0 Views

บทที่ 115

 

______เหนื่อย… เหนื่อยสุดๆ…

 

______ตอนที่เขากับลั่วซิวเจ๋อใช้ทักษะซิงโครด้วยกันเป็นครั้งแรก เพราะตอนนั้นสถานการณ์คับขัน เขาจึงได้แต่นอนนิ่งๆให้เสี่ยวเคปกป้องโดยไม่กล้ากระดุกกระดิกแม้แต่นิดเดียว ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ว่า ตัวเขาในตอนนั้นแค่จะขยับนิ้วมือสักนิ้วยังทำไม่ได้เลย…

 

______บัดนี้พวกเขาฝึกใช้ทักษะซิงโครมาสี่ครั้งแล้ว หรือก็คือพวกเขาฝึกมานานถึงสี่วันแล้ว…

 

______บางครั้งเขาก็แอบภาคภูมิใจในพรสวรรค์ของตัวเอง… โชคดีที่ทักษะซิงโครใช้ได้เพียงวันละครั้งเท่านั้น ถ้าหากฝืนใช้ถึงสองครั้งล่ะก็ วันต่อมาเขาจะเหนื่อยจนลุกจากเตียงไม่ขึ้นเลยทีเดียว

 

______“ฉีหนาน? เจ้าไหวหรือไม่?” เสียงเอ่ยกระซิบข้างหูของลั่วซิวเจ๋อช่างเลือนรางเหลือเกิน ราวกับมีข้อมูลบางอย่างขาดหายไปจากประสาทการรับรู้ของเขา ทำให้เขาคิดอะไรไม่ออกเลย…

 

______การยืมพลังของทักษะซิงโครแทบจะทำให้สติสัมปชัญญะของเขาดับวูบ เขานึกไม่ออกเลยว่า จะมีใครที่สามารถขยับได้เหมือนคนปกติในสภาพแบบนั้น

 

______“ถ้าไม่ไหวก็ยอมแพ้เถอะ”

 

______ยอมแพ้?

 

______ทันทีที่ได้ยินถ้อยคำเสียดแทงหัวใจคำนั้น นิ้วมือของฉีหนานพลันกระดิกเล็กน้อย

 

______เขาเบื่อคำนั้นเต็มทนแล้ว… เขาเคยถูกตระกูลฉีทอดทิ้ง… เพียงเพราะเขาเป็นคน ‘ไร้ค่า’ ทั้งๆที่เขาเองก็มีชีวิตมีความรู้สึกเหมือนคนทั่วไปแท้ๆ… แต่พลังในตัวของเขากลับเป็นจุดด่างพร้อยของตระกูลฉี ดังนั้นจึงถูกตัดสินให้เป็นคนไร้ค่าที่ควรถูกทอดทิ้ง

 

______ต่อให้คนอื่นทอดทิ้งเขา แต่เขาจะไม่ยอมทอดทิ้งตัวเองเด็ดขาด!

 

______“ผม… ไม่ยอม!” ฉีหนานกัดฟันกรอดเค้นพลังจากทั้งร่างเพื่อตะโกนถ้อยคำนี้ออกมา…

 

______“หึ…”

 

______ลั่วซิวเจ๋อหัวเราะขำขันเบาๆ… พลังมหาศาลพลันหลั่งไหลเข้ามาในร่างกายของฉีหนานคล้ายกับได้ดื่มยาชูกำลังก็ไม่ปาน ทำให้ฉีหนานฟื้นคืนจากสภาพใกล้ตายได้ในทันที

 

______สองมืออันแข็งแกร่งโอบประคองร่างของเขาจากด้านหลัง พร้อมกับใช้ผ้าเช็ดหน้าสะอาดผืนหนึ่งเช็ดเหงื่อบนใบหน้าของเขาอย่างนุ่มนวล

______

______“เก่งมาก วันนี้เจ้าพูดได้แล้ว… พัฒนาขึ้นมากเลย” น้ำเสียงของลั่วซิวเจ๋อช่างนุ่มนวลอบอุ่นคล้ายกับต้องการปลอบประโลมและให้กำลังใจเขา

 

______ฉีหนานที่ถูกอุ้มขึ้นมาบนเตียงอ้าปากหอบหายใจพลางหันหน้าไปมองลั่วซิวเจ๋อ “อย่าปลอบใจผมจะดีกว่า… ตั้งสี่วันแล้วเพิ่งจะขยับปากพูดได้ ยังห่างไกลจากการเคลื่อนไหวแบบปกติมากนัก…”

 

