0 Views

บทที่ 108

 

________“กระสุนนิวตรอนระดับสูง…” ลั่วซิวเจ๋อพึมพำกับตัวเอง… นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นอานุภาพของอาวุธกองทัพระดับนี้กับตาของตน… มันเป็นอาวุธที่มีพลังทำลายล้างสูงมาก

 

________ดูจากกระสุนเมื่อสักครู่ก็รู้แล้วว่า หุ่นยนต์ที่โดนยิงแทบจะไม่ได้รับความเสียหายใดๆ ทว่าคนที่อยู่ข้างในกลับถูกเป่าจนเป็นผงไปแล้ว

 

________“รีบไปเถิด… โชคดีที่เป็นกระสุนนิวตรอนระดับสูง ถ้าเป็นกระสุนคลื่นแม่เหล็กล่ะก็ พวกเราคงโดนลูกหลงไปด้วยแล้ว” ชายหน้าตกกระเร่งกระตุกชายเสื้อของลั่วซิวเจ๋อยิกๆด้วยความร้อนรน

 

________ลั่วซิวเจ๋อพยักหน้าเห็นด้วย แต่ก่อนจะเดินจากไป เขาอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองอีกครั้ง… อาวุธที่แข็งแกร่งชิ้นนั้นช่างเหนือความคาดหมายของเขายิ่งนัก สิ่งที่ร่ำเรียนในตำราหาได้ใกล้เคียงกับสิ่งที่ได้เห็นต่อหน้านี้แม้แต่น้อย

 

________“ยุคอวกาศ…” ลั่วซิวเจ๋อหลุบสายตาลง เพื่อปิดบังแววตาสั่นไหวของตน

 

________ยุคอวกาศที่พลังของคนเพียงคนเดียวไม่อาจต้านทานไหว… หากลั่วซิวเจ๋อต้องการออกตามหาเผ่าพันธุ์ของตน การออกเดินทางเพียงลำพังย่อมไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเลย

 

________เขาเชื่อมั่นในพลังของตนมาโดยตลอด… วันนี้ได้มาเห็นอาวุธทำลายล้างอันทรงพลังต่อหน้าต่อตาของเขา แม้ความเชื่อมั่นจะยังมีอยู่ แต่ก็ต้องหาวิธีอื่น… การพึ่งแต่พลังของตัวเองไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะสม บางทีเขาควรจะก่อตั้งกองกำลังของตัวเอง?

 

________ลั่วซิวเจ๋อลูบคางขณะใช้ความคิดเรื่องการก่อตั้งกองกำลังของตนครู่ใหญ่ เมื่อไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน ในที่สุดก็ได้ข้อสรุปว่า… เขาไม่มีเงิน!

 

________ช่างเป็นความจริงที่แสนเจ็บปวดนัก… ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลที่ขยายอาณาเขตครอบคลุมไปถึงดาวเคราะห์นับร้อย หรือพันธมิตรกองทหารรับจ้างซึ่งเป็นธุรกิจสีเทา หรือกลุ่มทหารรับจ้างที่กระจายตัวไปยังที่ต่างๆ

 

________ไม่ว่าจะเป็นที่ใดล้วนมีสิ่งจำเป็นที่ใช้ในการก่อตั้งคือ เงิน!

 

________แล้วลั่วซิวเจ๋อเล่า? เขาก้าวขึ้นมาจากมหาสมุทรโดยที่ไม่มีเงินติดตัวเลยแม้แต่แดงเดียว… ของล้ำค่าเพียงชิ้นเดียวที่มีอย่างคำสาบานแห่งพันธมิตรเงือกก็อยู่ในตัวของฉีหนาน… แน่นอนว่า ต่อให้ฉีหนานไม่กินเข้าไป เขาก็ไม่มีทางขายมันอย่างเด็ดขาด ทว่าความจริงที่เขากำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้คือ… เขาไม่มีเงิน แม้จะไม่ถึงกับจนกรอบ เพราะเขายังมีแท่งพลังงานที่เพิ่งเก็บมา ทว่าการจะสร้างกองกำลังของตัวเองนั้นจำเป็นจะต้องลงทุนจำนวนมหาศาล แท่งพลังงานที่อยู่ในกระเป๋ามิติของเขาเป็นแค่เศษเสี้ยวหนึ่งเท่านั้น

 

