0 Views

บทที่ 106

_______“เจ้าคิดว่าอย่างไร?” ลั่วซิวเจ๋อหันไปถามแกลสด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานปานน้ำผึ้ง

 

_______บัดนี้เขายึดระบบทั้งหมดของฐานทัพลับแห่งนี้เอาไว้แล้ว ฉะนั้นการกำจัดแกลสจึงเป็นเรื่องที่ง่ายดายยิ่งนัก แต่ตอนนี้มันยังไม่จำเป็น…

 

_______เมื่อเห็นแกลสยังมีท่าทีลังเลอยู่ ลั่วซิวเจ๋อจึงเอ่ยย้ำไปอีกประโยคว่า “ถ้าเจ้ายังไม่รีบตัดสินใจล่ะก็ พวกที่ตามมาจะมาถึงเสียก่อนนะ”

 

_______แกลสพลันชะงักกึก ดวงตาสีนิลเรียวดุจอสรพิษจับจ้องมายังลั่วซิวเจ๋อด้วยแววตาเฉียบขาดพลางพูดชัดถ้อยชัดคำว่า “ข้าต้องการเครื่องนั่น”

 

_______ลั่วซิวเจ๋อยักคิ้วขึ้นเล็กน้อย กะแล้วว่าอีกฝ่ายจะต้องไม่ปล่อยให้เครื่องจักรชิ้นนี้หลุดมือไปแน่… ถึงอย่างไรเขาก็ไม่คิดจะแยแสชะตาชีวิตของอีกฝ่ายอยู่แล้ว อยากได้ก็เชิญเลย…

 

_______“ตกลง” ลั่วซิวเจ๋อรับคำอย่างง่ายดาย

 

_______แกลสถึงกับชะงักไปชั่วขณะ เขาอุตส่าห์เตรียมคำพูดมากมายเพื่อต่อรองกับชายหนุ่ม นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะไม่สนใจใยดีเช่นนี้

 

_______“เครื่องจักรกลชิ้นนี้คือของเจ้า ส่วนที่เหลือเป็นของข้าทั้งหมด ตกลงหรือไม่?” ลั่วซิวเจ๋อรู้ทันความคิดของอีกฝ่าย จึงบอกข้อเรียกร้องของฝ่ายตนทันที

 

_______แกลสลังเลอยู่ครู่ใหญ่… ถึงเขาจะอยากได้งานวิจัยพวกนั้นมากขนาดไหน แต่ในเมื่อฝ่ายตนครอบครองเครื่องจักรกลที่สามารถควบคุมดาวเคราะห์ทั้งดวงมาไว้ในมือแล้ว ถ้ายังจะแย่งส่วนแบ่งมาอีกก็ออกจะโลภมากเกินไปหน่อย

 

_______ถ้าพวกลั่วซิวเจ๋อเป็นแค่ไก่อ่อนธรรมดา เขาคงกอบโกยทุกอย่างโดยไม่ลังเล ทว่าสถานการณ์ในตอนนี้ ปลอดภัยไว้ก่อนจะดีกว่า

 

_______แกลสตอบรับข้อเสนอของลั่วซิวเจ๋อและสั่งให้คนของตัวเองเข้าไปยืนล้อมเก้าอี้ตัวนั้น ก่อนจะหันไปมองลั่วซิวเจ๋ออย่างหวาดระแวง กลัวอีกฝ่ายเปลี่ยนใจกะทันหัน

 

_______ทว่าลั่วซิวเจ๋อหาได้ใส่ใจไม่… สิ่งที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นกับดักเช่นนั้น มีแต่คนโง่เท่านั้นที่อยากได้มัน… สิ่งที่เขาต้องการคือ แท่งพลังงานที่อยู่ในฐานทัพแห่งนี้ซึ่งเสี่ยวเคเพิ่งพบต่างหาก

 

_______จะว่าไปก็แปลก หลังจากที่แกลสเอ่ยปากขอเก้าอี้ตัวนั้น เสียงของชายชราก็หายเงียบไปเลยราวกับว่ามันบรรลุวัตถุประสงค์ของตัวเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

_______ลั่วซิวเจ๋อแสร้งเดินไปเคาะผนังห้องติดต่อกันเหมือนสำรวจบางอย่าง จนกระทั่งประตูบานหนึ่งถูกเปิดออก ทว่าแท้ที่จริงเสี่ยวเคต่างหากที่เป็นคนเปิดประตูให้พวกเขา

 