______“หึหึ ไม่ต้องรีบร้อนไป… ไม่เคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า ยิ่งรีบยิ่งช้าหรือไร?” ลั่วซิวเจ๋อกดจูบลงบนริมฝีปากของเขาอย่างรักใคร่

 

______ฉีหนานรู้สึกว่า ช่วงนี้ลั่วซิวเจ๋อชอบเข้ามานัวเนียเขาเช่นนี้อยู่บ่อยๆ… ซึ่งแน่นอนว่า ตัวเขาเองก็ชอบมากเหมือนกัน

 

______สองมือที่ทั้งอบอุ่นและแข็งแรงกดไหล่ของเขาเอาไว้กับเตียง… ความรู้สึกเสียวซ่านทว่าเบาหวิวแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนฉีหนานเผลอร้องครางออกมา…

 

______“ถ้าเจ้ายังครางแบบนี้อีก ข้าไม่รับรองว่าข้าจะทนไปจนถึงเมืองหลวงได้…” เสียงทุ้มนุ่มหวานหยดกระซิบบอกเสียงกระเส่า

 

______ฉีหนานรีบเอามือปิดปากทันที ลั่วซิวเจ๋อเป็นคนพูดจริงทำจริงเสมอ อย่างน้อย… เขาก็เชื่อว่า หนึ่งเดือนที่อีกฝ่ายพูดถึงจะต้องเป็นความจริงอย่างแน่นอน!

 

______หลังจากนั้นลั่วซิวเจ๋อจึงช่วยนวดผ่อนคลายให้ฉีหนานจนเจ้าตัวเผลอหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า…

 

______ทุกครั้งที่ซิงโครจะเป็นการใช้พลังสมรรถภาพร่างกายอย่างมหาศาล… ก่อนหน้านี้ลั่วซิวเจ๋อไม่เคยใช้ทักษะซิงโครมาก่อน แต่มันก็เป็นหนึ่งในการฝึกที่ต้องเรียนรู้สำหรับเขา…

 

______อันที่จริงฉีหนานเป็นคนที่น่าอัศจรรย์มาก บางทีวิวัฒนาการของยีนตลอดหลายพันปีมานี้ทำให้มนุษย์แข็งแกร่งขึ้นมาก อย่างน้อยตอนที่ลั่วซิวเจ๋อฝึกการใช้ซิงโคร กว่าเขาจะอ้าปากพูดได้ก็ต้องใช้เวลาถึงหนึ่งเดือนเต็มๆ

 

______“พักผ่อนให้สบายนะ… ข้าจะออกไปเดินเล่นสักครู่” เขากระซิบที่ข้างหูของฉีหนานเสียงแผ่วเบา ฉีหนานส่งเสียงอืออาในลำคออย่างงัวเงีย

 

______ลั่วซิวเจ๋อเดินออกไปจากห้องพักของพวกเขาและมุ่งหน้าไปยังห้องยิม

 

______จอมพลเฮกอนุญาตให้ลั่วซิวเจ๋อเข้าไปได้ทุกที่ยกเว้นสถานที่ที่สำคัญ เพื่อแสดงให้อีกฝ่ายเห็นถึงศักยภาพของกองทหารที่หนึ่ง

 

______ลั่วซิวเจ๋อหาได้สนใจส่วนอื่นของเรือรบอวกาศแม้แต่น้อย อันที่จริงเขารู้ตัวดีว่าตนไม่ถนัดเรื่องการใช้กำลังสักเท่าไหร่… แนวใช้สมองบัญชาการทัพต่างหากถึงจะเป็นงานโปรดของเขา…

 

______“ไง เสี่ยวลั่ว… สักยกไหม?” พลทหารส่วนใหญ่ที่อยู่ในห้องยิมมักจะว่างจากการปฏิบัติหน้าที่และมาฝึกฝีมืออยู่ที่นี่กันหมด

 

______สองวันที่ผ่านมา ลั่วซิวเจ๋อมักจะมาฝึกฝีมือกับพลทหารกลุ่มนี้ ณ สถานที่แห่งนี้อยู่บ่อยครั้งจนพวกเขาสนิทสนมคุ้นเคยกันในระดับหนึ่ง ทำให้หลายคนเอ่ยปากทักทายตนทันทีที่เข้ามาในห้อง…

 

______“เอาสิ” ลั่วซิวเจ๋อเองก็ตอบรับอย่างไม่เกรงใจ… ทหารบางนายมีความเชี่ยวชาญด้านการบัญชาการรบที่ไม่ธรรมดาเลย พวกเขาจบการศึกษาจากโรงเรียนทหารและสามารถไต่เต้าขึ้นมาจนถึงจุดนี้ได้ด้วยกำลังของตัวเอง

