0 Views

บทที่ 111

 

________ทันใดนั้นดาวเคราะห์กรีนฟอเรสพลันลุกเป็นไฟ ทุกกองกำลังเริ่มส่งคนไปสอดแนมว่า พวกเฮลได้สมบัติอะไรมากันแน่

 

________ขณะนี้สถานการณ์ของพวกเฮลยังไม่สู้ดีนัก ทำให้ความลับเรื่องเก้าอี้จักรกลที่สามารถควบคุมดาวเคราะห์ดวงนี้รั่วไหลออกไปอย่างรวดเร็ว

 

________ยึดครองดาวเคราะห์ที่เปี่ยมไปด้วยพลังงานดวงนี้เอาไว้แต่เพียงผู้เดียว???

 

________สมบัติล่อตาล่อใจขนาดนี้ใครเล่าจะต้านทานไหว ทุกคนต่างคว้าอาวุธของตนเข้าปิดล้อมดาวเคราะห์กรีนฟอเรสอย่างบ้าคลั่ง

 

________กฎห้ามใช้อาวุธหนักก่อนหน้านี้กลายเป็นเรื่องน่าหัวเราะ… ภายในระยะเวลาสั้นๆเพียงสามวัน ก็เกิดสมรภูมิรบไม่ต่ำกว่ายี่สิบแห่งบนดาวดวงนี้

 

________ลั่วซิวเจ๋อฟังสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจากหลินหลินด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เพราะเสี่ยวเคเคลียร์สัญญาณของดาวดวงนี้ ทำให้ระบบสื่อสารสามารถกลับมาใช้ได้อย่างราบรื่น ขณะเดียวกันก็ยิ่งทวีคูณความรุนแรงมากขึ้นไปอีก… จะว่าไป ถ้าหากการที่ต้นไม้แห่งพระเจ้าพบกับพวกเขาเป็นชนวนที่ทำให้เกิดสงครามขึ้นแล้วล่ะก็ เกรงว่าพวกตนคงโดนรุมฆ่าเป็นแน่

 

________เสี่ยวเคแกล้งตีหน้าซื่อไร้เดียงสา… ตอนนั้นมันคิดแค่จะเล่นงานแกลสเท่านั้น ใครจะไปรู้ว่า มันจะกลายเป็นแบบนี้เล่า… เรื่องทั้งหมดนี้ก็พูดได้เพียงว่า เกิดจากความละโมบอันเป็นสันดานของมนุษย์… ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับมันเลยมิใช่หรือ! เหมียว!

 

________“เข้าใจแล้ว… พวกเรารีบกลับไปกันเถอะ หมอนั่นบอกว่า จะให้เวลาพวกเราสามวัน… แต่ถ้าสงครามรุนแรงมากขึ้นล่ะก็ ไม่แน่มันอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้… จะว่าไปถ้ามีใครมาก่อเรื่องวุ่นวายอยู่ในบ้านของข้า ข้าเองก็เชือดพวกมันทิ้งเหมือนกัน” ฉีหนานเหลือบตามอง… ระหว่างที่ลั่วซิวเจ๋อกับต้นไม้แห่งพระเจ้าพูดคุยกัน เขาที่ยืนอยู่ใกล้ๆย่อมได้ยินเงื่อนไขที่ต้นไม้แห่งพระเจ้าบอกมา

 

________“อืม รีบไปกันเถอะ” ลั่วซิวเจ๋อไม่คิดจะปิดบังหรือแพร่งพรายเรื่องต้นไม้แห่งพระเจ้าออกไป

 

________ชายหน้าตกกระกับชายสวมหน้ากากรู้แค่เพียงมีผู้ที่แข็งแกร่งยึดครองดาวเคราะห์ดวงนี้ได้สำเร็จ และคนผู้นั้นไม่ชอบให้ใครมายุ่มย่ามบนดาวของตนนัก จึงเริ่มทำการขับไล่ทุกคนออกไปให้หมด

 

________ดังนั้นชายหน้าตกกระจึงยังมีท่าทีฉงนสงสัยอยู่

 

