0 Views

บทที่ 110

 

________ดูเหมือนว่าต้นอ่อนน้อยจะอยู่กับเจ้านายของมันมาตลอด จนกระทั่งเจ้านายทั้งสองออกบินเพื่อมุ่งหน้าสู่ดาวเคราะห์ดวงใหม่อีกครั้ง!

 

________ต้นอ่อนตัดสินใจแยกทางกับเจ้านายทั้งสองบนดาวเคราะห์ดวงนี้ ไม่ใช่ว่าพวกเขาเป็นคนไม่ดี แต่ต้นอ่อนคิดว่า ตนอยากจะออกตามหาเส้นทางที่จะเดินต่อไปของตัวเอง

 

________หลังจากนั้นต้นอ่อนก็ค่อยๆเติบใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ วันหนึ่งมันได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของศัตรูจนหล่นมายังดาวเคราะห์ดวงนี้

 

________มันต้องหยั่งรากลึกลงไปเชื่อมต่อกับแกนกลางของดาวดวงนี้เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ จนเวลาผันผ่านไปหลายหมื่นปีโดยไม่ทันรู้ตัว เมื่อมันหายเป็นปกติและรู้สึกตัวอีกครั้งก็พบว่า มันได้รวมเป็นหนึ่งเดียวกับแกนกลางของดาวดวงนี้เสียแล้ว ฉะนั้นจึงไม่อาจออกไปจากดาวเคราะห์ดวงนี้ได้อีกต่อไป

 

________โชคดีที่เดิมทีต้นอ่อนต้นนี้มีนิสัยรักสงบ อีกทั้งตอนนี้มันก็รู้สึกเหนื่อยกับเรื่องราวต่างๆมากมายที่เคยพบเจอ ฉะนั้นมันจึงปักหลักอยู่ที่นี่เรื่อยมา

 

________อีกทั้งดาวเคราะห์ดวงนี้ยังเปรียบเสมือนสวนหลังบ้านของมัน บัดนี้มีผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนเข้ามาทำลายสวนหลังบ้านของมันจนยับเยิน แล้วเจ้าบ้านอย่างมันจะยอมได้อย่างไรกัน!

 

________“เพราะฉะนั้น…” ลั่วซิวเจ๋อยิ้มเจื่อนๆ “ท่านเลยอยากให้ข้าไล่คนพวกนั้นออกไปหรือ?”

 

________“ถูกต้อง” เสียงทุ้มใหญ่และเรียบเฉยเสียงหนึ่งดังขึ้น

 

________ลั่วซิวเจ๋ออดยกมือขึ้นมาคลึงขมับไม่ได้ “ท่านประเมินข้าสูงเกินไปแล้ว ข้าสั่งคนพวกนั้นไม่ได้”

 

________“พลังจิตของเจ้าแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาคนพวกนั้น มีเพียงเจ้าที่ได้ยินเสียงเรียกของข้า” ต้นไม้แห่งพระเจ้ายังคงเยือกเย็น ดูเหมือนว่าลั่วซิวเจ๋อจะเป็นทางเลือกสุดท้ายของมัน

 

________ลั่วซิวเจ๋อยักไหล่ “ในเมื่อท่านอาศัยอยู่ที่นี่มาเนิ่นนาน ก็น่าจะรู้ว่า สถานการณ์ในตอนนี้ไม่ใช่สิ่งที่พลังของคนเพียงคนเดียวจะจัดการได้”

 

________ต้นไม้แห่งพระเจ้านิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะถอนหายใจเสียงแผ่ว “ก็ได้ ข้าเข้าใจความรู้สึกของพวกเจ้า แต่ว่า…” น้ำเสียงของต้นไม้แห่งพระเจ้าพลันเปลี่ยนไป “ข้าเชื่อว่า พวกเจ้าเองก็ต้องเข้าใจความรู้สึกของข้าเช่นกัน ถูกต้องหรือไม่?”

