0 Views

บทที่ 116

 

______ลั่วซิวเจ๋อหาได้สนใจความวุ่นวายที่เกิดขึ้นภายในห้องยิม… เขาแค่ขมวดคิ้วมุ่นพลางมองกองกำลังของตนอย่างครุ่นคิด

 

______สนามต่อสู้คือห้วงอวกาศที่เต็มไปด้วยอุกกาบาตนับร้อยล้อมรอบ… ฐานทัพของทั้งสองฝ่ายอยู่ด้านหลังของกลุ่มอุกกาบาตซึ่งอัดแน่นไปด้วยกลุ่มก้อนพลังงาน ฉะนั้นหากระหว่างการต่อสู้ เผลอไปโดนลูกอุกกาบาตสักดวงล่ะก็ จะต้องเกิดระเบิดครั้งใหญ่แน่นอน… และถ้าหากแรงระเบิดสะเทือนไปถึงเศษดาวที่อยู่ใกล้ๆล่ะก็ จะต้องพังพินาศย่อยยับในพริบตา…

 

______หากต้องการล้างบางกองทัพของคู่ต่อสู้จะต้องฝ่าอุกกาบาตเหล่านั้นไปยังกองทัพอีกฝ่ายให้ได้ แต่ถ้ามันใช้เวลานานมากเกินไป ก็คงต้องหาทางซุ่มโจมตีกองทัพของอีกฝ่ายระหว่างทาง…

 

______“สนามต่อสู้แบบนี้… ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เจ้าซ่างกวานป๋อจะต้องเลือกบุกโจมตีแน่นอน”

 

______“อืม… มาดูสิว่า เจ้าหนุ่มนั่นจะเลือกทางไหน… แต่อุกกาบาตพวกนี้น่ารำคาญจริงๆ การจะฝ่าเข้าไปไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย”

 

______“ยังไงก็หวังว่า เจ้าหมอนั่นจะคิดหาทางได้ไวๆ… ถ้าปล่อยให้ซ่างกวานป๋อบุกเข้ามาล่ะก็ คงรู้ผลการต่อสู้แล้ว”

 

______ลั่วซิวเจ๋อไม่ได้ยินคำวิจารณ์ของเหล่าผู้ชม… เขากำลังครุ่นคิดอย่างหนัก… การฝืนบุกทะลวงเข้าไปจะทำให้กองทัพเราเป็นฝ่ายเสียหายหนักจริงหรือ?

 

______เขาพยายามวิเคราะห์ทิศทางการเคลื่อนที่ของอุกกาบาตอย่างละเอียด และค้นพบหลักการคำนวณของมันในทันที จากนั้นจึงเริ่มทำตามแผนการของตน…

 

______“หือ? เจ้านั่นกำลังทำอะไร?”

 

______“ไม่รู้สิ เขาคิดจะทำอะไร?”

 

______“ฝ่ายซ่างกวานเริ่มบุกเข้ามาแล้ว ทำไมเขาถึงยังไม่ลงมืออีก? คงไม่คิดจะรอให้อีกฝ่ายมาฆ่าถึงที่จริงๆกระมัง? ไม่มีประโยชน์หรอก”

 

______“เอ๋?” ในขณะนั้นมีพลตรีนายหนึ่งเพิ่งเดินเข้ามาในห้องและจ้องมองการต่อสู้บนจอภาพขนาดใหญ่ด้วยความประหลาดใจ… ฝั่งหนึ่งคือซ่างกวานป๋อที่รู้จักคุ้นเคยกันดี ฉะนั้นเมื่อตนเห็นสนามต่อสู้ในครั้งนี้จึงรู้ทันทีว่า อีกฝ่ายจะใช้แผนอะไร ดังนั้นความสนใจทั้งหมดของเขาจึงไปอยู่ที่จอภาพของลั่วซิวเจ๋อ

 

______“หรือว่าเขาจะ…” พลตรีพึมพำกับตัวเองเสียงเบาอย่างตื่นตระหนก ขณะมองลั่วซิวเจ๋อด้วยแววตาตื่นเต้นปนไม่อยากเชื่อกับความคิดของตน

 

______ทหารคนอื่นที่ยืนอยู่รอบๆยังคงส่งเสียงเชียร์และพูดคุยวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างดุเดือดโดยไม่ได้ยินสิ่งที่พลตรีกระซิบออกมาเลย

 

______“ดูสิ ซ่างกวานป๋อบุกเข้าไปได้แล้ว”

 

