0 Views

บทที่ 101

 

______“ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยใดก็มีคนแบบนี้อยู่เสมอ” เมื่อลั่วซิวเจ๋อนึกถึงการสร้างชาวเงือกปลอมและสถานดูแลเงือกของรัฐบาลในยุคนี้แล้วก็ยิ่งรู้สึกรังเกียจมากขึ้น

 

______ฉีหนานขมวดคิ้วมุ่นขณะกวาดสายตามองไปรอบๆ… จากที่ตาแก่นั่นพูด ที่นี่น่าจะมีสิ่งที่เจ้านั่นเหลือทิ้งเอาไว้อยู่… เขาหาได้สนใจรับช่วงต่องานวิจัยของตาแก่โรคจิต แต่เราไม่อาจรู้ได้ว่า ในอนาคตผู้ที่จะมายังสถานที่แห่งนี้และเอาข้อมูลงานวิจัยเหล่านั้นไปจะเป็นคนแบบไหน ฉะนั้นพวกเขาควรชิงทำลายมันก่อนที่จะเกิดคนบ้าเพิ่มมาอีกคนจะดีกว่า!

 

______“แปลก… คุณไม่ได้กลิ่นอะไรเลยหรือ?” ฉีหนานขยี้จมูกเล็กน้อย… ทั้งๆที่ห้องนี้ถูกปิดตายมานานหลายปี แต่เมื่อครู่เขากลับได้กลิ่นดอกไม้จางๆ? เป็นไปได้ยังไงกัน?

 

______ลั่วซิวเจ๋อพลันตั้งท่าเตรียมต่อสู้พร้อมกับแผ่คลื่นพลังจิตออกมาสำรวจภายในห้องทดลองอย่างรวดเร็ว แต่กลับไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ

 

______“เมี๊ยว! ข้าจำได้ว่า…” เสี่ยวเคทำหน้างุนงงครู่หนึ่ง ก่อนจะชี้กรงเล็บไปยังมุมหนึ่งของห้อง “ตรงนั้น… รู้สึกจะเป็นที่เก็บแท่งพลังงาน”

 

______ลั่วซิวเจ๋อเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะก้าวยาวๆตรงไปยังบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว

 

______จุดที่เสี่ยวเคบอกคือ ด้านหลังแคปซูลขนาดใหญ่ซึ่งค่อนข้างลับสายตา… เมื่อลั่วซิวเจ๋อเดินเข้าไปใกล้ เขาก็พบกับตู้ขนาดใหญ่ที่มีหีบหลายสิบใบวางเรียงราย ซึ่งดูจากขนาดแล้ว น่าจะเตรียมไว้สำหรับบรรจุแท่งพลังงานโดยเฉพาะ…

 

______แต่เมื่อลองแผ่คลื่นพลังจิตออกไปสำรวจ ลั่วซิวเจ๋อก็อดขมวดคิ้วมุ่นน้อยๆไม่ได้

 

______แม้หีบพวกนั้นจะปิดผนึกเป็นอย่างดี แต่ภายในกลับไม่รู้สึกถึงพลังงานใดๆเลย ไม่แน่มันอาจจะถูกใช้จนหมดตั้งแต่แรกแล้ว หรือไม่ก็ พลังงานที่สะสมอยู่ได้สลายหายไปตามกาลเวลาที่ล่วงเลยไปจนหมดสิ้นเสียแล้ว

 

______“เป็นไปได้ยังไง!” เสี่ยวเคเองก็รับรู้ได้ว่า หีบพวกนั้นไม่มีแท่งพลังงานบรรจุอยู่เลย จึงแสดงสีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด

 

______“อะไรหรือ?” ฉีหนานหันมามองเสี่ยวเคด้วยความงุนงงปนสงสัย ก็แค่ไม่มีแท่งพลังงานเอง ทำไมจะต้องตกใจถึงขนาดนี้ด้วย?

 

