0 Views

บทที่ 11

______ฉีหนานยกมือขึ้นลูบใบหน้า ก่อนจะจ้องเขม็งไปยังลั่วซิวเจ๋อด้วยสีหน้าเรียบเฉย… ทั้งสองสบตากันเนิ่นนาน ฉีหนานเป็นฝ่ายเบ้ปากก่อน “คุณตั้งใจจะทำอะไรกันแน่?”

 

______ลั่วซิวเจ๋อเป็นผู้ชนะสงครามการจ้องตาในครั้งนี้ จึงอารมณ์ดีขึ้นมาก… “ไม่ทำอะไร… อย่างที่ข้าบอกไปแล้ว เป้าหมายของเจ้าคือการฝึก และฝึกจนกว่าจะถึงเกณฑ์ของข้าถึงหยุดได้”

 

______“งั้นเกณฑ์ของคุณคืออะไร?” ฉีหนานถามต่ออย่างจนปัญญา… ทำร้ายก็ไม่ได้ อยากหนีก็เป็นไปไม่ได้ นอกจากยอมเชื่อฟังแล้วเขายังทำเช่นไรได้อีก… เขาย่อมไม่ใช่มาโซคิสม์ที่ทุกวันหากไม่โดนใครตบแล้วจะรู้สึกไม่สบายใจ…

 

______“วางใจเถอะ… อยู่ในระดับที่เจ้าทนรับได้แน่นอน…” ลั่วซิวเจ๋อเหมือนตบแสกหน้าใส่ด้วยคำตอบแสนหวาน สีหน้าในยามนี้ช่างดูเมตตากรุณาอย่างลึกซึ้ง…

 

______ฉีหนานมองใบหน้าที่ผู้คนล้วนหลงใหลแล้วต้องเบือนหน้าหนีอย่างเงียบงัน… บัดซบ ถ้ายังหลงกลอีกก็เป็นหมูแล้ว!!!

 

______ฉีหนานเป็นหมูสำหรับลั่วซิวเจ๋อหรือไม่นั้นไม่อาจทราบได้ เขาเพียงแค่ฝึกฝนตัวเองให้มากก็พอแล้ว…

 

______และในวันที่ 2 ของชีวิตคู่ ฉีหนานก็ต้องพบกับความทรงจำอันน่าเศร้าที่โดนคน ‘อุ้ม’ ออกจากห้องนอนมายังห้องฝึกซ้อม… แค่อุ้มไปส่งจริงๆ เพราะพอลั่วซิวเจ๋อส่งกำหนดการฝึกซ้อมให้เขาแล้ว ก็ไม่ได้ทำเรื่องไร้ยางอายอีก..

 

______ในฐานะข้าราชการทหารคนหนึ่ง การที่ในบ้านไม่มีห้องฝึกซ้อมถือเป็นเรื่องที่ผิดคาดมาก…

 

______แน่นอนว่า ภายในห้องฝึกซ้อมนี้ควรประกอบด้วยอุปกรณ์ต่างๆที่แสดงถึงฐานะของเจ้าของห้องฝึกซ้อมนี้… อย่างน้อยที่สุดในห้องฝึกซ้อมของฉีหนานก็ยังมีลู่วิ่งไฟฟ้าและเครื่องทดสอบแรงดึงแรงกดไฟฟ้าอย่างละตัวเท่านั้น… แม้นอกจากนั้นแทบว่างเปล่าก็ตาม…

 

______“นี่คือ ‘ห้องฝึกซ้อม’ ของเจ้าหรือ?” ลั่วซิวเจ๋อมองห้องที่แทบจะว่างเปล่า ก่อนจะหันมาจ้องเขม็งที่ฉีหนานด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีนัก…

 

______สีหน้าของฉีหนานเหมือนหมูไม่กลัวน้ำร้อนลวก กล้าพูดอย่างมั่นใจว่า “ผมไม่มีเงิน!”

 

______คำพูดประโยคนี้สมเหตุสมผลจนแม้แต่ลั่วซิวเจ๋อเองก็พูดอะไรไม่ออก…

 