________“เฮ้อ…” ลั่วซิวเจ๋อถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างจนใจ… ไม่มีเงิน นี่สินะที่เรียกว่า ‘แม่บ้านที่เก่งกาจที่สุดไม่อาจทำอาหารได้หากปราศจากเมล็ดข้าว’ เป็นสัจธรรมของโลกใบนี้… ถ้าไม่มีเงินก็ทำอะไรไม่ได้เลย

 

________“ค่อยเป็นค่อยไปล่ะกัน” ลั่วซิวเจ๋อปลอบใจตัวเอง… ไม่ว่าจะเป็นการก่อตั้งกองกำลังหรือไต่ระดับชั้นในกองทัพ หรือแม้แต่การตามหาเผ่าพันธุ์เงือกล้วนไม่ใช่สิ่งที่เขาสามารถทำได้ในเวลาสั้นๆ ฉะนั้นสิ่งที่เขาควรทำในช่วงนี้คือ นำแท่งพลังงานไปแลกเป็นเงินก่อน…

 

________“เมี๊ยว!” อยู่ๆเสี่ยวเคก็ส่งเสียงร้องขึ้น

 

________“อะไรหรือ?” ยังไม่ทันที่ลั่วซิวเจ๋อจะได้วางแผนอนาคต ก็ต้องหันมาถามเสี่ยวเคด้วยความแปลกใจ

 

________“ดูเหมือนว่า…” เสี่ยวเคยังพูดไม่จบประโยค ทุกคนก็รู้สึกถึงความว่างเปล่าใต้ฝ่าเท้าของตนอย่างฉับพลัน…

 

________บัดซบ! วันนี้ร่วงเป็นครั้งที่สองแล้วนะ! ทำไมถึงซวยแบบนี้!

 

________ทุกคนต่างกรีดร้องถ้อยคำนี้ดังก้องอยู่ในหัว

 

________ลั่วซิวเจ๋อขยับข้อมือล้วงเอาเชือกเส้นยาวที่ติดตะขอเกี่ยวไว้ออกมาและเขวี้ยงไปยังกำแพงสุดแรง ตะขอเกี่ยวลากเสียดสีไปตามกำแพงจนเกิดประกายไฟสีแดงเป็นทางยาว ก่อนจะหยุดลงที่ก้อนหินก้อนหนึ่งที่ยื่นออกมา

 

________ลั่วซิวเจ๋อโอบกอดฉีหนานไว้ในอ้อมแขนข้างหนึ่ง ร่างของทั้งสองค่อยๆแกว่งเข้าไปใกล้กำแพง

 

________ฉีหนานล้วงมีดสั้นออกมาปักลงบนกำแพง เพื่อช่วยพยุงร่างอีกแรง

 

________ชายหน้าตกกระกับชายสวมหน้ากากต่างโหนเชือกห้อยต่องแต่งอยู่กลางอากาศเช่นกัน

 

________“ซวยชะมัด” ชายหน้าตกกระสบถ

 

________ลั่วซิวเจ๋อก้มมองลงไปยังเหวลึกเบื้องล่างอันมืดมิด หาได้สนใจชายหนุ่มแม้แต่น้อย

 

________แม้กระนั้นเขากลับมองเห็นอะไรบางอย่างกำลังเรืองแสงสีเขียวลางๆ

 

________เมื่อนึกถึงพืชพลังงานแปลกๆที่มีอยู่ทั่วไปหมดแล้ว ลั่วซิวเจ๋อก็ตัดสินใจลงไปสำรวจดูสักครั้ง ไม่แน่ว่ามันอาจจะมีสมบัติรออยู่ก็ได้…

 

________ชายหนุ่มทั้งสี่คนค่อยๆหย่อนตัวลงไปตามเชือกอย่างช้าๆ… ผ่านไปประมาณห้านาที ในที่สุดเท้าของพวกเขาก็สัมผัสกับพื้นดิน

 

________ด้านล่างของเหวลึกแห่งนี้มีอุโมงค์สายหนึ่งอยู่ ประกายแสงสีเขียวที่เขามองเห็นเมื่อครู่ส่องลอดออกมาจากอุโมงค์ตรงหน้า

 

________“พวกนายคิดว่า แสงนี่มันคืออะไร?” ลั่วซิวเจ๋อเอ่ยถาม

 

________“แสงอะไรหรือ?” ชายหน้าตกกระกลับมองเขาด้วยสายตางุนงงปนสงสัย

 

