอย่างสาสมเสมอ!

 

________“มาร์คัส จะปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้นะ!”

 

________“ใช่!”

 

________“กำแหงนัก! มันกล้าหยามคุณแบบนี้เท่ากับว่าไม่เห็นคุณมาร์คัสอยู่ในสายตาเลย!”

 

________พวกเพื่อนของมาร์คัสต่างพูดยุยงชายหนุ่มเต็มที่ราวกับกลัวว่ามาร์คัสจะไม่โกรธแค้นจนกระอักเลือดก็ไม่ปาน…

 

________“หุบปาก!” มาร์คัสคำรามลอดไรฟันอย่างโกรธเกรี้ยวพลางหันไปจ้องสหายของตนด้วยสายตาเยียบเย็น

 

________ทันทีที่เห็นสายตาของอีกฝ่าย พวกเขาล้วนสะดุ้งเฮือกและพร้อมใจกันหุบปากฉับหันหน้าหนีไม่กล้าสบตากับเขาแม้แต่คนเดียว

 

________“ไปเถอะ!” มาร์คัสกล่าวด้วยน้ำเสียงขุ่นมัว… เมื่อวานซืนท่านพ่อกำชับเสียงแข็งว่า ช่วงที่ท่านปู่พักอยู่ที่นี่ ห้ามก่อเรื่องเด็ดขาด! เพราะถ้าท่านปู่โกรธขึ้นมาล่ะก็ แม้แต่ท่านพ่อก็ช่วยเขาไม่ได้!

 

________มาร์คัสเดินนำออกไปก่อนโดยไม่ลืมจ้องมองลิฟต์ตัวนั้นอย่างมุ่งร้าย ราวกับต้องการจารึกหน้าตาของทั้งสองคนเอาไว้… ช่วงนี้เขาต้องอดทนไว้ รอให้เขาสืบข้อมูลของทั้งสองคนนั้นก่อนเถอะ จะอัดพวกมันให้เละ!

 

________“คุณชายมาร์คัส ขอให้เดินทางปลอดภัยขอรับ” ใบหน้าของหลันหลันยังคงแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มการค้าคล้ายกับไม่รู้ไม่เห็นเหตุการณ์ก่อนหน้านี้เลย

 

________มาร์คัสนึกเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันในใจ…เป็นแค่พนักงานต้อนรับกลับกล้ามองเขาด้วยสายตาแบบนี้ ถ้าไม่ติดว่าพนักงานเบื้องหลังของสวี๋ซื่อแข็งแกร่งมาก เขาคงฉุดเจ้านี่ขึ้นเตียงไปแล้ว

 

________เมื่อเห็นมาร์คัสเดินกระฟัดกระเฟียดจากไป หลันหลันก็อดหัวเราะเยาะในใจไม่ได้… ตระกูลโบแลนด์เป็นตระกูลใหญ่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเมืองหลวงแท้ๆ ทำไมถึงสั่งสอนบุตรได้เหลวไหลขนาดนี้? จอมพลเฮกแก่เกินไปแล้วหรือไร?

 

________หลันหลันไม่คิดจะสนใจคนอ่อนแออย่างมาร์คัสที่พบบ่อยในทุกตระกูลจนชินชาอีก… ยอดฝีมือแซ่ลั่วคนนั้นต่างหากที่น่าสนุกกว่าตั้งเยอะ… ถ้าดึงตัวเขามาเป็นพันธมิตรกับตระกูลได้ล่ะก็คงทำประโยชน์ได้ไม่น้อยเลย

 

________หลันหลันดีใจแทบเนื้อเต้นพลางรีบเปิดเครื่องสื่อสารส่วนตัวของตนออกมาพิมพ์รายงานเรื่องของลั่วซิวเจ๋อไป ซึ่งก็ได้รับการตอบกลับมาภายในเวลาอันรวดเร็ว… หลันหลันหัวเราะอย่างมีความสุขเมื่อเห็นรางวัลที่ตนจะได้รับ…

 

________ลั่วซิวเจ๋อย่อมไม่รู้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด และเขาก็ไม่สนใจด้วย…

 

________ขณะนี้ลั่วซิวเจ๋อกำลังมองเสี่ยวเคเปลี่ยนร่างเป็นหุ่นยนต์ ก่อนจะขมวดคิ้วมุ่นน้อยๆ

 

