0 Views

บทที่ 117

 

_______“สวัสดี ฉันชื่อหงหยวน ยินดีที่ได้รู้จัก” คนแรกที่เข้าไปทักทายคือ พลตรีรูปงามผู้นั้น…

 

_______สำหรับว่าที่สหายร่วมรบในอนาคตของตน ทุกคนย่อมให้การต้อนรับเป็นอย่างดี… พวกเขาพูดคุยกันอย่างถูกคออยู่นาน จนกระทั่งลั่วซิวเจ๋อรับโทรศัพท์จากฉีหนาน ถึงยอมปล่อยให้เขาจากไป…

 

_______หลังจากที่ลั่วซิวเจ๋อออกไปจากห้อง หงหยวนก็รีบรายงานการต่อสู้ระหว่างลั่วซิวเจ๋อกับซ่างกวานป๋อไปยังจอมพลเฮกทันที ซึ่งเมื่อจอมพลเฮกได้เห็นเทปบันทึกการต่อสู้ของทั้งสองคน ใบหน้าเคร่งขรึมจริงจังพลันปรากฏรอยยิ้มพึงพอใจ “พวกเจ้าคิดว่ายังไง?”

 

_______หัวหน้ากองทหารรักษาการณ์พยักหน้าด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก “มีพรสวรรค์”

 

_______เด็กหนุ่มผมสีแดงแลบลิ้นใส่ “สมกับเป็นหัวกะทิของสาขาบัญชาการกองทัพ… ไม่ธรรมดาอย่างที่คิด”

 

_______เจ้าหน้าที่คนอื่นเองก็พยักหน้ายอมรับปนชื่นชมในความสามารถของลั่วซิวเจ๋อ มีเพียงหลานชายของจอมพลเฮกเท่านั้นที่บ่นงึมงำด้วยสีหน้าเง้างอนว่า “ยอดเยี่ยมอะไรกัน เป็นเพราะอาจารย์สอนมาดีมิใช่หรือ? รอให้ข้าเข้าเรียนที่โรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งก่อนเถอะ ยังไงก็ต้องเก่งกว่าเจ้านั่นแน่”

 

_______เมื่อจอมพลเฮกได้ยินดังนั้นก็อดหัวเราะเสียงดังลั่นไม่ได้ เขายีหัวเด็กหนุ่มแรงๆด้วยความหมั่นเขี้ยว “เจ้าเนี่ยนะ… ไว้เจ้าโตกว่านี้ก่อนค่อยว่ากัน”

 

_______“ชิ” เด็กหนุ่มสะบัดหน้าขัดใจ ทว่าตัวเขาขอจดจำลั่วซิวเจ๋อเอาไว้ในฐานะศัตรูหมายเลขหนึ่งที่ในอนาคตเขาจะต้องเหนือกว่าให้ได้

 

_______เผลอเพียงแปบเดียว เรือรบอวกาศก็มาถึงเมืองหลวงแล้ว

 

_______จอมพลเฮกยอมให้เรือรบอวกาศลำเล็กไปส่งพวกลั่วซิวเจ๋อที่ท่าอากาศยานอวกาศแต่โดยดี เพราะอธิการบดีฮัลด์กำชับเสียงแข็งเอาไว้ว่า จนกว่าลั่วซิวเจ๋อจะจบการศึกษา เขาไม่ต้องการให้ขั้วอำนาจใดมาตีสนิทชิดเชื้อกับลั่วซิวเจ๋อทั้งนั้น ต่อให้เป็นเพื่อนเก่าอย่างจอมพลเฮกก็ไม่ใช่ยกเว้น…

 

_______ด้วยเหตุนี้คณะเดินทางของลั่วซิวเจ๋อจึงสามารถเดินทางกลับโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งได้โดยสวัสดิภาพ… หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้ยินว่า นักพฤกษศาสตร์และลูกศิษย์บนดาวเอิร์ลที่สูญหายไป ถูกพวกทหารรับจ้างกักตัวไว้ที่ดาวกรีนฟอเรสถึงหนึ่งในสามส่วน…

 