________เขาเชื่อว่า ลั่วซิวเจ๋อไม่มีทางโกหกหลอกลวงเขาแน่นอน… ถึงจะโกหกเขาไปแล้วจะได้อะไร แต่ถ้าอยากให้เขาเชื่อว่า มีคนผู้หนึ่งทรงอำนาจขนาดที่สามารถครอบครองดาวกรีนฟอเรสดวงนี้ได้… มันก็ออกจะน่าสงสัยเกินไปหน่อย

 

________แต่ถึงอย่างไรเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับเขา… เขาเป็นแค่ลูกจ้างคนหนึ่ง อีกทั้งค่าจ้างที่ได้ก่อนหน้านี้ก็มากเกินพอแล้ว ต่อให้ถอนตัวออกไปตอนนี้ก็ไม่ขาดทุน… แล้วทำไมจะต้องคิดมากกับเรื่องของคนอื่นด้วยเล่า!

 

________ทุกคนรีบรุดกลับไปยังที่พักอย่างรวดเร็ว… หลายวันมานี้หลินหลินเป็นห่วงความปลอดภัยของพวกเขามาก บัดนี้ได้เห็นอีกฝ่ายกลับมาอย่างปลอดภัยแล้วจึงสบายใจได้เสียที… และเมื่อได้ฟังเรื่องทั้งหมดจากลั่วซิวเจ๋อ เขาก็ตอบตกลงโดยไม่ลังเลทันที

 

________พูดเป็นเล่นน่า… ตอนนี้ทุกอย่างมันชุลมุนวุ่นวายไปหมด ต่อให้พวกเขาอยู่ที่นี่ก็คงเก็บแม้แต่เกสรดอกไม้สักหยดไม่ได้… อีกอย่างได้ยินว่า ช่วงสองสามวันมานี้เกิดการซุ่มโจมตีอย่างต่อเนื่องจนคณะเดินทางเล็กๆมากกว่าหกกลุ่มถูกฆ่าทิ้งและอำพรางจนไม่เหลือร่องรอยใดๆ

 

________เมื่อวานมีคนบางกลุ่มลอบเข้ามาสอดแนมบริเวณที่พักของพวกเขา โชคดีที่พวกแฟรงค์วางกับดักเอาไว้อย่างรัดกุม ทำให้อีกฝ่ายกลับไปมือเปล่าและไม่กล้าเข้ามาใกล้อีกต่อไป… แม้แต่จะแอบสอดแนมต่อไปยังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

 

________หลินหลินตัดสินใจส่งสัญญาณเรียกให้เรือรบอวกาศกลับมารับพวกตนทันที

 

________หลังจากที่ทุกคนขึ้นไปบนเรือรบอวกาศและออกบินผ่านชั้นบรรยากาศ ก่อนจะหยุดลงในห้วงอวกาศอันมืดมิด

 

________ลั่วซิวเจ๋อกับชายหน้าตกกระช่วยกันเล่าเรื่องราวที่พวกตนพบเจอมาและแบ่งแท่งพลังงานให้คนละส่วน

 

________ทั้งหลินหลินและหลานเจี๋ยต่างตื่นเต้นยินดีกับสมบัติที่ไม่คาดฝันนี้… พวกเขาเดินทางมาในนามของโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่ง ทว่าก่อนที่จะเข้าไปอยู่ภายใต้การคุ้มครองของโรงเรียนการทหาร สมบัติเหล่านี้ย่อมถือเป็นของพวกเขา ฉะนั้นแท่งพลังงานที่มีมูลค่าสูงเหล่านี้ย่อมทำให้ทุกคนดีใจเป็นที่สุด

 

________ลั่วซิวเจ๋อใช้ช่องสื่อสารสาธารณะของเรือรบอวกาศประกาศถึงเงื่อนไขของต้นไม้แห่งพระเจ้าออกไปให้ทุกคนรับทราบ…

 

________แต่น่าเสียดาย… ไม่มีทางที่คนพวกนี้จะรับฟังและยินยอมทำตามคำประกาศ แถมยังด่าทอกล่าวหาว่า เจ้าของเสียงประกาศเป็นผู้มีอิทธิพลที่คิดจะยึดครองดาวกรีนฟอเรสเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว

 

________ลั่วซิวเจ๋อย่อมคาดการณ์ถึงผลลัพธ์นี้ได้อยู่แล้ว เหตุผลที่ตนประกาศออกไปก็เพราะมันเป็นข้อเรียกร้องของต้นไม้แห่งพระเจ้าเท่านั้น… พูดตามตรง ต่อให้พวกมันเข่นฆ่ากันด้วยความละโมบจนหมดสิ้น มันก็ไม่ใช่เรื่องของเขา!