______“จบสิ้นกัน เจ้าเด็กนั่นซวยแล้ว”

 

______“ไม่หรอกมั้ง… นักเรียนระดับแนวหน้าของโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งทำได้แค่นี้เองหรือ?”

 

______“คิดซะว่า หมอนั่นดวงซวยเอง… ดันได้สนามรบที่ซ่างกวานป๋อถนัดที่สุด”

 

______ลั่วซิวเจ๋อกำลังหัวหมุนอย่างบ้าคลั่ง จนต้องให้ควอนตัมคอมพิวเตอร์ช่วยควบคุมเซิฟเวอร์เรือรบอวกาศของเขาอีกแรง

 

______หลังจากคิดวางแผนถึงสิบนาทีเต็ม ในที่สุดเขาก็พบวิธีที่ดีที่สุด… ขณะเดียวกันกองทัพของซ่างกวานป๋อได้บุกเข้ามาถึงฝั่งตนแล้ว… เหลือเวลาอีกเพียงครึ่งชั่วโมง ก่อนหน้าที่อีกฝ่ายจะสามารถทะลวงเข้ามาถึงตัวเขา แม้ระหว่างนี้เขาจะต้องเสียกำลังพลไปไม่น้อย แต่ถ้าหากเขาสามารถตำแหน่งที่หมายมาดจะใช้เป็นจุดซุ่มโจมตีก่อนล่ะก็ ต่อให้เหลือกำลังทหารน้อยกว่านี้ ลั่วซิวเจ๋อก็ยังสามารถรับมือได้

 

______ทันใดนั้นทุกคนพลันพบว่า กองทัพของลั่วซิวเจ๋อได้เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว

 

______กลยุทธ์ของซ่างกวานป๋อคือ ให้เรือรบอวกาศขนาดเล็กเปิดทางให้เรือรบขนาดใหญ่… ยอมปล่อยให้เรือรบลำเล็กเสียหายเพื่อแลกกับความปลอดภัยของเรือรบลำใหญ่…

 

______ทว่าลั่วซิวเจ๋อกลับทำตรงกันข้าม… เขาให้เรือรบอวกาศลำเล็กหลบอยู่ด้านหลังของเรือรบอวกาศลำใหญ่ โดยใช้ปืนใหญ่ของเรือรบลำใหญ่ยิงใส่อุกกาบาต เพื่อเปิดทางให้กองทัพของตน…

 

______“บ้าระห่ำจริงๆ… ไม่นึกว่าจะใช้ปืนใหญ่ยิงเปิดทางแบบนี้” พวกทหารต่างอุทานด้วยความแปลกใจ

 

______“แต่ถ้าเป็นเช่นนี้ ตอนที่เขาปะทะกับซ่างกวานป๋อ พลังงานของปืนใหญ่จะเหลือไม่พอนะ” เสียงหนึ่งทักท้วงด้วยความสงสัย

 

______“ถูกต้อง… มีอุกกาบาตเยอะขนาดนี้แถมยังอาจเกิดการต่อสู้ไม่คาดฝันด้วย เจ้าเด็กนั่น… วู่วามเกินไปแล้ว”

 

______พลตรีที่เพิ่งเดินเข้ามาร่วมวงเหลือบสายตามองพวกเขาพร้อมกับโค้งมุมปากขึ้นเล็กน้อย เขาลอบชื่นชมในใจ… สมกับที่เป็นนักเรียนระดับแนวหน้าของโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่ง… ถ้าไม่ใช่เพราะเขาบังเอิญวิเคราะห์และค้นคว้าวิจัยสนามต่อสู้นี้อย่างละเอียดมาก่อนล่ะก็ ไม่มีทางที่เขาจะมองแผนของเจ้าหนุ่มนั่นออกอย่างเด็ดขาด

 

______การบุกทะลวงของซ่างกวานป๋อนับว่ารวดเร็วมาก อุกกาบาตที่ขวางทางถูกระเบิดทิ้งไม่หยุดหย่อน

 

______แนวป้องกันของเรือรบอวกาศลำเล็กเริ่มต้านแรงระเบิดไม่ไหวและพังพินาศไปอย่างรวดเร็ว ทว่าเรือรบอวกาศลำใหญ่ที่ได้รับการคุ้มครองนั้นไร้รอยขีดข่วนใดๆ แถมแถบพลังงานของบาเรียยังถูกใช้ไปน้อยมาก…

 

