0 Views

บทที่ 113

 

______จะว่าไป อายุของฉีหนานก็ไล่เลี่ยกับเขา… มันทำให้เขารู้สึกเป็นกันเองกับอีกฝ่ายมากขึ้น

 

______“วิเศษมากเลยใช่ไหม… ตอนที่ผมมองเห็นอวกาศและดาวเคราะห์เป็นครั้งแรก ผมเองก็ตื่นเต้นมากเหมือนกัน” ฮอดจ์คลี่ยิ้มอ่อนพลางชวนคุย

 

______หลานเจี๋ยกล่าวด้วยความเสียดาย “เสียดาย… ที่ฉันไม่แข็งแกร่งพอ… คงไม่มีโอกาสได้ขึ้นเรือรบอวกาศระดับนี้อีกแล้ว”

 

______ฮอดจ์ไม่เอ่ยตอบอีกฝ่าย เขารู้ว่าหลานเจี๋ยแค่นึกเสียใจเท่านั้น หาได้คิดจะเป็นทหารต่อสู้ร่วมกับพวกเขาจริงๆ

 

______ลั่วซิวเจ๋อโพล่งขึ้นมาว่า “คุณฮอดจ์ ไม่ทราบว่าคุณกับจอมพลเกี่ยวข้องกันอย่างไร?”

 

______“หืม?” ดวงตาของฮอดจ์พลันทอประกายวาววับ

 

______ลั่วซิวเจ๋อคลี่ยิ้มพลางชี้มายังใบหูของตัวเอง “ใบหน้าของคุณคล้ายกับจอมพลเฮกอยู่หลายส่วน โดยเฉพาะใบหูของพวกคุณแทบจะถอดมาจากพิมพ์เดียวกันเลย”

 

______ฮอดจ์เผลอลูบใบหูและคลายความระวังตัวลงโดยไม่รู้ตัว “จอมพลเฮกคือท่านปู่ของผมเอง”

 

______ลั่วซิวเจ๋อพยักหน้ารับ พอจะเข้าใจความคิดของจอมพลเฮกมากขึ้น

 

______ลั่วซิวเจ๋อเคยศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับกองทัพรัฐบาลช่วงหนึ่ง เพื่อแผนการอันยิ่งใหญ่ในอนาคตของตน… นอกจากหัวหน้ากองที่แกร่งพอจะไต่เต้าขึ้นมาด้วยตัวเองกับหัวหน้ากองที่รับสืบทอดต่อมาจากคนในครอบครัวแล้ว ยังมีหัวหน้ากองบางคนที่ได้รับการแต่งตั้งจากการคัดเลือกภายในกอง…

 

______กองทหารที่หนึ่งของจอมพลเฮกเองก็เป็นหนึ่งในนั้น…

 

______สมัยก่อน กองทหารที่หนึ่งเป็นเพียงกองทหารสไตล์เก่าที่ทหารทุกนายปฏิบัติตามคำสั่งของจอมพลอย่างเคร่งครัด ซึ่งจอมพลเฮกเองก็เป็นคนที่จริงจังและมีระเบียบวินัยสูงมาก ทำให้กองทหารของเขาไม่เคยเกิดปัญหาเรื่องวินัยทางทหารเลยสักครั้ง

 

______อีกทั้งจอมพลเฮกยังได้รับโอกาสที่สำคัญที่สุดคือ… จอมพลในตอนนั้นไร้ผู้สืบทอด…

 

______ลั่วซิวเจ๋อยอมรับในความสามารถของจอมพลเฮก ทว่าผู้แข็งแกร่งเองก็มีช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นกัน… ตอนที่จอมพลเฮกต้องดูแลผู้ที่ได้รับเลือกให้เป็นผู้สืบทอดของกองทหารที่หนึ่งนั้น พวกเขากลับพบว่า คนเหล่านั้นล้วนล้มตายอย่างไม่คาดฝันหลายต่อหลายครั้ง จนกระทั่งมาถึงตัวเขาในที่สุด…

 

______เมื่อเป็นเช่นนี้ ลั่วซิวเจ๋อควรจะรีบเตรียมตัวเสียแต่เนิ่นๆ… นอกจากกองทหารที่สิบหกซึ่งมีพลตรีเฉิงที่สามารถดึงดูดผู้คนแล้ว กองทหารรุ่นเก่าหลายกองแทบจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกือบทุกกอง…

 

______อยากจะเป็นผู้สืบทอดกองทหารกองหนึ่งจะต้องรอบคอบและระวังตัวตลอดเวลา หากเผลอประมาทแม้เพียงเศษเสี้ยว ย่อมไม่อาจรักษาชีวิตเอาไว้ได้

 

______การยึดกองทหารสักกองหนึ่งเอาไว้ในมือจะนำมาซึ่งอำนาจและเกียรติยศมากมายขนาดไหนกัน?

 

______ฉะนั้นจึงมีบางคนยอมทำเรื่องผิดมนุษย์เพื่อแย่งชิงอำนาจเหล่านั้น!

 

______ลั่วซิวเจ๋อไม่เคยหวาดกลัวเล่ห์กลเหล่านี้อยู่แล้ว แต่ถ้าหากเขาอยากเป็นหนึ่งในผู้ท้าชิง เขาก็ควรจะหาโอกาสไปสอดส่องผู้ท้าชิงคนอื่นบ้าง

 

______เมื่อลั่วซิวเจ๋อครุ่นคิดไตร่ตรองในหลายๆเรื่องแล้ว

 

______เขาเงยหน้าขึ้นมามองฮอดจ์พลางเอ่ยถามเสียงเบาว่า “ถ้าเราอยากจะเข้ากองทหารที่หนึ่งหลังจากที่เรียนจบแล้ว จะได้ประโยชน์อะไรหรือ?”

 

______คิ้วของฮอดจ์กระตุกวูบเล็กน้อย ก่อนจะลดระดับเสียงลงเช่นกัน “ผมที่เป็นแค่ผู้ช่วยของจอมพลเฮกคงไม่กล้าเดาความคิดของหัวหน้ากองสุ่มสี่สุ่มห้า เพียงแต่… ในฐานะที่เป็นหลานของจอมพลเฮก… ผมคิดว่า ถ้าคุณเลือกที่จะเข้ามาสังกัดกองทหารที่หนึ่งจริงๆล่ะก็ ท่านปู่จะต้องติดยศให้คุณทันทีแน่นอน”

 

______ลั่วซิวเจ๋อพยักหน้ารับโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนสีแม้แต่น้อย

 

______ฮอดจ์ค่อนข้างตกใจในความสุขุมเยือกเย็นของลั่วซิวเจ๋อไม่น้อย… ลั่วซิวเจ๋อเป็นแค่นักเรียนวัยประมาณยี่สิบปีคนหนึ่ง แต่เมื่อได้ยินเรื่องการติดยศ กลับไม่เปลี่ยนสีหน้าเลยแม้แต่น้อย… ถ้าหากอีกฝ่ายไม่ใช่คนสุขุมเยือกเย็นอยู่แล้วล่ะก็ เขาจะต้องไม่สนใจเรื่องยศตำแหน่งตั้งแต่แรกมากกว่า

 

______ฮอดจ์คาดว่าน่าจะเป็นอย่างหลัง… อดรู้สึกหมั่นไส้ปนชิงชังในความเย่อหยิ่งของลั่วซิวเจ๋อไม่ได้ ทว่าเมื่อคิดทบทวนดูอีกครั้ง อีกฝ่ายเป็นยอดฝีมือระดับSคู่ ย่อมเคยได้ยินเรื่องระบบตำแหน่งยศทางทหารจากในโรงเรียนหรือรุ่นพี่ที่เรียนจบไปแล้วบ้าง… อา ใช่แล้ว… ยิ่งผ่านหลักสูตรของโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งด้วยคะแนนดีเยี่ยม ก็ไม่แปลกที่อีกฝ่ายจะไม่เห็นตำแหน่งยศอยู่ในสายตา

 

______เมื่อคิดดูอีกที ฮอดจ์ก็รู้สึกว่าท่านปู่จะต้องอยากดึงตัวลั่วซิวเจ๋อมาเป็นพวกของตนมากอย่างแน่นอน จึงขยับเข้าไปใกล้อีกก้าวและกระซิบเสียงเบาว่า “ถ้าคุณทำผลงานออกมาดีล่ะก็ ท่านปู่ไม่หวงตำแหน่งยศอย่างแน่นอน… ถึงท่านปู่จะดูดุมาก แต่ท่านชอบผลักดันและส่งเสริมเด็กที่มีความสามารถมาก ดังนั้นคุณไม่ต้องกังวลเรื่องนี้เลย”

 

______“เข้าใจแล้ว” ลั่วซิวเจ๋อยิ้มบางตอบกลับอย่างสุภาพ

 

______ฮอดจ์กลับรู้สึกว่า ตนยิ่งไม่เข้าใจอีกฝ่ายมากขึ้นไปอีก… แต่ก็ยังไม่ตื่นตกใจอันใด ถึงอย่างไรก็ยังมีอีกสี่ปีกว่าจะเรียนจบ ในช่วงสี่ปีนี้ทั้งสองฝ่ายคงจะได้ศึกษาข้อมูลของกันและกันมากขึ้น

 

______ยิ่งผ่านไปนานวันเข้ายิ่งมองเห็นธาตุแท้ของคน… ไม่ว่าลั่วซิวเจ๋อจะเป็นคนยังไง ต่อให้อีกฝ่ายเสแสร้งเก่งกว่าสายลับมืออาชีพแค่ไหน สักวันก็ต้องโผล่หางออกมาแน่นอน

 

______…เหมือนกับเจ้าพวกทายาทจอมตอแหลของท่านปู่!

 

______ฮอดจ์เผลอหัวเราะเสียงเย็นเบาๆเมื่อนึกถึงผู้โชคร้ายคนนั้น ทั้งๆที่ท่านปู่เป็นคนอุ้มชูเจ้าหมอนั่นเองกับมือ แต่กลับกล้าร่วมมือกับคนอื่นแทงข้างหลังท่านปู่ผู้เป็นถึงหนึ่งในสามจอมพลผู้ยิ่งใหญ่ของรัฐบาล… เขาเองก็ไม่นึกเลยว่า เจ้าหมอนั่นจะโง่เง่าปานนี้!

 

______สุดท้ายเป็นยังไง? ก็เสียชีวิตในสงครามกับเผ่าสแตนไง!

 

______การทรยศหักหลังเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้เด็ดขาด!

 

______จากนั้นทั้งคู่ก็พร้อมใจเปลี่ยนเรื่องสนทนากัน… เรื่องบางเรื่องก็ไม่จำเป็นต้องพูดสาธยายให้มากความ…

 

______หลังจากที่ทุกคนเดินเล่นไปทั่วเรือรบอวกาศจนพอใจแล้ว พวกเขาก็กลับไปยังห้องพักของตนอย่างร่าเริง

 

______ฉีหนานกับลั่วซิวเจ๋อได้พักอยู่ในห้องเดียวกัน… ทันทีที่กลุ่มคนที่มาส่งพวกเขาจากไป ดวงตาของฉีหนานพลันทอประกายวาววับพร้อมกับพุ่งกระโจนไปกดร่างของลั่วซิวเจ๋อลงบนเตียง “ในที่สุดเราก็อยู่ด้วยกันแค่สองคนซะที ผมทนไม่ไหวแล้ว”

 

______ลั่วซิวเจ๋อยักคิ้วใส่ฉีหนานที่นั่งคร่อมอยู่บนตัวพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ว่า “ที่แท้… เจ้ารู้สึกอยากมากนี่เอง”

 

______“หือ? อยากอะไร?” ฉีหนานงุนงงราวกับจับต้นชนปลายไม่ถูก

 

______ลั่วซิวเจ๋อจงใจขยับร่างกายช่วงล่างและใช้ส่วนที่กำลังมีปฏิกิริยาอย่างเห็นได้ชัดค่อยๆถูบั้นท้ายของฉีหนานอย่างนุ่มนวล “หรือว่า… เจ้าไม่ได้หมายถึงสิ่งนี้?”

 

______ฉีหนาน “….”

 

______สมองของฉีหนานอื้ออึงไปหมดเหมือนมีฝูงม้านับพันวิ่งห้อตะบึงอยู่ในหัว… แน่นอนว่าเขาไม่ได้หมายถึงเรื่องนี้!!

 

______แต่ทว่า…

 

______ใบหูของฉีหนานร้อนผ่าว ตอนแรกเขาก็ไม่ได้คิดอะไรพรรค์นั้น แต่พอมาถูกลั่วซิวเจ๋อปลุกเร้าแบบนี้บวกกับท่านั่งของตัวเอง… อะแฮ่ม… บัดซบ! เขาชักจะรู้สึกเหมือนกันแล้ว

 

______ฉีหนานสบสายตากับลั่วซิวเจ๋อด้วยใบหน้าที่เห่อร้อน… ทั้งๆที่เขาตั้งใจจะถามเรื่องที่เกิดขึ้นในถ้ำก่อนหน้านี้ ทำไมมันถึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้เล่า??

 

______ทั้งหมดเป็นเพราะลั่วซิวเจ๋อคนเดียว!

 

______นิ้วเรียวของลั่วซิวเจ๋อค่อยๆลากไล้ไปตามลอนกล้ามเนื้อหน้าท้องของฉีหนานอย่างอ้อยอิ่ง

 

______“ข้าไม่ดีเองที่ทำให้เจ้าสำราญใจไม่ได้ แต่ว่า…” ลั่วซิวเจ๋อฝืนยิ้มและแกล้งพูดด้วยน้ำเสียงปวดใจ “จะทำบนเรือรบอวกาศของคนอื่นคงไม่เหมาะเท่าไหร่กระมัง?”

 

______ฉีหนานถึงกับนิ่งอึ้งค้างและรีบลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ทว่ายังไม่ทันจะได้ขยับตัว ลั่วซิวเจ๋อก็มือไวพอที่จะคว้าร่างของฉีหนานพร้อมกับพลิกกลับขึ้นมาอยู่ข้างบนแทนอีกฝ่าย

 

______ทันใดนั้นจากที่ฉีหนานเคยอยู่ข้างบนกลับถูกกดให้อยู่ใต้ร่างของอีกฝ่าย แถมยังถูกบางสิ่งที่แข็งโป๊กทิ่มอีก… ฉีหนานรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะถูกเผาในไม่ช้า

 

______“อย่า… ไม่เอา… ที่นี่…” เขาพูดตะกุกตะกักเสียงสั่น… เมื่อเอ่ยจบประโยค แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองตั้งใจจะสื่อถึงอะไรกันแน่…

 

______หึหึ…

 

______ลั่วซิวเจ๋ออดหัวเราะในลำคอไม่ได้จริงๆ เขาย่อมทราบดีว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม… เมื่อครู่เขาแค่จะแกล้งฉีหนานเล่นเท่านั้น ไม่นึกว่าท่าทางของฉีหนานจะน่ารักขนาดนี้…

 

______ใบหน้าของฉีหนานยิ่งแดงก่ำมากกว่าเดิม ทว่าครั้งนี้เกิดจากความอายผสมกับความโกรธ เขากำหมัดแน่นตั้งท่าจะชกใส่ใบหน้าของลั่วซิวเจ๋อ แต่กลับถูกอีกฝ่ายหยุดเอาไว้และจับล็อคไพล่หลังแทน

 

______ฉีหนาน “….” บ้าจริง! ความรู้สึกที่ต้องพ่ายแพ้ให้กับคนรักบนเตียงเช่นนี้ชวนให้หงุดหงิดจริงๆ!

 

______“หึหึ… ทำร้ายคนรักของตัวเองแบบนี้นิสัยไม่ดีเลยนะ” ลั่วซิวเจ๋อกระซิบพลางคลี่ยิ้มน้อยๆ… นิ้วชี้เรียวสวยค่อยๆลากไล้บนริมฝีปากของฉีหนานอย่างแผ่วเบา

 

______ฉีหนานถลึงตาใส่ลั่วซิวเจ๋อด้วยความขุ่นเคือง… แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมความกรุ่นโกรธถึงปะทุขึ้น ขณะมองใบหน้างดงามสมบูรณ์แบบของอีกฝ่าย ยิ่งลั่วซิวเจ๋อขยับนิ้วชี้มากขึ้น เขาก็แทบอยากจะลุกขึ้นมาจัดการกับอีกฝ่ายเดี๋ยวนี้

 

______ทว่าทันทีที่รู้สึกถึงบางส่วนที่แข็งขืนตื่นตัวมากขึ้น ฉีหนานพลันตัวแข็งค้างไปทั้งร่าง

 

______ใช่ว่าจะไม่เคยเตรียมใจกับเรื่องนี้มาก่อน… แต่พอมันกำลังจะเกิดขึ้นจริงๆ เขากลับรู้สึก… หวาดกลัวเล็กน้อย

 

______“เมี๊ยว! ทนดูต่อไปไม่ได้แล้ว!” เสี่ยวเคที่กำลังนอนกลิ้งอยู่บนเตียงและถูกเสียงของคนทั้งคู่ที่พลิกไปพลิกมาจนสะดุ้งตื่นขึ้นมาเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า

 

______มันเลียอุ้งเท้าอย่างไม่สบอารมณ์ มนุษย์อย่างพวกเจ้าสองคน… ไม่สิ หนึ่งคนหนึ่งปลาจะหยุดได้หรือยัง!

 

______ทั้งห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวของกามารมณ์… อยากทำก็ทำเสียสิ ทั้งๆที่ตื่นตัวกันทั้งคู่แล้ว  แต่กลับไม่ยอมทำเสียทีมันหมายความว่ายังไง? ไม่ทรมานหรือไร?

 

______“ออกไป!” ลั่วซิวเจ๋อคำรามเสียงต่ำ

 

______เสี่ยวเคสัมผัสได้ถึงความโกรธเกรี้ยวในน้ำเสียงนั้น บวกกับโทสะของตัวผู้ที่กำลังมีอารมณ์นั้นไม่น่าพิศมัยเท่าไหร่นัก ทำให้มันกลิ้งลงจากเตียงอย่างนิ่มนวล… มันไม่คิดจะรองรับอารมณ์เกรี้ยวกราดในยามนี้ของลั่วซิวเจ๋อเด็ดขาด… ได้ยินว่า ผู้ชายที่โดนขัดจังหวะตอนกำลังทำเรื่องอย่างว่า จะน่ากลัวมากเป็นพิเศษ…

 

______ฉีหนานที่ถูกกดอยู่ใต้ร่างจนกระดุกกระดิกไม่ได้พลันรู้สึกโล่งใจ เมื่อได้ยินเสียงของเสี่ยวเคราวกับว่าผู้ช่วยของตนมาถึงแล้วก็ไม่ปาน…

 

______ใครจะไปรู้ว่าแค่ลั่วซิวเจ๋อเอ่ยปากไล่เพียงประโยคเดียว เสี่ยวเคก็เผ่นแน่บอย่างไม่ไยดีในความปลอดภัยของเจ้านายอย่างตนเสียแล้ว… รอให้เขารอดจากลั่วซิวเจ๋อก่อนเถิด จะต้องคิดบัญชีกับมันอย่างสาสมแน่!

 

______“กำลังคิดอะไรอยู่?” เสียงกระซิบอันนุ่มนวลดังแผ่วเบาอยู่ที่ข้างหู

 

______“คิดถึงเสี่ยวเค!” ฉีหนานตอบกลับโดยไม่ทันคิด

 

______กำลังคิดว่าจะฆ่ามันอย่างไรดี!

 

______“คิดถึงคนอื่นขณะอยู่บนเตียงของข้าหรือ? ช่างกล้าหาญเสียจริง” นิ้วมือของลั่วซิวเจ๋อค่อยๆแกะกระดุมและแหวกสาบเสื้อของฉีหนานออกจากกันจนเผยให้เห็นผิวเนื้อเรียบเนียนแสนสวย…

 

______ฉีหนานจ้องมองลั่วซิวเจ๋อนิ่งราวกับพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ… ทำไมอยู่ๆถึงเอาแต่ใจอย่างร้ายกาจแบบนี้เล่า? ลั่วซิวเจ๋อถูกใครสวมรอยมาใช่ไหม!!

 

______“หึ… ก็ได้ ไม่แกล้งเจ้าแล้ว” เมื่อได้เห็นฉีหนานทำหน้าเหวอใส่ ลั่วซิวเจ๋อก็อารมณ์ดีขึ้นมากจนยอมเลิกแกล้งอีกฝ่าย… เขายื่นมือออกไปดึงให้ฉีหนานลุกขึ้นมา

 

______ทว่าทันทีที่เห็นท่อนล่างของอีกฝ่ายที่กำลังตื่นตัว คนทั้งคู่ก็เงยหน้าขึ้นมาสบตากันทันควัน

 

______“ถ้ายังไง… จัดการให้เรียบร้อยก่อนไหม?” ฉีหนานเลียริมฝีปาก ทว่าสายตากลับจับจ้องมองลั่วซิวเจ๋อ

 

______ลั่วซิวเจ๋อหรี่ตาลงเล็กน้อย… ในเมื่อกินอาหารจานหลักไม่ได้ ถ้าเช่นนั้นกินของว่างไปก่อนล่ะกัน

 

______เขายื่นมือออกไปดึงฉีหนานเข้ามาจูบอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ฝ่ามือของทั้งสองคนล้วงเข้าไปในกางเกงของอีกฝ่ายพร้อมกัน…

 


สุขสันต์วันเอพริลฟูลเดย์นะ

คืนนี้ขอให้หลับฝันดีจ้า > ., <

ปล. เสี่ยวเคจ๋า เห็นด้วยเลย จะทำก็ทำเลยสิ ไม่รู้เหรอว่ามีคนรอดูอยู่!!! * O *