_______ลั่วซิวเจ๋อเดินนำทุกคนเข้าไปในประตูบานนั้นที่ปิดตามหลังพวกเขาอย่างรวดเร็ว

 

_______เมื่อรอจนแน่ใจแล้ว แกลสถึงค่อยๆผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก แต่ก็โล่งใจได้เพียงไม่นาน เพราะกลุ่มคนที่ลั่วซิวเจ๋อเอ่ยถึงเมื่อสักครู่กำลังจะมาถึงแล้ว

 

_______แกลสสั่งให้ลอฟท์ไปยืนคุมอยู่ที่ประตูใหญ่ ส่วนคนที่เหลือก็เริ่มถอดชิ้นส่วนอุปกรณ์ภายในห้องเข้าไปในคลังเก็บของของกลุ่มอย่างเงียบๆ

 

_______ลั่วซิวเจ๋อเหลือบสายตามองประตูที่ปิดสนิทเบื้องหลังตนด้วยรอยยิ้มบางๆ… เครื่องจักรกลที่สามารถควบคุมดาวเคราะห์ทั้งดวงหรือ? เรื่องโง่ๆพรรค์นั้นไม่รู้ว่า ตาแก่วิปริตนั่นคิดออกมาได้ยังไง…

 

_______โชคดีที่เจ้างั่งพวกนั้นโลภและโง่มากพอ มิเช่นนั้นพวกเขาคงแย่งระบบควบคุมทั้งหมดมาโดยที่ไม่ให้ตาแก่นั่นรู้ตัวไมได้แน่

 

_______“เหมียว! ฮ่าๆๆ! เกือบไปแล้ว! เท่านี้ตาแก่นั่นก็ถูกกำจัดไปซะที เสียเวลาจริงๆ!” เสี่ยวเคเลียกรงเล็บของมันอย่างพอใจ

 

_______ลั่วซิวเจ๋ออมยิ้มมุมปาก เขาไม่ค่อยเข้าใจเรื่องเครื่องจักรกลหรือเทคโนโลยีสักเท่าไหร่ แต่เรื่องพลังจิตนั้นเป็นอีกเรื่อง…

 

_______แต่ไหนแต่ไรทุกคนก็รู้ดีว่า แท้ที่จริงพลังจิตเป็นส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณ หรือเสมือนพลังวิญญาณของคนผู้นั้นนั่นเอง

 

_______ฉะนั้นพลังวิญญาณจึงเทียบเคียงกับพลังจิตของคนผู้นั้น ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงๆล่ะก็…

 

_______ลั่วซิวเจ๋อเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม… หลังจากที่ทหารรับจ้างคนนั้นนั่งบนเก้าอี้ตัวนั้น พลังจิตของเจ้านั่นก็อ่อนแอลงมากอย่างเห็นได้ชัด เพียงแต่อีกฝ่ายมัวแต่ตื่นเต้นกับการครอบครองดาวเคราะห์จึงไม่ทันเอะใจสงสัย

 

_______เจ้าเครื่องจักรบัดซบนั่นไม่ใช่อุปกรณ์กระจายคลื่นพลังจิตอะไรทั้งนั้น แต่เป็นอุปกรณ์กระตุ้นพลังจิตต่างหาก ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีเลย เพราะมันต้องแลกมาด้วยชีวิตของตัวผู้ใช้เอง

 

_______พูดง่ายๆคือ ถ้าหากพวกเขาปิดเครื่องช้ากว่านี้เพียงนิดเดียวล่ะก็ ไม่แน่พวกเขาอาจจะได้เห็นทหารรับจ้างผู้นี้เลือดออกเจ็ดทวารตายต่อหน้าต่อตาก็เป็นได้…

 

_______แม้ตอนนี้จะยังไม่ตาย แต่หลังจากนี้ร่างกายของเขาจะแก่ชราลงอย่างรวดเร็ว… ลั่วซิวเจ๋อไม่รู้ว่า เครื่องจักรชิ้นนั้นมีอานุภาพรุนแรงแค่ไหน แต่ถ้าเป็นไปตามการคาดเดาของเขาล่ะก็ หากเจ้านั่นกลับไปดูแลร่างกายตนเองให้ดีล่ะก็ คงอยู่ต่อได้อีกสักปีสองปีกระมัง

 

_______คนทั้งสี่เดินไปตามทางที่เสี่ยวเคบอก จนกระทั่งมาถึงเส้นทางหลักที่จะนำไปสู่ศูนย์รวมแหล่งพลังงานของฐานทัพแห่งนี้

 

