0 Views

บทที่ 112

 

______กลุ่มโจรสลัดอวกาศทั้งสามกลุ่มที่เป็นศูนย์กลางของสมรภูมิรบยิ่งถูกทำลายอย่างย่อยยับ กองกำลังหลายร้อยคนบัดนี้หลงเหลือผู้รอดชีวิตเพียงสิบกว่าคนเท่านั้น

 

______บัดนี้ดาวเคราะห์กรีนฟอเรสกลายเป็นดาวเคราะห์แห่งหายนะโดยสมบูรณ์ ทุกหนทุกแห่งบนดาวดวงนี้ถูกย้อมไปด้วยลาวาสีแดง… เหล่าพืชพลังงานสีเขียวขจีล้วนถูกเผาจนมอดไหม้ไม่เหลือซาก… ใครก็นึกไม่ถึงว่า ดาวเคราะห์ที่เปี่ยมไปด้วยพลังงานดวงหนึ่งจะพังพินาศได้ถึงเพียงนี้!

 

______เมื่อได้ยินเรื่องทั้งหมด จอมพลเฮกถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ… เดิมทีเขาตั้งใจจะฉวยโอกาสนี้ฝึกฝนเหล่าผู้ติดตามของตน ไม่คิดว่าบทเรียนจะทำลายตัวเองเสียได้… ถ้าหากข่าวนี้แพร่งพรายออกไปล่ะก็ เจ้าพวกนั้นจะต้องรู้แน่ว่าตนกำลังจะกลับไป… แล้วพวกมันจะกล้าโผล่หางออกมาหรือ?

 

______จอมพลเฮกรู้สึกปวดหัวจนต้องใช้นิ้วคลึงขมับของตน… เอาเถิด พลาดโอกาสไปแล้วก็ช่างมัน เขาเองก็จะกลับไปเตรียมซ่องสุมกำลังคนมากขึ้น… บางทีครั้งนี้เขาอาจจะกวาดล้างเจ้าพวกที่รอซุ่มโจมตีอยู่ทั้งหมดได้ในคราวเดียว!

 

______“ทุกคน ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้! ที่นี่เป็นของรัฐบาลแล้ว ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องรีบถอนตัวออกไปทันที!” จอมพลเฮกประกาศด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น

 

______เหล่าคณะเดินทางที่ยังเหลือรอดอยู่ย่อมไม่กล้าต่อต้านขัดขืนคำสั่งของรัฐบาลแน่นอน อีกอย่าง… ไม่มีดาวเคราะห์ที่เปี่ยมไปด้วยพืชพลังงานอีกต่อไปแล้ว ใครจะอยากเสียเวลากับดาวเคราะห์ที่พังพินาศอีกเล่า?

 

______ฝูงเรือรบอวกาศเริ่มแยกย้ายไปตามทางของตน ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นเรือรบอวกาศขนาดกลาง… จอมพลเฮกเฝ้ามองเรือรบอากาศจำนวนมากค่อยๆจากไป จนกระทั่งสายตาไปหยุดลงที่เรือรบอวกาศลำเล็ก

 

______“ยานลำนั้นเป็นของใคร? ทำไมถึงใช้เรือรบอวกาศลำเล็กแบบนั้น?” เฮกจ้องมองเรือรบอวกาศลำเล็กพลางเอ่ยถามเสียงต่ำ

 

______ทุกคนที่รู้เรื่องดาวเคราะห์ดวงนี้จะต้องรีบนำกำลังพลทั้งหมดบุกมายังดาวดวงนี้แน่นอน แล้วเหตุใดจึงใช้เรือรบอวกาศที่บรรจุผู้โดยสารได้เพียงไม่กี่คนกัน? ทั้งๆที่น่าจะรู้อยู่แก่ใจว่า ถ้าหากพากำลังคนมาน้อยเกินไปล่ะก็ แม้แต่ชีวิตของมันก็ไม่อาจรักษาเอาไว้ได้!

 

______เด็กหนุ่มผมสีแดงขยับมือกดควอนตัมคอมพิวเตอร์เพียงไม่กี่ครั้ง “รายงานท่านจอมพลขอรับ พวกเขาส่งสัญญาณตอบกลับมาว่า เป็นคนของโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งขอรับ”

 

______“โรงเรียนการทหารอันดับหนึ่ง?” ชายชราทวนคำด้วยความแปลกใจ “พวกเขาอยู่ไกลกว่าพวกเรามาก ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่เร็วนัก?”