________“เปลี่ยนสีซะ” ลั่วซิวเจ๋อสั่งเสียงเข้ม

 

________“ทำไมล่ะ เหมียว?” เสี่ยวเคถามอย่างไม่สบอารมณ์

 

________“สีทองแสบตาแบบนี้ เจ้ากลัวว่าศัตรูจะหาเจ้าไม่เจอหรือไง?แถมสภาพยังดูไม่ได้อีก” สีหน้าของลั่วซิวเจ๋อดูเคร่งเครียด…ร่างหุ่นยนต์ของเสี่ยวเคนับว่าไม่เลวเลย แต่สีของมันรับไม่ได้เลยสักนิด

 

________“ก็ได้…” เสี่ยวเครู้สึกหดหู่ขึ้นมาทันใด… รสนิยมของแมวราตรีย่อมไม่เหมือนกับมนุษย์… มันคิดว่าหุ่นยนต์สีทองอร่ามดูเท่สุดๆ แถมยังสว่างจ้ามากพอที่จะทำให้คู่ต่อสู้ตาพร่าด้วยซ้ำ

 

________เสี่ยวเคเปลี่ยนสีของหุ่นยนต์กลายเป็นสีแดงเข้ม แต่ก็อดไม่ได้ที่จะแต่งแต้มแถบสีทองอ่อนไว้ตามส่วนต่างๆของหุ่นยนต์ตามความชอบส่วนตัว…

 

________ลั่วซิวเจ๋อเองก็ไม่คิดจะบังคับเสี่ยวเคถึงเพียงนั้น… อันที่จริงหุ่นยนต์ตัวนี้ก็คือร่างกายของเสี่ยวเค ไม่มีใครอยากให้ตัวเองดูไม่ดีไปทั้งวันแน่นอน…

 

________เขาพยักหน้ายินยอม ไม่ใช่แค่เขายอมรับรูปลักษณ์ของเสี่ยวเค… ฉีหนานที่ยืนอยู่อีกด้านเองก็ถึงกับวิ่งไปกอดรัดเกราะหุ่นยนต์อย่างชอบใจ

 

________“เฮ้ยๆ อย่าเสียมารยาทสิ เดี๋ยวข้าก็ฟ้องว่าเจ้าลวนลามข้าหรอก!” เสี่ยวเคหัวเราะอย่างมุ่งร้าย

 

________ฉีหนานเงยหน้าขึ้นมองร่างของเสี่ยวเคอย่างหลงใหล… หุ่นยนต์สีแดงเข้มเหลือบทองอ่อนที่แอบอยู่ตามมุมอับช่างเท่บาดใจเหลือเกิน…

 

________ด้านหลังหุ่นยนต์ยังมีปืนใหญ่กระบอกหนึ่ง ซึ่งหากมีผู้เชี่ยวชาญเห็นเข้า เขาคงตกตะลึงอ้าปากค้างแน่นอน เพราะมันคือปืนใหญ่อนุภาคแสงพิเศษซึ่งมีอานุภาพมากพอที่จะทำลายดาวเคราะห์ทั้งดวงจนพังพินาศในการโจมตีเพียงครั้งเดียว…

 

________มือซ้ายถือปืนใหญ่กระสุนสนามแม่เหล็ก ส่วนมือขวาก็ใช้กระสุนระเบิดแรงโน้มถ่วง… ขาข้างซ้ายด้านนอกติดตั้งปืนเลเซอร์เอาไว้ และยังมีดาบเลเซอร์เสียบไว้ที่ต้นขาข้างขวา

 

________บริเวณใบหน้าของหุ่นยนต์คือหน้ากากโลหะที่เผยให้เห็นเพียงดวงตาสีแดงสดที่ทอประกายแสงสีแดงอ่อนวิบวับไม่หยุด

 

________“เป็นอย่างไร? เท่หรือยัง เมี้ยว!” เสี่ยวเคกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ… มันติดตั้งอาวุธทุกชนิดไว้บนร่างของมันเท่าที่จะทำได้

 