_______บัดนี้ดาวกรีนฟอเรสกลายเป็นดาวเคราะห์ลาวาอย่างสมบูรณ์… ทั่วทั้งดาวเคราะห์ไร้ซึ่งพืชพรรณใดๆ มีเพียงลาวาและเปลวเพลิงร้อนระอุที่ไหลทะลักออกมาจากปากปล่องภูเขาไฟไม่หยุด

 

_______บางครั้งสามารถมองเห็นลำแสงสีแดงปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรงพร้อมกับสะเก็ตไฟและลาวาเหนียวหนืดไหลย้อมไปทั่วบริเวณ… พืชพลังงานจำนวนมหาศาลโดนเผาเป็นจุลจนสิ้น… ขณะนี้ดาวกรีนฟอเรสถูกทำลายย่อยยับจนกลายเป็นเพียงเศษดาวที่ไร้ค่าเท่านั้น

 

_______คาดว่า อีกไม่นานดาวเคราะห์ที่สวยงามดวงนี้คงถูกลืมเลือนไปในที่สุด… ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลากี่ปีกว่าที่ดาวเคราะห์ดวงนี้จะกลับมางดงามดังเดิม…

 

_______การแลกเปลี่ยนกับสาขาพฤกษศาสตร์ไม่สามารถทำได้อีกต่อไป ฉะนั้นเมื่อลั่วซิวเจ๋อกับฉีหนานกลับมาถึง พวกเขาจึงเริ่มฝึกซ้อมกันอีกครั้ง

 

_______การเดินทางไปยังดาวกรีนฟอเรสในครั้งนี้ ทั้งสองคนได้รับความช่วยเหลือจากต้นไม้แห่งพระเจ้าอย่างมาก…ตอนนี้ลั่วซิวเจ๋อยังไม่บอกกับฉีหนานว่า พลังสมรรถภาพร่างกายและพลังจิตของเจ้าตัวเกือบถึงระดับ S แล้ว

 

_______ขอเพียงฝึกต่อไป เชื่อว่า อีกไม่นานเขาจะต้องกลายเป็นยอดฝีมือระดับ S อย่างแน่นอน

 

_______ในขณะที่ฉีหนานกับลั่วซิวเจ๋อกำลังเก็บตัวฝึกซ้อมกัน… ภายในห้องทำงานของอธิการบดี ฮัลด์กำลังนั่งฟังซิเรียสรายงานด้วยสีหน้าอึมครึม

 

_______“สรุปคือ… ทั้งๆที่นายคอยสะกดรอยตามพวกเขาไป นอกจากจะไม่ได้ทำอะไรแล้ว แต่พวกเขาเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง นายก็ไม่รู้เลยงั้นหรือ?”

 

_______ซิเรียสอดหน้าแดงด้วยความอับอายไม่ได้… ในฐานะผู้คุ้มกัน การคลาดสายตาจากเป้าหมายเป็นเรื่องที่น่าอับอายที่สุด

 

_______เขาบ่นงึมงำอย่างไม่สบอารมณ์  “มันเป็นอุบัติเหตุ… ข้าจะไปรู้ได้ยังไงว่า ใต้หุบเขานั่นซ่อนฐานทัพลับเอาไว้… เผลอแปบเดียวก็คลาดกันซะแล้ว”

 

_______ฮัลด์หัวเราะเย้ยหยันเล็กน้อย “จะแก้ตัวไปทำไม… ยังไงนายก็ไม่ช่วยคุ้มกันพวกเขาเลย” เขาเหลือบสายตามองซิเรียสอย่างเย็นชา “โชคดีที่หลินหลินจ้างทหารรับจ้างเอาไว้ ไม่งั้น… หึหึ…”

 

_______ซิเรียสที่โดนเหน็บแนมถึงกับชักสีหน้าด้วยความหงุดหงิด ทว่ามันก็เป็นจริงอย่างที่อีกฝ่ายพูดทุกอย่าง ฉะนั้นเขาจึงไม่อาจเถียงกลับได้เลย

 

_______สุดท้ายเขาก็ได้แต่กัดฟันกรอด “พอได้แล้ว… ข้ายอมแล้วพอใจหรือยัง? บอกมาดีกว่าแกคิดจะให้ข้าทำอะไร”

 