 

________หลังจากที่เฝ้าดูสมรภูมิรบที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆอยู่ในอวกาศถึงสามวัน… ลั่วซิวเจ๋อยังต้องยอมรับในสัจจะของต้นไม้แห่งพระเจ้าที่ทำตามข้อตกลงโดยยอมรอให้ครบกำหนดสามวันและไม่ลงมือฆ่าใครก่อนแม้แต่คนเดียว

 

________ขณะที่พวกลั่วซิวเจ๋อจับตามองดาวกรีนฟอเรสอยู่ห่างๆ… กองทัพเรือรบอวกาศหนึ่งกองพลันพุ่งทะยานออกมาจากรูหนอนและมุ่งหน้าไปทางดาวกรีนฟอเรสอย่างรวดเร็ว… ชายชราผู้หนึ่งกำลังยืนอยู่ในห้องกัปตันด้วยสีหน้าบึ้งตึงเคร่งเครียดคล้ายกับมีคำว่า ‘กำลังอารมณ์ไม่ดี’ แปะหราอยู่บนหน้าผากก็ไม่ปาน

 

________“ท่านปู่…” เด็กชายหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูกำลังโยกมือของชายชราไปมาไม่หยุดอย่างร่าเริง

 

________“พอได้แล้ว เจ้าเด็กโง่!” ชายชราก้มหน้ามาดุเด็กชายด้วยใบหน้าเกรี้ยวกราด

 

________น่าเสียดายที่เด็กชายรู้ดีถึงนิสัยของพยัคฆ์เฒ่าผู้นี้ จึงกลั้วหัวเราะเสียงสดใส “เอาเถิด ท่านปู่… อย่าดุข้าเลย ท่านก็รู้ว่านี่เป็นภารกิจของข้า”

 

________“ภารกิจบ้าอะไรกัน!” ชายชรายังคงโมโหโกรธเกรี้ยว “อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่า อาจารย์เจ้ายุให้เจ้ามาขอร้องข้า! และข้ายอมให้เจ้าทำภารกิจก็เพื่อให้เจ้าไปศึกษาหาความรู้ ไม่ใช่ให้เจ้าทำตามอำเภอใจเช่นนี้!”

 

________“ท่านปู่… อย่าพูดอย่างนั้นสิ… ยังไงมันก็เป็นภารกิจของกองทัพไม่ใช่หรือ อาจารย์แค่เอ่ยปากนิดเดียวก็ทำให้ภารกิจนี้มาอยู่ในกำมือของพวกเราแล้ว” เด็กชายพูดออดอ้อนอย่างน่าเอ็นดูพลางลอบส่งสายตาไปยังผู้ช่วยที่ยืนอยู่ด้านข้างอย่างเงียบๆ

 

________ทว่าเด็กหนุ่มผู้นั้นยังไม่ทันจะได้เอ่ยปาก ชายชราก็ตวัดสายตามาหยุดเอาไว้เสียก่อน “อย่ามายุ่ง! ข้าจะจัดการกับเจ้าทีหลังแน่!”

 

________เด็กหนุ่มได้แต่หุบปากยืนนิ่งอยู่กับที่… แม้การหมางเมินลูกพี่ลูกน้องตัวน้อยออกจะใจร้ายเกินไปหน่อย แต่ตอนนี้เขาเป็นผู้ช่วยของชายชราผู้นี้แล้วจะทำอะไรได้เล่า… หากพูดอะไรไม่เข้าท่าออกไปล่ะก็ ท่านปู่จะต้องเล่นงานเขาอย่างไม่ไว้หน้าแน่ และคงส่งเขาไปฝึกโหดกับกองทหารรักษาการณ์อีกครั้ง… ฉะนั้นเพื่อความปลอดภัยของตัวเขาเองแล้ว พึ่งตัวเองเถิดนะ ลูกพี่ลูกน้องที่รัก…

