0 Views

บทที่ 102

 

______นัยน์ตาสีเงินทอประกายระยิบระยับของลั่วซิวเจ๋อค่อยๆมองไปรอบๆห้องทดลองอย่างเชื่องช้า พลังจิตเฉียบคมยิ่งกว่าที่เคยค่อยๆแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทั้งห้องราวกับระลอกคลื่นก็ไม่ปาน

 

______ในห้วงพลังจิตของเขา เขาเห็นเงาร่างอันเลือนรางกำลังคืบคลานเข้าไปใกล้เสี่ยวเคอย่างเงียบงัน… ดูเหมือนว่าสัตว์ประหลาดตนนี้จะฉลาดไม่เบาเลย พอมันรู้ตัวว่าเอาชนะลั่วซิวเจ๋อไม่ได้ ก็หันไปเล่นงานฉีหนานที่อ่อนแอกว่าทันที

 

______น่าเสียดาย…

 

______ลั่วซิวเจ๋อพลันแสยะยิ้มเย็นยะเยือกดูน่าสยดสยอง… การทำร้ายคู่ชีวิตของชาวเงือกย่อมเป็นการท้าทายชาวเงือกตนนั้นเช่นกัน ยิ่งตอนนี้ตัวเขาใช้ทักษะซิงโครแล้ว… คิดจะลอบทำร้ายฉีหนาน รอให้แข็งแกร่งกว่าลั่วซิวเจ๋อก่อนเถิด!

 

______ลั่วซิวเจ๋อชี้นิ้วเรียวไปยังร่างของอีกฝ่ายอย่างเงียบงัน

 

______เงาอันเลือนรางตนนั้นพลันรู้สึกถึงจิตสังหารของลั่วซิวเจ๋อที่พุ่งเป้ามายังตนอย่างรุนแรง จนถึงกับตัวสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะรีบพุ่งกระโจนไปทางเสี่ยวเคอย่างรวดเร็ว

 

______ลั่วซิวเจ๋อหรี่ตาลงเล็กน้อย ขณะเดียวกันประกายแสงระยิบระยับสีเงินในนัยน์ตาคู่นั้นพลันส่องแสงแวววาวประดุจแสงดาว อีกทั้งยังช่วยทำให้พลังจิตยิ่งเฉียบคมมากขึ้นจนเสกหนามอันแหลมคมฝูงหนึ่งพุ่งเข้าใส่ร่างล่องหนของสัตว์ประหลาดตนนั้นอย่างรวดเร็ว

 

______กรี๊ซ!

 

______สัตว์ประหลาดตนนั้นอ้าปากกรีดร้องโหยหวนเสียงแหลมแสบแก้วหูจนแคปซูลแก้วที่ตั้งเรียงรายอยู่ในห้องทดลองทั้งหมดแตกกระจายทันที

 

______แม้แต่โล่เหล็กของเสี่ยวเคยังปรากฏรอยร้าวอย่างเห็นได้ชัด ไม่ต้องพูดถึงฉีหนานที่กำลังนอนดิ้นทุรนทุรายกับพื้นด้วยความทรมาน

 

______แววตาของลั่วซิวเจ๋อดูเย็นยะเยือกชวนเสียวสันหลังวาบมากขึ้น ก่อนจะใช้พลังจิตส่วนหนึ่งโอบอุ้มร่างของฉีหนานเอาไว้ พร้อมกับซัดหนามพลังจิตออกไปทะลวงร่างของสัตว์ประหลาดตนนั้นอีกชุดใหญ่

 

______เสียงกรีดร้องแปดหลอดของอีกฝ่ายค่อยๆแผ่วเบาลงราวกับเจ้าตัวกำลังอ่อนแรงลงเรื่อยๆ แม้จะมองไม่เห็นสภาพน่าอเนจอนาถของมัน แต่เสี่ยวเคยังรู้สึกเสียวสันหลังวาบอยู่ดี… อย่าได้ริอาจไปมีเรื่องกับเจ้าเงือกป่าเถื่อนตนนี้เด็ดขาด แม้แต่สัตว์ประหลาดล่องหนยังถูกอีกฝ่ายฆ่าตายภายในพริบตาเดียวเลย… สวรรค์ช่างลำเอียงจริงๆ!