 

________หัวใจของลั่วซิวเจ๋อกระตุกวูบ “ท่านหมายถึง…?”

 

________“ไม่มีอะไร… ดาวดวงนี้คือบ้านของข้า ข้าไม่อาจทนมองคนอื่นมาทำลายบ้านของข้าตามอำเภอใจ” ต้นไม้แห่งพระเจ้ายังคงสงบเยือกเย็น

 

________“เพราะฉะนั้น…?”

 

________“เพราะฉะนั้นข้าจะปิดตายดาวเคราะห์ดวงนี้ในอีกสามวัน พวกเจ้าควรจะรีบหนีออกไปก่อนจะถึงเวลานั้น” ต้นไม้แห่งพระเจ้าเอ่ยเสียงเข้ม

 

________“สามวัน… ข้าเข้าใจแล้ว” ลั่วซิวเจ๋อพยักหน้ารับ เขาไม่คิดจะต่อรองเวลากับต้นไม้แห่งพระเจ้า… หากมองในมุมกลับกัน ถ้ามีใครกล้าล่วงล้ำเข้ามาในอาณาเขตของเผ่าพันธุ์เงือกล่ะก็ อย่าว่าแต่สามวันเลย ด้วยนิสัยของลั่วซิวเจ๋อ เจ้าตัวคงนำทัพออกไปกวาดล้างพวกมันภายในวันนั้นเป็นแน่

 

________ถึงอย่างไรต้นไม้แห่งพระเจ้าก็เป็นพืชชนิดหนึ่ง ย่อมอ่อนโยนมากกว่าตนแน่นอน… แต่ถ้าใครคิดจะล่อลวงต้นไม้แห่งพระเจ้า คงต้องคิดใหม่เสียแล้ว… อย่างน้อยลั่วซิวเจ๋อก็รู้สึกได้ว่า ต้นไม้แห่งพระเจ้าจะต้องมีไพ่เด็ดซ่อนอยู่ มิเช่นนั้นมันคงไม่มั่นใจที่จะยื่นข้อเสนอกับตนแน่นอน

 

________“ถ้าเช่นนั้นข้าหวังว่า เจ้าจะกระจายข่าวนี้ออกไป ข้าเองก็ไม่อยากเป็นฆาตกรเช่นกัน” ต้นไม้แห่งพระเจ้าอธิบายเสียงนุ่มนวล

 

________“ข้าเข้าใจแล้ว”

 

________“นี่คือของขวัญแทนคำขอบคุณจากข้า… ข้ารู้ว่า ถ้าเจ้าบอกเรื่องนี้ออกไป มันคงสร้างความลำบากให้กับเจ้าในอนาคตไม่น้อย”

 

________ต้นไม้แห่งพระเจ้ามอบแผ่นโลหะสีทองแดงแผ่นหนึ่งมาให้ลั่วซิวเจ๋อ ซึ่งเมื่อพิจารณาดูแล้วก็พบว่า โลหะแผ่นนี้ไม่เลวเลยแถมยังมีพลังงานอัดแน่นอยู่เต็มไปหมด ที่น่าสนใจที่สุดคือภายในแผ่นโลหะนี้ยังมีพลังงานชนิดพิเศษรูปแบบหนึ่งเป็นแกนกลาง แม้พลังจิตของลั่วซิวเจ๋อจะไม่รู้ว่ามันคือสิ่งใด แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่า มันจะต้องเป็นแหล่งกำเนิดพลังงานที่เยี่ยมยอดแน่นอน

 

________“ทองคำบริสุทธิ์จากอวี๋ซื่อ!” ทันทีที่เสี่ยวเคเห็นทองแผ่นนั้น ดวงตาพลันทอประกายลุกวาวแถมยังมีน้ำลายใสๆไหลย้อยออกมาที่มุมปาก…

 

________“เจ้ารู้จักหรือ?” ลั่วซิวเจ๋อยกแผ่นทองขนาดเพียงหนึ่งกำปั้นขึ้นมาดูอย่างระมัดระวัง

 

________เสี่ยวเครีบพยักหน้าหงึกๆ “มันหายากมาก ทองชนิดนี้สามารถหลอมรวมกับโลหะอื่นได้ดีมาก… แต่ไหนแต่ไรมันก็เป็นธาตุผสมที่ดีที่สุดในโลก และสิ่งที่วิเศษที่สุดคือ แกนกลางของมันซ่อนมิติพิเศษที่เป็นเอกเทศเอาไว้อยู่ ไม่ว่าเจ้าจะเอาทองคำบริสุทธิ์จากอวี๋ซื่อไปใช้กับสิ่งใด ของสิ่งนั้นก็จะสามารถสร้างมิติพิเศษขึ้นมาได้ทันที”

 