______เงินไม่สามารถทำได้ทุกอย่าง…  แต่หากไม่มีเงินกลับไม่สามารถทำอะไรได้… ฉีหนานเป็นเพียงทหารเล็กๆ ฉะนั้นการที่สามารถแต่งงานกับเงือกตนหนึ่งได้เช่นนี้ถือว่า โชคดีมากแล้ว ต่อให้โชคดีอีกครั้งก็คงไม่สามารถเสกเงินก้อนโตมาให้เขาได้… เงินที่เก็บสะสมมาก็นำไปซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆสำหรับชาวเงือกแล้ว… ยามนี้นอกจากเงินก้อนเล็กๆที่พอใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแล้วก็ไม่มีแม้แต่นิดเดียว…

 

______เพราะเงินส่วนใหญ่ของฉีหนานใช้จ่ายเพื่อตัวลั่วซิวเจ๋อ ฉะนั้นลั่วซิวเจ๋อจึงมิอาจตำหนิเขาได้… ทั้งคู่มองหน้ากันเนิ่นนาน ลั่วซิวเจ๋อเป็นฝ่ายถอนหายใจอย่างใจเย็น… “ได้ ตอนนี้พวกเราต้องแก้ปัญหาเรื่องเงินก่อน…”

 

______ฉีหนานยักไหล่ขึ้น… “เงินของผมเหลือเพียงเท่านี้ คุณเอาไปดูเองล่ะกัน” ฉีหนานยื่นให้ลั่วซิวเจ๋อดูบัญชีของตนในควอนตัมคอมพิวเตอร์ แม้อันที่จริงจะไม่จำเป็นนัก เมื่อทั้งสองกลายเป็นคู่ชีวิตของกันและกัน บัญชีของทั้งคู่ย่อมถูกนำมารวมกันเรียบร้อย…

 

______เพียงแต่ลั่วซิวเจ๋อแฝงตัวเข้ามาจึงไม่มีบัญชีเป็นของตนเอง ตอนเขาอยู่ที่สถานดูแลเงือกก่อนหน้านี้นั้นไม่เต็มใจลงทะเบียนข้อมูลของตนลงไปในศูนย์คอมพิวเตอร์นับว่าโชคดีมาก… ถ้าหากมีการสร้างของที่พัฒนามากขึ้นออกมา ไม่แน่ว่า เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอาจมาเชิญเขาไปสอบปากคำก็ได้…

 

______“เฮ้อ…” ลั่วซิวเจ๋อถอนหายใจยาว… “เรื่องนี้ช่างยุ่งยากเสียจริง”

 

______สถานะเงือกตนหนึ่งนั้นไม่เพียงพอต่อความจำเป็นของลั่วซิวเจ๋อ… เขาย่อมแตกต่างจากเงือกปลอมที่ถูกสร้างแผ่นพันธุกรรมที่ไม่สมบูรณ์พวกนั้น… เขาเป็นเชื้อพระวงศ์เผ่าเงือก ย่อมมีพลังปลอมเป็นมนุษย์อย่างแน่นอน…

 

______ปัญหาในตอนนี้คือสิ่งนั้น… ข้อมูลตัวตนของมนุษย์ไม่ใช่สิ่งที่จะแทรกซึมได้โดยง่าย… ตลอดที่ผ่านมารัฐบาลโลกไม่ใช่ไม่เคยเจอแฮกเกอร์ที่มีพลังเช่นนี้ และผลกระทบครั้งนั้น… ทำให้ลั่วซิวเจ๋อในตอนนี้ได้แต่หัวเราะออกมาเท่านั้น…

 

______ตอนเป็นเชื้อพระวงศ์แห่งเผ่าเงือก ลั่วซิวเจ๋อไม่เคยได้ลิ้มรสของการเงินขาดมือมาก่อน แท้จริงแล้วทรัพย์สมบัติใต้ทะเลนั้นมีมากมายนัก พวกเราชาวเงือกบนพื้นโลกนั้นส่วนใหญ่ยังเป็นนายหน้าอย่างลับๆ ต่อให้ขายของออกไปสักหน่อยก็ยังมีอยู่เต็มไปหมด แต่ยามนี้เล่า?

