0 Views

บทที่ 104

 

_______แต่ในอีกมุมหนึ่ง ลั่วซิวเจ๋อเองก็คิดไม่ออกว่า ตาแก่วิปริตนี้คิดจะทำอะไรกันแน่… ถ้าเขาไม่รู้เรื่องตาแก่นั่นมาก่อนล่ะก็ ทุกคนคงคิดว่า เจ้านี่เป็นแค่นักวิทยาศาสตร์เพี้ยนๆคนหนึ่ง… แต่ลั่วซิวเจ๋อที่รู้จากปากของเสี่ยวเคว่า นักวิทยาศาสตร์ที่อยู่ในสถาบันวิจัยแห่งนั้นล้วนไม่ใช่พ่อพระใจบุญ… คิดว่าอีกฝ่ายจะยอมยกดาวเคราะห์ที่ตนสร้างขึ้นให้คนอื่นง่ายๆหรือ?

 

_______อย่าฝันไปหน่อยเลย!

 

_______“ระวังตัวด้วย ห้องนี้มีอะไรแปลกๆ” คิ้วเรียวของฉีหนานขมวดเข้าหากันแน่น… ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในห้อง เขาก็รู้สึกกดดันอย่างประหลาด… ไม่รู้ว่า แรงกดดันนี้มาจากไหน แต่เขาสัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากลในห้องนี้

 

_______“โอ้ เด็กๆทั้งหลาย… พวกเจ้าต้องรีบหน่อยแล้ว อีกสิบนาทีพวกคนที่เหลือจะตามมาถึงแล้ว” อยู่ๆ เสียงของชายแก่ก็ดังขัดบทสนทนาเสียก่อน

 

_______เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ลั่วซิวเจ๋อกลับมีท่าทีผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด… ถ้าตาแก่นั่นไม่พูดออกมาล่ะก็ เขาคงนึกสงสัยว่าที่นี่มีผีหรือไม่… แต่พอได้ยินที่ชายแก่บอกว่าเจ้าพวกนั้นกำลังจะตามมาทัน เขาก็มั่นใจทันทีว่า ที่นี่จะต้องมีผีแน่!

 

_______เพราะตาแก่โรคจิตไม่รู้ว่า พวกตนมีเสี่ยวเคคอยจับตามองสถานการณ์ทางฝั่งนั่นอยู่ตลอด… เมื่อครู่เจ้าพวกนั้นเพิ่งจะเดินเข้าไปในห้องทดสอบ ทว่าแค่พวกเขาก้าวเข้าไปในห้องนั้นก็ผ่านการทดสอบทันที

 

_______เขาไม่คิดว่า ตาแก่โรคจิตนั่นจะยอมปล่อยพวกมันไปโดยไม่มีเหตุผล ซึ่งเหตุผลมีเพียงข้อเดียวเท่านั้นคือ อีกฝ่ายคิดจะใช้พวกมันกดดันให้พวกเขารีบรับการทดสอบในครั้งนี้โดยเร็วที่สุด

 

_______“ถ้างั้น… การทดสอบในครั้งนี้คืออะไร?” ลั่วซิวเจ๋อเอ่ยถามพลางยิ้มบางๆ

 

_______“หึๆ… แทนที่จะเรียกว่าการทดสอบ น่าจะเป็นการวัดระดับพลังของพวกเจ้ามากกว่า… ใครก็ตามที่นั่งบนเก้าอี้ตัวนั้นและสามารถควบคุมดาวเคราะห์ดวงนี้ได้ ข้าจะถือว่า ผ่าน… คนที่ผ่านการทดสอบก็จะได้ครอบครองทรัพย์สมบัติของข้าทั้งหมด! พวกเจ้ายังลังเลอะไรอยู่อีก?” ชายชรากล่าวอย่างตื่นเต้น ราวกับต้องการล่อลวงให้ใครสักคนนั่งบนเก้าอี้และคว้าทุกอย่างมาไว้ในมือซะเดี๋ยวนี้

 

_______ลั่วซิวเจ๋อเบ้ปาก… ใครจะโง่ไปนั่งบนเก้าอี้ที่ไม่น่าไว้ใจแบบนั้นได้กันเล่า

 