_______“นายพูดเองนะ” ฮัลด์ตบโต๊ะเสียงดังปัง

 

_______ซิเรียสกระตุกมุมปากยิกๆ “ว่ามา… แกคิดจะบังคับให้ข้ามาสอนในโรงเรียนอีกแล้วเหรอ?”

 

_______ใบหน้าเหี่ยวย่นของฮัลด์ค่อยๆแย้มรอยยิ้มหวาน “จะหาว่าบังคับกันได้อย่างไร… นายน่าจะรู้ว่า มีตั้งหลายคนที่อยากเข้ามาสอนที่นี่ ฉันยังไม่ยอมรับพวกเขาเลย”

 

_______ซิเรียสเบ้ปาก “สมใจแกแล้วสิ… แต่ข้าบอกไว้ก่อนว่า ข้ายอมมาสอนให้ก็จริง แต่ห้ามพวกแกเข้ามาก้าวก่ายการเรียนการสอนของข้าเด็ดขาด แล้วก็…  แกน่าจะรู้ว่า ข้าจะไม่ทนสอนเจ้าพวกโง่เง่าไร้สมอง ดังนั้นข้าขอเปิดเป็นคลาสพิเศษและสอนนักเรียนไม่เกินสิบคน”

 

_______“ตกลง!” ฮัลด์ตกปากรับคำทันที “ในเมื่อพวกเราตกลงกันได้แล้ว นายก็รีบไปเตรียมแผนการสอนซะ อย่ามัวแต่เถียงกับฉันเลย”

 

_______“ก็ได้ๆ” ซิเรียสโบกมือไปมาอย่างไม่ใส่ใจ “ที่สำคัญคือข้าจะพาพวกเขาไปทัศนศึกษาด้วย”

 

_______เมื่อฮัลด์ได้ยินคำพูดนี้ เขาก็ถึงกับชะงักงันพลางสบสายตากับซิเรียสด้วยแววตาเรียบนิ่ง “นายเอาจริงเหรอ?”

 

_______สีหน้าของซิเรียสดูเคร่งเครียดมากขึ้น “เราไม่มีทางปิดบังเรื่องนี้ได้ตลอดไปหรอก… คิดว่ารัฐบาลจะปิดข่าวต่อไปได้อีกสักกี่ปี? ห้าปี? สิบปี? หรือต่อให้ยี่สิบปี ยังไงมันก็ต้องเกิดขึ้นในสักวัน… แทนที่จะรอให้มันเกิดขึ้นเฉยๆ ไม่สู้เตรียมความพร้อมให้คนของเราบางส่วนหรือ”

 

_______ฮัลด์เอนตัวมาข้างหน้าพลางใช้นิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะอย่างใช้ความคิด… เนิ่นนานกว่าที่เขาจะกัดฟันพูดอีกครั้งว่า “ได้ ตกลงตามนี้… ฉันเองก็รู้สึกว่าคงปิดเรื่องนี้ต่อไปไม่ได้แล้วเหมือนกัน!”

 

_______“ถ้างั้นให้แกเลือกนักเรียนมาสิบคนภายในเดือนหน้า ข้าจะพาพวกเขาไปเอง” เมื่อพูดจบประโยค ซิเรียสก็เป็นฝ่ายวางสายในทันที

 

_______ฮัลด์เอนตัวไปกับเก้าอี้พลางหรี่ตาลงอย่างครุ่นคิด… ผ่านไปพักใหญ่ เขาถึงเปิดควอนตัมคอมพิวเตอร์และประกาศให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของโรงเรียนมาประชุมที่ห้องประชุมด่วน

 

_______หลังจากไม่กี่วัน เหล่านักเรียนแห่งโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งก็ได้รู้เรื่องที่ทางโรงเรียนจะจัดงานแข่งขันขึ้นในสัปดาห์หน้า ซึ่งการแข่งขันจะครอบคลุมไปทุกสาขา… นอกจากผู้ชนะจะได้รับคะแนนพิเศษแล้ว ยังได้รับวัสดุพิเศษชั้นสูงสำหรับหุ่นยนต์อีกด้วย

 