______ในทางกลับกันเรือรบอวกาศลำใหญ่ของลั่วซิวเจ๋อเปิดใช้บาเรียระดับสูงสุด พร้อมกับใช้ปืนใหญ่ยิงอุกกาบาตอย่างต่อเนื่องเพื่อเปิดทางไม่หยุด แรงระเบิดของอุกกาบาตที่เกิดขึ้นเปรียบเสมือนระลอกคลื่นที่แผ่ขยายไปยังอุกกาบาตลูกอื่นจนเกิดการระเบิดต่อกันเป็นทอดๆ… เป็นการเคลียร์เส้นทางที่หมดจดและรวดเร็วนัก

 

______ทว่าสิ่งที่ลั่วซิวเจ๋อต้องจ่ายคือ พลังงานของเรือรบอวกาศลำใหญ่ที่หมดไปถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์

 

______ยิ่งเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ทุกคนก็เริ่มจับตามองลั่วซิวเจ๋อมากขึ้นด้วยความสนใจ

 

______เขาใช้เรือรบอวกาศลำใหญ่เปิดทาง แต่กลับไม่วู่วามบุกฝ่ากลุ่มอุกกาบาตเหล่านั้น… ถ้ามองให้ดีๆ จะพบว่า ทั้งๆที่เส้นทางที่เขาเลือกไม่ใช่ทางตรงซึ่งเป็นเส้นทางที่รวดเร็วที่สุด แต่ความเร็วในการเคลื่อนทัพกลับรวดเร็วเกินคาด แถมยังเร็วกว่าซ่างกวานป๋อที่ใช้เส้นทางหลักและกำลังมุ่งหน้ามาอยู่หลายส่วนด้วย

 

______“เป็นไปได้ยังไง” ทหารนายหนึ่งอุทานราวกับไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเอง

 

______“แปลก… แปลกมากๆ… เส้นทางของเจ้าเด็กนั่นไม่ใช่ทางที่สั้นที่สุด ใช้พลังงานไปก็มาก… แต่ทำไมเขาถึงเร็วกว่าซ่างกวานได้เล่า? นี่มันบ้าไปแล้ว!”

 

______“เฮ้ย! แกเห็นหรือเปล่า… ตอนนี้พลังงานที่เขาใช้เริ่มน้อยลงเรื่อยๆ ปืนใหญ่ก็ยิงน้อยลงแล้ว… ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป เขาอาจจะไปถึงก่อนหนึ่งก้าว แถมพลังงานยังเหลืออยู่เยอะพอสมควร อย่างน้อยก็ไม่น้อยกว่าซ่างกวานแน่นอน”

 

______เมื่อเอ่ยจบประโยคนี้ สายตาของทุกคนพร้อมใจกันเบนไปยังซ่างกวานป๋อ

 

______ทว่าซ่างกวานป๋อเป็นเพียงชายที่บ้าดีเดือดคนหนึ่ง… กองทัพของเขาเสียหายไปกว่าหนึ่งในสามส่วน เพื่อให้เขาบุกฝ่ากลุ่มอุกกาบาตไปโดยเร็ว ซึ่งเรือรบอวกาศลำเล็กแทบจะไม่หลงเหลืออยู่เลย แม้แต่เรือรบอวกาศขนาดกลางยังพังเสียหายไปถึงหนึ่งส่วน…

 

______พลังงานของทั้งสองฝ่ายในตอนนี้ยังต่างกันอยู่มาก ทว่าหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป เขาจะต้องสูญเสียทั้งจำนวนและพลังงานของเรือรบอวกาศไปมากกว่าลั่วซิวเจ๋อแน่นอน

 

______“พวกนายดูไม่ออกหรือ… นักเรียนจากโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งคนนั้นเลือกเส้นทางที่เขาคำนวณเอาไว้แล้ว… ถึงแม้เส้นทางของเขาจะไม่ได้สั้นที่สุด แต่จำนวนอุกกาบาตที่ขวางทางกลับน้อยที่สุด… อีกทั้งเจ้าหมอนั่นยังวางแผนมาอย่างดี พวกนายดูสิ… อุกกาบาตที่เขาทำลายล้วนมีเศษดาวเล็กๆล้อมรอบอยู่เสมอ หรือก็คือ… เมื่อระเบิดอุกกาบาตหนึ่งลูก จะต้องทำให้เกิดการระเบิดต่อกันเป็นทอดๆอย่างแน่นอน… ดังนั้นมันจึงสามารถเคลียร์เส้นทางได้อย่างหมดจดและรวดเร็ว” ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งอธิบายไขข้อข้องใจของทุกคนอย่างรื่นเริง

