0 Views

บทที่ 107

 

________ลั่วซิวเจ๋อขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อย เขารู้ว่าเสี่ยวเคน่าพิศวงมาก แต่ไม่นึกว่า อีกฝ่ายจะสามารถดูดกลืนแท่งพลังงานจำนวนมหาศาลขนาดนี้ได้อย่างง่ายดาย

 

________ถ้าหากตัวตนของเสี่ยวเคถูกเปิดโปงล่ะก็ ใครต่อใครคงกรูเข้ามาชิงตัวมันไปในทันทีแน่

 

________กองภูเขาแท่งพลังงานสีเขียวที่กองทัพเรือทั้งกองทัพสามารถใช้ได้อย่างเหลือเฟือ กลับถูกร่างกายเล็กๆของแมวราตรีตัวหนึ่งดูดกลืนเข้าไปจนเกือบหมดราวกับว่าในท้องของมันมีหลุมดำอยู่ก็ไม่ปาน

 

________ฉีหนานกระตุกชายเสื้อของลั่วซิวเจ๋อด้วยสีหน้าวิตกกังวลพลางกระซิบเสียงแผ่วเบา “เสี่ยวเคกินจุขนาดนี้ พวกเราจะเลี้ยงมันไหวหรือ?”

 

________ลั่วซิวเจ๋อกระตุกมุมปาก ก่อนจะตบบ่าของฉีหนานเบาๆ “วางใจเถิด ข้าคิดว่ามันคงอิ่มไปอีกหลายปีเหมือนพวกงูกระมัง”

 

________“เมี้ยว! ทีนี้คงรู้ซึ้งถึงความเก่งกาจของข้าแล้วกระมัง” เสี่ยวเคเลียอุ้งเท้านุ่มนิ่มของมันอย่างพอใจ

 

________ลั่วซิวเจ๋อเหลือบสายตามองและเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท “พวกข้ายังไม่เห็นว่า เจ้าจะเก่งกาจตรงไหนเลย… แต่ถ้าเป็นความตะกละของเจ้า พวกข้าจะยอมรับก็ได้… ทว่าหากเจ้ากินจุเช่นนี้ทุกมื้อล่ะก็ พวกข้าคงต้องคิดอีกทีว่า ยังอยากเลี้ยงเจ้าต่อไปหรือไม่!”

 

________เสี่ยวเคถึงกับอึ้งค้างในท่าเลียอุ้งเท้าของมันทันใด ใบหน้าปรากฏคำว่า ‘ไม่อยากจะเชื่อ’ ตัวโตๆแปะหราอยู่… ข้าเก่งกาจถึงเพียงนี้ พวกเจ้าไม่มาเอาอกเอาใจข้ายังพอว่า นี่ถึงกับจะทอดทิ้งข้าเลยเหรอ???

 

________ลั่วซิวเจ๋อแค่นเสียงหัวเราะหึ “อย่าคิดว่า ข้าไม่รู้ว่าเจ้าชอบแอบเข้ามาป้วนเปี้ยนใกล้ๆตอนที่ข้ากับฉีหนานฝึกใช้พลังจิตอยู่… หากข้าเดาไม่ผิด พลังจิตของพวกเขาคงสำคัญต่อเจ้ามากกระมัง?”

 

________เสี่ยวเคยิ่งตะลึงหนักกว่าเดิม ลืมแม้กระทั่งเก็บลิ้นที่ยื่นออกมาเข้าปากไป..

 

________มันร้องคำรามกึกก้องในใจ… บัดซบ ข้าซ่อนตัวแนบเนียนปานนั้นแล้วแท้ๆ พวกเจ้ารู้ได้ยังไงกัน???

 

________มันเองก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่า ทำไมทุกครั้งที่ลั่วซิวเจ๋อกับฉีหนานฝึกใช้พลังจิต มันจะรู้สึกถึงคลื่นพลังประหลาดสายหนึ่ง

 

________เมื่อมันลองดูดกลืนคลื่นพลังสายนั้นเข้าไปในตัว ก็พบว่า เซลล์ในร่างของมันค่อยๆฟื้นสภาพอย่างช้าๆ… ช่างเป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่งนัก

 