________มันหันมามองลั่วซิวเจ๋อ “มิติพิเศษที่ข้าพูดถึงไม่เหมือนกับกระเป๋ามิติที่เจ้ายืมมา… กระเป๋ามิติเป็นแค่การบีบอัดมิติเสมือนรูปแบบหนึ่งเท่านั้น แต่มิติพิเศษที่เกิดจากทองคำบริสุทธิ์เป็นมิติที่มีอยู่จริง แถมยังพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆอีกด้วย… เล่าลือกันว่า ความจริงแล้วมิติพิเศษของมันเชื่อมต่อกับอีกโลกหนึ่ง แต่ยังไม่เคยมีใครพิสูจน์ได้”

 

________มันเลียริมฝีปากแผล่บ “ตอนที่ข้าถูกสร้างขึ้นมา ในตัวของข้าเองก็มีทองคำบริสุทธิ์แห่งอวี๋ซื่อขนาดประมาณนิ้วหัวแม่มืออยู่ ดังนั้นที่ข้าสามารถดูดกลืนพลังงานเข้าไปได้มากมายถึงขนาดนั้น ก็เป็นเพราะมันเนี่ยแหละ”

 

________“หรือก็คือ มันเป็นวัสดุที่ล้ำค่ามาก?” ลั่วซิวเจ๋อจับประเด็นสำคัญได้ในทันที

 

________เสี่ยวเคพลันหันมามองลั่วซิวเจ๋อด้วยสีหน้าดูถูกเหยียดหยามพลางทวนคำเสียงสูง “ล้ำค่ามากอะไรเล่า? นี่มันวิเศษที่สุด… เป็นวัสดุที่มหัศจรรย์ที่สุด เจ้าเข้าใจไหม! แล้วเจ้ายังได้ทองคำขนาดเท่ากำปั้นอีก… ช่วงที่ข้าอยู่ในห้องทดลองตลอดหลายปี เคยเห็นทองคำบริสุทธิ์ชนิดนี้เพียงสองชิ้นเท่านั้น ก้อนหนึ่งฝังอยู่ในร่างของข้า… ส่วนอีกก้อนที่แม้จะใหญ่เพียงเล็บนิ้วมือ แต่ก็เป็นของล้ำค่าที่สุด… เจ้าควรรู้ก่อนว่า สถาบันวิจัยที่ข้าอยู่นั้นทันสมัยและเก่งกาจมาก มิเช่นนั้นคงไม่มีทางสร้างข้าขึ้นมาได้แน่  แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครค้นพบว่าของชิ้นนี้มักพบในสภาพแวดล้อมแบบใด อันที่จริงก็เป็นเพราะทองคำนั่นเล็กเกินไปด้วย… เจ้ารู้ไหมว่า ทองคำในมือของเจ้ามีราคามากพอที่จะดาวเคราะห์ในเขตปริมณฑลสักสิบดวงได้ เจ้าได้ยินที่ข้าพูดไหม! ดาวเคราะห์ในเขตปริมณฑลสิบดวง ไม่ใช่พวกเศษดาวที่อยู่ตามชายแดน!”

 

________ลั่วซิวเจ๋อสรุปสิ่งที่เสี่ยวเคคุยโม้ได้คือ ความยอดเยี่ยมและล้ำค่าของทองคำบริสุทธิ์ก้อนนี้

 

________ลั่วซิวเจ๋อไม่คิดจะนำมันไปขายเด็ดขาด ถ้าสิ่งนี้วิเศษเหมือนที่เสี่ยวเคเล่าจริงๆล่ะก็… มันคือเผือกร้อนที่จะนำความวิบัติมาสู่พวกเขาทันทีที่ขายออกไปอย่างแน่นอน!

 

________“เข้าใจแล้ว” ลั่วซิวเจ๋อไม่พูดอันใดอีก ก่อนจะนำไบโอโรบ็อทของตนออกมาจากกระเป๋ามิติ

 

________ดวงตากลมโตของเสี่ยวเคพลันเบิกโพลงแทบหลุดออกมาจากเบ้าพร้อมกับร้องโวยวายสุดเสียง “ไบโอโรบ็อท?? เจ้าจะใช้ทองคำบริสุทธิ์อันล้ำค่ากับไบโอโรบ็อทงั้นหรือ? เจ้าบ้าไปแล้วหรือไง!”

 

________ลั่วซิวเจ๋อเหลือบสายตามองอีกฝ่ายพลางกระตุกยิ้มเย้ยหยัน “ถ้าไม่ใช้แล้วมันทำอะไรได้อีกเล่า? จะให้ขายมันเพื่อซื้อดาวเคราะห์อย่างที่เจ้าพูดงั้นหรือ? จากนั้นพวกข้าก็ยอมโดนคนอื่นรุมฆ่าตายงั้นสิ?”