 

______ลั่วซิวเจ๋อขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อย เมื่อรับรู้ได้ว่า พอฆ่าอีกฝ่ายตายแล้ว ร่างกายของมันกลับแปรสภาพเป็นกลุ่มก้อนพลังงานบริสุทธิ์ซึ่งมีคุณสมบัติฟื้นฟูพลังจิตได้เป็นอย่างดี… เขาดูดซับพลังงานเหล่านั้นเพียงเล็กน้อย ก่อนจะรีบเดินไปอุ้มฉีหนานขึ้นมาจากพื้นและชักนำให้พลังจิตของฉีหนานดูดกลืนพลังงานเหล่านั้นผ่านทางร่างกายของเขา

 

______“อา…” ฉีหนานส่งเสียงครางในลำคอด้วยความพอใจ… เขารู้สึกสบายไปทั้งตัวเหมือนกำลังแช่อยู่ในบ่อน้ำพุร้อนก็ไม่ปาน

 

______ดวงตาสีรัตติกาลดูชุ่มฉ่ำและมีชีวิตชีวามากขึ้น… การฟื้นฟูด้วยกลุ่มก้อนพลังงานนี้ช่างรู้สึกดีจริงๆ ไม่เพียงแต่พลังจิตของเขา แต่ยังรู้สึกเหมือนมันกำลังฟื้นฟูไปถึงข้างในยีนของเขาเลยก็ว่าได้ ในขณะที่เขากำลังสะลึมสะลืออยู่ ก็รู้สึกเหมือนตนสัมผัสกับประตูบานหนึ่ง หากเขาสามารถเปิดประตูบานนั้นได้ล่ะก็ จะต้องไปถึงระดับS ที่ผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนได้แต่ใฝ่ฝันแน่

 

______เสียดายที่พลังงานนี้ไม่ค่อยมีผลทางด้านร่างกายนัก จึงทำให้เขายังไม่อาจทลายขีดจำกัดทางร่างกาย แต่ในส่วนของพลังจิตนั้นเขากลับไม่อาจหาคำพูดใดๆมาบรรยาย…

 

______แม้จะไม่ถึงกับทลายขีดจำกัดด้านพลังจิต แต่เขาก็รู้สึกได้ว่า พลังจิตของตนแข็งแกร่งกว่าแต่ก่อนมาก! และเฉียบคมขึ้นอีกด้วย!

 

______“เป็นอย่างไรบ้าง?” รอจนกลุ่มก้อนพลังงานถูกดูดกลืนไปจนหมดสิ้นแล้ว ลั่วซิวเจ๋อที่กำลังอุ้มฉีหนานอยู่จึงกระซิบถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

 

______ฉีหนานค่อยๆกะพริบตาปริบๆ ทันทีที่รู้ตัวว่า ตนกำลังถูกอีกฝ่ายอุ้มอยู่ ใบหน้าพลันขึ้นแดงก่ำด้วยความอับอาย

 

______อันที่จริงฉีหนานหาได้หมดสติไป ตอนนั้นเขาแค่ได้ยินเสียงของลั่วซิวเจ๋อดังขึ้นในหัวของตน… ขอยืมพลังของเขา…

 

______ฉีหนานไม่รู้ว่า การยืมพลังเป็นอย่างไร แต่เขาก็ตอบรับคำขอของอีกฝ่ายโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

 

______หลังจากที่เขาตอบตกลง ร่างกายพลันรู้สึกเบาโหวง พลังจิตเหือดหายไปในพริบตาเดียว ราวกับว่ามีใครบางคนสร้างวาร์ปในตัวของเขา เพื่อส่งพลังทั้งหมดไปให้ลั่วซิวเจ๋อรวดเดียว

 

______มันช่างเป็นความรู้สึกที่ประหลาดนัก… ทั้งที่ร่างของเขาทรุดลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง แต่เขากลับรู้สึกเหมือนได้ต่อสู้เคียงข้างลั่วซิวเจ๋อตลอดเวลา

 

______คล้ายกับมีใครสักคนนำวิญญาณของเขาใส่เข้าไปในร่างของลั่วซิวเจ๋อ ทำให้เขามองเห็นทุกการกระทำของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน

 

______เมื่อจบการต่อสู้ ฉีหนานก็ถูกดึงกลับเข้าร่างอีกครั้งอย่างรวดเร็ว มีเพียงช่วงที่ฉีหนานเคลิบเคลิ้มกับการซึมซับกลุ่มก้อนพลังงานเท่านั้นที่ไม่รู้สึกตัวจริงๆ

 