________เสี่ยวเคเป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกทดลองจนเซลล์ในร่างเสียหายอย่างหนัก… นับแต่ที่มันหลบหนีออกมาจากห้องทดลองนรกนั่น มันพยายามลองทุกวิถีทางที่จะฟื้นฟูเซลล์ในร่างของมันแล้ว แต่น่าเศร้าที่ความเสียหายนี้ลึกลงไปถึงระดับยีน ซึ่งคงไม่มีสิ่งใดช่วยรักษาได้อีกแล้ว

 

________ด้วยเหตุนี้มันจึงคอยอยู่ข้างๆฉีหนานไม่ยอมห่าง แน่นอนว่าความแข็งแกร่งของลั่วซิวเจ๋อเป็นอีกเหตุผลหนึ่ง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ คลื่นพลังอันหอมหวานสายนั้นต่างหาก

 

________“ก็ได้ๆ เจ้าชนะ… ว่ามาอยากให้ข้าทำอะไร?” เสี่ยวเคก้มหัวคอตกอย่างจำยอม

 

________มันรู้ถึงความร้ายกาจของลั่วซิวเจ๋อเป็นอย่างดี ดังนั้นมันจึงไม่ยอมบอกเรื่องนี้ให้อีกฝ่ายนำมาข่มขู่ตนได้ แต่นึกไม่ถึงเลยว่า สุดท้ายแล้วความจะแตกอยู่ดี…

 

________“ไม่ต้องทำอะไร เจ้าคอยปกป้องฉีหนานก็พอแล้ว” ลั่วซิวเจ๋อกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

 

________“แค่นั้นหรือ?” เสี่ยวเคไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

 

________“เจ้าคิดว่าเป็นอะไรหรือ?” ลั่วซิวเจ๋อหัวเราะเย้ยหยัน… ยอมให้มันอยู่ข้างกายก็เท่ากับเพิ่มเกราะคุ้มกันของฉีหนาน… อีกอย่างหุ่นยนต์มหัศจรรย์อย่างเสี่ยวเคยังหายากมากด้วย

 

________เสี่ยวเครู้สึกหงุดหงิดอย่างประหลาดคล้ายกับกำลังโดนดูถูกอยู่ก็ไม่ปาน

 

________มันลอบสาบานในใจว่า จะต้องหาโอกาสแสดงฝีมือให้พวกเจ้าเห็นให้ได้! จะต้องทำให้พวกเจ้ารู้ซึ้งว่า การดูถูกข้าเช่นนี้เป็นเรื่องที่ผิดมหันต์! เมี้ยว!

 

________เสี่ยวเคยังคงจัดการกับกองแท่งพลังงานสีเขียวตรงหน้าด้วยความเร็วอันน่ามหัศจรรย์ต่อไป

 

________ลั่วซิวเจ๋อจ้องมองเสี่ยวเคที่ยังคงมีเส้นขนสีทองทั้งตัวอย่างเงียบงัน… กินแท่งพลังงานของข้าเข้าไปตั้งมากมายขนาดนี้ หากเจ้าไม่เก่งจริงล่ะก็… หึหึ ขนสีทองพวกนั้นคงขายได้ราคางามไม่น้อย!

 

________เสี่ยวเคพลันสะท้านเฮือกเสียวสันหลังวาบจนขนลุกซู่ รีบหันขวับไปมองรอบๆอย่างหวาดระแวง… แปลกจริง ไม่เห็นจะมีอะไรเลย… ช่างเถิด กินต่อดีกว่า! ท้องอิ่มคราวนี้คงสามารถเปลี่ยนร่างของมันได้แล้ว… ครั้งต่อไปมันคงต้องหาวิธีอื่นสะสมพลังงานแทนเสียแล้ว เพราะโอกาสที่จะได้กินแท่งพลังงานจำนวนมหาศาลขนาดนี้ย่อมมีไม่บ่อยแน่นอน…

 

________เมื่อเห็นเสี่ยวเคกินแท่งพลังงานจนอิ่มแล้ว ลั่วซิวเจ๋อก็เดินไปปลุกชายหน้าตกกระที่นอนกองอยู่บนพื้น…

 

________“อือ… เกิดอะไรขึ้น?” ชายหน้าตกกระมีท่าทีสะลึมสะลือเหมือนยังเรียกสติกลับมาไม่เต็มที่

 