_______เสี่ยวเคคอยเร่งฉีหนานด้วยความตื่นเต้นจนแทบคลั่ง… ข้อมูลที่มันได้มาบอกว่า ที่แห่งนั้นน่าจะมีแท่งพลังงานจำนวนมหาศาลหลงเหลืออยู่ ส่วนหนึ่งเป็นแท่งพลังงานทั่วไป อีกส่วนคือแท่งพลังงานที่พวกเขาเคยเจอในห้องทดลอง…

 

_______“เมี๊ยว! เร็วเข้า! ข้าหิวจะตายอยู่แล้ว!” ดวงตาของเสี่ยวเคเปล่งประกายวิบวับพลางฟาดอุ้งมือลงบนไหล่ของฉีหนานไม่หยุด

 

_______ฉีหนานเหลือบสายตามองอีกฝ่ายด้วยแววตาประหลาด “นายเป็นแค่แมวตัวหนึ่ง อย่าพูดอะไรที่ชวนให้เข้าใจผิดแบบนี้สิ!”

 

_______เสี่ยวเคเหลือบตามองเขาด้วยสายตาเย้ยหยัน “มีแต่คนลามกเช่นเจ้าเท่านั้นที่คิดได้! หึ! เจ้าตั้งตารอวันที่จะได้ร่วมรักกับเจ้าเงือกบ้านั่นอยู่ทุกวันกระมัง!”

 

_______ฉีหนานถึงกับกระตุกมุมปากยิกๆ… ไม่เป็นไร… โดนพูดแทงใจดำที่ไหนกัน… เขาไม่ยอมรับเด็ดขาด!

 

_______มือข้างหนึ่งเอื้อมไปดึงหนังคอด้านหลังของเสี่ยวเคมาตรงหน้า อีกมือจัดการขยุ้มและกระชากขนของอีกฝ่ายเต็มแรง

 

_______เสี่ยวเคหวีดร้องโหยหวนเสียงแหลม เส้นขนถูกกระชากหายไปเป็นวงอย่างเห็นได้ชัด ดูน่าสงสารไม่น้อย

 

_______ฉีหนานปล่อยมือด้วยความพอใจกับภาพที่เห็นโดยไม่ลืมกระซิบขู่อีกฝ่ายเสียงเบา “ถ้าแกกล้าพูดเหลวไหลอีกล่ะก็ ฉันจะโกนขนให้เกลี้ยงเลย!”

 

_______เสี่ยวเคถลึงตาใส่ฉีหนานตาเขียวพลางกัดฟันกรอดอย่างแค้นใจ… รอให้พลังงานของข้าเต็มก่อนเถิด ดูสิว่าใครจะโกนขนใครกันแน่!

 

_______“ถึงแล้ว!” เสี่ยวเคร้องบอก บัดนี้ตรงหน้าของพวกเขาคือประตูโลหะบานใหญ่สองบานที่ปลายทางของอุโมงค์แห่งนี้

 

_______“เจ้าเปิดได้หรือไม่?” ลั่วซิวเจ๋อถาม

 

_______“ย่อมได้” เสี่ยวเคเปิดประตูตรงหน้าตามคำขอทันที

 

_______“ระวัง!” อยู่ๆชายหน้าตกกระก็คำรามเตือนเสียงต่ำ… ในสายตาของเขาเห็นเพียงประตูบานใหญ่เปิดออกอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่เขาจะหวาดระแวง

 

_______ลั่วซิวเจ๋อตบบ่าอีกฝ่ายสองสามที “ไม่เป็นไร…”

 

_______ชายหน้าตกกระพลันหน้าเหวอ “คุณเป็นคนเปิดมันหรือ?”

 

_______“ก็ทำนองนั้น…” ลั่วซิวเจ๋อคลี่ยิ้มบาง ไม่ได้ยอมรับหรือปฏิเสธอันใด

 

_______ชายหน้าตกกระจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาหลากหลายพลางนึกสงสัยว่า นักเรียนของโรงเรียนการทหารอันดับหนึ่งทุกคนเก่งกาจถึงเพียงนี้เลยหรือ?