 

________เมื่อเห็นตัวช่วยของตนโดนท่านปู่ใช้สายตาข่มขู่จนกลัวหดหัวไปแล้ว เด็กชายก็นึกดูถูกอีกฝ่ายในใจ… อันที่จริงท่านปู่น่ะใจดีและมีเมตตามาก แต่ท่านทำเป็นเข้มงวดจริงจังกับทุกคนมากก็แค่นั้น…  คงมีแค่ตนเพียงคนเดียวในตระกูลที่กล้าทำตัวออดอ้อนเหมือนเด็กต่อหน้าท่านปู่เช่นนี้… ถ้าพูดให้ถูกก็คือ ทุกคนถูกหน้ากากอันเข้มงวดของท่านปู่ข่มขวัญจนตัวสั่นกันไปเอง…

 

________“ท่านปู่…” เด็กชายกอดหมับเข้าที่ต้นขาของชายชราพลางใช้ดวงตาที่มีน้ำตาสีใสเอ่อคลอกะพริบเบาๆอย่างออดอ้อน

 

________ชายชราลอบถอนหายใจอย่างเงียบงัน ก่อนจะลูบหัวของเด็กชายเบาๆ… เดิมทีเขาไม่คิดจะเข้าไปพัวพันกับเรื่องนี้ เพราะช่วงนี้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นในตระกูลมากเหลือเกิน เขาอยากจะจัดการให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่าทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่คิด  ดันมีคนอยากเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสมรภูมินั้นเสียได้!

 

________การที่เพื่อนเก่าของเขาส่งหลานชายตัวน้อยกลับมาหาได้ต้องการบีบบังคับตน แต่เพื่อเตือนเขา… ซึ่งเขาไม่สามารถปฏิเสธได้แน่ เมื่อมองหลานชายน่ารักน่าเอ็นดูเพียงคนเดียวในตระกูลที่กล้าออดอ้อนต่อหน้าตน ชายชราก็คลี่ยิ้มอ่อนใจ

 

________ในเมื่ออีกฝ่ายอยากดึงตระกูลโบแลนด์เข้าไปเกี่ยวนัก ก็อย่าหาตระกูลโบแลนด์ไม่เกรงใจล่ะกัน! คิดจะแย่งเนื้อในปากของเขา ระวังจะโดนขย้ำแทน!

 

________ชายชราเผยสีหน้าเหี้ยมเกรียมพลางเรียกหัวหน้ากองทหารรักษาการณ์ของตนมาสั่งการบางอย่าง… คนพวกนี้คิดว่า เขาจะเดินทางออกจากตระกูลโดยทิ้งคนที่อยู่ข้างหลังงั้นหรือ? เขาจะทำให้พวกมันได้เห็นว่า ผลของการมาหาเรื่องตระกูลโบแลนด์!

 

________“เป้าหมายคือ ดาวกรีนฟอเรส! ออกเดินทาง!” ชายชราตะโกนก้องด้วยน้ำเสียงฮึกเหิม

 

________“รับทราบ หัวหน้า!” ทุกคนในห้องกัปตันขานรับอย่างพร้อมเพรียง

 

________เด็กชายจ้องมองท่านปู่ด้วยความแปลกใจปนงุนงง ไม่เข้าใจว่าทำไมท่านปู่ผู้เคร่งขรึมถึงกระตือรือร้นขึ้นมาอย่างกะทันหัน…

 

________ชายชราลูบศีรษะของเด็กชายด้วยรอยยิ้มอบอุ่น “เจ้ายังเด็กนัก มีเรื่องที่เจ้าต้องเรียนรู้อีกมาก”

 

________เด็กชายพยักหน้ารับแม้จะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่นัก ก่อนจะหันไปมองทุกคนในห้องด้วยแววตาสดใส… พอจะเข้าใจแล้วว่า ทำไมทุกคนถึงบอกว่าท่านปู่คือเสาหลักของกองทัพ ผู้เอ่ยปากสั่งแค่คำเดียวก็สามารถทำให้กองทัพลุกเป็นไฟได้อย่างง่ายดาย

 