________ลั่วซิวเจ๋อประหลาดใจกับท่าทีของอีกฝ่าย “แสงสีเขียวอ่อนไง… เห็นอยู่ชัดๆไม่ใช่หรือ?”

 

________ชายหน้าตกกระกับชายสวมหน้ากากพยายามเพ่งมองด้วยสีหน้าแปลกๆ “นายมองเห็นแสงสีเขียวอ่อนเหรอ?”

 

________ครั้งนี้ลั่วซิวเจ๋อตกใจจริงๆ แม้ประกายแสงสีเขียวที่ส่องลอดออกมาจะไม่สว่างมาก ทว่าเมื่ออยู่ในอุโมงค์ใต้หุบเหวอันมืดมิดเช่นนี้ย่อมมองเห็นอย่างชัดเจนแน่นอน นอกเสียจากคนผู้นั้นจะเป็นคนตาบอด…

 

________ชายหน้าตกกระกับชายสวมหน้ากากก้มลงปิดไฟฉายในมือ… เมื่อไร้ซึ่งแสงจากไฟฉาย ประกายแสงสีเขียวยิ่งมองเห็นเด่นชัด จนลั่วซิวเจ๋อมองเห็นอุโมงค์ด้านในที่อยู่ลึกลงไป

 

________“พอปิดไฟฉาย มันก็มืดตึดตื๋อไปหมดเลย” ชายหน้าตกกระบ่นอุบ

 

________ลั่วซิวเจ๋อหันขวับไปมองฉีหนานอย่างรวดเร็ว ซึ่งคนถูกมองก็ยักไหล่น้อยๆ “ผมเห็นแค่แสงไฟลางๆ  ไม่ถึงกับมองออกว่าเป็นสีเขียวนะ”

 

________ลั่วซิวเจ๋อรู้สึกตื่นเต้นดีใจมาก นึกไม่ถึงเลยว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะมองเห็นแสงนี้…

 

________หลังจากตรึกตรองอยู่ครู่ใหญ่ เขาตัดสินใจให้ทหารรับจ้างทั้งสองคนคอยเฝ้าอยู่ที่นี่… แม้ทั้งคู่จะไม่เห็นด้วยกับการปล่อยให้นายจ้างของตนเข้าไปเสี่ยงอันตรายกันเอง แต่ต่อให้พาเข้าไปด้วย พวกเขาที่มองไม่เห็นแสงสว่างนั้นคงช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดี

 

________“ก็ได้… พวกนายระวังตัวด้วยล่ะ” สุดท้ายชายหน้าตกกระก็ต้องยอมเฝ้าประตูทางเข้าตามคำสั่งของลั่วซิวเจ๋อแต่โดยดี

 

________ลั่วซิวเจ๋อพาฉีหนานเดินไปหาแสงสว่างนั้น… เพียงไม่นานพวกเขาก็มองเห็นทางออก

 

________ทันทีที่มองเห็นทางออก ลั่วซิวเจ๋ออดรู้สึกดีใจไม่ได้ที่ไม่ให้ชายหน้าตกกระกับชายสวมหน้ากากเข้ามาด้วย… อีกด้านของอุโมงค์ที่มืดมิดชวนขนลุกคือ ทางแยกสองทาง…

 

________แสงสีเขียวส่องลอดออกมาจากอุโมงค์ทางแยกเล็กๆที่แยกออกมา ซึ่งหากผู้ที่ก้าวเข้ามามองไม่เห็นแสงนำทางนี้ล่ะก็ ความเป็นไปได้ที่คนผู้นั้นจะเดินตรงไปยังทางแยกอีกทางสูงถึงเก้าในสิบส่วนเลยทีเดียว

 

________ลั่วซิวเจ๋อพาฉีหนานเดินเข้าไปในอุโมงค์แคบๆอีกทาง… ชั่วพริบตาที่ทั้งคู่ก้าวเข้ามาในอุโมงค์ ลั่วซิวเจ๋อรู้สึกเหมือนพวกเขาเดินผ่านม่านพลังจิตบางๆสายหนึ่ง มันไม่เพียงแต่จะไม่ต่อต้านพลังจิตของลั่วซิวเจ๋อ มันยังให้ความรู้สึกสดชื่นกระปรี่กระเปร่าเป็นที่สุด

 

________หลังจากเดินผ่านม่านพลังจิตเข้าไป ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำเอาลั่วซิวเจ๋อกับฉีหนานยืนอึ้งด้วยความตกตะลึง แม้แต่ลั่วซิวเจ๋อยังคิดว่าตัวเองกำลังฝันอยู่ด้วยซ้ำ!