______เสี่ยวเคกลับรีบร้อนกระโจนออกไปตะกุยเปิดหีบเหล่านั้นด้วยกรงเล็บของมันอย่างรวดเร็ว แต่หลังจากที่เปิดได้สองสามใบ มันก็ต้องยอมรับว่า ไม่มีพลังงานใดๆหลงเหลืออยู่ในหีบเลย…

 

______“มันไม่น่าจะเป็นอย่างนี้นี่นา…” เสี่ยวเครำพึงเสียงแผ่ว

 

______ตั้งแต่เข้ามาในฐานทัพแห่งนี้ มันก็หมายมาดเอาไว้ว่า จะต้องเอาแท่งพลังงานกลับไปให้ได้… เพราะสถาบันวิจัยแห่งนี้เป็นหนึ่งในฐานทัพของตาแก่พวกนั้น ฉะนั้นรูปแบบและโครงสร้างภายในน่าจะคล้ายคลึงกัน… ซึ่งที่เก็บแท่งพลังงาน ณ จุดนี้มักเตรียมไว้ใช้ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นในห้องทดลอง ตามหลักแล้ว หากยังมีคนอาศัยอยู่ในสถาบันวิจัยแห่งนี้แม้แต่คนเดียว เขาจะต้องคอยเติมแท่งพลังงานเหล่านี้อยู่เสมออย่างแน่นอน

 

______อีกทั้งหีบที่ใช้เก็บแท่งพลังงานเหล่านี้ยังทำมาจากโลหะชนิดพิเศษ ฉะนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดการรั่วไหลของแท่งพลังงานเหล่านั้น หรือก็คือ… นี่มันไม่ปกติชัดๆ!

 

______ปัง!

 

______“เกิดอะไรขึ้น?” ลั่วซิวเจ๋อเริ่มรู้สึกตึงเครียดมากขึ้น เมื่อแรงกดดันบางอย่างที่สัมผัสได้ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในห้องทดลองแห่งนี้พลันหนักอึ้งขึ้นมาอย่างฉับพลัน

 

______“ประตูถูกปิดแล้ว” ฉีหนานหันกลับไปมองประตูที่ตนเพิ่งเดินผ่านมาพลางขมวดคิ้วแน่น

 

______“เป็นไปไม่ได้!” เสี่ยวเคร้องลั่นด้วยน้ำเสียงตื่นตกใจ… มันเชื่อมต่อเข้ากับระบบควบคุมของห้องทดลองนี้ตั้งแต่ตอนที่เพิ่งเดินเข้ามาแล้ว… แม้ตัวมันในตอนนี้จะยังไม่มีพลังงานมากพอที่จะควบคุมฐานทัพทั้งหมด แต่กับห้องทดลองเพียงห้องเดียว ย่อมไม่มีปัญหาแน่นอน…

 

______“ระวัง!” ทันใดนั้นลั่วซิวเจ๋อพลันรู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่าง จนต้องกวาดสายตามองรอบตัวอย่างหวาดระแวง จมูกยังได้กลิ่นหอมของดอกไม้จางๆ…

 

______ปึงๆๆ!

 

______เสียงกระแทกดังขึ้นจากอีกฝั่งของประตูที่ถูกปิดลง ดูเหมือนว่าชายสวมหน้ากากและชายหน้าตกกระรู้สึกถึงความผิดปกตินี้เช่นกันจึงพยายามหาทางเปิดประตูจากด้านนอกเพื่อช่วยพวกเขา

 

______แต่น่าเสียดายที่ประตูบานนี้แข็งแรงกว่าประตูตรงอุโมงค์ก่อนหน้านี้หลายเท่านัก เพื่อป้องกันการบุกรุกห้องทดลองของตน ผู้สร้างฐานทัพแห่งนี้จึงยอมทุ่มเงินทองจำนวนมหาศาลไปกับการสร้างประตูบานนี้ เพื่อให้แน่ใจว่า จะไม่มีใครบุกเข้ามาภายในเวลาอันสั้นได้อย่างแน่นอน