________กองทัพเรือรบอวกาศอันยิ่งใหญ่กำลังมุ่งหน้าไปยังดาวกรีนฟอเรสตามคำสั่งของรัฐบาล แต่สิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมายของพวกเขาคือ ภาพที่พวกเขาเห็นยามมาถึงดาวกรีนฟอเรสหาใช่ภาพทุกคนแก่งแย่งทรัพยากรบนดาวดวงนี้อย่างบ้าคลั่ง กลับเป็นภาพเรือรบอวกาศที่เสียหายยับเยินหลายร้อยลำกับผู้คนที่กำลังตื่นตระหนกหวาดกลัว

 

________“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” ชายชราหรือจอมพลเฮก โบแลนด์จ้องมองเศษซากยานอวกาศที่ลอยออกมาจากดาวกรีนฟอเรสสู่ห้วงอวกาศด้วยสายตาเยียบเย็น ก่อนจะเอ่ยถามเสียงต่ำ

 

________เด็กหนุ่มผมสีแดงผู้กำลังค้นหาเรือรบอวกาศที่พอใช้การได้จากเศษซากจำนวนไม่ถ้วน ได้ช่วยติดต่อมาเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้พวกเขาฟัง

 

________ตอนแรกทุกคนต่างกอบโกยแท่งพลังงานบนดาวกรีนฟอเรสกันอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของการค้นพบดาวเคราะห์ดวงใหม่เช่นนี้ ทว่าหลังจากนั้นกลับเกิดเรื่องที่ไม่คาดฝันขึ้น

 

________หลังจากที่ฐานทัพปริศนาถูกพบ พวกโจรสลัดอวกาศก็เริ่มต่อสู้เข่นฆ่ากันเองอย่างดุเดือด และเนื่องจากพวกมันใช้อาวุธหนักในการต่อสู้ ผู้คนจำนวนมากจึงโดนลูกหลงไปด้วย ทำให้สถานการณ์ยิ่งยุ่งเหยิงวุ่นวายมากขึ้นไปอีก… แน่นอนว่า พวกเขาอยากเล่นงานกลุ่มโจรสลัดอวกาศเหล่านั้น แต่การต่อสู้ระหว่างกลุ่มโจรสลัดอวกาศนั้นดุเดือดและรุนแรงมากจนคณะเดินทางเล็กๆอย่างพวกเขาไม่กล้าสอดมือเข้าไปยุ่ง… ฉะนั้นศูนย์กลางของสงครามในครั้งนี้จึงเป็นการปะทะกันระหว่างกลุ่มโจรสลัดอวกาศทั้งสามกลุ่ม โดยมีพวกเขาคอยเฝ้ามองและรอจังหวะเล่นงานอีกฝ่าย..

 

________แต่ยังไม่ทันที่กลุ่มโจรสลัดอวกาศทั้งสามกลุ่มจะตัดสินหาผู้ชนะ ทันใดนั้นก็เกิดภัยพิบัติขึ้นเสียก่อน… ทั้งแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิด… ดาวเคราะห์ที่เคยอุดมสมบูรณ์และมีทิวทัศน์อันสวยสดงดงามกลับกลายเป็นนรกอเวจีภายในวันเดียว

 

________ภูเขาไฟเหล่านั้นกำลังปล่อยสะเก็ตไฟพร้อมกับลาวาอันร้อนระอุออกมาจากปากปล่องภูเขาไฟไม่หยุด… ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือไร เมื่อกองทัพเรือรบอวกาศที่เคยสังเกตการณ์อยู่บนท้องฟ้าถูกสะเก็ดไฟพุ่งเข้าใส่จนร่วงหล่นลงมาสู่ผืนดิน หลังจากนั้นคณะเดินทางจำนวนมากที่ตั้งแคมป์อยู่ในป่าก็เริ่มมีการเคลื่อนไหว เพราะมหันตภัยในครั้งนี้ทำให้ทุกคนได้รับความเสียหายอย่างหนักหน่วง

 


งานนี้พี่ลั่วขอชมความวอดวายอยู่ใกล้ๆอย่างสนุกสนาน 5555+…

ขอบคุณสำหรับทุกการรอคอยและทุกกำลังใจนะคะ 🙂