0 Views

บทที่ 118

 

_______โม่เฟยเบิกตากว้างอ้าปากค้างมองแผ่นหลังของอีกฝ่ายด้วยความตกตะลึง ผ่านไปครู่ใหญ่กว่าโม่เฟยจะได้สติอีกครั้ง เขาตะโกนไล่หลังของหลัวเสวียนด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ “เฮ้ย! นายพูดแล้วนะ! ถ้านายหลอกฉันล่ะก็ ฉันไม่ยอมปล่อยนายไปเด็ดขาด!”

 

_______หลัวเสวียนมิได้หันกลับมามอง แต่เขาโบกมือไปมาคล้ายบอกว่า ตนได้ยินแล้ว

 

_______โม่เฟยยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นเนิ่นนาน ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างราวกับดอกไม้เบ่งบานและยิ่งกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายต้องลงไปนั่งหัวเราะกับพื้นอย่างบ้าคลั่ง

 

_______ลั่วซิวเจ๋อไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นตรงทางเดินนอกห้อง… ตอนนี้เขากำลังพูดคุยเรื่อง‘สิ่งสำคัญในชีวิต’กับฉีหนานอย่างดุเดือด…

 

_______ลั่วซิวเจ๋อคร่อมทับร่างของฉีหนานพร้อมกับครอบครองริมฝีปากบางของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว

 

_______ฉีหนานส่งเสียงครางอืออาในลำคออย่างเคลิบเคลิ้ม ต้นขาเรียวทั้งสองข้างเสียดสีกันไม่หยุด จากนั้นทั้งคู่ก็ร้องคำรามเสียงต่ำพร้อมกัน ก่อนจะผ่อนคลายลงในที่สุด

 

_______“ระบายอากาศ” ลั่วซิวเจ๋อออกคำสั่งเสียงแหบพร่า… กลิ่นคาวที่ลอยฟุ้งอยู่ในห้องถูกเครื่องปรับอากาศระบายออกไปอย่างรวดเร็ว

 

_______ฉีหนานปรือเปลือกตาเล็กน้อยพลางเอนกายอยู่บนโซฟาอย่างเกียจคร้านราวกับไม่มีแรงจะขยับแม้แต่นิ้วเดียว…

 

_______“ลุกไปอาบน้ำกัน” ลั่วซิวเจ๋อเลียริมฝีปากเล็กน้อย แม้ของหวานเมื่อสักครู่จะอร่อยเลิศรสจนอยากลิ้มลองต่อ แต่ในสถานการณ์ที่เขายังไม่สามารถกินอาหารจานหลักเช่นนี้ คงได้แต่กินของหวานรองท้องไปก่อนเท่านั้น

 

_______“ขี้เกียจลุก” ฉีหนานอ้าปากหาวหวอดใหญ่พลางบ่นงัวเงียเสียงสูงพร้อมกับบิดตัวไปมาอย่างเกียจคร้าน ทำเอาหัวใจของลั่วซิวเจ๋อกระตุกวูบและคันยุบยิบไปหมด

 

_______ลั่วซิวเจ๋อเองก็ไม่รู้ว่า ตัวเขากำลังถูกออดอ้อนอยู่หรือเปล่า… แต่เขาถูกใจน้ำเสียงของฉีหนานในตอนนี้มาก

 

_______เขาก้มตัวลงอุ้มร่างของฉีหนานขึ้นมาแนบอก… ฉีหนานถึงกับสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจเมื่ออยู่ๆก็รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังลอยกลางอากาศและเผลอกอดคอลั่วซิวเจ๋อตามสัญชาตญาณ…

 

_______“ในเมื่อเจ้าไม่อยากลุก ข้าจะเป็นคนพาเจ้าไปเอง” ลั่วซิวเจ๋อจุมพิตลงที่ปลายจมูกของอีกฝ่ายอย่างรักใคร่ เขาอุ้มร่างสูงกว่าร้อยแปดสิบเซนติเมตรของฉีหนานเข้าไปในห้องน้ำได้อย่างสบายๆ

 

_______ฉีหนานทำหน้าบึ้ง… ตั้งแต่วันนั้นลั่วซิวเจ๋อก็แสดงความรักและอ่อนโยนกับเขามากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งตัวเขาเองก็ชอบที่เป็นแบบนี้ แต่อีกฝ่ายมักเล่นงานเขาทีเผลออยู่เรื่อยเลย…