 

______ลั่วซิวเจ๋อหรี่ตาลงเล็กน้อย… คลื่นพลังจิตของเขาบอกว่า ไม่มีศัตรูอยู่ในห้องทดลองนี้แม้แต่ตนเดียว แต่สัญชาตญาณการต่อสู้ของเขากลับส่งเสียงเตือนลั่นว่า มีใครบางคนกำลังแอบมองพวกตนอยู่ตลอดเวลา

 

______“น่าสนใจ…” ลั่วซิวเจ๋อโค้งมุมปากขึ้นเล็กน้อย… ศัตรูที่สามารถหลบซ่อนตัวจากคลื่นพลังจิตของเขาได้หรือ? ซ้ำยังสามารถเอาชีวิตรอดในห้องทดลองที่ถูกปิดตายมานานหลายสิบปีได้อีก ไม่รู้ว่าเจ้าพวกบ้านั่นสร้างตัวอะไรออกมากันแน่…

 

______“เมี๊ยว! ระวัง!” เสี่ยวเคร้องเตือนเสียงแหลม ทำเอาฉีหนานสะดุ้งสุดตัว ก่อนจะกลิ้งตัวหลบตามสัญชาตญาณทันที หูได้ยินเสียงบางอย่างลอยผ่านหวือไป ก่อนจะพบว่า บนพื้นที่เขาเคยยืนอยู่เมื่อสักครู่ปรากฏรูโบ๋ขนาดใหญ่ ราวกับว่ามีอะไรบางอย่างเสียบลงไปอย่างรุนแรง

 

______“บ้าฉิบ นี่มันบ้าอะไรกัน!” ฉีหนานตื่นตระหนกสุดขีด… ล่องหนได้หรือ? แถมยังสามารถซ่อนพลังจิตได้อีกด้วย? เจ้าพวกบ้านั่นสร้างสัตว์ประหลาดแบบไหนออกมากันแน่??

 

______“ตรงนี้!” ชั่วพริบตาที่ฉีหนานโดนโจมตี ลั่วซิวเจ๋อก็ทะยานร่างออกไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับตวัดดาบเลเซอร์ในมือฟันกลางอากาศ แม้ตาจะมองไม่เห็นสิ่งใด แต่หูของฉีหนานกับลั่วซิวเจ๋อกลับได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนดังก้องอย่างชัดเจน

 

______“เมี๊ยว! มันตัวอะไรกันแน่?” เสี่ยวเคสบถเสียงดังลั่นอย่างหงุดหงิด ดวงตากลมโตของเจ้าแมวกำลังพยายามใช้ทุกวิธีเพื่อมองเห็นร่างของศัตรู…

 

______“คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า! ต้องใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเท่านั้นถึงจะมองเห็นมันได้!” หลังจากที่ลั่วซิวเจ๋อต่อสู้กับสัตว์ประหลาดตัวนั้นได้ไม่นาน ในที่สุดเสี่ยวเคก็พบวิธี ‘มองเห็น’ ตัวสัตว์ประหลาดตนนี้

 

______เสี่ยวเคจัดการเชื่อมต่อภาพที่ตนเห็นผ่านทางแผ่นเลนส์ที่เคยให้ไว้กับฉีหนานและลั่วซิวเจ๋อทันที ทั้งสองคนจึงมองเห็นร่างเงาของสัตว์ประหลาดที่กำลังเผชิญอยู่

 

______การใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าทำได้เพียงมองเห็นรูปร่างของสัตว์ประหลาด ซึ่งดูคล้ายกับ… ต้นไม้ต้นหนึ่ง?