 

________บัดนี้พวกเขากำลังยืนอยู่บนชะแง่นหินที่ยื่นออกมา เบื้องล่างเป็นเหวลึกอันมืดมิดจนมองไม่เห็นก้น…

 

________ทว่า ณ ใจกลางของหุบเหวนั้นกลับมีต้นไม้ใหญ่สูงเสียดฟ้าตั้งตระหง่านอยู่!

 

________ช่างเป็นต้นไม้ที่อุดมสมบูรณ์ยิ่งนัก ยอดไม้ที่แผ่ขยายกิ่งก้านใบสีเขียวชอุ่มมากมายจนแทบจะเต็มถ้ำ ไหนจะลำต้นขนาดใหญ่ยักษ์จนมองไม่เห็นขอบ แม้แต่ตอนที่ลั่วซิวเจ๋ออยู่ในผืนมหาสมุทรก็ยังไม่เคยเห็นต้นไม้ที่ใหญ่โตถึงเพียงนี้มาก่อนเลย

 

________“อา… ใหญ่ชะมัด” ฉีหนานเบิกตากว้างมองต้นไม้ยักษ์ตรงหน้าอย่างตกตะลึง… แม้เขาจะเคยเห็นต้นไม้ยักษ์อันเก่าแก่ที่ปรากฏบนดาวเคราะห์ดวงใหม่สักครั้งสองครั้งในเครือข่ายอวกาศบ้าง แต่พวกมันไม่ได้งดงามเท่าต้นไม้ตรงหน้าแม้แต่น้อย

 

________ต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุดที่ฉีหนานเคยเห็นในเครือข่ายอวกาศสูงเพียงไม่กี่ร้อยเมตรเอง แล้วเจ้าต้นนี้มันสูงกว่ากี่ร้อยเท่ากัน?

 

________ในขณะที่ฉีหนานมัวแต่ทึ่งกับขนาดอันใหญ่โตของต้นไม้ตรงหน้า ลั่วซิวเจ๋อกลับรู้สึกถึงกระแสพลังที่อัดแน่นอยู่ภายในถ้ำเต็มไปหมดจนเขารู้สึกเหมือนกำลังลอยอยู่ในฟองอากาศขนาดใหญ่ก็ไม่ปาน…

 

________ลั่วซิวเจ๋อแค่ยืนอยู่เฉยๆก็รู้สึกถึงละอองแสงสีเขียวที่ฟุ้งกระจายไปทั่วทุกตารางนิ้วกำลังพยายามแทรกซึมเข้ามาในร่างกายของเขาอย่างเอาเป็นเอาตายราวกับอยากให้เขาระเบิดตัวตายซะเดี๋ยวนี้

 

________ขณะเดียวกันดวงตาของเสี่ยวเคพลันปรากฏแถบข้อมูลจำนวนมหาศาลวิ่งผ่านอย่างบ้าคลั่ง… พลังงานที่เข้มข้นขนาดนี้แทบจะทำให้มันเป็นบ้า!

 

________ต่อให้ใช้พืชพลังงานทั้งหมดบนดาวเคราะห์ดวงนี้ก็ไม่มีทางเทียบเคียงกระแสพลังเหล่านี้ได้เลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำพลังงานที่นี่ยังมีชีวิตชีวามาก พวกมันพยายามแทรกซึมเข้ามาในร่างกายของมันโดยอัตโนมัติ… เพียงแค่ไม่กี่นาทีมันก็สามารถสะสมพลังงานเข้าไปในร่างจนเต็มเปี่ยม รวมถึงพลังงานสำรองอีกด้วย

 

________“เหมียว… นี่มันอะไรกันแน่?” ใบหน้าของเสี่ยวเคกระตุกยิกๆไม่หยุด มันพยายามวิเคราะห์หาข้อมูลของพลังงานเหล่านี้แทบตาย ทว่าพวกมันกลับแตกต่างจากพลังงานทุกชนิดในฐานข้อมูลของรัฐบาลโดยสิ้นเชิง จนมันรู้สึกปวดหัวเป็นที่สุด

 