 

______การสนับสนุนจากจอมพลเฮกหาใช่เรื่องหลอกลวงแต่อย่างใด… การสนับสนุนคนของตนที่กำลังศึกษาในโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งเป็นที่นิยมมาก ขอเพียงคุณสามารถแสดงศักยภาพของคุณออกมาได้อย่างเต็มที่ ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องนี้อีกเลย

 

______คู่ต่อสู้ในวันนี้ของลั่วซิวเจ๋อเป็นทหารที่มีหัวคิดแหวกแนวมาก ทักษะในการสั่งการที่เฉียบขาดและแผนการอันแปลกประหลาดมากมายถูกนำมาเล่นงานเขาไม่หยุดหย่อน จนแม้แต่ลั่วซิวเจ๋อเองก็เคยถูกอีกฝ่ายโต้กลับอยู่หลายครั้ง ทว่าหลังจากที่ได้ประมือกันบ่อยครั้ง อีกฝ่ายก็เริ่มถูกลั่วซิวเจ๋อที่จับทางได้ตอบโต้อย่างหนักจนพ่ายแพ้ไป… ชายผู้นี้แทบจะไม่อยากเชื่อในผลแพ้ชนะที่ปรากฏ ฉะนั้นเขาจึงมาท้าสู้กับลั่วซิวเจ๋อทุกครั้งที่มีโอกาส

 

______“ฮ่าๆ มันโด… ครั้งที่แล้วแกแพ้เสี่ยวลั่วเยอะกว่าไม่ใช่เหรอ ยังไม่เข็ดอีกหรือไง?” ชายร่างสูงใหญ่กำยำนายหนึ่งตบบ่าของมันโดเสียงดัง

 

______“ไปให้พ้น!” มันโดอ้าปากด่าพร้อมกับแกล้งถีบอีกฝ่ายเต็มแรง

 

______“เหอะๆ… มันโด บอกแล้วไงว่า แพ้ก็ยอมรับไปเถอะ จะมาขี้แพ้ชวนตีอะไรเล่า” ทหารร่างผอมสูงอีกนายหัวเราะร่าอย่างสนุกสนาน

 

______“อย่ามายุ่ง! พวกแกจะไปรู้อะไร!” มันโดหัวเราะเยียบเย็น “พวกแกคิดว่า ฉันไม่ยอมรับความพ่ายแพ้หรือ? เจ้างั่ง! ฉันจะเรียนต่างหาก! เสี่ยวลั่วร้ายกาจสุดๆ… พวกแกคิดว่าจะไปหาคู่ซ้อมที่เก่งกาจขนาดนี้ได้จากที่ไหนอีก? พวกแกที่ไม่เข้าใจเทคนิคพวกนี้จะไปรู้อะไรเล่า!”

 

______“เฮ้ย! ไอ้เปี๊ยกจอมหลงตัวเอง! พวกเราเล่นมันเลย!” ชายร่างใหญ่หัวเราะเสียงเหี้ยมก่อนจะกระโจนเข้าใส่มันโดทันที

 

______เหล่าทหารที่เหลือเองก็เริ่มเปิดฉากฟัดกันเองอย่างสนุกสนาน โดยมีลั่วซิวเจ๋อยืนมองการตะลุมบอนอยู่ด้านข้างโดยไร้คำพูดใดๆ … แต่ทว่า… บรรยากาศภายในกองทหารที่หนึ่งนับว่าอบอุ่นไม่เลวเลยทีเดียว ถ้าหากมีกองทหารเช่นนี้อยู่ในสังกัด คงเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อยเลย…

 

______“ไง นายเป็นนักเรียนจากโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งหรือ?” น้ำเสียงที่แฝงด้วยความฉงนสงสัยเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหู

 

______ลั่วซิวเจ๋อหันหน้าไปมองอีกฝ่าย ก็พบกับทหารรูปงามในเครื่องแบบทหารประจำยศพันตรีกำลังจ้องมองเขาด้วยแววตาสนอกสนใจ

 

______ลั่วซิวเจ๋อพยักหน้ารับด้วยสีหน้าเรียบเฉย… พลทหารบนเรือรบอวกาศลำนี้มีมากมายนัก แต่สำหรับเหล่าทหารยศสูงนั้นมักจะเลือกใช้ห้องยิมอีกห้อง ดังนั้นเขาจึงไม่เคยพบพันตรีผู้นี้มาก่อน

 

______“สวัสดี ฉันเป็นพันตรีแห่งกองทหารที่หนึ่งมีนามว่า ซ่างกวานป๋อ” ทหารรูปหล่อส่งยิ้มอบอุ่มให้ตน “ฉันเป็นเพื่อนกับมันโด พอดีเมื่อวานซืนหมอนั่นเล่าให้ฉันฟังถึงการต่อสู้ระหว่างนายกับเจ้านั่นไว้เยอะแยะเลย… นายพอจะสู้กับฉันสักครั้งได้ไหม?”