 

______ทว่ามันกลับเป็นต้นไม้ที่คล่องแคล่วว่องไวยิ่งนัก ไม่เพียงแต่สามารถวิ่งและกระโดดหลบไปมาได้ มันยังสามารถไต่ขึ้นไปเกาะอยู่บนเพดานเหมือนแมงมุมได้อีกด้วย!

 

______“ระวังตัวด้วย! มันอาจจะไม่ได้มีแค่ตัวเดียว” ลั่วซิวเจ๋อร้องเตือนฉีหนานพร้อมกับกวัดแกว่งดาบเลเซอร์ในมือเข้าโรมรันกับมนุษย์กึ่งต้นไม้ตนนั้นอย่างดุเดือด… ยามที่อีกฝ่ายล่องหนอยู่ ย่อมเป็นเรื่องยากที่จะโจมตีโดนตัวมัน ทว่าทันทีที่รู้ตำแหน่งของมันแล้ว การที่ลั่วซิวเจ๋อจะจัดการมันก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น

 

______“หึหึ… คนของเจ้าแข็งแกร่งมากจริงๆ” เมื่อแน่ใจว่า มนุษย์กึ่งต้นไม้ไม่มีทางสร้างบาดแผลให้กับลั่วซิวเจ๋อได้ เสี่ยวเคก็หันมาพูดแซวฉีหนานอย่างร่าเริง

 

______ฉีหนานกลับขมวดคิ้วแน่น “นายไม่คิดว่ามันแปลกหรือ?”

 

______“ยังไง?” เสี่ยวเคจัดการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสำรวจห้องทดลองแห่งนี้ทุกซอกทุกมุมจนมั่นใจว่า ไม่มีมนุษย์กึ่งต้นไม้ตัวอื่นแน่นอน

 

______ฉีหนานกวาดสายตามองรอบห้องด้วยท่าทีระแวดระวัง… ตามหลักการแล้ว เขาเชื่อมั่นในการตรวจจับของเสี่ยวเค ในเมื่อเจ้าตัวบอกว่า ไม่มีมนุษย์กึ่งต้นไม้ตนอื่นอีกก็ย่อมเป็นไปตามนั้น แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงรู้สึกขนลุกซู่ราวกับมีอะไรบางอย่างกำลังจับตามองเขาอยู่…

 

______“ฉันรู้สึก…” ยังไม่ทันที่ฉีหนานจะเอ่ยจบประโยค เขาพลันเบิกตากว้างพร้อมกับทิ้งตัวหมอบลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว หูได้ยินเสียงอะไรบางอย่างพุ่งแหวกอากาศดังฟ้าว เมื่อลองหันกลับไปก็พบว่า หิ้งที่ตั้งอยู่ด้านหลังของเขาถูกผ่าออกเป็นสองซีกเสียแล้ว…

 

______“บัดซบ! มันยังมีอีกเรอะ!” เสี่ยวเคสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจสุดขีดและรีบเปลี่ยนร่างกลายเป็นโล่ขนาดใหญ่บังร่างของฉีหนานทันที

 

______ฉีหนานที่หลบอยู่ด้านหลังถึงกับตะลึงงันกับภาพที่เห็น

 

______แม้จะรู้อยู่แล้วว่า เสี่ยวเคสามารถเปลี่ยนร่างเป็นหุ่นยนต์ได้ แต่พอได้เห็นแมวราตรีตัวเล็กกลายร่างเป็นโล่ขนาดใหญ่ต่อหน้าต่อตาแบบนี้มันก็ยังน่าตกใจอยู่ดี

 

______โล่เหล็กของเสี่ยวเคนั้นแข็งแกร่งมาก แถมยังมีม่านพลังคอยช่วยปกป้องโล่อีกชั้นหนึ่งด้วย ฉะนั้นแม้จะถูกโจมตีด้วยอาวุธอย่างดาบเลเซอร์ของฉีหนานก็แทบจะไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนใดๆ…

 