 

______เด็กหนุ่มผมแดงกระซิบเสียงแผ่วเบา “ถ้าอยากให้ผมตรวจสอบอย่างละเอียดล่ะก็ คงต้องใช้เวลาครู่ใหญ่ขอรับ”

 

______จอมพลเฮกกลับส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่ต้อง… ไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใด” เขาหันไปต่อสายหาฮัลด์เพื่อสอบถามรายละเอียดทันที ทำให้เขารู้เรื่องของกลุ่มคนที่อยู่บนเรือรบอวกาศลำนั้นจากปากของฮัลด์เอง

 

______“ระดับS? โอ้… ไม่ได้เจอมานานเลย” จอมพลเฮกดัดนิ้วมือดังกร๊อบแกร๊บ

 

______เด็กหนุ่มผมแดงอดไม่ได้ที่จะ ‘เตือนสติ’ อีกฝ่าย “ท่านขอรับ อธิการบดีฮัลด์กำชับว่า หากท่านแตะต้องนักเรียนของเขาล่ะก็ เขาจะไม่ไว้หน้าท่านเด็ดขาด”

 

______จอมพลเฮกลูบคางพลางกล่าวด้วยสีหน้าใสซื่อบริสุทธิ์ “ข้าบอกว่าจะทำร้ายนักเรียนของเขาหรือไร? อันที่จริงโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งอยู่ห่างไกลจากที่นี่มาก  การเดินทางด้วยเรือรบอวกาศลำเล็กแบบนั้นย่อมไม่ปลอดภัยนัก และข้าในฐานะสหายเก่าของฮัลด์จะใจดำปล่อยนักเรียนของเขาไปโดยไม่ดูดำดูดีได้อย่างไร…  เอาล่ะ ติดต่อไปยังเรือรบอวกาศลำนั้นว่า ข้าจะพาพวกเขากลับเมืองหลวงเอง”

 

______เด็กหนุ่มติดต่อไปยังเรือรบลำนั้นตามคำสั่งทันที

 

______เด็กหนุ่มผู้ยืนอยู่ข้างกายของชายชราพลันมุมปากกระตุกวูบ… ท่านปู่ทำหน้าเจ้าเล่ห์แบบนี้หมายความว่า  ถึงจะยังแตะต้องพวกเขาในตอนนี้ไม่ได้ แต่ถ้าแค่มอบความประทับใจเล็กๆน้อยๆให้กับพวกเขาล่ะก็ คงไม่มีปัญหาอันใด… อีกทั้งหลังจากที่พวกเขาจบการศึกษาจากโรงเรียนการทหาร ขอเพียงข้อเสนอของเราไม่ด้อยกว่าคนอื่นมากนัก ย่อมมีโอกาสสูงมากที่จะดึงตัวพวกเขาเข้ากองทัพได้…

 

______ด้วยเหตุนี้หลินหลินจึงให้พวกแฟรงค์นำเรือรบอวกาศที่เช่ามาไปคืนที่ดาวเอิร์ล ส่วนตนก็พานักเรียนทั้งสามคนขึ้นเรือรบอวกาศของกองทัพรัฐบาล ซึ่งทันทีที่ถูกพามายังห้องกัปตัน พวกเขาก็พบกับ… จอมพลเฮก โบแลนด์ผู้รอต้อนรับด้วยรอยยิ้มอบอุ่น

 

______หลินหลินพลันรู้สึกเสียวสันหลังวาบ “….”

 

______รู้สึกว่ารอยยิ้มของจอมพลเฮกกับรอยยิ้มพิฆาตของอธิการบดีฮัลด์ช่างคล้ายกันเสียนี่กระไร…

 

______หลินหลินลอบตื่นตระหนกในใจขณะเดินเข้าไปทำความเคารพจอมพลเฮกตามมารยาท

 

______คณาจารย์ทุกท่านของโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งล้วนเป็นทหารในกองทัพ… หนึ่ง เพื่อให้นักเรียนได้สัมผัสและคุ้นชินกับสนามรบอย่างเต็มที่… สอง หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นขณะปฏิบัติภารกิจ ก็สามารถขอความช่วยเหลือจากทหารกองอื่นได้

 

______“หึหึ… คุณคงเป็นอาจารย์หลินหลินกระมัง? วิเศษ! หน่วยก้านไม่เลวเลย” เฮกกลั้วหัวเราะ

 