________“มองข้า!” ลั่วซิวเจ๋อคำรามเสียงต่ำ

 

________ชายหน้าตกกระรู้สึกหัวหมุนตาลาย จากนั้นภาพตรงหน้าก็เหลือเพียงดวงตาสีเงินสว่างคู่หนึ่ง…

 

________ลั่วซิวเจ๋อจัดการกับชายสวมหน้ากากเช่นเดียวกัน ก่อนจะลากชายทั้งสองมายังประตูทางเข้าพร้อมกับจัดท่าทางของทุกคนให้เหมือนกับตอนที่เดินเข้ามาก่อนหน้านี้

 

________เสี่ยวเคเรอเสียงดังอย่างพอใจ หลังจากที่เปลี่ยนกองแท่งพลังงานกองใหญ่ให้กลายเป็นฝุ่นสีเทาเกือบหมดเรียบร้อย

 

________กองฝุ่นสีเทาบนพื้นดูเหมือนฝุ่นผงธรรมดาที่เกิดขึ้นตามกาลเวลาเท่านั้น… เสี่ยวเคสะบัดขนไปมา เพื่อเปลี่ยนขนสีทองให้กลับมาเป็นสีรัตติกาลอีกครั้งและเป็นเพียงแมวราตรีที่ไม่มีพิษมีภัยเช่นเดิม…

 

________“ถึงแล้ว!” ลั่วซิวเจ๋อดีดนิ้วเสียงดังเป๊าะดีงสติของทหารรับจ้างทั้งสองนายกลับมาอีกครั้ง

 

________“โห! แท่งพลังงานเยอะแยะไปหมดเลย!” ชายหน้าตกกระเบิกตากว้างมองกองแท่งพลังงานระดับทั่วไปที่เหลืออยู่ด้วยแววตาลุกวาว

 

________ชายสวมหน้ากากยังดูมึนงงและเหม่อลอยอยู่ชั่วขณะ ทว่าสมบัติที่กองอยู่ตรงหน้ากลับปัดความสงสัยที่หลงเหลืออยู่ออกไปจากหัวได้อย่างรวดเร็ว

 

________แท่งพลังงานระดับทั่วไปที่ยังเหลืออยู่ในห้องนี้มากพอที่จะทำให้ทหารรับจ้างทั้งสอง พึงพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้

 

________ลั่วซิวเจ๋อกับฉีหนานเองก็แกล้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น แถมยังเดินเข้าไปเก็บแท่งพลังงานเหล่านั้นลงกระเป๋ามิติของตนหน้าตาเฉยอีกต่างหาก

 

________ชายหน้าตกกระกับชายสวมหน้ากากย่อมมีกระเป๋ามิติของตัวเองเช่นกัน เพียงแต่เมื่อเทียบกับกระเป๋ามิติราคาแพงที่หลินหลินเช่ามาแล้ว กระเป๋ามิติของพวกเขายังเล็กกว่ามาก

 

________ขณะนี้คนที่มีกระเป๋าที่มีความจุมากที่สุดคือ ลั่วซิวเจ๋อ ซึ่งเขาสามารถขนแท่งพลังงานไปได้เกือบครึ่ง ในขณะที่ชายหน้าตกกระต้องเคลียร์กระเป๋ามิติของตนให้โล่งเสียก่อน โดยการทิ้งของใช้ที่ไม่จำเป็นออกไป ถึงอย่างนั้นก็ยังเก็บแท่งพลังงานได้เพียงมูลค่าประมาณหนึ่งล้านเหรียญเท่านั้น

 

________ชายหน้าตกกระได้แต่มองแท่งพลังงานที่เหลือบนพื้นอย่างอาลัยอาวรณ์ปนปวดใจ… พวกนี้มันเงินทั้งนั้น!

 

________“เอาล่ะ พวกเราไปกันได้แล้ว” เสี่ยวเคกระซิบเตือน เนื่องจากกลุ่มที่ตามหลังพวกเรามาพบกับพวกแกลสแล้ว

 