______ทว่าสัตว์ประหลาดล่องหนตนนี้กลับมีพลังทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก ทุกการโจมตีของมันสามารถฝากรอยบาดลึกลงบนร่างของเสี่ยวเคได้อย่างง่ายดาย

 

______“พลังรุนแรงนัก! ระวังตัวด้วย ฉีหนาน!” เสี่ยวเคคอยขยับร่างไปมาเพื่อคุ้มกันฉีหนานอย่างแน่นหนา ใช่ว่ามันโจมตีสวนกลับไม่ได้ แต่ในสถานการณ์ที่มองไม่เห็นเป้าหมายเช่นนี้ มันต้องปกป้องเจ้านายของมันก่อนเป็นอันดับแรก

 

______ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นกับฉีหนานล่ะก็ ไม่ต้องรอให้ศัตรูมาฆ่ามันหรอก ลั่วซิวเจ๋อนี่แหละที่เป็นคนขย้ำมันตายคามือเอง!

 

______ลั่วซิวเจ๋อเองก็สังเกตเห็นสถานการณ์เข้าขั้นวิกฤตของฉีหนานเช่นกัน เขาจึงตัดสินใจเร่งมือกำจัดมนุษย์กึ่งต้นไม้ตรงหน้าให้เร็วที่สุด แม้ว่าตนอาจจะได้รับบาดเจ็บก็ตาม…

 

______ในที่สุดเขาก็สามารถกำจัดมันได้สำเร็จ แม้เกือบโดนฟันที่ต้นแขนอย่างหวุดหวิดไปครั้งหนึ่ง… แต่นึกไม่ถึงว่า ยังไม่ทันจะหันไปช่วยฉีหนาน เขาก็ได้ยินเสียงตะโกนดังลั่นของฉีหนานว่า “ซิวเจ๋อ ระวัง!”

 

______ลั่วซิวเจ๋อพลันรู้สึกเสียวหลังคอวาบพร้อมกับเบิกตาโพลงเมื่อรับรู้ถึงอันตรายร้ายแรงที่กำลังเข้าประชิดตัวอย่างรวดเร็ว… อยู่ๆประกายแสงสีเงินในดวงตาคู่นั้นก็ส่องสว่างเจิดจ้าจนบดบังสีฟ้าครามสวยดุจท้องทะเล…

 

______ชั่วพริบตานั้นเขารู้สึกเหมือนเวลากำลังหมุนช้าลง ในขณะที่ประสาทสัมผัสทั้งห้ากลับถูกเร่งเร้าจนถึงขีดสุด

 

______แม้จะไม่หันหลังไปมอง แต่เขากลับสามารถหลบวัตถุแหลมคมบางอย่างที่พุ่งแหวกอากาศเข้าใส่กลางหลังของเขาได้อย่างหวุดหวิด… เมื่อมันทำร้ายฉีหนานไม่ได้ มันก็ฉวยโอกาสที่ลั่วซิวเจ๋อกำลังเผลอเพราะเพิ่งกำจัดศัตรูได้ ลอบโจมตีเขาอย่างไม่ลังเล!

 

______ต้องยอมรับว่า มันฉลาดมากทีเดียวที่เลือกโจมตีเข้ามาในจังหวะนี้ ถ้าหากลั่วซิวเจ๋อต่อสู้เพียงลำพังล่ะก็ เขาคงหลบการโจมตีนี้ไม่พ้นเป็นแน่… แต่เขาในตอนนี้มีฉีหนานอยู่ด้วย ผลของมันจึงไม่เป็นเช่นนั้น

 

______ลั่วซิวเจ๋อกระโดดหลบตีลังกากลางอากาศด้วยความเร็วเหนือมนุษย์  อีกทั้งในวินาทีเฉียดตาย… เขายังสามารถคว้ามือของตัวประหลาดล่องหนเอาไว้ได้ ก่อนจะตวัดเท้าเตะร่างของมันเต็มแรง ทำให้มันลอยไปกระแทกเข้ากับแคปซูลประมาณเจ็ดแปดหลอดที่ตั้งเรียงรายอยู่จนแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ

 

______ของเหลวสีเขียวอ่อนไหลออกมาจากแคปซูลที่แตกร้าวจนเจิ่งนองไปทั่วพื้นห้อง ทว่าทันทีที่สัตว์ประหลาดล่องหนสัมผัสถูกของเหลวสีเขียวเหล่านี้ มันกลับปรากฏร่างออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน

 

______“กรี๊ซ!”

 

______สัตว์ประหลาดไร้รูปร่างเฉพาะตัวราวกับภูตผีวิญญาณตนหนึ่งก็ไม่ปาน ของเหลวสีเขียวเหล่านั้นทำได้เพียงเผยกายหยาบของมันเพียงครู่เดียวเท่านั้น ก่อนที่จะร่วงหล่นลงสู่พื้นห้องเหมือนไม่มีสัตว์ประหลาดตัวนั้นมาก่อน

 

______แต่มันกลับทำให้ลั่วซิวเจ๋อรู้จุดอ่อนของมันในที่สุด

 

______สัตว์ประหลาดตัวนี้แข็งแกร่งมากก็จริง ทว่าตอนที่มันกำลังจะโจมตี มันต้องเปลี่ยนสถานะของมันจากไร้ตัวตนให้เป็นรูปธรรมเสียก่อนถึงจะทำได้

 

______ฉะนั้นลั่วซิวเจ๋อจะต้อง… ฆ่ามันให้ตายในครั้งเดียว!

 

______การโจมตีเมื่อกี๊คงทำให้มันบาดเจ็บไม่น้อย ลั่วซิวเจ๋อก็แค่ระวังไม่ให้อีกฝ่ายลอบทำร้ายตนได้อีก เท่านี้ความมั่นใจที่จะกำจัดอีกฝ่ายได้ก็สูงถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

 

______“ฉีหนาน! เป็นอะไรไป?”

 

______ขณะที่ลั่วซิวเจ๋อกำลังเพ่งมองไปรอบๆอย่างระมัดระวังนั้น อยู่ๆเขาก็ได้ยินเสียงร้อนรนปนกระวนกระวายของเสี่ยวเคดังขึ้น

 

______เขาตวัดสายตาหันไปมองทางต้นเสียงอย่างรวดเร็ว ฉีหนานที่เคยหลบอยู่ด้านหลังเสี่ยวเคและคอยโจมตีสวนกลับในบางครั้ง เวลานี้เขากลับล้มฟุบลงบนพื้นเสียแล้ว

 

______ประกายสีเงินในดวงตาคู่งามของลั่วซิวเจ๋อทอประกายระยิบระยับเล็กน้อย ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า “เสี่ยวเค คุ้มกันเขาให้ดี… เขาไม่เป็นไรหรอก ไว้จัดการเจ้านี่แล้วค่อยคุยกัน”

 

______“เมี๊ยว? ได้!” เสี่ยวเคไม่คิดจะเอ่ยถามให้มากความ ตอนนี้ต้องเพ่งสมาธิไปที่การกำจัดศัตรูเท่านั้น… ขอเพียงฉีหนานปลอดภัยดี เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลังเถิด

 


อะแฮ่ม… = =’

งานหนังสือทำเอาตาแฉะกันไปข้างเลยจ้า = 3 =’ (กระเป๋าตังก็ฟีบตามไปด้วย 5555+)

เสี่ยวเคนี่มัน… แมวอเนกประสงค์โดยแท้ = =’

อ๊ะๆ อย่าเพิ่งว่าฉีหนานกระจอกนะ นางไม่ได้นอนเฉยๆนะเออ… (แค่ให้ท่าพี่ลั่วอยู่เท่านั้นเอง ///พลั่ก!)

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์และทุกกำลังใจมากๆๆๆเลยนะคะ 🙂