 

________เสี่ยวเคถึงกับพูดไม่ออก เมื่อครู่มันมัวแต่ตื่นเต้นกับการพบทองคำบริสุทธิ์แผ่นนี้จนลืมไปหมดสิ้นว่า ลั่วซิวเจ๋อไม่เหมือนตนที่เคยอยู่ในสถาบันวิจัย… ถ้าลั่วซิวเจ๋อที่ไม่มีใครคอยหนุนหลังขายของล้ำค่าเช่นนี้จริงๆล่ะก็ เกรงว่าคงโดนฆ่าตายตั้งแต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวขาออกจากประตูร้านแน่นอน

 

________“ถูกต้อง ข้าผิดเอง” เสี่ยวเคโบกมือยอมรับผิดด้วยความอึดอัดใจ… เป็นเพราะตนอดอยากมานาน การได้เห็นทองคำบริสุทธิ์อยู่ตรงหน้าอีกครั้งจึงทำให้มันลืมตัวไปชั่วขณะ… ดูเหมือนมันจะหาสาเหตุของอาการตื่นเต้นจนลืมตัวของมันได้แล้ว…

 

________“ขอบคุณสำหรับของขวัญของท่าน” ลั่วซิวเจ๋อพยักหน้าขอบคุณต้นไม้แห่งพระเจ้า

 

________ต้นไม้แห่งพระเจ้าหาได้สนใจอันใด… ทองคำบริสุทธิ์อันใดกัน… เขาไม่มีทางบอกลั่วซิวเจ๋อว่า อันที่จริงมันคืออุจจาระที่ตนถ่ายออกมาจากดูดกลืนพลังงานของแกนกลางของดาวเคราะห์ดวงนี้เด็ดขาด! เรื่องนี้ไม่พูดน่าจะดีกว่า…

 

________ลั่วซิวเจ๋อตัดสินใจนำแผ่นทองคำสัมผัสกับไบโอโรบ็อทในทันที

 

________เนื่องจากมันเป็นวัสดุชิ้นแรกที่ใช้กับหุ่นยนต์ตัวนี้ ประสิทธิภาพของแผ่นทองคำบริสุทธิ์จึงถูกนำมาใช้ประโยชน์ได้สูงสุด… เสี่ยวเคอยากรู้จริงๆว่า ไบโอโรบ็อทที่มีแผ่นทองคำบริสุทธิ์อันล้ำค่าเช่นนี้อยู่จะพัฒนาต่อไปเช่นไรในภายภาคหน้า

 

________เดิมทีไบโอโรบ็อทก็ไม่อาจเรียกเป็นหุ่นยนต์ได้เต็มปากนัก… จากตัวอ่อนของหุ่นยนต์ที่คล้ายก้อนเนื้อก้อนหนึ่งเริ่มฟักตัวเหมือนดักแด้จนกลายเป็นหุ่นยนต์ที่ดูธรรมดาๆภายในเวลาไม่นาน ซึ่งการพัฒนาในครั้งแรกนั้นมีความสำคัญมาก และหากมันหลอมรวมเข้ากับแร่อื่นแล้วล่ะก็ มันจะเข้าสู่ขั้นตอนการฟักตัวเป็นดักแด้อีกครั้ง เพื่อพลังแฝงที่แข็งแกร่งในภายภาคหน้า

 

________ลั่วซิวเจ๋อมองไบโอโรบ็อทค่อยๆหลอมรวมเข้ากับทองคำบริสุทธิ์อย่างช้าๆ… มันเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้เวลานานไม่น้อย เพราะพลังงานที่สะสมอยู่ในทองคำบริสุทธิ์มีมากเกินไป จนไบโอโรบ็อทไม่สามารถดูดกลืนมันได้ในทันที… เมื่อไบโอโรบ็อทแข็งแกร่งขึ้นแล้ว มันคงสามารถดูดกลืนสารอื่นมาใช้ในการพัฒนาและซ่อมแซมตัวเองได้… แต่ไบโอโรบ็อทของเขายังอ่อนแอนัก ดูจากความเร็วในการดูดกลืนของมันแล้ว คงต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือนกว่าจะดูดกลืนทองคำบริสุทธิ์ก้อนนั้นอย่างสมบูรณ์