_______ถึงทรัพย์สมบัติมหาศาลจะยั่วยวนใจมากแค่ไหน แต่ชีวิตก็สำคัญกว่าอยู่ดี อีกอย่างทรัพย์สมบัติที่ตาแก่โรคจิตพูดถึงอาจจะเป็นสัตว์ทดลองที่จะนำภัยพิบัติมาสู่มนุษยชาติก็เป็นได้…

 

_______“งั้น… ใครจะขึ้นไปนั่ง?” ชายหน้าตกกระขมวดคิ้วแน่นขณะจ้องเขม็งไปทางเก้าอี้ตัวนั้นอย่างหวาดระแวง ดวงตาคู่นั้นไม่หลงเหลือประกายแห่งความโลภอีกต่อไป

 

_______ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ… ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครเชื่อในประสิทธิภาพแสนวิเศษแทบหลุดโลกของเก้าอี้ตัวนั้นเลย

 

_______“แล้ว… พวกเราจะทำยังไงต่อไป?” ชายหน้าตกกระเกาศีรษะดังแกรกๆ ทั้งๆที่พวกเขาลำบากแทบตายกว่าจะเข้ามาถึงที่นี่ได้ แต่กลับไม่พบกองสมบัติเสียที เขาก็ชักจะหงุดหงิดเหมือนกัน

 

_______“ค้นให้ทั่ว… ฉันไม่เชื่อว่าที่นี่จะไม่มีอะไรเลย” ลั่วซิวเจ๋อสั่งพลางโบกมือส่งสัญญาณ จากนั้นทุกคนก็เริ่มสำรวจไปทั่วห้องนี้อย่างละเอียด

 

_______“เฮ้ยๆ พวกเจ้าทำอะไรน่ะ?” น้ำเสียงของชายชราฟังดูกระวนกระวายปนร้อนรนไม่น้อย

 

_______“ไม่มีอะไรหรอก พวกเราก็แค่รู้สึกว่าตัวเองไม่มีทางผ่านบททดสอบสุดท้ายนี้ได้แน่ ก็เลยตั้งใจจะยกสิทธิ์นี้ให้กับกลุ่มที่ตามหลังมา” ฉีหนานสำรวจห้องพลางเอ่ยกับชายชราด้วยน้ำเสียงร่าเริง

 

_______ชายชราถึงกับสำลักน้ำลาย “เด็กๆที่น่ารักของข้า พวกเจ้าผ่านการทดสอบมากมายจนมาถึงจุดนี้ได้ ทำไมถึงยอมแพ้ในตอนสุดท้ายเช่นนี้เล่า? มาสิ หรือว่าพวกเจ้าไม่อยากลิ้มลองความรู้สึกที่ได้ครอบครองดาวเคราะห์ทั้งดวงมาไว้ในกำมือ?”

 

_______“ไม่อยาก… พลังจิตของผมอ่อนแอเกินไป ถ้าครอบครองดาวเคราะห์ดวงนี้สุ่มสี่สุ่มห้าจนเกิดระเบิดตัวตายขึ้นมา จะทำอย่างไรเล่า?” ฉีหนานสวนกลับทันควัน

 

_______ชายชราพลันหุบปากฉับ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด “ทั้งๆที่มีโอกาสงามวางอยู่ตรงหน้าพวกเจ้า แต่พวกเจ้ากลับทิ้งมันไปเสียได้ ช่างน่าผิดหวังเสียจริง!”

 

_______ฉีหนานยักไหล่อย่างไม่สนใจ ขณะเดียวกันมือทั้งสองข้างก็ยังคงรื้อค้นสิ่งของภายในห้องต่อไป… สุดท้ายนอกจากฉีหนานที่ค้นเจอก้อนประหลาดสีเขียวหนึ่งก้อนแล้ว อีกสามคนที่เหลือต่างมือเปล่ากันหมด…

 

_______“เมี๊ยว… ระวังตัวด้วย พวกมันมากันแล้ว” เสี่ยวเคร้องเตือน

 

_______ลั่วซิวเจ๋อพยักหน้ารับรู้คำเตือนนั้น… เขาทราบดีว่า ตาแก่วิปริตนี้ไม่มีทางยอมแพ้ง่ายๆแน่ ถึงแม้พวกเขาจะไม่ติดกับ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าโจรสลัดอวกาศกลุ่มนั้นจะไม่ตกหลุมพราง… คาดว่า การที่ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้รั่วไหลออกไปคงเป็นความตั้งใจของตาแก่นี่… ไม่นานก็ต้องถูกพบอย่างแน่นอน!