 

______คนส่วนใหญ่เผยสีหน้าตกตะลึงพูดไม่ออก… การเคลื่อนไหวในตอนแรกของเด็กนั่นไม่ใช่การวู่วาม แต่มันเป็นแผนที่ผ่านการคิดคำนวณมาเป็นอย่างดีต่างหาก

 

______“พวกแกดูให้ดี… แม้เรือรบอวกาศลำเล็กของเขาจะยิงปืนใหญ่ไม่ได้ แต่ก็ใช้แสงเลเซอร์กำจัดเศษดาวเล็กๆได้ แถมเศษดาวพวกนั้นยังเป็นเศษดาวที่อยู่นอกระยะการยิงของปืนใหญ่ เพื่อป้องกันไม่ให้การระเบิดลุกลามมากเกินไปจนทำให้ทิศทางการเคลื่อนที่ของอุกกาบาตบริเวณอื่นเปลี่ยนแปลงไป”

 

______“ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง…”

 

______“เป็นแผนการที่เยี่ยมยอดจริงๆ”

 

______“อา… มิน่าล่ะ เจ้าเด็กนั่นถึงบุกทะลวงได้เร็วขนาดนั้น สมแล้วจริงๆ”

 

______“เฮ้ย! หงหยวน นายมาได้ยังไง?” ทหารนายหนึ่งหันไปเห็นสหายของตนจึงถามด้วยความฉงนสงสัย

 

______หงหยวน… หรือทหารยศพลตรีที่เพิ่งเดินเข้ามาร่วมวงหัวเราะแห้งๆ “ได้ยินเจ้ามันโดเล่าว่า เจ้าเด็กนั่นมีฝีมือร้ายกาจไม่เบา ก็เลยแวะมาดูสักหน่อย… นี่มันไม่ใช่แค่ร้ายกาจไม่เบาแล้ว ต้องเป็นเยี่ยมยอดมากต่างหาก… ดูเหมือนว่า ครั้งนี้ซ่างกวานจะพลาดเสียแล้ว”

 

______ทหารที่เหลือต่างพยักหน้าเห็นด้วย… กุญแจสำคัญที่สุดของสนามต่อสู้นี้คือ การหาวิธีบุกฝ่าฝูงอุกกาบาตโดยต้องเซฟพลังงานเอาไว้ให้ได้มากที่สุด… มาตอนนี้ลั่วซิวเจ๋อจะต้องเป็นฝ่ายไปถึงจุดซุ่มโจมตีก่อนหนึ่งก้าวอย่างแน่นอน อีกทั้งพลังงานที่เหลืออยู่ยังไม่น้อยจนเกินไป อย่างน้อยก็เหลือเรือรบอวกาศเยอะกว่าซ่างกวานป๋อที่เสียหายไปเกือบครึ่งมากนัก

 

______“การแข่งครั้งนี้รู้ผลแล้ว ไม่มีอะไรน่าสนใจแล้ว” หงหยวนส่ายหน้าน้อยๆ  ครั้งนี้ซ่างกวานเป็นฝ่ายพ่ายแพ้…

 

______“มันก็ไม่แน่หรอก… แม้เขาจะไปถึงจุดซุ่มโจมตี แต่เจ้าซ่างกวานก็ไม่ถึงกับทำอะไรไม่ได้กระมัง… อาจจะเสมอกันก็ได้?” ทหารอีกนายไม่พอใจกับคำพูดของหงหยวนนัก

 

______หงหยวนส่ายหัวด้วยรอยยิ้มฝืนๆ… บอกตามตรง เขาไม่ได้ดูถูกซ่างกวานเลย… ทักษะการบัญชาการทัพของซ่างกวานป๋อยอดเยี่ยมไร้ที่ติด แต่แม่ทัพที่ดีจะต้องมีกองกำลังที่มากพอถึงจะสามารถสั่งการได้อย่างเต็มที่

 

______ด้วยเหตุนี้ถึงแม้จะเป็นตัวเขาที่มีพรสวรรค์ด้านการบัญชาการรบ แต่ถ้าต้องนำทัพที่มีเพียงหุ่นยนต์สิบตัวไปต่อสู้กับแม่ทัพชั้นยอดที่มีกองทัพนับแสนอยู่ในมือ ผลการต่อสู้ย่อมมีแต่ความพ่ายแพ้เท่านั้น…