 

_______หนำซ้ำไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ทันตั้งตัวแม้แต่น้อย…

 

_______หลังจากอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ลั่วซิวเจ๋อก็ขมวดคิ้วนั่งดูรายละเอียดของการแข่งขันจากควอนตัมคอมพิวเตอร์อยู่บนโซฟา…

 

_______ในฐานะนักเรียนดีเด่นอย่างเขา ต่อให้หลับตาก็ยังสามารถจบการศึกษาก่อนกำหนดได้อย่างสบายๆ ฉะนั้นการแข่งขันครั้งนี้จึงไม่มีความหมายใดๆสำหรับเขา…

 

_______ทว่าปัญหาในตอนนี้คือ ฉีหนานไม่มีทางเร่งรัดหลักสูตรเพื่อจบการศึกษาพร้อมกับเขาได้อย่างแน่นอน

 

_______การต้องแยกที่อยู่กับฉีหนานเป็นเรื่องที่ลั่วซิวเจ๋อยอมรับไม่ได้เด็ดขาด ดังนั้นเขาจะต้องหาทางทำให้ฉีหนานสามารถจบการศึกษาก่อนกำหนดให้ได้

 

_______ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่า การแข่งขันในครั้งนี้คือโอกาสที่ดีที่สุด

 

_______“การประลองหุ่นยนต์แบบเดี่ยว… การประลองแบบทีม… การต่อสู้เสมือนจริง… จะได้รางวัลเป็นคะแนนพิเศษ” จอภาพบนควอนตัมคอมพิวเตอร์ของลั่วซิวเจ๋อปรากฏแถบรายการการแข่งขันที่ฉีหนานสามารถเอาชนะได้

 

_______อันที่จริงไม่ง่ายเลยที่ความสามารถของฉีหนานจะเป็นแชมป์ในการประลองหุ่นยนต์แบบเดี่ยว เพราะฝีมือของพวกรุ่นพี่นับว่าร้ายกาจไม่เบาเลยทีเดียว… แต่การผจญภัยบนดาวกรีนฟอเรสทำให้ฉีหนานแข็งแกร่งขึ้นมาก อีกทั้งยังมีเสี่ยวเคคอยช่วยเหลืออีก… หากฉีหนานแพ้สิถึงจะน่าแปลกใจ

 

_______“เสี่ยวเคล่ะ?” เมื่อคิดเรื่องหุ่นยนต์ของฉีหนาน ลั่วซิวเจ๋อก็เพิ่งนึกถึงเสี่ยวเคที่ดูเหมือนจะหายตัวไปหลายวันแล้ว

 

_______“ไปไหนก็ไม่รู้เหมือนกัน” ฉีหนานเบ้ปาก… ตั้งแต่กลับมาที่โรงเรียน เสี่ยวเคก็หายไปไหนไม่รู้ทั้งวัน…

 

_______“เรียกมันกลับมา” ลั่วซิวเจ๋อหาได้เงยหน้าขึ้นมา… เหลือเวลาอีกเพียงอาทิตย์เดียว เขาต้องรีบให้เสี่ยวเคมาฝึกกับฉีหนานเดี๋ยวนี้

 

_______ระดับเอไอของเสี่ยวเคสูงมาก ซึ่งเป็นทั้งเรื่องที่ดีและแย่สำหรับหุ่นยนต์… ดีที่หากเจ้านายไม่พร้อม เสี่ยวเคจะสามารถช่วยเหลือได้อย่างเต็มที่ ทว่าข้อเสียคือเสี่ยวเคอาจควบคุมหุ่นยนต์ตามใจชอบโดยไม่สนใจฉีหนาน…

 

_______ลั่วซิวเจ๋อย่อมไม่ยอมฝากชีวิตและความปลอดภัยของคนรักไว้ที่คนอื่นเด็ดขาด ต่อให้เป็นเสี่ยวเคก็ไม่ได้!

 

_______ฉีหนานของเขาจะต้องควบคุมหุ่นยนต์ของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ ส่วนเสี่ยวเคแค่คอยช่วยสนับสนุนโดยที่จะต้องไม่ไปขัดขวางฉีหนานอย่างเด็ดขาด

 

_______หลังจากฉีหนานติดต่อไปหาเสี่ยวเคประมาณสิบนาที เสี่ยวเคก็กระโจนเข้ามาทางหน้าต่างอย่างคล่องแคล่ว

 

_______“เหมียว มีอะไรหรือ?” เสี่ยวเคเหยียดตัวเพื่อบิดขี้เกียจเล็กน้อย ก่อนจะล้มตัวลงนอนพลางโบกหางเรียวยาวของมันไปมาในอากาศอย่างผ่อนคลาย

 

_______“ตอนนี้เจ้ามีพลังงานมากพอแล้ว เจ้าสามารถแปลงเป็นหุ่นยนต์ได้นานแค่ไหน?” ลั่วซิวเจ๋อเอ่ยถาม

 

_______“หากเป็นหุ่นยนต์ในสภาวะเตรียมต่อสู้จะอยู่ได้นานครึ่งเดือน แต่ถ้าแค่บังคับเฉยๆก็สักสามเดือนกระมัง” เสี่ยวเคตอบเสียงใสด้วยความภูมิใจ

 

_______ลั่วซิวเจ๋อเงยหน้าขึ้นมามองอีกฝ่าย ก่อนจะพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “ไม่เลว”

 

_______เสี่ยวเคพลันหงุดหงิดขึ้นมาทันใด… ปกติหุ่นยนต์จะอยู่ในสภาวะเตรียมต่อสู้ได้เพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น ทั้งๆที่มันสามารถอยู่ได้นานถึงครึ่งเดือนแท้ๆ พรสวรรค์อันแสนวิเศษของมันกลับได้รับคำชมแค่ ‘ไม่เลว’ เท่านั้นหรือ??

 

_______“ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปเจ้ากับฉีหนานจะต้องฝึกด้วยกัน ข้าต้องการให้ฉีหนานกับเจ้าต่อสู้เข้าขากันให้ได้เร็วที่สุด” ลั่วซิวเจ๋อปิดควอนตัมคอมพิวเตอร์และหันมาสบตากับเสี่ยวเคตรงๆ “จำเอาไว้ว่า  เมื่อแปลงร่างเป็นหุ่นยนต์ ฉีหนานคือผู้ควบคุมตัวเจ้า… ส่วนเจ้ามีหน้าที่คอยสนับสนุนเท่านั้น ห้ามเคลื่อนไหวตามใจชอบเด็ดขาด”

 

_______เสี่ยวเคเบ้ปาก “อย่าบอกนะว่า ถ้าเขาคิดจะฆ่าตัวตาย ข้าก็ต้องยอมช่วยเขาหรือ?”

 

_______ลั่วซิวเจ๋อจ้องมองมันด้วยแววตาเฉียบขาด“จริงอยู่ที่เจ้าไม่จำเป็นต้องทำตามคำสั่งทุกอย่างของฉีหนาน แต่ถ้าเจ้าทำตามคำสั่งของเขาไม่ได้ ก็ไปซะ ข้าจะไม่บังคับเจ้า…”

 

_______เสี่ยวเคชะงักนิ่งด้วยความตกใจ เมื่อเงยหน้าขึ้นมามองฉีหนานสลับกับลั่วซิวเจ๋อก็พบกับสีหน้าเคร่งเครียดจริงจัง มันจึงเลิกคิดหยอกเล่นกับพวกเขาและขมวดคิ้วมุ่นทวนถามอีกครั้ง “เจ้าพูดจริงหรือ?”

 

_______“แน่นอน” ลั่วซิวเจ๋อยืนยันหนักแน่น “การที่หุ่นยนต์ตัวเดียวมีเจ้านายถึงสองคนเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก… ข้าไม่ยอมให้ฉีหนานต้องมาเสียเวลาทะเลาะกับเจ้าในช่วงเวลาคับขันเฉียดตายเด็ดขาด ดังนั้นถ้าเจ้าคิดจะร่วมทางกับพวกข้าก็ต้องทำตัวให้มีประโยชน์… หุ่นยนต์ที่ไม่เชื่อฟังย่อมไม่ใช่เพื่อนพ้องที่คู่ควร”

 

_______เสี่ยวเคครุ่นคิดพลางส่ายหางไปมาอย่างบ้าคลั่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจฟาดกรงเล็บกับพื้น “ก็ได้! เมื่อก่อนข้าเร่ร่อนอยู่ข้างนอกมานานหลายปี ได้แต่ฝันว่าอยากกินให้อิ่มท้อง… แต่พอร่วมทางกับพวกเจ้ามาได้ไม่ถึงปี ข้าก็ได้รับพลังงานเต็มเปี่ยมแถมยังได้เล่นงานเจ้าแก่นั่นด้วย… ไปกับพวกเจ้าก็ไม่เลวร้ายนักหรอก! ข้าไปด้วย!”