________หุ่นยนต์ที่เหมือนคลังอาวุธเคลื่อนที่แบบนี้… ลั่วซิวเจ๋อมั่นใจว่า ถ้าใช้อาวุธทั้งหมดบนร่างของเสี่ยวเค มันคงมีอานุภาพทำลายล้างมากพอๆกับเรือรบอวกาศลำหนึ่งเลยทีเดียว

 

________ฉีหนาน “…ถ้าเอาหุ่นยนต์ตัวนี้ลงแข่งจริงๆ ผมคงโดนลักพาตัวแน่นอน…”

 

________ลั่วซิวเจ๋อพยักหน้าเห็นด้วยอย่างเงียบงัน… อาวุธของเสี่ยวเคมีพลังทำลายล้างสูงมาก ทว่าส่วนใหญ่เป็นอาวุธที่ไม่มีวางขายตามท้องตลาด แม้จะเป็นตลาดมืดก็หาซื้อได้เพียงบางส่วนเท่านั้น อีกทั้งยังมีอาวุธพิเศษหลายชิ้นที่อย่าว่าแต่ตลาดมืดเลย ต่อให้เป็นกองทัพของรัฐบาลก็ยังหาไม่ได้…

 

________หากใช้หุ่นยนต์ตัวนี้ต่อสู้ในงานแข่งขัน มันคงถูกลากไปแยกส่วนทันทีแน่นอน… เพราะฉะนั้นห้ามใช้อาวุธเหล่านี้เด็ดขาด

 

________“ระเบิดนิวตรอน… ระเบิดแรงโน้มถ่วง… ระเบิดปฏิสสาร… ระเบิดแสง… และอาวุธทุกชิ้นที่ไม่มีขายในตลาดปลดออกไปให้หมด” ลั่วซิวเจ๋อเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นผิดปกติ

 

________เสี่ยวเคพลันชะงักค้างและพูดด้วยน้ำเสียงขุ่นมัวว่า “หุ่นยนต์ยิ่งเก่งก็ยิ่งดีไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงต้องปลดออกไปด้วยเล่า?”

 

________ลั่วซิวเจ๋อจ้องมองอีกฝ่ายนิ่ง “ถ้าเป็นในสมรภูมิรบจริง ข้าย่อมปล่อยให้เจ้าใช้อาวุธทั้งหมดแน่นอน แต่เจ้ากำลังจะเข้าร่วมการแข่งขันของโรงเรียน… ในสภาพนี้…” เขากวาดสายตามองร่างหุ่นยนต์ตั้งแต่หัวจรดเท้ารอบหนึ่ง “เจ้ากะจะฆ่านักเรียนทั้งโรงเรียนหรือไง?”

 

________“ก็ได้…” เสี่ยวเคยอมถอยให้ทันที… อาวุธบนตัวมันล้วนเป็นอาวุธสังหารที่ร้ายแรงมาก อย่าว่าแต่นักเรียนเลย… การทำลายโรงเรียนนี้ให้สิ้นซากเองก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย… ฉะนั้นจึงไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะใช้ในงานแข่งขัน…

 

________เมื่อปลดอาวุธทุกชิ้นออกไปจนเหลือเพียงอาวุธพื้นฐานเช่น ปืนเลเซอร์กับดาบเลเซอร์แล้ว… ลั่วซิวเจ๋อจึงสำรวจดูอีกรอบหนึ่ง ก่อนจะติดตั้งอาวุธลับไว้ในมุมอับของหุ่นยนต์หลายชิ้น…

 

________เมื่อนำอาวุธทำลายล้างเหล่านั้นออกไป เสี่ยวเคดู ‘ตัวเบา’ กว่าเมื่อสักครู่มาก ทำให้ความเร็วของมันเพิ่มขึ้นไม่น้อยเลย

 

________“เจ้าอย่าใช้พลังระหว่างแข่งมากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาวุธพิเศษพวกนั้น ห้ามใช้เด็ดขาด” ลั่วซิวเจ๋อรู้ดีถึงความเลวร้ายของการมีสมบัติล้ำค่าอย่างเสี่ยวเคอยู่ในมือ ถ้าหากเผลอดึงความสนใจของใครสักคนขึ้นมาล่ะก็ลำบากแน่…

 

________“ก็ได้…” เสี่ยวเคตอบรับอย่างไร้เรี่ยวแรง

 