 

______จริงอยู่ที่การใช้กลยุทธ์ใช้น้อยสยบมากมีบ่อยนัก… ทว่ามันไม่อาจนำมาใช้ในสนามต่อสู้นี้ได้ นักเรียนคนนั้นไม่จำเป็นต้องใช้เล่ห์กลอันใดเลย แค่ใช้กองทัพที่มีจำนวนเยอะกว่าเข้าโจมตีตรงๆ ซ่างกวานก็ต้านเอาไว้ไม่ไหวแล้ว

 

______ผลการต่อสู้ไม่ผิดไปจากที่คาดการณ์… กว่ากองทัพของซ่างกวานจะไปถึงจุดปะทะ เขาก็พบกับกองทัพศัตรูที่ดักซุ่มเตรียมพร้อมอยู่ก่อนแล้ว… แม้ตอนที่บุกฝ่ากลุ่มอุกกาบาต ลั่วซิวเจ๋อจะเสียเรือรบอวกาศไปบางส่วนเหมือนกัน แต่ก็ยังน้อยกว่าซ่างกวานถึงสองในห้าส่วน ฉะนั้นกองกำลังของเขาจึงยังอยู่ในสภาพที่พร้อมรบอยู่

 

______ซ่างกวานป๋อ “…”

 

______เมื่อมองเห็นกองทัพเรือรบอวกาศจำนวนมหาศาลตรงหน้า แม้ตัวเขาจะพร้อมต่อสู้กับอีกฝ่าย แต่กองทัพของตนเสียหายอย่างหนักหน่วงเช่นนี้ ซ่างกวานป๋อจึงต้องจำใจกดปุ่มยอมแพ้ในที่สุด…

 

______เขาคิดมาตลอดว่า ความเร็วในการบุกทะลวงของตนรวดเร็วที่สุด ได้รับความเสียหายน้อยที่สุด แต่มาตอนนี้… ไม่เหลือหนทางชนะเลย!

 

______“เย้…” ทันทีที่ซ่างกวานขอยอมแพ้ เหล่าคนดูก็อดหัวเราะเสียงดังด้วยความสะใจไม่ได้

 

______มีคนจำนวนไม่น้อยที่เคยถูกแผนนี้ของซ่างกวานป๋อเล่นงานมาก่อน ฉะนั้นเมื่อได้เห็นอีกฝ่ายถูกเล่นงานต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ ย่อมรู้สึกสะใจและสบายใจเป็นที่สุด… ถ้าคนที่ได้ลงมือเอาคืนเป็นตนเองยิ่งดีเข้าไปใหญ่!

 

______“ไปเลย! เจ้าพวกบ้า! แน่จริงก็ขึ้นไปสู้เอง!” ซ่างกวานป๋อกลอกตาขึ้นฟ้าพลางผลักคนที่ขวางทางออกไป เพื่อวิ่งไปหาลั่วซิวเจ๋อและขอดูเทปบันทึกย้อนหลังของการต่อสู้เมื่อสักครู่…

 

______ลั่วซิวเจ๋อคลี่ยิ้มบางๆพร้อมกับขยับเปิดทางให้แต่โดยดี… ทหารที่รุมล้อมอยู่ค่อยๆขยับเข้ามาทักทายลั่วซิวเจ๋ออย่างเป็นมิตร

 

______ในกองทัพ สิ่งที่สำคัญที่สุดมิใช่อายุ แต่เป็นความสามารถของแต่ละคน… ในเมื่อลั่วซิวเจ๋อสามารถเอาชนะซ่างกวานป๋อได้อย่างสวยงาม ย่อมหมายความว่าเขามีคุณสมบัติเพียงพอที่พวกเขาจะเข้าไปผูกมิตรด้วย… ถึงแม้จะเห็นว่าพวกเขามักหัวเราะบ้าบออย่างสนิทสนมกัน แต่ถึงอย่างไรพวกเขาก็คือยอดฝีมือที่เย่อหยิ่งและค่อนข้างถือตัวมาก ถ้าไม่ใช่เพราะหลานชายของจอมพลเฮกเคยมาพูดคุยกับพวกเขา เกรงว่าคนเหล่านี้คงไม่เห็นลั่วซิวเจ๋ออยู่ในสายตาอย่างแน่นอน

 

 


งานนี้เปย์บทให้พี่ลั่วเต็มๆทั้งตอน ^ O ^

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์นะคะ 🙂