______จนกระทั่งลั่วซิวเจ๋อถามไถ่อาการ เขาถึงเพิ่งจะรู้ตัวว่า ตนกำลังถูกลั่วซิวเจ๋ออุ้มอยู่ในอ้อมแขน… ร่างกายไม่มีส่วนไหนผิดปกติ ทั้งยังรู้สึกกระปรี้กระเปร่าจากการดูดซับพลังงานเมื่อครู่อีกด้วย ทำเอาเขานึกฉงนปนทึ่งมาก

 

______“เมื่อกี๊มันอะไร?” ฉีหนานถามอย่างแปลกใจ

 

______“พลังของพวกเราซิงโครเข้าด้วยกัน” ลั่วซิวเจ๋ออธิบายเสียงเรียบ

 

______“ซิงโคร?” ฉีหนานเบิกตาโพลงด้วยความตกใจสุดขีด  “ทำไมพวกเราถึงซิงโครได้? เป็นทักษะพิเศษของเผ่าพันธุ์เงือกหรือ?”

 

______ลั่วซิวเจ๋อคลี่ยิ้มบางๆ ก่อนจะจุมพิตลงที่มุมปากของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา “ไม่ใช่ทักษะพิเศษของเผ่าเงือก แต่เป็นทักษะพิเศษของคู่รักต่างหาก”

 

______แก้มของฉีหนานพลันขึ้นสีแดงซ่าน… ตั้งแต่ตอนที่จูบกันบนเรือรบอวกาศในครั้งนั้น นี่เป็นครั้งแรกที่ลั่วซิวเจ๋อเอ่ยปากยอมรับการเป็นคู่รักของเขาอย่างจริงจัง

 

______ฉีหนานมีความสุขมาก แต่ก็รู้สึกเขินแปลกๆเล็กน้อย…

 

______ความรู้สึกอุ่นวาบแสนหวานที่แผ่ซ่านอยู่ในอกทำให้เขารู้สึกเก้อเขินอย่างหนักจนไม่กล้าสบสายตากับลั่วซิวเจ๋ออีก

 

______ลั่วซิวเจ๋อกระตุกยิ้มขบขัน… ฉีหนานช่างดูออกง่ายเสียจริง ปกติก็ดูเข้ากับคนอื่นง่าย แต่ทุกครั้งที่อยู่กับตนสองต่อสองกลับมีท่าทีเคอะเขินเสียนี่… ช่างน่ารักอะไรอย่างนี้!

 

______เสี่ยวเคยกอุ้งเท้าขึ้นมาปิดตาด้วยความปวดใจ… บัดซบ มาพลอดรักกันต่อหน้าแมวโสดอย่างข้าเช่นนี้ พวกเจ้าสองคนช่างโหดร้ายยิ่งนัก!

 

______ปึง! ปึง! ปึง!

 

______การต่อสู้ภายในห้องทดลองสิ้นสุดลงแล้ว แต่ชายสวมหน้ากากและชายหน้าตกกระที่อยู่ด้านนอกก็ยังพยายามทำลายประตูโลหะอย่างไม่ลดละ… ผู้ว่าจ้างของตัวเองถูกขังอยู่ในห้องทดลองแปลกๆ โดยไม่มีใครคอยอารักขา พวกเขาแทบจะคลั่งตายอยู่แล้ว…

 

______“เสี่ยวเค เปิดประตู” ลั่วซิวเจ๋อยังคงอุ้มฉีหนานเอาไว้ในอ้อมแขน โดยไม่มีทีท่าว่าจะยอมปล่อยอีกฝ่ายแม้แต่น้อย

 

______เสี่ยวเคทำหน้าหมั่นไส้ปนหงุดหงิด ก่อนจะเชื่อมต่อเข้ากับระบบควบคุมภายในห้องทดลองและสั่งให้เปิดประตูอย่างเงียบงัน

 

______ภาพแรกที่ชายทั้งสองมองเห็นทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องคือ สภาพเละเทะของห้องทดลองที่พื้นห้องเจิ่งนองไปด้วยของเหลวสีเขียว เศษซากของแคปซูล และชิ้นส่วนร่างกายจำนวนนับไม่ถ้วนที่หล่นกระจายไปทั่วห้องเพราะการต่อสู้ก่อนหน้านี้…

 

______เดิมทีพวกเขาทั้งคู่ตั้งท่าเตรียมรับมือกับศึกหนักอย่างเต็มที่ แต่พอเห็นลั่วซิวเจ๋อกำลังอุ้มฉีหนานอย่างทะนุถนอม ก็ถึงกับสะดุ้งเฮือกด้วยความตื่นตกใจสุดขีด… หมดกัน! ผู้ว่าจ้างตายแล้ว!