______สีหน้าของหลินหลินดูเคร่งเครียดขึ้นมาทันใด แม้อายุอานามจะเกือบห้าสิบปีแล้ว ทว่าในสายตาของจอมพลเฮกวัยหนึ่งร้อยห้าสิบปีนั้น เขายังเป็นแค่ชายหนุ่มวัยละอ่อน…

 

______“อืม พวกเธอคือนักเรียนจากโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งหรือ? ใช้ได้ๆ” จอมพลเฮกหันมาสนใจลั่วซิวเจ๋อที่ยืนอยู่ด้านข้างอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งหวานเจี๊ยบมากขึ้น

 

______“ให้เดาว่า เจ้าคือลั่วซิวเจ๋อใช่หรือไม่?” แววตาของจอมพลเฮกทอประกายวาววับขณะจ้องมองลั่วซิวเจ๋อนิ่ง

 

______ทันใดนั้นทุกคนพลันสะดุ้งสุดตัวเมื่อรู้สึกถึงคลื่นพลังจิตมหาศาลที่ไหลผ่านร่างกายของตนอย่างรวดเร็ว

 

______“โอ้… ยอดเยี่ยม” จอมพลเฮกกลับพบว่า พลังจิตของตนไม่สามารถทะลวงผ่านเกราะห์ป้องกันของลั่วซิวเจ๋อ เขายิ่งรู้สึกตื่นเต้นดีใจมากกว่าเดิม

 

______นอกจากลั่วซิวเจ๋อแล้ว พลังจิตของหลานเจี๋ยนับว่าเฉียบคมไม่เบา แต่พลังจิตของฉีหนานกลับทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อ… ถ้าไม่ใช่เพราะพลังจิตของลั่วซิวเจ๋อชวนให้รู้สึกลึกลับและหยั่งไม่ถึงแล้วล่ะก็ เขาคงคิดว่า ฉีหนานคือลั่วซิวเจ๋อเสียแล้ว…

 

______เมื่อคิดเช่นนั้น จอมพลเฮกก็อดอิจฉาตาแก่ฮัลด์ไม่ได้… ไม่รู้มันโชคดีมาจากไหน ถึงคว้าเอานักเรียนชั้นยอดถึงสองคนมาไว้ในมือแบบนี้

 

______แน่นอนว่า สองคนนั้นหมายถึงลั่วซิวเจ๋อกับฉีหนาน… แม้หลานเจี๋ยจะแข็งแกร่งไม่เบา แต่ในสายตาของจอมพลเฮก ทหารที่ไม่เคยสู้ในสมรภูมิรบหาใช่ทหารไม่

 

______(อยู่ๆหลานเจี๋ยก็รู้สึกปวดใจแปลกๆ…)

 

______“เสี่ยวลั่ว… แม้เจ้าจะเพิ่งอยู่ปีหนึ่ง แต่เจ้าวางแผนอนาคตของเจ้าแล้วหรือยัง?” จอมพลเฮกตบไหล่ของลั่วซิวเจ๋อพลางเอ่ยถามอย่างสนิทสนม

 

______“แค่กๆๆ…” หลินหลินถึงกับสำลักน้ำลายด้วยความตกใจจนเผลอไอออกมาเสียงดัง

 

______จอมพลเฮกหันมามองหลินหลินด้วยสีหน้ายิ้มแย้มไร้เดียงสา ซึ่งหลินหลินเองก็จ้องตอบด้วยรอยยิ้มแบบเดียวกัน

 

______ทั้งสองสบสายตากันเนิ่นนาน… สุดท้ายจอมพลเฮกก็เป็นฝ่ายเบือนหน้าหลบพลางนึกค่อนขอดในใจ… จะตาแก่นั่นหรืออาจารย์ของพวกมันก็ดี ประคบประหงมลูกศิษย์ของพวกมันเสียจริง… กองทหารที่หนึ่งของเขามิใช่ถ้ำเสือหรือบ่อจระเข้ ไยต้องร้อนตัวขนาดนี้เล่า

 

______หลินหลินลอบปาดเหงื่อเย็นเยียบที่ไหลอาบหน้า… อธิการบดีกำชับให้ตนดูแลลั่วซิวเจ๋อเป็นอย่างดี ถ้าหากเผลอปล่อยให้อีกฝ่ายถูกจอมพลเฮกดึงตัวไปล่ะก็ เขาคงรับผิดชอบไม่ไหวเป็นแน่…

 

______ขณะที่จอมพลเฮกกับลั่วซิวเจ๋อกำลังพูดคุยสัพเพเหระกันอยู่ หลานเจี๋ยกับฉีหนานก็เริ่มเกร็งจนตัวแข็งด้วยความตื่นเต้น

 

______ในฐานะเสาหลักของรัฐบาล จอมพลเฮกคือจอมพลที่มีประสบการณ์โชกโชนด้านการต่อสู้มากที่สุดในบรรดาสามจอมพลของรัฐบาล ทั้งๆที่ครอบครัวของเขาเป็นเพียงสามัญชนทั่วไป และไม่ได้มีพรสวรรค์โดดเด่นอันใด ความสำเร็จของเขาในวันนี้มาจากการสั่งสมคุณงามความดีและทำภารกิจมากมายมาทั้งชีวิต

 

______เป็นแบบอย่างของพลเรือนทั่วไปในรัฐบาลอย่างแท้จริง!

 

______จอมพลเฮกให้ความสนใจในตัวลั่วซิวเจ๋อเป็นอย่างมาก ทั้งท่าทางและน้ำเสียงที่ไม่ก้าวร้าวแต่ไม่อ่อนน้อมจนเกินไปของอีกฝ่ายยิ่งทำให้เขาพึงพอใจเป็นพิเศษ

 

______ทว่าจอมพลอย่างเฮกย่อมมีธุระมากมายที่รอให้สะสาง หลังจากสนทนาได้เพียงไม่กี่คำ ผู้ช่วยของเขาก็ขยับเข้ามายืนอยู่ข้างกายอย่างเงียบงัน

 

______เฮกส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายรอก่อน ขณะหันมาคุยกับพวกลั่วซิวเจ๋อ “ดูสิ ทุกวันมีแต่งานเข้ามาไม่หยุดเลย” น้ำเสียงของเขาพลันแปรเปลี่ยน “พวกเจ้าเพิ่งเคยขึ้นเรือรบอวกาศลำใหญ่เป็นครั้งแรกกระมัง ถ้ายังไงลองเดินชมรอบๆสักครั้งดีหรือไม่? ฮอดจ์… พาพวกเขาไปเยี่ยมชมเรือรบของเรา… พวกเจ้ายังหนุ่มยังแน่น น่าจะคุยกันถูกคอนะ”

 

______เด็กหนุ่มผู้ช่วยส่วนตัวของเฮกก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าวพลางคลี่ยิ้มให้กับพวกลั่วซิวเจ๋ออย่างเป็นมิตร “สวัสดี ผมชื่อฮอดจ์ เป็นผู้ช่วยของจอมพลเฮก… เชิญตามผมมาเถิด”

 

______หลินหลินบ่นพึมพำด้วยความลังเล “ถ้าเช่นนั้น… ลั่วซิวเจ๋อ ฉีหนาน หลานเจี๋ย… พวกนายสามคนไปเดินเล่นกับฮอดจ์เถอะ” หลินหลินรู้ว่า จอมพลเฮกถูกใจพวกลั่วซิวเจ๋อมาก ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องแปลกเลย… ขอเพียงจอมพลเฮกไม่ชิงตัวพวกเขาไปซึ่งๆหน้า เรื่องอื่นก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะเข้าไปก้าวก่ายได้… ในฐานะอาจารย์ เขาย่อมไม่มีทางตัดโอกาสของลูกศิษย์ ฉะนั้นเรื่องนี้ควรปล่อยให้ทั้งสองฝ่ายตกลงกันเองจะดีกว่า…

 

______เมื่อฮอดจ์ได้ยินดังนั้น รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งสดใสและเปล่งประกายมากกว่าเก่า… เขาได้ยินตอนที่จอมพลเฮกคุยโทรศัพท์เมื่อสักครู่ ทำให้เขาตระหนักถึงความสำคัญของยอดฝีมือระดับ S คู่ที่มีต่อกองทัพของตนเป็นอย่างดี

 

______กองทัพเป็นการร่วมต่อสู้ที่ต้องใช้ความสามัคคีเป็นหลัก… แม้พลังของคนคนเดียวจะแข็งแกร่งเพียงไร ก็ไม่มีผลเมื่ออยู่ในสมรภูมิรบอันดุเดือด… ทว่ายอดฝีมือระดับ S คู่เพียงคนเดียวนั้นช่างทรงพลังและแข็งแกร่งไร้เทียมทานนัก

 

______ถ้าหากให้ท่านปู่จัดการล่ะก็ จะต้องปั้นลั่วซิวเจ๋อให้เป็นเสาหลักใหม่ของกองทัพได้อย่างง่ายดายเหมือนกับที่เคยผลักดันพลตรีคลิฟฟอร์ดอย่างแน่นอน!

 

______คิดว่าสภาพของกองทหารที่สิบหกเมื่อก่อนเป็นเช่นไร? เกือบจะโดนปลดแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะพลตรีคลิฟฟอร์ดใช้พรสวรรค์เฉพาะตัวดึงผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนเข้าร่วมกองทหารของตน และยังผ่านสมรภูมิรบอย่างโชกโชนพร้อมกับทำภารกิจสำเร็จได้อย่างงดงาม จนกองทหารที่สิบหกกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง แถมยังเหนือกว่ากองทหารเจนศึกหลายกองอีกด้วย!

 

______เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ฮอดจ์ก็รู้สึกเดือดดาลขึ้นมาทันที หน้าตาหล่อเหลาแล้วอย่างไร! สาเหตุที่พลตรีคลิฟฟอร์ดโด่งดังในกองทัพมิใช่รูปร่างหน้าตาหล่อเหลาของเขาหรือไง!

 

______หากเทียบผลงานกันแล้ว ท่านปู่วัยเจ็ดสิบยังสร้างคุณงามความดีได้มากกว่าเจ้าหมอนั่นเลย!

 

______แน่นอนว่า… การเปรียบเทียบผลงานระหว่างพลตรีวัยสี่สิบกว่าปีกับจอมพลวัยหนึ่งร้อยห้าสิบปีจะเป็นเรื่องไม่ยุติธรรม แต่ฮอดจ์ก็ไม่สนใจ… ในฐานะหลานชายของจอมพลเฮก เขาย่อมเข้าข้างท่านปู่อยู่แล้ว!

 

______ฮอดจ์นำทางทุกคนเดินชมไปทั่วเรือรบอวกาศ ยกเว้นพวกจุดยุทธศาสตร์สำคัญของเรือรบอวกาศ…

 

______เรือรบอวกาศของรัฐบาลจะแบ่งตามภูมิภาค อาทิเช่น ระดับแขวง, ระดับเขต, ระดับจังหวัด และระดับประเทศ ซึ่งเรือรบอวกาศของจอมพลเฮกคือระดับประเทศและเป็นเรือรบอวกาศที่ลำใหญ่ที่สุดของรัฐบาล ทั้งอาวุธและอะไหล่ทุกชิ้นแทบจะเป็นกำลังรบที่แข็งแกร่งที่สุดเลยก็ว่าได้

 

______ฉีหนานและลั่วซิวเจ๋อต่างก็เคยเรียนเรื่องพวกนี้แล้ว ทว่าเรือรบเสมือนจริงไม่อาจเทียบชั้นกับเรือรบอวกาศของจริงได้อย่างแน่นอน… เมื่อได้ยืนบนเรือรบลำนี้ ไม่ว่าใครก็ต้องรู้สึกถึงแข็งแกร่งที่ยากจะต้านทาน!

 

______“ยอดไปเลย!” ฉีหนานทอดมองออกไปยังห้วงอากาศด้านนอกหน้าต่างพร้อมกับอุทานด้วยความตื่นเต้น

 

______ฮอดจ์อมยิ้มน้อยๆ… ตอนที่เขาขึ้นมาบนเรือลำนี้เป็นครั้งแรก เขาเองก็ตื่นเต้นซะจนทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน… พอได้เห็นท่าทางของฉีหนานในขณะนี้แล้ว ชวนให้นึกถึงตัวเองในตอนนั้นเหลือเกิน

 


ไหน้ำส้มแอบกระฉอกมั๊ยนั่น = V =

ตอนหน้าแอบดีต่อใจ * V *

ขอบคุณสำหรับทุกการรอคอยและกำลังใจนะคะ

ปล.พลตรีคลิฟฟอร์ดคือคนที่เคยสู้กับพี่ลั่วกับน้องฉีและให้ตั๋วมาเรียนที่โรงเรียนจ้า 🙂