________ฐานทัพลับที่ไม่มีระบบเอไอของตาแก่นั่นคอยควบคุมดูแลก็เหมือนกับเมืองที่ไร้ซึ่งป้อมปราการ… เสี่ยวเคแอบเปิดเส้นทางทั้งหมดเพื่อให้คนเหล่านั้นเข้ามาเจอพวกแกลสได้โดยไม่ต้องเปลืองแรงเลย

 

________อุตส่าห์ได้เครื่องจักรกลนั่นมาอยู่ในมือแล้ว แกลสย่อมไม่มีทางปล่อยให้มันหลุดลอยไปอย่างเด็ดขาด เมื่อการเจรจาล้มเหลว ทั้งสองฝ่ายก็เปิดฉากต่อสู้ทันที

 

________แกลสที่มาถึงก่อนและมีลูกน้องฝีมือดีอยู่ข้างกายสามารถไล่ต้อนคนเหล่านั้นออกไปจากห้องภายในเวลาไม่นาน

 

________ทว่าคงต้านได้อีกไม่นาน เพราะอีกฝ่ายคือกลุ่มโจรสลัดอวกาศจันทราสีชาดกับฉลามปีศาจผู้แข็งแกร่ง แม้พวกเขาจะเด็ดหัวคนของเฮลไม่ได้  ทว่าทันทีที่พวกแกลสอ่อนแรงลง พวกเขาก็สามารถฆ่าพวกแกลสได้อย่างง่ายดาย!

 

________ส่วนสมบัติ… ไว้จัดการพวกมันได้ก่อนค่อยว่ากัน!

 

________ใบหน้าของแกลสชุ่มโชกไปด้วยเม็ดเหงื่อพลางกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บแค้นและลอบสาบานในใจว่า หากวันนี้พวกเขารอดออกไปได้จะฆ่าล้างกลุ่มโจรสลัดอวกาศจันทราสีชาดกับฉลามปีศาจให้สิ้นซาก!

 

________“เจ้าว่า… ข้าควรใส่ไฟให้พวกมันดีหรือไม่? เหมียว?” เสี่ยวเคแกว่งหางไปมาบนไหล่ของฉีหนานอย่างสบายอารมณ์… พออิ่มท้องแล้ว เส้นขนสีรัตติกาลช่างดูนุ่มสลวยและเปล่งประกายงดงามยิ่งนัก

 

________“นายคิดจะทำอะไร?” ฉีหนานถาม

 

________“ไม่ได้ทำอะไร… ยิ่งพวกมันฆ่ากันเองมากเท่าไหร่ พวกเรายิ่งปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น… และจะปลอดภัยที่สุด ถ้าพวกเฮลถูกฆ่าทิ้งทั้งหมด… เท่านี้ก็จะไม่มีใครรู้ว่าพวกเราเคยมาที่นี่อีก” เสี่ยวเคคลี่ยิ้มหวานดูใสซื่อไร้เดียงสา… แม้แต่แมวราตรียังรู้จักหาวิธีรักษาผลประโยชน์สูงสุดเข้าตัว…

 

________“นายทำได้หรือ?” ฉีหนานเบิกตามองเสี่ยวเคด้วยความแปลกใจ

 

________“แน่นอน!” เสี่ยวเคฉีกยิ้มภูมิใจ “เมื่อก่อนอาจทำไม่ได้ แต่ตอนนี้ข้าทำได้” เอ่ยจบประโยค ดวงตากลมคู่นั้นพลันปรากฏแถบข้อมูลมหาศาลวิ่งผ่านอย่างรวดเร็ว จากนั้นฉีหนานที่มองจากจอภาพซึ่งเชื่อมต่อกับเสี่ยวเค ก็เห็นว่า ควอนตัมคอมพิวเตอร์ของพวกแกลสกลับมามีสัญญาณอีกครั้งอย่างน่าเหลือเชื่อ…

 

________ปกติฐานทัพลับที่ถูกปิดตายมักอยู่นอกเขตสัญญาณของควอนตัมคอมพิวเตอร์ ทว่าตอนนี้กลับมีสัญญาณอีกครั้ง ก็หมายความว่า พวกแกลสสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือจากภายนอกได้ ขอเพียงแกลสส่งข้อความไปหาบิดาถึงสมบัติที่ตนค้นพบ กลุ่มโจรสลัดอวกาศเฮลย่อมส่งกองทัพบุกมาที่นี่ทันทีแน่นอน