 

______ริมฝีปากของชายหน้าตกกระสั่นระริกด้วยความสะเทือนใจ ไม่อาจเอื้อนเอ่ยคำพูดใดๆออกมา…

 

______ในขณะที่ชายสวมหน้ากากเพียงเพ่งมองภาพตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อสังเกตเห็นว่า เสื้อผ้าของลั่วซิวเจ๋อยังคงสมบูรณ์แบบไร้รอยตำหนิ จึงขยับเข้าไปใกล้อีกสองก้าวและบังเอิญสบตากับฉีหนานพอดี…

 

______ชายสวมหน้ากาก “….”

 

______เขาก้าวถอยหลังสองสามก้าวอย่างเงียบงัน ในใจเริ่มคุกรุ่นด้วยความหงุดหงิดปนหมั่นไส้… หึๆ พลอดรักกันแบบนี้มันน่าถูกเผาตายเสียจริง!

 

______“หมดกัน… จบสิ้นกันแล้ว…” ชายหน้าตกกระยังเศร้าเสียใจกับ ‘การตาย’ ของฉีหนานไม่เลิก

 

______ชายสวมหน้ากากถึงกับกระตุกมุมปากยิกๆ ก่อนจะตวัดเท้าเตะข้อพับขาของชายหน้าตกกระเต็มแรง จนชายหนุ่มถลาลงไปนั่งกับพื้นบริเวณที่ลั่วซิวเจ๋อยืนอยู่ ชั่วขณะที่อีกฝ่ายลุกขึ้นยืนก็เผอิญมองเห็นใบหน้าแดงก่ำของฉีหนานเข้าพอดิบพอดี… อีกทั้งยังไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่ปลายเส้นผม!!!

 

______ชายหน้าตกกระ “…”

 

______เขาพยายามปรับสีหน้าและควบคุมอารมณ์ตัวเองอย่างเต็มที่ ก่อนจะกล่าวว่า “อา… จะทำยังไงต่อ?”

 

______ชายหนุ่มหน้าตกกระกับชายสวมหน้ากากต่างก็เป็นทหารรับจ้างที่มีประสบการณ์อย่างโชกโชน จึงสามารถประเมินสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว

 

______แม้การไม่พบร่างของศัตรูจะทำให้พวกเขารู้สึกแปลกใจไม่น้อย แต่พวกเขาก็ไม่มีหน้าที่ที่จะต้องสืบหาข้อเท็จจริงอันใดมิใช่หรือ? ฉะนั้นจึงไม่จำเป็นต้องคิดอะไรให้มากความ แค่ถามว่าจะทำยังไงต่อไปก็พอ

 

______ตาแก่โรคจิตบอกว่า ห้องทดลองแห่งนี้คือบททดสอบที่สอง แต่ตอนนี้มันเละเทะจนไม่เหลือสภาพเดิมขนาดนี้แล้ว พอจะเรียกว่าผ่านการทดสอบได้หรือไม่กัน?

 

______“ติ๊ดๆๆ!” ลั่วซิวเจ๋อไม่ทันจะเอ่ยปาก อยู่ๆก็มีเสียงสัญญาณบางอย่างดังมาจากชายหน้าตกกระ

 

______ชายหน้าตกกระพลันหน้าเปลี่ยนสี “มีคนตามมา!” มันคือ เสียงสัญญาณเตือนภัยที่เขาติดตั้งเอาไว้ตรงทางเดินที่พวกเขาเพิ่งสู้กับมนุษย์กึ่งแมลงก่อนหน้านี้ ซึ่งเขาซ่อนมันไว้ที่ใต้ศพของมนุษย์กึ่งแมลงเหล่านั้น เพราะไม่น่าจะมีใครสังเกตเห็น

 

______เดิมทีก็แค่ทำเพื่อป้องกันเอาไว้เฉยๆ… ไม่นึกเลยว่าจะได้ใช้งานจริงๆ หมายความว่ามีใครบางคนเข้ามาในฐานทัพลับทีหลังพวกเขา

 

______ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีสำหรับพวกเขาแน่นอน

 

______สีหน้าของลั่วซิวเจ๋อดูเคร่งเครียดขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหันไปสบตากับเสี่ยวเคแว่บหนึ่ง

 