 

_______เมื่อก้าวผ่านประตูบานนั้นเพียงไม่กี่ก้าว ทุกคนก็ต้องตื่นตะลึงกับภูเขาแท่งพลังงานอันใหญ่โตตรงหน้า

 

_______ภายในห้องที่มีขนาดใหญ่เกือบสามพันสามร้อยตารางเมตรถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่ง โดยฝั่งซ้ายนั้นเต็มไปด้วยแท่งพลังงานสีดำระดับทั่วไปจำนวนมหาศาลกองพะเนินอยู่ ขณะเดียวกันฝั่งขวาที่มีขนาดเล็กกว่าถึงหนึ่งในสามส่วนกลับอัดแน่นไปด้วยแท่งพลังงานสีเขียวที่สกัดมาจากพืชพลังงาน…

 

_______“โอ้พระเจ้า… พวกเรา…พวกเรารวยแล้ว!” ชายหน้าตกกระเบิกตากว้างมองสมบัติแท่งพลังงานด้วยสายตาลุกวาว

 

_______เขาโห่ร้องเสียงดังพลางกระโจนเข้าใส่กองสมบัติตรงหน้าทันที แม้ว่าแท่งพลังงานเหล่านั้นจะแข็งโป๊กมากเพียงใด แต่ชายหนุ่มก็เกลือกกลิ้งไปมาอย่างไม่รู้สึกรู้สาเลย

 

_______ถึงแม้ชายสวมหน้ากากจะไม่มีท่าทีตื่นเต้นออกนอกหน้าเหมือนสหายของตน ทว่าแววตาของเขากลับฉายชัดถึงความพึงพอใจในรางวัลของภารกิจครั้งนี้อย่างเห็นได้ชัด

 

_______ที่รัฐบาลโลก พวกเราสามารถแลกเปลี่ยนแท่งพลังงานกับเงินทองได้ในราคาสูง แม้จะอยู่บนดาวเคราะห์อันห่างไกล แต่ก็ยังขายได้ราคางามอยู่ดี

 

_______ยิ่งไม่ต้องพูดถึงแท่งพลังงานที่สกัดจากพืชพลังงานเหล่านั้น ราคาของมันแพงกว่าแท่งพลังงานทั่วไปนับสิบเท่า… หากเป็นแท่งพลังงานที่มีคุณสมบัติพิเศษ ราคายิ่งสูงขึ้นไปอีกนับร้อยนับพันเท่า!

 

_______ต่อให้ภูเขาแท่งพลังงานตรงหน้าเป็นแค่แท่งพลังงานทั่วไปทั้งหมด มันก็มากพอที่จะทำให้พวกเขาลาออกจากการเป็นทหารรับจ้างไปเสวยสุขได้ทั้งชีวิต ฉะนั้นย่อมไม่แปลกที่พวกเขาจะตื่นเต้นดีใจขนาดนี้

 

_______“เมี้ยว! นั่นมันของข้า! ไม่ยอมให้เจ้าแย่งไปเด็ดขาด!” เสี่ยวเคที่ทนปิดปากเงียบต่อไปไม่ไหวพลันตะโกนลั่นสุดเสียงพร้อมกับกระโจนเข้าใส่ชายหนุ่มที่นอนอยู่กองแท่งพลังงานทันที

 

_______ชายหน้าตกกระที่เพิ่งเงยหน้าขึ้นมาตามเสียงตะโกนแหลมๆเมื่อครู่ทันเห็นเพียงแมวตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาตวัดกรงเล็บใส่ใบหน้าของเขา จากนั้น… เขาก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย

 

_______ชั่วพริบตาที่เสี่ยวเคเผยตัวออกมา ลั่วซิวเจ๋อเองก็ลงมือเช่นกัน

 

_______ชายสวมหน้ากากที่ยืนอยู่ข้างกายลั่วซิวเจ๋อคิดไม่ถึงว่า ลั่วซิวเจ๋อจะลงมือกับพวกตนตอนนี้ จึงเผลอยืนตะลึงด้วยอารามตกใจและยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้ตั้งตัว เขาก็โดนลั่วซิวเจ๋อฟาดจนสลบเหมือดเช่นกัน

 

_______ฉีหนานอ้าปากค้างมองหนึ่งแมวหนึ่งปลาเล่นงานทหารรับจ้างทั้งสองนายภายในชั่วพริบตาเดียว ก่อนจะเอ่ยถามด้วยสีหน้าสับสนงุนงง “พวกนายทำอะไร?”