 

_______ลั่วซิวเจ๋อดึงฉีหนานมาหลบอยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัยและรอคอยการมาเยือนของโจรสลัดอวกาศกลุ่มนั้นอย่างเยือกเย็น… เขาไม่ห่วงว่า เจ้าพวกนั้นจะฆ่าพวกตนปิดปาก อันที่จริงตาแก่นี่ก็มิใช่คนดีมีเมตตาอันใด… แม้โจรสลัดอวกาศพวกนี้จะมีฝีมือไม่เลว แต่ก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนก้อนโตจากการถูกฝูงสัตว์ประหลาดรุมโจมตีอย่างหนักจนมาถึงห้องนี้…

 

_______ถึงแม้ว่า… มันจะเกิดจากการยุยงของลั่วซิวเจ๋อ แต่เขาก็ไม่นึกว่า ตาแก่โรคจิตจะลงมือหนักข้อถึงเพียงนี้… เสี่ยวเคเฝ้ามองกลุ่มคนสิบกว่าคนที่ตามหลังพวกเขาเข้ามาฐานทัพแห่งนี้อย่างห้าวหาญ ทว่าบัดนี้อีกฝ่ายกลับเหลือเพียงหกคนเท่านั้น บ่งบอกถึงความโหดเหี้ยมของตาแก่เสียสติผู้นี้ได้เป็นอย่างดี

 

_______ปัง!

 

_______ทันใดนั้นประตูห้องก็ถูกเปิดออก จากนั้นร่างของคุณชายรูปงามและคณะเดินทางทั้งหกคนจึงก้าวเข้ามาในห้อง

 

_______ตัวคุณชายไม่ได้รับบาดเจ็บอันใด เสื้อผ้าหน้าผมก็ไม่มีร่องรอยฝุ่นผงปนเปื้อนแม้แต่น้อย ในขณะที่พวกหลัวซีเซ่อได้รับบาดเจ็บไม่น้อย อีกทั้งหนึ่งในนั้นยังถูกตัดแขนขาดไปข้าง นับว่าอ่อนหัดกว่าพวกลั่วซิวเจ๋อยิ่งนัก

 

_______“คุณชายแกลส พวกมันอยู่นั่น!” ทันทีที่หลัวซีเซ่อเห็นหน้าลั่วซิวเจ๋อก็ตะโกนลั่นสุดเสียงด้วยความโกรธแค้น… ที่พวกเขาบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้ ต้องขอบคุณลั่วซิวเจ๋อที่ช่วย ‘แนะนำ’ ตาแก่บ้านั่นมาก… เนื่องจากชายชราเล่าทุกอย่างให้อีกฝ่ายฟังอย่างเมามันส์โดยไม่ลืมใส่สีตีไข่ลงไปเต็มที่ จนหลัวซีเซ่อพาลโทษว่า ทุกอย่างเป็นความผิดของลั่วซิวเจ๋อทั้งหมด ฉะนั้นเขาจึงแสดงสีหน้าโกรธแค้นและเกลียดชังอีกฝ่ายอย่างชัดเจน…

 

_______ทว่าคุณชายแกลสหาได้ไร้น้ำยาเช่นที่ลั่วซิวเจ๋อคิด… อีกฝ่ายชายตามองหลัวซีเซ่อด้วยแววตาเยียบเย็น ทำเอาหลัวซีเซ่ออ้าปากพะงาบๆ แต่กลับไม่มีเสียงใดๆเล็ดรอดออกมาราวกับกำลังถูกบีบคออยู่ก็ไม่ปาน

 

_______ลั่วซิวเจ๋อเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสนใจ… ที่ผ่านมา เขามองเห็นแค่ในมุมภาพกล้องวงจรปิดของเสี่ยวเคเท่านั้น เขาจึงไม่สนใจคุณชายแกลสคนนี้นัก นึกไม่ถึงว่าคุณชายเจ้าสำราญจะมีจิตสังหารรุนแรงถึงขนาดกดดันทหารรับจ้างที่มีประสบการณ์โชกโชนอย่างหลัวซีเซ่อได้อย่างอยู่หมัด