 

______คลังสมบัติใต้ทะเลลึกบัดนี้โดนทำลายไปหมดแล้ว ต่อให้ยังมีอยู่ ลั่วซิวเจ๋อก็ไม่อาจหลบพวกหุ่นยนต์ใต้ทะเลเพื่อไปที่เหมืองได้ นอกเสียจากจะเผยฐานะของตนเอง…

 

______เมื่อคิดดูแล้ว วิธีหาเงินอย่างปลอดภัยนั้นแทบไม่มีเลย สำหรับลั่วซิวเจ๋อนั้น การโจมตียังเป็นเรื่องใหญ่เกินไป…

 

______มีผู้กล่าวไว้ว่า การเดินทางนับพันลี้ต้องเริ่มด้วยก้าวแรก ยามนี้ยังไม่ทันได้ก้าวเดินก็ล้มลงไปในหลุมใหญ่เสียแล้ว ลั่วซิวเจ๋อย่อมอารมณ์เสียเป็นที่สุด

 

______ยามที่มนุษย์อารมณ์ไม่ดีมักพาลไปลงกับคนอื่นได้โดยง่าย แม้ลั่วซิวเจ๋อจะเป็นเงือก แต่ในด้านนี้นั้นเขาเองก็ไม่ต่างกันเลย…

 

______ยิ่งเห็นสีหน้าสนอกสนใจของฉีหนานที่มองมาแล้ว ยิ่งมองยิ่งน่าหมั่นไส้จริงๆ…

 

______ลั่วซิวเจ๋อจึงขยับมือ… อา ไม่สิ… ขยับหางสะบัดฟาดใส่ฉีหนานจนปลิว…

 

______ลั่วซิวเจ๋อกะพลังที่ใช้ลงมือได้แม่นยำมาก อยู่ในระดับที่ทำให้ฉีหนานรู้สึกเจ็บปวดที่สุด แต่กลับไม่สร้างบาดแผลให้กับเขาแม้แต่น้อย…

 

______“เฮ้ย! คุณตีผมทำไม!” ฉีหนานลุกขึ้นมาจากพื้นพลางจ้องอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ

 

______ลั่วซิวเจ๋อเหลือบตามองเขาแว่บหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้าราบเรียบว่า “อารมณ์เสีย… เห็นหน้าเจ้าแล้วรู้สึกหมั่นไส้”

 

______ฉีหนาน “…” อีกฝ่ายพูดอย่างมั่นอกมั่นใจเช่นนี้ เขาพาลหมดแรงจะโต้แย้งด้วยเลย…

 

______อีกอย่าง เขาแข็งแกร่งได้ไม่เท่าคนฟาดโดนไปก็สมควรแล้ว!

 

______ในใจแอบตั้งตารอวันที่ลั่วซิวเจ๋อตกที่นั่งลำบาก เขาจะไม่ไปช่วยอย่างแน่นอน… ไม่ใช่แค่ไม่ไปช่วย เขายังจะกระทืบซ้ำให้จมดินแน่ ความแค้นวันนี้จะต้องได้รับการสะสาง!

 

______“ได้ ตอนนี้เจ้าไปวิ่งบนลู่วิ่งปรับระดับสอง… ข้าจะคิดหาวิธีหาเงินดีๆสักครู่” พูดจบ ลั่วซิวเจ๋อมองฉีหนานทางหางตาและเอ่ยต่อด้วยสีหน้ารังเกียจ “เป็นผู้ชายแท้ๆยังต้องให้เงือกมาดูแลเจ้า… เจ้าช่างไม่ได้เรื่องเสียจริง!”

 

______ฉีหนานได้แต่หัวเราะเยียบเย็นในใจ… เหล่าจื่อไม่ได้เรื่อง งั้นเจ้าก็ไปซะ อย่ามาตื้อเหล่าจื่อสิ!

 

______แน่นอนว่า คำพูดนี้เขาไม่มีทางกล้าพูดออกมาจากปาก มิฉะนั้นคงโดนฟาดด้วยหางปลาอีกครั้ง…

 

______ฉีหนานเองก็ไม่ลงรอยและอยากประท้วงลั่วซิวเจ๋อเช่นกัน ทว่าประท้วงไปก็ไม่มีประโยชน์ เขาจึงเดินขึ้นไปบนลู่วิ่งไฟฟ้า ก่อนจะเริ่มวิ่งอย่างช้าๆ…

 

______ลู่วิ่งไฟฟ้าเป็นวิธีฝึกฝนที่พื้นฐานที่สุด หรือก็คือ ทุกวันทหารธรรมดาทุกนายจะต้องวิ่ง 10 กิโลเมตรถึงจะเพียงพอต่อการออกกำลังกายแล้ว แต่เห็นได้ชัดว่า ลั่วซิวเจ๋อไม่มีทางปล่อยฉีหนานอย่างง่ายดายเช่นนี้…