________“ไม่… รู้เหมือนกัน…” ฉีหนานตอบตะกุกตะกัก… ก่อนหน้านี้เขาแค่รู้สึกว่า ละอองแสงในอุโมงค์ที่เห็นดูจะขยายใหญ่มากขึ้น ทว่าตอนนี้พวกมันกลับโอบล้อมร่างกายของเขาชวนให้รู้สึกสบายตัวราวกับแช่ตัวอยู่ในอ่างน้ำร้อนก็ไม่ปาน

 

________“เจ้าเคยรู้อันใดบ้าง…” เสี่ยวเคเหลือบตามองฉีหนานแว่บหนึ่งอย่างดูถูกดูแคลน เมื่อเทียบกับลั่วซิวเจ๋อผู้รอบรู้แล้ว  ฉีหนานก็เป็นแค่เจ้าโง่…

 

________จริงอยู่ที่มันไม่ควรจะโทษฉีหนาน เพราะผลการเรียนของฉีหนานนับว่าไม่เลวเลยทีเดียว ทว่าเมื่อมีเจ้าเงือกวิปริตที่รอบรู้ในทุกด้านอย่างลั่วซิวเจ๋ออยู่ข้างกาย ฉีหนานย่อมถูกเปรียบเทียบแน่นอน

 

________“เจ้าไม่รู้เรื่องอะไรสักอย่าง… อีกหน่อยจะไม่ถูกเจ้าเงือกวิปริตนั่นหลอกจับกินจนตายหรือไร? หัดมีหัวคิดหน่อยไม่ได้หรือ!” เสี่ยวเคเอ่ยด้วยสีหน้าขุ่นเคือง

 

________ฉีหนานมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าหมั่นไส้ “แน่จริงเจ้าก็ไปพูดต่อหน้าลั่วซิวเจ๋อสิ”

 

________เสี่ยวเคถึงกับหดคอเข้าหาตัวทันที มันย่อมไม่โง่อยู่แล้ว… ขืนทำให้เจ้าคนใจแคบลั่วซิวเจ๋อโกรธมันล่ะก็จะเป็นเช่นไร? เจ้าเงือกบ้านั่นจะต้องกล้ายึดพลังงานของมันไปอย่างแน่นอน!

 

________พูดถึงลั่วซิวเจ๋อแล้ว… เสี่ยวเคเหลือบตามองอีกฝ่ายแว่บหนึ่ง ก่อนจะนิ่งอึ้งไปในทันที

 

________ในสายตาของเสี่ยวเค บัดนี้ลั่วซิวเจ๋อถูกพลังงานจำนวนมหาศาลห่อหุ้มจนกลายเป็นรังไหมพลังงานขนาดใหญ่ แถมด้านบนรังไหมยังมีลักษณะเหมือนนาฬิกาทรายขนาดมหึมา

 

________กระแสพลังงานจำนวนมากค่อยๆไหลลงเข้าไปในรังไหมนั้นอย่างรวดเร็วราวกับน้ำวน

 

________เสี่ยวเคพลันสะดุ้งเฮือกไปทั้งร่าง… ขนาดตัวมันอยู่ในสภาพขาดแคลนพลังงานถึงขีดสุดมานานเกือบห้าสิบปียังดูดซึมพลังงานเหล่านี้จนเต็มในเวลาเพียงไม่กี่นาที แล้วลั่วซิวเจ๋อเล่า? ทำไมเขาถึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้!!!

 

________เจ้านี่มันเป็นปีศาจหรือไร! ทำไมถึงสามารถดูดกลืนพลังงานมากมายถึงขนาดนี้!

 

________มองในแง่หนึ่ง ลั่วซิวเจ๋อที่ดูดกลืนพลังงานเหล่านี้เข้าไปจะเป็นเช่นไรบ้าง?  ก่อนหน้านี้เขาก็แข็งแกร่งไร้ที่ติ มาบัดนี้ได้รับพลังอันแข็งแกร่งนี้เข้าไปอีก… บัดซบ เจ้านี่จะไม่เลื่อนระดับเป็น SSS ในตำนานหรือไง!!!

 


Happy new year 2018 na ja!!!

ได้เวลาพี่ลั่วเลเวลอัพบ้างแล้ว อิอิ 🙂

ขอบคุณมากๆสำหรับทุกกำลังใจและการรอคอยนะคะ เรย์ดีใจมากๆเลย 🙂