______แม้ว่าเสี่ยวเคจะยังไม่สามารถควบคุมระบบทั้งหมดของฐานทัพลับแห่งนี้ได้ แต่ตลอดทางที่พวกตนเดินผ่านเข้ามานั้น เสี่ยวเคได้แฮ๊กระบบและชิงการควบคุมมาเป็นของตนทีละส่วน แม้จะไม่อาจใช้ระบบรักษาความปลอดภัยของฐานทัพจัดการกับคนที่กำลังตามมาได้ ทว่าการใช้กล้องวงจรปิดตรวจสอบตัวตนของอีกฝ่ายนั้นมิใช่ปัญหาแต่อย่างใด

 

______เสี่ยวเคจัดการเชื่อมต่อและส่งภาพที่ตนเห็นไปให้กับลั่วซิวเจ๋อและฉีหนาน… ภาพเหตุการณ์ที่ผ่านมาพลันถูกฉายอยู่ตรงหน้าของคนทั้งคู่อย่างรวดเร็ว จนมาหยุดลงที่ภาพกลุ่มคนนับสิบกำลังเดินเข้าไปในห้องพักผ่อนที่พวกเขาเคยอยู่ก่อนหน้านี้

 

______“นั่นมันหลัวซีเซ่อ?” ลั่วซิวเจ๋อขมวดคิ้วเล็กน้อย เมื่อพบว่าคนที่กำลังทำหน้าประจบสอพลออีกคนอยู่คือ หลัวซีเซ่อที่เคยเจอกับพวกเขา…

 

______“หลัวซีเซ่อ? เจ้าโง่นั่นมาถึงที่นี่ได้ยังไง?” ชายหน้าตกกระบ่นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

 

______เสี่ยวเคที่ซ่อนตัวอยู่กล่าวแทรกว่า “ไม่ได้มีแต่พวกมัน พวกเจ้าดูให้ดีสิ” ก่อนจะเปลี่ยนให้ชายหนุ่มทั้งสองได้ดูอีกภาพเหตุการณ์

 

______กล้องวงจรปิดหาได้มีเพียงในฐานทัพเท่านั้น มีทั้งในอุโมงค์และบริเวณทางเข้าของอุโมงค์ซึ่งขณะนี้มีคนกลุ่มหนึ่งยืนคุมด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียมฉายชัดถึงเจตนามุ่งร้าย จนลั่วซิวเจ๋อแทบจะได้กลิ่นคาวเลือดบนร่างของพวกเขาเลยทีเดียว

 

______กลิ่นคาวเลือดที่ไม่ควรพบบนตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล อีกทั้งดูจากสีหน้าท่าทางของพวกเขาแล้ว คนกลุ่มนี้ก็ไม่น่าจะใช่พวกทหารผ่านศึกเช่นกัน

 

______“โจรสลัดอวกาศ?” ลั่วซิวเจ๋อคาดเดาได้ในทันที อันที่จริงข้อมูลของดาวดวงนี้ที่พวกตนได้รับก็มาจากพวกโจรสลัดอวกาศ… ทว่าที่พวกเขาไม่เข้าใจคือ โจรสลัดอวกาศกลุ่มนี้ดูเหมือนจะเจาะจงมายังฐานทัพแห่งนี้และเจอทางเข้าอุโมงค์แห่งนี้ได้อย่างง่ายดาย ราวกับว่าที่ตั้งของฐานทัพนี้มิใช่ความลับสำคัญอันใด… หรือว่า เป็นเพราะเจ้าของฐานทัพแห่งนี้หรือตาแก่วิปริตคนนั้นจงใจปล่อยข้อมูลเหล่านี้เสียเอง

 

______“โอ้ เด็กๆที่น่ารักทั้งหลาย… พวกเจ้าช่างโชคไม่ดีเอาเสียเลย” ทันใดนั้นเสียงของตาแก่ที่เพิ่งจะนึกถึงพลันดังก้องไปทั่ว “ถึงอย่างไรสมบัติล้ำค่าก็ต้องมีคนมากมายที่ต้องการแย่งชิง แม้พวกเจ้าจะมาก่อนคนอื่นก้าวหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า พวกเจ้าจะเอาสมบัติของข้าไปได้”

 

 


อ๊ายยยย… ถ้าจะหวานขนาดนี้… >////<

เอิ่ม… ยังรักษาสโลแกน ‘หวานไม่เลือกที่’ เหมือนเดิม 555555+

แหมๆ พี่ลั่วได้อุ้มฟักทองที วางไม่ลงเลยเหรอ???  =//o//=

ขอบคุณทุกคนที่รอคอยและให้กำลังใจนะคะ 🙂