 

_______เมื่อคุณชายแกลสหันไปมองลั่วซิวเจ๋อ แววตาของเขาพลันดูตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด ถ้าตอนนี้พวกเขาไม่ใช่ศัตรูกันล่ะก็ เขาจะต้องฉุดอีกฝ่ายมาปรนนิบัติบนเตียงของเขาอย่างแน่นอน

 

_______แต่ถ้าหากพวกเขาจับอีกฝ่ายมาเป็นเชลยได้ล่ะก็… แกลสเลียริมฝีปากด้วยความหื่นกระหาย จะเลี้ยงดูคนงามอีกสักคนไว้ในบ้านของตนก็นับว่าไม่เลวเลย

 

_______ชายวัยฉกรรจ์ที่ยืนอยู่ข้างกายคุณชายแกลสย่อมสังเกตเห็นสายตาของแกลสที่มองไปยังร่างของลั่วซิวเจ๋ออย่างชัดเจน ดวงตาคู่คมพลันฉายประกายเย็นเยียบขณะจ้องเขม็งไปทางลั่วซิวเจ๋อด้วยความไม่พอใจสุดขีด

 

_______ลั่วซิวเจ๋อโค้งมุมปากขึ้นเล็กน้อย เขาย่อมเคยชินกับสายตาโลมเลียปานจะกลืนกินตัวเขาแน่นอน แต่คนที่แสดงออกอย่างตรงไปตรงมาอย่างคุณชายแกลสผู้นี้พบไม่บ่อยนัก อืม… คนสุดท้ายที่ใช้สายตาเช่นนี้มองตนเป็นเช่นไรนะ? รู้สึกว่าจะถูกสับเป็นชิ้นๆและโยนให้ปลากินกระมัง…

 

_______แกลสแสยะยิ้มโดยไม่ยอมละสายตาจากร่างของลั่วซิวเจ๋อเลยแม้แต่วินาทีเดียว ก่อนจะก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว “ฐานทัพแห่งนี้เป็นของพวกข้ากลุ่มโจรสลัดอวกาศเฮล… ทิ้งอาวุธซะ แล้วข้าจะไว้ชีวิตพวกเจ้าสักครั้ง”

 

_______สิ้นคำข่มขู่นี้ เหล่าผู้ติดตามและทหารรับจ้างของเด็กหนุ่มต่างฉีกยิ้มเหี้ยมเกรียม ราวกับต้องการพุ่งเข้ามากระทืบพวกเขาให้จมดินเสียเดี๋ยวนี้

 

_______ลั่วซิวเจ๋อเบ้ปากด้วยความเบื่อหน่าย ทันใดนั้นฉีหนานที่เคยยืนหลบอยู่ด้านหลังตนกลับเป็นฝ่ายก้าวออกมาบดบังร่างของลั่วซิวเจ๋อจากสายตาของคุณชายแกลสคนนั้น แถมยังหัวเราะเย้ยหยันกลับเสียอีก “กลุ่มโจรสลัดอวกาศเฮลแล้วยังไง? แกมีปัญญาเอาเรือรบของพวกแกเข้ามาที่นี่เหรอ? มีแค่หกคนยังกล้าทำตัวกร่างขนาดนี้ คิดว่าตัวเองไร้เทียมทานหรือไง?”

 

_______“สามหาว! กล้าพูดจาหยาบคายกับคุณชายแกลสเรอะ!” ชายร่างกำยำถลึงตาใส่พลางทะยานร่างพุ่งตรงมายังพวกเขาอย่างรวดเร็ว ซึ่งฉีหนานเองก็หรี่ตาลงวูบ ก่อนจะถีบตัวพุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายเช่นกัน

 