 

_______“ดี!” ลั่วซิวเจ๋อคลี่ยิ้มให้เสี่ยวเคพร้อมกับยื่นมือออกไป “ยินดีที่ได้ร่วมงาน”

 

_______เสี่ยวเควางอุ้งเท้านุ่มนิ่มของตัวเองลงบนมือของลั่วซิวเจ๋อพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงใจว่า “ยินดีที่ได้ร่วมงาน”

 

_______ฉีหนานเองก็วางมือซ้อนลงไปเช่นกัน “เฮ้ย! อย่าลืมฉันสิ ฉันเป็นนักขับของเสี่ยวเคนะ”

 

_______เสี่ยวเคอดเหลือบตามองอย่างดูถูกไม่ได้ “บอกไว้ก่อน… อย่าคิดว่าข้าจะควบคุมได้ง่ายๆนะ… ถ้าอยากเป็นนักขับของข้า หึหึ…ฉีหนาน เจ้าจะเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ให้ดี”

 

_______ฉีหนาน “…” ความรู้สึกแปลกๆนี่มันอะไรกัน!!!

 

_______เช้าตรู่วันที่สอง ฉีหนานตื่นขึ้นและตามลั่วซิวเจ๋อกับเสี่ยวเคออกจากโรงเรียน…

 

_______หุ่นยนต์ที่จะใช้เข้าร่วมการแข่งขันสามารถใช้หุ่นยนต์ของตัวเองหรือของทางโรงเรียนก็ได้ ซึ่งลั่วซิวเจ๋อไม่คิดจะเปิดเผยความสามารถของฉีหนานรวดเร็วเช่นนั้น ฉะนั้นเขาจึงพาไปฝึกที่โรงฝึกหุ่นยนต์ของเมืองอี๋โม่ว

 

_______ค่าธรรมเนียมของที่นี่นับว่าแพงมาก แต่ก็มีอุปกรณ์ครบครัน ซึ่งพวกเขานำแท่งพลังงานบางส่วนที่ได้มาจากคราวก่อนไปขาย ทำให้ลั่วซิวเจ๋อกลายเป็นเศรษฐีภายในเวลาไม่นาน

 

_______“ซี๊ด… แพงชะมัด”ทันทีที่ฉีหนานเห็นราคาค่าบริการต่างๆที่แปะไว้หน้าห้องฝึก เขาก็อดสะดุ้งด้วยความตกใจไม่ได้

 

_______เขาเผลอคุ้นชินกับสภาพสิ้นเนื้อประดาตัวก่อนหน้านี้ ฉะนั้นตนจึงลืมตัวเสียมารยาทออกไป

 

_______“หึ ไอ้ยาจก” เสียงหัวเราะเหยียดหยามดังขึ้นข้างตัว

 

_______ฉีหนานลอบกัดฟันกรอดด้วยความหงุดหงิด แต่ไม่คิดจะหันไปตอบโต้อีกฝ่าย… เขามาที่นี่เพื่อแข็งแกร่งขึ้น… เขาไม่มีเวลามาอัดเจ้าพวกคุณชายพรรค์นี้หรอก

 

_______น่าเสียดาย แม้ฉีหนานจะไม่อยากสนใจเขา แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะสนใจอะไรบางอย่างในตัวของฉีหนานจึงรีบเดินเข้ามาขวางพลางจิกตาใส่ฉีหนาน ก่อนจะหัวเราะเสียงเย็นและหันไปคุยกับเพื่อนของตนว่า “ไอ้ยาจกนี่มันโง่ชะมัด แค่ราคาของศูนย์การฝึกสวี๋ซื่อก็ไม่รู้จักสอบถามให้ดีก่อนแล้วยังกล้ามาที่นี่อีก”

 

_______พูดจบ เขาก็หันไปมองเด็กหนุ่มรูปงามที่ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์พลางกระตุกยิ้มมุมปาก “จะว่าไป หลันหลัน… ทั้งๆที่นายสวยขนาดนี้ทำไมจะต้องเสียเวลามายุ่งกับยาจกพรรค์นี้ด้วยเล่า… มากับฉันไม่ดีกว่าหรือ?”