 

______จากที่เขาสังเกต ฉีหนานในตอนนี้เป็นเพียงคนไร้ประโยชน์ ทว่าสภาพร่างกายและพลังจิตแฝงนั้นไม่เลวเลยทีเดียว ถ้าหากควบคุมไม่ดีล่ะก็ต้องโทษที่เขามีคุณสมบัติดีขนาดนั้น…  และเขาตั้งค่าลู่วิ่งไฟฟ้าของฉีหนานไว้ที่ 70 กิโลเมตรที่อีกฝ่ายดูจะวิ่งได้อย่างผ่อนคลาย… ฉีหนานดูจะชอบให้ตัวเลขเยอะมาก…

 

______เมื่อนึกถึงพรสวรรค์ดีๆของฉีหนานแล้ว ลั่วซิวเจ๋อก็อดหัวเราะเสียงเย็นไม่ได้… ไม่ว่าจะสมัยไหน ต่อให้เป็นหลายพันปีต่อมา สงครามระหว่างมนุษย์ด้วยกันยังคงมีอยู่อย่างเห็นได้ชัด…

 

______เขาไม่รู้ว่า สิ่งที่รัฐบาลโลกเรียกว่า ระดับยีนนั้นคืออะไร ทว่าเมื่อเขาใช้พลังจิตอันกล้าแกร่งตรวจสอบ เขาถึงได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า พลังจิตแฝงของฉีหนานไม่แพ้พวกคนระดับแนวหน้าอย่างแน่นอน… อาจจะเหนือกว่าด้วยซ้ำ… น่าเสียดายที่พลังจิตของเขาราวกับถูกยาบางชนิดกดพลังเอาไว้ เว้นแต่ฉีหนานจะสามารถทำลายมันด้วยตัวเอง หรือมีใครเสี่ยงอันตรายใช้พลังจิตช่วยชี้นำเขาแล้ว มิฉะนั้นคงมีพลังจิตระดับ F ไปตลอดชีวิตแน่…

 

______พลังจิตนั้นสามารถฝึกฝนได้ ทุกตระกูลในเมืองหลวงล้วนมีเทคนิคพิเศษในการฝึกฝนพลังจิต เพียงแต่วิธีเหล่านั้นมักจะต้องมีพลังจิตถึงระดับหนึ่งก่อนถึงจะสามารถใช้ได้… ฉีหนานที่เป็นเพียงคนไร้ประโยชน์ระดับ F … ตระกูลฉีจึงรีบทอดทิ้งเขาไปตั้งแต่ยังเด็ก จะเป็นไปได้อย่างไรที่เขาจะได้รู้ถึงวิธีฝึกฝนพลังจิตอันล้ำค่าเช่นนี้ได้…

 

______ดังนั้นจึงพูดได้ว่า หากไม่ได้พบกับลั่วซิวเจ๋อ ตลอดชีวิตของฉีหนานคงถูกลิขิตให้ใช้ได้เพียงพลังจิตระดับ F… บางทีเป็นเช่นนี้ก็ไม่มีอะไรที่ไม่ดี… ใช้ชีวิตสงบสุขบนโลกต่อไปก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลวเหมือนกัน…

 

______น่าเสียดายที่เทพีแห่งโชคชะตามักชอบกลั่นแกล้งผู้คน… ทำให้ลั่วซิวเจ๋อกับฉีหนานซึ่งชะตาของทั้งสองเป็นดั่งเส้นคู่ขนานที่ไม่เกี่ยวข้องกันโดยสิ้นเชิงกลับโดนผูกมัดเข้าด้วยกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นนี้ พัวพันกันจนกลายเป็นวงล้อมแห่งความยุ่งเหยิงที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้อีกต่อไป…

 