 

______ลั่วซิวเจ๋อหางคิ้วกระตุกวูบ… เดิมทีเป้าหมายของเขามีเพียงฝึกซ้อมอยู่ห้องนี้เท่านั้น ไม่นึกว่าจะมีมันโดหรือใครมาท้าสู้ด้วย แม้ตอนนี้มันโดจะ… เขาปรายตามองมันโดที่โดนคนจำนวนมากอัดกดอยู่กับพื้นห้องจนเห็นเพียงมือข้างหนึ่งของมันโดที่กำลังสั่นระริกไม่หยุด… ตนเบือนหน้ากลับมาอย่างเงียบงัน พลางคลี่ยิ้มน้อยๆ “ยินดีรับคำท้า”

 

______“มาสิ จะพาไปที่ยิมของฝั่งฉัน… สนามต่อสู้ที่นั่นมีภูมิประเทศให้เลือกเยอะกว่า แถมยังมีสนามต่อสู้แบบพิเศษด้วย” ซ่างกวานป๋อพาลั่วซิวเจ๋อไปยังอีกด้านของเรือรบอวกาศ โดยไม่แยแสความวุ่นวายภายในห้องยิมแห่งนี้…  หลังจากที่ทุกคนกลั่นแกล้งมันโดจนสาแก่ใจแล้ว ถึงเพิ่งจะรู้ตัวว่า… ลั่วซิวเจ๋อหายตัวไปเสียแล้ว…

 

______ซ่างกวานป๋อเป็นคนที่น่าสนใจมาก ทั้งยังฉลาดหลักแหลมมาก ไม่ว่าลั่วซิวเจ๋อจะหยิบยกเรื่องใดขึ้นมาสนทนา อีกฝ่ายก็สามารถพูดคุยตอบโต้ได้ทุกครั้ง

 

______ทั้งสองคนเดินไปคุยไปเรื่อยๆ กว่าจะถึงห้องยิมสำหรับเจ้าหน้าที่ระดับสูง ทั้งคู่ก็สนิทสนมกันได้ระดับหนึ่งแล้ว

 

______“ถึงแล้ว อา…” ซ่างกวานป๋อเกาจมูกเล็กน้อย “รอเดี๋ยวนะ ฉันขอเข้าไปดูก่อน… หวังว่าเจ้าพวกนั้นคงไม่ทำเรื่องน่าอายอะไรนะ”

 

______“เรื่องน่าอาย?” ลั่วซิวเจ๋อทวนคำด้วยความแปลกใจ

 

______ซ่างกวานป๋อหัวเราะแห้งๆ… ทันทีที่เปิดประตูบานนั้นก็รู้สึกถึงคลื่นความร้อนภายในห้อง…

 

______ซ่างกวานป๋อ “…” บ้าฉิบ! เพิ่งพูดไปหมาดๆว่าขอให้เจ้าพวกนี้อย่าทำเรื่องน่าอายแท้ๆ เรื่องน่าอายก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าเสียแล้ว!

 

______ลั่วซิวเจ๋อชะโงกหน้าเข้าไปดูด้วยความสนใจ ทำให้มองเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ถอดเสื้อผ้าล้อนจ้อน ทั้งตัวมีเพียงกางเกงในตัวจิ๋วประดับกายอยู่ยืนแน่นขนัดภายในห้อง…

 

______ลั่วซิวเจ๋อ “…”

 

______“ขอโทษที่ทำให้นายต้องมาเห็นภาพพวกนี้” ซ่างกวานป๋อรีบปิดประตูเสียงดัง ก่อนจะนวดคลึงข้างขมับอย่างไร้เรี่ยวแรง

 

______“พวกเขากำลังทำอะไร?…”

 

______“ไม่รู้สิ คงกำลังแข่งอะไรโง่ๆอีกกระมัง” ซ่างกวานป๋ออดกลอกตาขึ้นฟ้าไม่ได้

 