 

________ลั่วซิวเจ๋อเก็บไบโอโรบ็อทกลับไปอีกครั้งโดยปล่อยให้มันดูดกลืนต่อไป ถึงเขาอยากจะช่วยก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไร

 

________เมื่อจัดการเรียบร้อยแล้ว ลั่วซิวเจ๋อก็ไม่คิดจะเสียเวลาอยู่ที่นี่อีก พวกเขาจึงบอกลาต้นไม้แห่งพระเจ้าและรีบดึงฉีหนานออกมาจากถ้ำอย่างรวดเร็ว

 

________หลังจากพวกเขาเดินจากมาได้ไม่นาน อุโมงค์ทั้งหมดก็ถล่มลงมาอย่างรวดเร็ว แม้แต่โพรงที่พวกเขาหล่นลงมายังถูกหินทับลงมาจนมิดโดยไม่เหลือร่องรอยใดๆภายในไม่กี่วินาที

 

________โครม!

 

________ลั่วซิวเจ๋อได้รู้จากชายหน้าตกกระกับชายสวมหน้ากากว่า พวกเขาอยู่ในถ้ำถึงสามวัน… ถ้าเสี่ยวเคไม่คอยติดต่อมายืนยันความปลอดภัยของพวกเขาเป็นระยะๆล่ะก็ ชายทั้งสองคงทนรอไม่ไหวและบุกเข้าไปแน่นอน

 

________ระหว่างนั้นหลินหลินกับหลานเจี๋ยก็ติดต่อมาถามข่าวคราวหลายครั้ง ขณะนี้บนดาวเคราะห์เกิดเหตุวุ่นวายทั่วไปหมด… แม้ลั่วซิวเจ๋อจะเข้าใจว่า ทำไมอยู่ๆค้นไม้แห่งพระเจ้าที่ก่อนหน้านี้ไม่มีท่าทีอะไร กลับตัดสินใจขับไล่มนุษย์ทุกคนออกไป…

 

________เหตุผลช่างเรียบง่ายนัก เพราะสงครามได้เริ่มขึ้นแล้ว…

 

________แม้จะยังเรียกว่า สงครามได้ไม่เต็มที่ เพราะเป็นเพียงการต่อสู้แย่งชิงทรัพยากรบนดาวเคราะห์ดวงนี้ของกลุ่มโจรสลัดอวกาศทั้งสามกลุ่ม

 

________อาวุธของกลุ่มโจรสลัดอวกาศทั้งสามไม่ธรรมดาเลย แถมยังต่อสู้กันอย่างดุเดือด… เมื่อทุกคนมัวแต่ยุ่งวุ่นวายกับการต่อสู้ฆ่าฟัน พวกเขาย่อมไม่หันไปสนใจเรื่องอื่นอย่างแน่นอน

 

________อีกทั้งแกลสยังสามารถส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือออกไปหาพรรคพวกของตนได้สำเร็จจากการช่วยเหลือของเสี่ยวเค ทำให้กลุ่มโจรสลัดอวกาศเฮลรู้ถึงสมบัติล้ำค่าที่แกลสได้รับและรีบเคลื่อนทัพมาทันที

 

________การเคลื่อนทัพของกลุ่มโจรสลัดเฮลเรียกความสนใจของทุกคนได้ในทันที… ไม่ต้องพูดถึงกลุ่มโจรสลัดอวกาศที่เหลือจะคิดอย่างไรกับการลงมือในครั้งนี้ อย่างน้อยกลุ่มโจรสลัดอวกาศจันทราสีชาดกับฉลามปีศาจก็ไม่มีทางปล่อยให้คนของเฮลชิงสมบัติหนีไปภายใต้จมูกของตนเด็ดขาด

 

________ขณะที่กลุ่มโจรสลัดอวกาศทั้งสามกำลังต่อสู้ฆ่าฟันกันอย่างดุเดือดเลือดพล่าน คนที่เหลือเองก็เริ่มเอะใจสงสัยว่า สิ่งใดที่สามารถทำให้โจรสลัดอวกาศทั้งสามกลุ่มกระเหี้ยนกระหือรือขนาดนี้ได้…

 

———————————————————————————————–

อื้อหือ เหมือนพี่ลั่วถูกหวยเลย ได้ทั้งพลังและของแรร์สุดยอด >o<

ขอบคุณที่รอคอยและให้กำลังใจนะคะ 🙂