 

_______เด็กหนุ่มผู้ถูกเรียกว่าหลานหลานคลี่ยิ้มบางอย่างมืออาชีพ “คุณชายโบแลนด์ล้อเล่นแล้ว” เมื่อเอ่ยจบก็หันมาอธิบายระบบต่างๆภายในศูนย์การฝึกให้ลั่วซิวเจ๋อฟังต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

_______คุณชายรู้สึกเสียหน้าไม่น้อยที่อีกฝ่ายไม่ได้สนใจตนอย่างที่คิด เขาแค่นหัวเราะเล็กน้อยและพูดต่อว่า “หลันหลัน ทำไมนายจะต้องเสียเวลากับเจ้าพวกนี้ด้วย… ยาจกพวกนี้มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่า มันไม่มีเงินจ่ายแน่นอน… พวกมันอาจจะแค่อยากคุยกับ…นาย…”

 

_______พูดยังไม่ทันจบประโยค เจ้าตัวก็ต้องกลืนคำพูดที่เหลือลงท้องไป… มาร์คัส โบแลนด์ถลึงตาใส่ลั่วซิวเจ๋ออย่างเอาเป็นเอาตายด้วยความตกใจ

 

_______ลั่วซิวเจ๋อหาได้สนใจสายตาหรือคำพูดของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย เขายังคงถามเรื่องระบบต่างๆภายในโรงฝึกกับหลันหลันเช่นเดิม…

 

_______“สวยเหลือเกิน…” ชายหนุ่มหนึ่งในผู้ติดตามของมาร์คัสเองก็มองร่างกายของลั่วซิวเจ๋อพลางคำรามเสียงต่ำ

 

_______พวกเขาที่เป็นสหายกับมาร์คัสย่อมเป็นทายาทของตระกูลใหญ่เช่นเดียวกับเขา… พวกเขาพบเจอสาวงามมาไม่น้อย แต่กับลั่วซิวเจ๋อนั้น ไม่เพียงแต่ความงดงามอันเจิดจรัส ยังมีเสน่ห์เย้ายวนที่ชวนให้ลุ่มหลงอีก พวกเขาไม่เคยพบมาก่อนเลย…

 

_______แม้แต่พวกคนที่มุงรอดูคนทะเลาะกันเองก็หลงเสน่ห์ของลั่วซิวเจ๋อเช่นกัน… เพียงแต่พวกเขาไม่กล้าเสียมารยาทต่อลั่วซิวเจ๋อ เพราะบรรยากาศรอบตัวของลั่วซิวเจ๋อไม่ใช่เรื่องโกหก การหาเรื่องท้าทายยอดฝีมือไม่ใช่เรื่องที่คนฉลาดควรทำ…

 

_______“เอาล่ะ ทั้งหมดมีเท่านี้ขอรับ” เมื่อหลันหลันอธิบายทุกอย่างเสร็จสิ้น ลั่วซิวเจ๋อก็จัดการลงชื่อของฉีหนานด้วยอย่างรวดเร็ว

 

_______หลันหลันลงชื่อยืนยันสัญญาด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มแทบจะกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ… รายได้ในวันนี้มากพอสำหรับครึ่งปีเลยทีเดียว!

 

_______เขาลอบเหลือบสายตามองมาร์คัสพลางนึกเย้ยหยันอีกฝ่ายในใจ… ยาจก? คุณคนนี้จะจ่ายเงินไม่มากนัก แต่กลับครอบคลุมขั้นตอนสำคัญในการฝึกหุ่นยนต์ทั้งหมด…

 


_______พี่ลั่วเสน่ห์แรงเหลือร้าย… เหมือนได้กลิ่นน้ำส้มสายชูกระฉอก 55555+

_______รู้สึกดีต่อใจเหลือเกิน นับวันสองคนนี้ยิ่งหวานขึ้นเรื่อยๆ >////<