 

________คนของกลุ่มโจรสลัดจันทราสีชาดกับฉลามปีศาจเองก็พบว่า ควอนตัมคอมพิวเตอร์ของพวกตนมีสัญญาณอีกครั้ง จึงส่งข้อความขอกำลังเสริมเช่นกัน… แม้พวกเขาจะไม่รู้ว่า เครื่องจักรกลที่พวกแกลสได้มามีประโยชน์อันใด แต่ดูจากการที่พวกแกลสพยายามปกป้องมันอย่างสุดความสามารถแล้ว ก็พอจะคาดเดาถึงความล้ำค่าของมันได้ไม่ยาก

 

________ไม่ว่ามันจะทำอะไรได้… แย่งมาก่อนแล้วค่อยว่ากัน!

 

________ในขณะที่ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันอย่างดุเดือดมากขึ้น เสี่ยวเคก็บอกกับลั่วซิวเจ๋อถึงตำแหน่งของอุโมงค์ที่ใช้หลบหนีเรียบร้อย

 

________หลังจากที่ทุกคนก้าวเข้าไปในอุโมงค์แล้ว เสี่ยวเคแอบย่องกลับมาอีกครั้งอย่างเงียบเชียบ จ้องมองกองแท่งพลังงานที่เหลืออยู่ในโกดังแห่งนี้แว่บหนึ่ง ก่อนจะอ้าปากกว้างและสูดลมเข้าไป…

 

________ทันใดนั้นแท่งพลังงานทั้งหมดก็ถูกดูดเข้าไปในปากของเสี่ยวเคอย่างรวดเร็วราวกับสายน้ำจนหมด หลงเหลือเพียงฝุ่นผงจางๆเท่านั้น

 

________“เมี้ยว! ดีนะที่เผื่อท้องเอาไว้!” เสี่ยวเคเรอเสียงดัง ก่อนจะหมุนร่างวิ่งตามพวกฉีหนานไป

 

________ตูม!

 

________ขณะเดียวกันในหุบเขาบริเวณที่เป็นทางเข้าสู่ฐานทัพลับ กำลังเสริมของพวกแกลสได้มาถึงแล้ว

 

________อีกฝ่ายใช้หุ่นยนต์โจมตีหุบเขาบริเวณนั้นไม่หยุด

 

________ทว่าคนของจันทราสีชาดกับฉลามปีศาจที่เฝ้าระวังอยู่ด้านนอกเองก็ไม่ใช่กระจอก แถมยังโจมตีโต้กลับอย่างไม่ยั้ง… ทั้งสองฝ่ายตะลุมบอนต่อสู้กันอย่างอุตลุต

 

________“ฟ้าวววว!” เสียงบางอย่างพุ่งแหวกอากาศดังสนั่น จนทำให้ทั้งสองฝ่ายหยุดชะงักการต่อสู้ทันควัน แถมยังพร้อมใจกันเงยหน้ามองท้องฟ้าด้านบนด้วยความแปลกใจ

 

________ลั่วซิวเจ๋อแหงนหน้าขึ้นฟ้า มองเห็นลำแสงสีขาวพุ่งตัดท้องฟ้าสีครามแยกออกเป็นสองส่วนจนเผยให้เห็นผืนอวกาศสีรัตติกาลเบื้องหลัง

 

________“ไม่!!!” ทุกคนที่สู้อยู่ในหุบเขาต่างแผดเสียงร้องโหยหวนรีบหนีตายออกจากหุบเขาอย่างบ้าคลั่ง

 

________ลำแสงสีขาวสายนั้นพุ่งตรงมายังทางเข้าอย่างแม่นยำ หุ่นยนต์ทุกตัวที่โดนลำแสงสีขาวสายนั้นพลันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ก่อนจะร่วงหล่นลงสู่ผืนปฐพีในที่สุด

 


เข็นอีกตอนออกมาจากสต็อกแล้วจ้า 🙂

ขอบคุณทุกคนที่รออีกครั้งนะคะ :3

ปล. เสี่ยวเค นั่นมันหน้าที่ที่สำคัญที่สุดเลยนะนั่น = =’