______ภายใต้การจับตามองของลั่วซิวเจ๋อ ฉีหนานย่อมไม่สามารถขี้เกียจได้… ไม่ใช่ว่า เขาไม่อยาก แต่เมื่อเท้าของเขาขยับช้าลงเพียงเล็กน้อยก็โดนลั่วซิวเจ๋อสะบัดหางมาทางนี้แล้ว… พอหลายครั้งเข้า เขาถึงได้เข้าใจ อย่าคิดว่า ลั่วซิวเจ๋อที่ดูควอนตัมคอมพิวเตอร์อยู่จะไม่สนใจเขา หากโดนผู้ใช้พลังจิตระดับSจับตามองเช่นนี้ จะแอบขี้เกียจยังไงก็ไม่อาจหลบพ้นสายตาของอีกฝ่ายได้แม้แต่น้อย…

 

______ใจของฉีหนานแทบจะแตกสลาย… 70กิโลเมตรนะ… เขาเป็นเพียงทหารตัวเล็กๆคนหนึ่งให้วิ่ง 70 กิโลเมตรคงอ้วกเป็นเลือดกันได้ง่ายๆเลยกระมัง… ทว่าการต่อรองกับลั่วซิวเจ๋อนั้นไม่มีหวังอย่างแน่นอน นอกจากเขาจะวิ่งต่อไปอย่างเหนื่อยหอบเหมือนหมาหอบแดดแล้ว ก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีก…

 

______ไม่ง่ายเลย… 6 ชั่วโมงต่อมา ใบหน้าของฉีหนานซีดขาวราวกับผี ก่อนจะล้มลงออกมาจากลู่วิ่งไฟฟ้าเสียงดังตุบ!

 

______ลั่วซิวเจ๋อชายตามองตัวเลขบนลู่วิ่งไฟฟ้า ก่อนจะพยักหน้าอย่างพอใจ… ดีมาก พลังจิตแฝงเป็นพลังที่หากไม่ถูกกดดันก็จะไม่แสดงออกมา เมื่อนึกถึงแรงกดดันในวันนี้แล้ว ฉีหนานทำภารกิจได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้วไม่ใช่หรือ…

 

______เขายกร่างที่เป็นลมไปแล้วขึ้นมาดู ก่อนจะโยนลงไปในอ่างอาบน้ำ… หลังจากการออกกำลังกายอย่างหนัก ทั้งร่างของฉีหนานชุ่มไปด้วยเหงื่อที่ส่งกลิ่นร้ายกาจเกินทน… เขาไม่คิดจะนอนร่วมห้องกับคนที่เหม็นกลิ่นเหงื่อเด็ดขาด ต่อให้อีกฝ่ายนอนบนโซฟาก็ไม่ได้!

 

______“แค่กแค่กแค่ก! คุณทำอะไร!” เป็นใครถ้าโดนโยนลงไปในน้ำก็ต้องตื่นทั้งนั้น ยิ่งเป็นฉีหนานที่แค่หมดแรง ไม่ได้หมดสติไปจริงๆ…

 

______“ข้ารำคาญกลิ่นเหงื่อ เจ้าอาบน้ำให้สะอาดซะ… ข้ามีเรื่องจะถามเจ้า” ลั่วซิวเจ๋อหมุนตัวเดินออกไปจากห้องอาบน้ำ ทิ้งไว้เพียงฉีหนานที่ได้แต่ตีน้ำระบายความโกรธสุดขีด… แต่ไม่สามารถทำอะไรได้อีก…

 

______เพราะร่างกายยังอ่อนล้าอยู่ ฉีหนานจึงทำได้เพียงอาบน้ำอย่างรวดเร็วและเดินออกมาในสภาพครึ่งล่างพันด้วยผ้าขนหนูผืนหนึ่ง…

 

______ลั่วซิวเจ๋อเหลือบตามองอย่างพอใจ ทว่าแววตากลับหม่นแสงลงเล็กน้อยยามจับจ้องที่หน้าอกเปลือยของอีกฝ่าย…

 

______ฉีหนานสูงประมาณ 185 เซนติเมตร บางทีอาจเป็นเพราะตั้งแต่เข้าเกณฑ์ทหารก็ฝึกซ้อมเพื่อให้แข็งแกร่งมากขึ้นมาโดยตลอด ดังนั้นรูปร่างของเขาจึงดูดีมาก แม้จะไม่ถึงระดับสัดส่วนทองคำ ทว่ากลับเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันงดงามอย่างประหลาด…

 


 

หมูสำหรับคนจีนถือเป็นคำหยาบ พอๆกับ ควายที่ไทยน่ะแหละจ้า