_______เรื่องนี้ทำให้ทั้งโรงเรียนถึงกับเดือดพล่านด้วยความตื่นเต้น… ภายในวันเดียวกันก็มีนักเรียนมากกว่าเก้าในสิบส่วนลงทะเบียนเข้าร่วมการแข่งขันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม้ว่าลูกหลานตระกูลใหญ่บางส่วนจะไม่สนใจวัสดุล้ำค่าเหล่านั้น แต่คะแนนพิเศษที่ได้รับย่อมคุ้มค่าที่พวกเขาจะเข้าร่วมการแข่งขัน…

 

_______ถึงแม้ว่าโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งเคยจัดกิจกรรมหลายครั้งในช่วงหลายปีมานี้ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่มีรางวัลเป็นคะแนนพิเศษ…

 

_______โรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งไม่เข้มงวดเรื่องเกรดนัก การขอแก้เกรดก่อนจบการศึกษามิใช่เรื่องที่ทำไม่ได้…

 

_______ทว่าหลักสูตรของโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งนั้นโหดร้ายมาก… การเข้าเรียนหลายหลักสูตรในเวลาเดียวกันเป็นเรื่องที่น้อยคนนักจะทำได้…

 

_______เพราะฉะนั้นเมื่อโอกาสมาถึง เหล่านักเรียนจึงกระตือรือร้นในการฝึกฝนฝีมือตัวเองมากขึ้น… แม้จะไม่ถึงกับจบการศึกษาก่อนเวลา แต่มันจะทำให้ประวัติการศึกษาของตนสวยหรูขึ้นมาทันใด

 

_______“ไงสหายลั่ว สหายฉี… สนใจมาอยู่ทีมเดียวกันไหม?” โม่เฟยกับหลัวเสวียนเอ่ยถามกับลั่วซิวเจ๋อและฉีหนานด้วยรอยยิ้มบาง

 

_______ลั่วซิวเจ๋อเหลือบสายตามองฉีหนานแว่บหนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดว่า “ได้”

 

_______โม่เฟยกับหลัวเสวียนหันไปมองฉีหนานด้วยความงุนงง… วันนี้ลั่วซิวเจ๋อที่มักจะทักทายอย่างเป็นมิตรและอบอุ่นเป็นอะไรไป? อารมณ์ไม่ดีหรือ?

 

_______ฉีหนานกระตุกมุมปากยิกๆ… เขาย่อมรู้ว่า ทำไมลั่วซิวเจ๋อถึงอารมณ์เสียมาก…

 

_______พูดไปก็น่าอายนัก…  เหตุผลที่เจ้าหมอนี่อารมณ์เสียคือ การแข่งขันในครั้งนี้ดันชนกับเวลาที่เขา ‘ตั้งใจ’ จะเริ่มฤดูผสมพันธุ์พอดี…

 

_______เพราะหมอนั่นเจอสถานที่ที่เหมาะสมแล้ว ซึ่งก็คือคฤหาสน์ที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวหลังหนึ่ง… ไม่นึกว่า อยู่ๆทางโรงเรียนจะจัดการแข่งขันขึ้นมาแบบนี้ ทำให้แผนของเขาล้มเหลวไม่เป็นท่า

 

_______“อะแฮ่ม… ช่างเถอะ ไม่มีอะไร” ลั่วซิวเจ๋อนวดคลึงขมับของตนเบาๆ… อดเพลิดเพลินกับฤดูผสมพันธุ์แสนหอมหวานอีกแล้ว… แม้ว่าเขาพอจะฝืนถ่วงเวลาฤดูผสมพันธุ์ของตัวเองได้เพราะเป็นเชื้อพระวงศ์ แต่การเห็นอาหารรสเลิศยื่นมาจ่อตรงปากในระยะประชิด แต่กลับไม่สามารถอ้าปากกัดเพื่อกลืนลงท้องได้ มันช่างทรมานเหลือแสน!