________อาวุธบนร่างถูกปลดออกไปจนหมดแถมยังไม่สามารถควบคุมร่างกายของตัวเองอีกด้วย ทำเอามันรู้สึกสลดหดหู่มาก…

 

________“ฉีหนาน ลองขึ้นไปดูสิ” ลั่วซิวเจ๋อหันมาพยักหน้าให้ฉีหนาน

 

________ฉีหนานที่ตั้งตารอมานานรีบกระโจนไปขึ้นลิฟต์ของเสี่ยวเคทันที จากนั้นก็วิ่งเข้าไปในห้องควบคุมของเสี่ยวเค

 

________ถึงอย่างไรเสี่ยวเคก็เป็นสิ่งมีชีวิต ฉะนั้นภายในร่างกายของมันจึงไม่เหมือนห้องควบคุมทั่วไป… ตอนแรกคิดจะสร้างแผงควบคุมให้ฉีหนาน ทว่ามันต้องเสียเวลาในการควบคุมไปไม่น้อย ถ้าต้องการควบคุมมันให้ได้อย่างสมบูรณ์แบบล่ะก็ วิธีที่ดีที่สุดคือใช้การเชื่อมต่อระบบประสาทโดยตรง

 

________“เอาสิ ฉันพร้อมแล้ว” ฉีหนานเอ่ยตอบรับคำพูดของเสี่ยวเค

 

________“เจ้าแน่ใจหรือ?” เสี่ยวเคลังเลเล็กน้อย… การเชื่อมต่อระบบประสาทครั้งแรกจะเจ็บปวดทรมานมาก อีกทั้งเมื่อการเชื่อมต่อเสร็จสิ้น ความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับหุ่นยนต์จะเกิดขึ้นกับร่างกายของฉีหนานด้วย… มันจึงเป็นดาบสองคมที่มันไม่แน่ใจว่าควรจะทำดีหรือไม่…

 

________“สบายใจได้… ฉันเป็นเจ้านายของแก ถ้าฉันควบคุมร่างหุ่นยนต์ของแกไม่ได้ แล้วจะเป็นเจ้านายได้อย่างไร?” ฉีหนานคลี่ยิ้มสดใส…

 

________เสี่ยวเคยังคงลังเลเช่นเดิม ดังนั้นมันจึงแอบติดต่อหาลั่วซิวเจ๋ออย่างลับๆ

 

________“เขาบอกว่าพร้อมแล้วหรือ?” ลั่วซิวเจ๋อถาม

 

________“ใช่”

 

________“งั้นก็ทำตามนั้น”

 

________“เอ๋?” เสี่ยวเคนิ่งอึ้งด้วยความตกตะลึง มันคิดว่าลั่วซิวเจ๋อจะไม่ยอมให้ฉีหนานต้องแบกรับความเจ็บปวดแบบนั้นเสียอีก

 

________ลั่วซิวเจ๋อสบตากับดวงตาสีแดงสดคู่นั้นของเสี่ยวเคพลางโค้งมุมปากขึ้นเล็กน้อย “เจ้าคิดว่าข้าจะห้ามเขาหรือ? ไม่… ไม่มีทาง… ข้าทะนุถนอมคนรักของข้า ทว่าบนเส้นทางสู่ความแข็งแกร่งของเขาก็มีเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่… ในเมื่อเขาเต็มใจที่จะจ่ายค่าตอบแทนเพื่อแลกกับการควบคุมพลังของเจ้าได้อย่างเต็มที่แล้ว ทำไมข้าจะต้องหยุดเขาด้วย?”

 

________เสี่ยวเคถึงกับพูดอะไรไม่ออก “มนุษย์อย่างพวกเจ้านี่แปลกจริงๆ… บางครั้งก็หลีกหนีความเจ็บปวด บางครั้งกลับปรารถนาความเจ็บปวด… ไม่เข้าใจจริงๆว่าพวกเจ้าคิดอะไรอยู่”

 

________ลั่วซิวเจ๋อหัวเราะน้อยๆ… เสี่ยวเคไม่จำเป็นต้องเข้าใจหรอก ขอแค่ฉีหนานเข้าใจก็พอแล้ว…

 


พี่ลั่วปลื้มใจใหญ่เลยนะ แหมๆๆ > o <

ตอนนี้น้องฉีมีความแมนสูง 55555+