 

_______“ถามมันสิ!” ลั่วซิวเจ๋อลากชายสวมหน้ากากกับชายหน้าตกกระมานอนกองด้วยกันที่มุมหนึ่งอย่างไม่สบอารมณ์… ทั้งคู่แค่หมดสติโดยไม่ได้รับบาดเจ็บอันใด

 

_______ฉีหนานเผลอขมวดคิ้วถลึงตาใส่เสี่ยวเคทันที “ต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรือ? ฉันว่า ตลอดทางที่พวกเราเดินทางมาด้วยกัน พวกเขาทั้งสองคนได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า พวกเขาไว้ใจได้นะ”

 

_______เสี่ยวเคเหลือบตามอง “ทั้งที่พวกมันเป็นแค่ทหารรับจ้างที่พวกเจ้าจ้างวานมา พวกเจ้าก็จะบอกความลับของข้ากับพวกมันแล้วหรือ? อย่าโง่ไปหน่อยเลย!”

 

_______ฉีหนานพลันหุบปากฉับ… เรื่องที่เสี่ยวเคสามารถเปลี่ยนร่างเป็นหุ่นยนต์ได้คือ ความลับสุดยอดที่จะบอกให้ใครรู้ไม่ได้เด็ดขาด…. อีกทั้งเขาไม่เคยได้ยินเรื่องหุ่นยนต์สามารถแปลงร่างเป็นแมวราตรีจากรัฐบาลโลกมาก่อน

 

_______ถูกต้อง… ฉีหนานคิดว่า เสี่ยวเคเป็นเพียงหุ่นยนต์รุ่นพิเศษตัวหนึ่งที่มีสมองกลเป็นระบบเอไอชั้นยอด

 

_______เนื่องจากระบบเอไอของหุ่นยนต์รุ่นไฮเทคมักมีความสมจริงเทียบเท่ากับมนุษย์จริงๆ ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่ฉีหนานเข้าใจผิดเช่นนี้

 

_______ฉะนั้นตอนที่ฉีหนานได้เห็นร่างที่แท้จริงของเสี่ยวเคในอีกไม่ช้า เขาจึงเบิกตากว้างอ้าปากค้างจนคางเกือบแตะพื้นด้วยความตกใจสุดขีด แถมยังโดนลั่วซิวเจ๋อหัวเราะเยาะถึงหนึ่งเดือนเต็ม

 

_______“เอาล่ะ ข้าจะทานล่ะนะ!” เสี่ยวเคที่เกลือกกลิ้งอยู่บนกองภูเขาแท่งพลังงานอย่างมีความสุข อยู่ๆก็เปลี่ยนสีขนกลายเป็นสีทองทั้งตัว

 

_______ทันใดนั้นเส้นขนสีทองทุกเส้นพลันยืดยาวและแทงเข้าไปในแท่งพลังงานรอบๆอย่างนุ่มนวล

 

_______ฉีหนานยืนนิ่งมองภาพแท่งพลังงานเหล่านั้นถูกดูดกลืนพลังงานอย่างรวดเร็วจนแทบจะกวาดแท่งพลังงานที่กองอยู่ด้านบนหายวับไปในพริบตาเดียว… เปลือกแท่งพลังงานอันว่างเปล่าค่อยๆร่วงหล่นกลายเป็นเพียงฝุ่นผงสีเทาจางๆ

 

_______ทุกครั้งที่มันดูดกลืนแท่งพลังงานหนึ่งแท่งเสร็จ ขนสีทองเส้นนั้นของเสี่ยวเคจะเปลี่ยนเป้าหมายโดยอัตโนมัติทันที… กองภูเขาแท่งพลังงานกองโตที่เคยเห็นบัดนี้ลดน้อยลงเรื่อยๆอย่างเห็นได้ชัด… กองแท่งพลังงานที่พวกเขาสามารถใช้เปิดโหมดต่อสู้ของหุ่นยนต์ได้ทั้งเดือนกลับถูกเสี่ยวเคดูดกลืนจนกลายเป็นฝุ่นสีเทาต่อหน้าต่อตา…

 

 


หนึ่งตอนเล็กๆที่เก็บหอมรอมริบมาเป็นเดือน = =’

ข่าวดีของเรย์แต่อาจไม่ดีกับทุกคนคือ เรย์ได้งานประจำมาพักใหญ่แล้วจ้า ดีใจที่ได้งานนะแต่ก็เหนื่อยสุดๆเหมือนกันเลยได้แต่แปลเก็บไว้ในสต็อคทีละสามสี่ย่อหน้าแล้วแต่ความเหนื่อยในแต่ละวัน แหะๆ ^ ^’

ขอบคุณมากๆสำหรับทุกการรอคอยและทุกกำลังใจนะคะ 🙂