 

_______เขาลอบมองฉีหนานอย่างเงียบงัน จนคนถูกจ้องถึงกับกระตุกมุมปากวูบพลางเผลอก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวตามสัญชาตญาณ… ช่วงนี้ลั่วซิวเจ๋อชอบใช้สายตาร้อนแรงมองเขาอยู่เรื่อย ชวนให้รู้สึกกระสับกระส่าย จนต้องหาที่เหมาะๆช่วยอีกฝ่ายปลดปล่อย… ให้ตายเถอะ เขาเองก็ทนไม่ไหวเหมือนกัน!

 

_______สีหน้าของโม่เฟยกับหลัวเสวียนดูบิดเบี้ยวยุ่งเหยิงแปลกๆเมื่อรู้สึกเหมือนบรรยากาศภายในห้องเริ่มร้อนระอุแปลกๆ แถมชายหนุ่มสองคนยังเริ่มปล่อยฟองอากาศสีชมพูหวานแหววล้อมรอบตัว…

 

_______โม่เฟยกับหลัวเสวียน “…” ทั้งๆที่พวกเขากำลังคุยเรื่องสำคัญอยู่แท้ๆ เจ้าบ้าสองคนนี้เปลี่ยนให้บรรยากาศมันโรแมนติกขนาดนี้ได้ยังไงกัน!

 

_______“แค่กๆ….” โม่เฟยส่งเสียงไอแห้งๆสองครั้ง “ถ้างั้นเราไม่รบกวนพวกนายแล้ว… พวกเราไปก่อนนะ” พูดจบประโยคก็รีบลากหลัวเสวียนจากไปทันที

 

_______หลัวเสวียนได้แต่ทำหน้า 囧…. ถึงจะรู้ตั้งแต่แรกว่า ทั้งสองคนเป็นคู่หมั้นกัน แต่เขาก็ไม่เคยเห็นทั้งคู่แสดงความรักต่อหน้าต่อตาเช่นนี้… จะว่าไป ปกติกิริยาท่าทางที่พวกเขามีต่อกันก็ไม่ค่อยแตกต่างจากที่ทำกับเขาและโม่เฟยนัก… พอกลับมาคราวนี้ ทำไมถึงได้หวานแหววแบบนี้เล่า?

 

_______“ทำไมพวกเขาสองคนถึง…” หลัวเสวียนเอ่ยด้วยสีหน้าสับสน

 

_______“ทำไมเล่า? มันก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ? ยังไงพวกเขาก็เป็นคู่หมั้นกัน จะแสดงความรักให้เห็นย่อมไม่แปลก หรือนายอยากเห็นคนอื่นอกหักกัน?” โม่เฟยกลั้วหัวเราะ

 

_______“แค่รู้สึกเหมือนพวกเขาเปลี่ยนไปมาก…” หลัวเสวียนเกาศีรษะเล็กน้อย

 

_______โม่เฟยกลอกตาไปมา “มันแปลกตรงไหนกัน… ก็แค่แสดงความรู้สึกออกมาเอง”

 

_______หลัวเสวียนได้แต่นิ่งเงียบไม่พูดอะไรอีก ในขณะที่โม่เฟยหันมามองเขาและกล่าวว่า “ฉันขอถามเสี่ยวหลัวหลัวหน่อยสิ… นายเห็นลั่วซิวเจ๋อกับฉีหนานรักกันมากขนาดนั้นแล้วเมื่อไหร่นายจะมอบมันให้ฉันสักเสี้ยวหนึ่งล่ะ?”

 

_______หลัวเสวียนเงยหน้าขึ้นมาใช้ดวงตาสีดำสนิทของตนจ้องมองโม่เฟยเนิ่นนานด้วยแววตาเรียบเฉย… จ้องมองจนโม่เฟยรู้สึกขนลุกและเกือบจะบอกว่าตนพูดเล่น ทว่าอยู่ๆอีกฝ่ายก็โค้งมุมปากขึ้น “จนกว่านายจะมาเป็นภรรยาไง” พูดจบก็หมุนร่างเดินไปยังห้องยิมทันที

 

 


_______ไม่ต้องอึ๊บไว้ก็ได้นะ พี่ลั่ว… เชื่อเถอะว่ามีหลายคนอยากให้เริ่มฤดูผสมพันธุ์ไวๆเหมือนกัน  >/////<

_______ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจนะคะ ดีใจมากๆเลยค่ะ 🙂