_______คนที่เหลือต่างรู้ว่า นี่เป็นแค่การหยั่งเชิงอีกฝ่ายเท่านั้น ฉะนั้นจึงไม่มีใครวู่วามและเฝ้ามองการต่อสู้ตรงหน้าอย่างสุขุมเยือกเย็น… หากการต่อสู้ในครั้งนี้เป็นเพียงการเล่นงานอยู่ฝ่ายเดียวล่ะก็ การโจมตีที่จะตามมาคือ การสังหารหมู่อย่างแน่นอน ทว่าหากทั้งสองฝ่ายต่อสู้ได้อย่างสูสีล่ะก็ มีความเป็นไปได้ที่คุณชายแกลสหรือลั่วซิวเจ๋อจะใช้วิธีเจรจาต่อรองแทน

 

_______ชายฉกรรจ์กับฉีหนานผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างไม่มีใครยอมใคร แม้ชายฉกรรจ์จะต่อสู้แบบไม่กลัวตาย แต่ฉีหนานเองก็สู้ไม่ถอยเช่นกัน

 

_______แท้ที่จริงฉีหนานกำลังนึกหวั่นใจไม่น้อย เทคนิคในการต่อสู้ตัวต่อตัวของชายตรงหน้าช่างเรียบง่ายนัก ทว่าการเคลื่อนไหวอันเรียบง่ายนี้กลับรัดกุมและไม่มีช่องโหว่เลย จิตสังหารก็มิได้อ่อนด้อยแม้แต่น้อย

 

_______สิ่งที่ฉีหนานร่ำเรียนมาตลอดคือ ทักษะการต่อสู้ที่ใช้ในกองทัพ ซึ่งเมื่อเทียบกับทักษะการต่อสู้แบบปกติแล้ว เทคนิคที่ใช้ในกองทัพนั้นมีหลากหลายและได้รับการขัดเกลามาเป็นอย่างดี ทว่าทักษะการต่อสู้ของชายตรงหน้ากลับรัดกุมยิ่งกว่า แทบจะไม่มีการเคลื่อนไหวที่เสียเปล่าเลย

 

_______ตอนที่เขาประมือกับลั่วซิวเจ๋อก็เคยถามถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับเทคนิคเหล่านี้ แต่ลั่วซิวเจ๋อกลับแค่ส่งยิ้มให้โดยไม่อธิบายอะไรเพิ่มเติมเลย แถมยังบอกให้เขาเรียนเทคนิคของทางกองทัพต่อไปอีกด้วย

 

_______บัดนี้ในที่สุดฉีหนานก็เข้าใจเหตุผลแล้ว

 

_______ขณะต่อสู้กับชายฉกรรจ์ตรงหน้า รูปแบบการต่อสู้ของเขาสามารถพลิกแพลงไปตามสถานการณ์ได้ทุกรูปแบบ ทำให้เขารับมือกับทุกการโจมตีและทุกการป้องกันของอีกฝ่ายได้โดยไม่เปลืองแรงนัก

 

_______อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์จากการฝึกซ้อมกับลั่วซิวเจ๋อมานาน จนสามารถใช้กระบวนท่าต่างๆได้อย่างคล่องแคล่วเสมือนเป็นกระบวนท่าเฉพาะตัวแล้ว ฉะนั้นการให้ฉีหนานศึกษาเทคนิคการต่อสู้ของคนอื่น มีแต่จะทำให้เจ้าตัวสับสนเปล่าๆ

 

_______ปึกๆๆ!

 

_______ฉีหนานกับชายฉกรรจ์ต่อสู้กันด้วยมือเปล่าอย่างดุเดือด กำปั้นต่อกำปั้นที่กระแทกเข้าใส่ผิวเนื้อเริ่มปรากฏให้เห็นรอยช้ำสีเขียวขึ้นทั่วร่างกายของทั้งสองฝ่ายภายในเวลาเพียงไม่นาน

 

_______แกลสหรี่ตาลง เมื่อเห็นว่า คนของตนที่เคยเป็นฝ่ายกดดันฉีหนาน บัดนี้กลับถูกฉีหนานไล่ต้อนเสียได้… สีหน้าเริ่มเย็นเยียบส่อแววอันตรายมากขึ้นเรื่อยๆ

 


ปลาตัวนี้มีคนจอง จะมองหรืออยากลองก็ไม่ได้สินะ… 5555+

อื้อหือ น้ำส้มหกแล้วลูก ออกตัวแรงเบอร์นี้น่าปลื้มใจแทนพี่ลั่วจริงๆ  555555+