______ลั่วซิวเจ๋อยิ้มบางและไม่คิดจะถามอะไรอีก

 

______“รอสักเดี๋ยวนะ… ฉันจะเข้าไปจัดการครู่หนึ่ง เดี๋ยวกลับมา” ซ่างกวานป๋อพูดจบก็ไม่รอให้ลั่วซิวเจ๋อมีโอกาสปฏิเสธ เจ้าตัวรีบเปิดประตูพลางพุ่งเข้าไปด้วยสีหน้าถมึงทึง

 

______เวลาผ่านไปประมาณสิบนาที ประตูถูกเปิดออกอีกครั้ง… บรรยากาศภายในห้องยิมกลับมาสดชื่นอีกครั้ง เหล่าชายหนุ่มกึ่งเปลือยเมื่อสักครู่เองก็แต่งตัวสะอาดสะอ้านทุกคน

 

______ถ้าไม่ใช่เพราะได้เห็นภาพเมื่อสักครู่กับตาของตัวเอง ลั่วซิวเจ๋อจะต้องคิดว่าตนตาฝาดไปเองแน่นอน

 

______“อะแฮ่ม เชิญเลย” ซ่างกวานป๋อเดินนำลั่วซิวเจ๋อมายังแบทเทิลซิสเต็มของห้องนี้ จากนั้นต่างฝ่ายต่างเดินไปประจำตำแหน่งที่คนละมุมของแบทเทิลซิสเต็มและกดเปิดเครื่องพร้อมกัน… รอบๆแบทเทิลซิสเต็มพลันเกิดลำแสงสีแดงเข้มขึ้นมาล้อมรอบสนาม… มันคือบาเรียเก็บเสียงรูปแบบหนึ่ง เพื่อปกป้องไม่ให้คนอื่นตะโกนบอกความเคลื่อนไหวของแต่ละฝ่ายจนส่งผลกระทบต่อผลการแข่งขัน…

 

______“เริ่มได้” ซ่างกวานป๋อกดปุ่มเปิดสนามทันทีโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง

 

______แบทเทิลซิสเต็มเริ่มสุ่มภูมิประเทศจำลองที่จะใช้ในการต่อสู้ทันที

 

______สนามต่อสู้ของทั้งสองคนพลันปรากฏขึ้นบนจอภาพขนาดใหญ่ของห้องยิมแห่งนี้อย่างรวดเร็ว ทหารที่เหลือต่างกรูกันเข้าไปดูด้วยความสนใจพลางเริ่มแสดงความคิดเห็นของตน

 

______“พวกแกว่า เจ้าหนุ่มนี่จะติดกับของเจ้าซ่างกวานหรือเปล่า?” ทหารนายนี้เอ่ยพลางลูบคางไปมา

 

______“ใครจะไปรู้เล่า… ถึงแม้คนส่วนใหญ่ที่พบกับหมอนั่นครั้งแรกมักโดนหลอกไปกว่าเก้าส่วนก็เถอะ ท่าทางสุภาพและคำพูดหวานหูของเจ้านั่นมันตอแหลสิ้นดี… ใครจะไปคิดว่า คนที่ดูสุภาพบุรุษขนาดนั้นจะต่อสู้แบบบ้าดีเดือดสุดๆ” ทหารอีกนายยักไหล่ ดูเหมือนว่าเจ้าตัวเองก็เคยถูกหลอกเหมือนกัน

 

______“แต่เจ้าหนุ่มนั่นเป็นหัวกะทิของโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งเลยนะ การแข่งครั้งนี้คงน่าสนุกไม่น้อย”

 

______“ฮ่าๆ โรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งแล้วไง… ยังไงก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้าซ่างกวานหรอก”

 

______“ฉันก็ขอเดิมพันข้างซ่างกวาน… เจ้าเด็กนั่นมันบอบบางเกินไป”

 

______“โอ๋? มีใครอยากเป็นเจ้ามือไหม?”

 

______“ฉันเอง”

 

______“ได้ งั้นฉันพนันข้างเจ้าเด็กหน้าสวยนั่น”

 

______“แกอย่าหลงเสน่ห์มันสิ… ฉันเอาซ่างกวาน”

 

______“ส่วนเราลงข้างนักเรียนของโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่ง”

 


อื้อหือ… ซึ่งแน่นอนว่า เขาเองก็ชอบมากเหมือนกัน… ฟักทองน้อยซื่อตรงกับความรู้สึกดีนะ ^///^

ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจและการรอคอยนะคะ 🙂