0 Views

บทที่ 100

_____ลั่วซิวเจ๋อกวาดสายตามองแคปซูลขนาดใหญ่จำนวนนับไม่ถ้วนที่ตั้งเรียงรายอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาเยียบเย็น

 

_____ภายในแคปซูลเหล่านั้นบรรจุของเหลวสีเขียวอ่อนและร่างของสิ่งมีชีวิตรูปร่างประหลาดจำนวนมาก…

 

_____ทันทีที่ลั่วซิวเจ๋อมองเห็นสภาพภายในห้องนี้ เขาก็ใช้พลังจิตตรวจสอบสถานที่แห่งนี้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะพบว่า สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ไร้ซึ่งสัญญาณชีพใดๆ

 

_____หนูทดลองทุกตัวเสียชีวิตลงแล้ว ไม่ว่าจะสำเร็จหรือล้มเหลวก็ตาม!

 

_____อันที่จริงก็เป็นไปตามที่เขาคิดเอาไว้… นอกจากเผ่าสแตนที่สามารถเอาตัวรอดด้วยการกินโลหะแล้ว ลั่วซิวเจ๋อก็คิดไม่ออกว่า จะยังมีสิ่งมีชีวิตแบบไหนที่สามารถอาศัยอยู่ในห้องทดลองที่ไร้ซึ่งพลังงานเช่นนี้ได้

 

_____….ไม่นับห้องเย็น!

 

_____สิ่งที่ทำให้ทุกคนรู้สึกพะอืดพะอมอย่างหนักคือ สิ่งมีชีวิตที่ถูกขังอยู่ในแคปซูล… ไม่สิ อย่าเรียกว่าสิ่งมีชีวิตเลย… พวกมันคือสัตว์ประหลาดที่ถูกสร้างขึ้นมาจากการทดลองนำยีนของมนุษย์กับเผ่าพันธุ์อื่นหลายชนิดมารวมเข้าด้วยกัน

 

_____สัตว์ประหลาดพวกนี้ไม่เหมือนกับมนุษย์กึ่งแมลงเมื่อครู่… พวกมันเกิดจากการใช้ยีนที่ไม่เข้ากันสองชนิด ทำให้ร่างกายของมันยังมีเค้าโครงของมนุษย์ แต่กลับมีโครงสร้างของสิ่งมีชีวิตอื่นปรากฏอยู่ด้วย

 

_____ทั้งชายหนุ่มผู้มีท่อนแขนของกอริลล่า… เด็กที่มีหางงู… ชายแก่ผู้มีครึ่งท่อนล่างเป็นขายาวๆแปดข้างของแมงมุม แค่นี้ยังไม่ทำให้ตกใจมากนัก แต่สิ่งที่ทุกคนรับไม่ได้ที่สุดคือ ภายในแคปซูลเหล่านั้นยังมีสตรีมีครรภ์อีกด้วย!

 

_____ถูกต้อง… สตรีมีครรภ์!

 

_____ในยุคที่หลงเหลือผู้หญิงเพียงไม่กี่พันคนเช่นนี้กลับมีสตรีมีครรภ์ถึงสามคนถูกใช้เป็นหนูทดลอง!

 

_____นี่มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!!

 

_____ถ้าหากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปล่ะก็ ทางรัฐบาลจะต้องตื่นตะลึงมากแน่!

 

_____“ไอ้แก่นี่ยังน่าสะอิดสะเอียนเหมือนเดิมเลย…” เสี่ยวเคมองไปรอบๆห้องทดลองด้วยสายตาเย็นชา มิใช่ว่าไม่รู้สึกเห็นอกเห็นใจพวกมัน แต่เป็นเพราะมันเห็นภาพอันน่าสลดเช่นนี้มามากเกินไปจนรู้สึกชินชาเสียแล้ว

 

_____แม้มันจะเป็นแมวราตรีที่ไม่สมประกอบและถูกสร้างขึ้นจากการทดลอง แต่มันก็เกิดมาจากแม่แมวราตรีของมัน

 

_____มันลืมตาขึ้นมาดูโลกได้สำเร็จ แต่แม่ของมันที่สามารถคลอดมันออกมาได้สำเร็จกลับต้องพบกับการทดลองที่ทรมานแสนสาหัสยิ่งขึ้น จนสุดท้ายก็ตกตายอยู่ในแคปซูลทดลองอย่างสงบ

 

_____สำหรับเจ้าพวกบ้านั่นที่กล้าจับตัวมนุษย์มาทดลองตามใจชอบอย่างไม่ละอายแล้ว แค่แมวราตรีตัวเดียวนับเป็นกระไรได้?

 

_____บางทีในสายตาของพวกมัน เสี่ยวเคคงเป็นสิ่งมีชีวิตที่แปลกใหม่แสนเย้ายวน พวกมันจึงติดตั้งและมอบความสามารถอันแสนวิเศษนี้ให้กับเสี่ยวเค ส่วนแมวราตรีตัวนั้นหรือ? ก็แค่หนูทดลองตัวหนึ่ง ทำไมจะต้องไปสนใจด้วย?

 

_____น่าเสียดายที่พวกมันหลงลืมไปว่า เสี่ยวเคเป็นแมวราตรีที่ฉลาดพอจะรับรู้ถึงสิ่งที่มารดาของตนต้องประสบพบเจอมา ฉะนั้นมันจึงต่อต้านความคิดของเจ้าพวกบ้านั่นและยิ่งโกรธแค้นมากขึ้นเมื่ออีกฝ่ายพรากมารดาไปจากตน!

 

_____เสี่ยวเคจึงหลบหนีออกมาตามคำสั่งเสียของมารดา…

 

_____ก่อนหน้าที่มันจะหนีออกมา มันตัดสินใจขโมยข้อมูลทุกอย่างที่ถูกบันทึกเอาไว้ในระบบเอไอของสถาบันวิจัย จากนั้นก็ป้อนคำสั่งทำลายตัวเองลงไป เพื่อล้างแค้นให้กับมารดาของตน

 

_____มันไม่สนว่า การกระทำของมันจะสร้างความเสียหายให้กับสถาบันวิจัยแห่งนั้นมากขนาดไหน… มันตัดสินใจแล้วว่า สถาบันวิจัยเช่นนี้ นักวิทยาศาสตร์พวกนี้ ตายไปซะได้ก็ดี!

 

_____ไม่นึกว่า ผ่านมาหลายปี มันกลับต้องเจอภาพแบบนี้อีก

 

_____ดูท่าว่า การลงมือครั้งก่อนของมันจะไม่ได้สร้างความเสียหายหนักหนาสาหัสอันใด เจ้าแก่นี่ถึงยังมีกำลังทรัพย์มากพอที่จะสามารถสร้างห้องทดลองลับอยู่ที่นี่!

 

_____แววตาของเสี่ยวเคทอประกายวาววับด้วยความโกรธจัด… สักวันจะต้องฆ่าพวกมันให้หมด ทำให้พวกมันได้ลิ้มรสชาติความแค้นของแมวราตรี!

 

_____“นักวิจัยพวกนั้น… อ๊อก… ยังมีความเป็นคนอยู่หรือเปล่า? ทำไมถึงมีคนกล้าทำเรื่องแบบนี้ได้?” ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าตกกระฝืนกลับมายืนตัวตรงอีกครั้ง ก่อนจะลองหันกลับไปมองห้องทดลองอีกครั้ง แต่ก็ต้องรีบเบนหน้าหนีทันควัน… ไม่ไหว คลื่นไส้ชะมัด… ถึงจะอ้วกออกมาแล้วรอบหนึ่ง แต่พอมองอีกรอบก็ยังรู้สึกคลื่นไส้อยู่ดี…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ในสายตาของพวกมัน ทุกสิ่งในจักรวาลนี้ล้วนเป็นแค่สิ่งของที่สามารถเสียสละเพื่อ ‘อุดมคติ’ ของพวกมันเท่านั้น อย่าถามว่าพวกมันยังมีความเป็นมนุษย์อยู่หรือเปล่าเลย ฉันคิดว่า แม้แต่ตัวพวกมันเองก็คงไม่รู้เหมือนกัน”

 

_____ชายหน้าตกกระเบือนหน้าไปอีกทางด้วยความเศร้าสลดราวกับไม่กล้าหันไปมองทางนั้นอีก

 

_____ภาพความเลวร้ายเสมือนอยู่ในขุมนรกช่างทิ่มแทงหัวใจยิ่งนัก เขาเคยพอเจอภาพสยดสยองที่ย้อมไปด้วยเลือดสีแดงฉานมามากมายนับไม่ถ้วน แต่ไม่เคยมีครั้งใดทำให้เขารู้สึกขนลุกและตัวสั่นสะท้านเหมือนที่แห่งนี้

 

_____“เดี๋ยวก่อน…” ทันทีที่มองเห็นลั่วซิวเจ๋อกำลังจะก้าวขาเข้าไป ชายหนุ่มหน้าตกกระพลันร้อนรนขึ้นมาทันใด… หน้าที่ของเขาคือการปกป้องลั่วซิวเจ๋อ ฉะนั้นหากลั่วซิวเจ๋อเข้าไป เขาก็ต้องติดตามเข้าไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

_____ลั่วซิวเจ๋อเหลือบสายตามองเขาแว่บหนึ่ง “นายคุ้มครองฉีหนานซะ ฉันจะเข้าไปดูข้างในเอง”

 

_____“ไม่ได้! ภารกิจของฉันคือการคุ้มครองนาย รอเดี๋ยวนะ…” ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ก่อนจะค่อยๆหายใจออกช้าๆ “ฉัน… ฉันขอทำใจแปบหนึ่ง”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อขมวดคิ้วมุ่น “ไม่จำเป็น”

 

_____“ไม่ได้!” ชายหนุ่มเองก็ไม่ยอมถอยเช่นกัน

 

_____ลั่วซิวเจ๋อไม่คิดจะถกเถียงกับอีกฝ่ายให้มากความอีก เขาจึงพุ่งเข้าไปตวัดเท้าถีบใส่แผ่นอกของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว

 

_____ชายหนุ่มหน้าตกกระไม่ทันได้ยกมือขึ้นตั้งท่าป้องกัน ร่างทั้งร่างก็ต้องลอยละลิ่วตามแรงส่งอย่างไร้ทางต่อต้าน

 

_____ชายสวมหน้ากากพลันหรี่ตาลงด้วยความเคร่งเครียดทันที… การโจมตีเมื่อสักครู่ของลั่วซิวเจ๋อ เขามองเห็นเพียงภาพลางๆเท่านั้น ความแข็งแกร่งระดับนี้มีแต่พวกยอดฝีมือสมรรถภาพร่างกายระดับ Bหรือ C ขึ้นไปเท่านั้นถึงจะทำได้

 

_____“คราวนี้รู้ถึงความแข็งแกร่งของฉันหรือยัง?” ลั่วซิวเจ๋อพูดจบก็ตั้งท่าจะเดินเข้าไปในห้องทดลองอีกครั้ง

 

_____นึกไม่ถึงว่า เพิ่งจะเดินไปได้เพียงก้าวเดียว เขาก็เห็นฉีหนานเดินตามหลังตนมาเสียแล้ว

 

_____ลั่วซิวเจ๋อขมวดคิ้วเล็กน้อย “เจ้าทำอะไร?”

 

_____“ผมจะไปด้วย!” ฉีหนานสบสายตามองเขาด้วยแววตาแน่วแน่

 

_____ลั่วซิวเจ๋อบอกปัดว่า “เจ้าจะไปทำไม? เราไม่รู้ว่า มีตัวอะไรรออยู่ข้างในนั่นนะ… เจ้ารออยู่ข้างนอกซะ!”

 

_____“ไม่!” ฉีหนานส่ายหัวปฏิเสธทันที “ผมจะไม่หลบอยู่ข้างหลังคุณตลอดไปเด็ดขาด ผมเป็นลูกผู้ชายพอที่จะต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ไปด้วยกันกับคุณ! ช่วยจำใส่หัวเอาไว้ด้วย!”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อที่ถูกขึ้นเสียงใส่กลับคลี่ยิ้มบางๆ “มันเกี่ยวกับเรื่องที่เจ้าเป็นลูกผู้ชายตรงไหนกัน? ไม่มีใครรู้สถานการณ์ภายในห้องนั้น แม้แต่ข้าก็ไม่กล้ารับปากว่าจะกลับออกมาได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ ทำไมเจ้าถึงอยากเข้าไปเล่า?”

 

_____“เพราะผมเป็นคนของคุณ!” ฉีหนานตะโกนเสียงดังลั่นพร้อมกับคว้าต้นแขนของลั่วซิวเจ๋อมาจับเอาไว้แน่น ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นดูหม่นหมองและเจ็บปวด… “จริงอยู่ที่ตัวผมในตอนนี้ไม่มีทางเทียบกับคุณได้ แต่ผมเป็นคนรักของคุณ… จะให้ผมมองคนที่ตัวเองรักเข้าไปเสี่ยงอันตราย ในขณะที่ตัวผมกลับมุดหัวหลบอยู่ข้างหลังงั้นหรือ… ขอโทษด้วย มันไม่ใช่นิสัยของผม ผมทำไม่ได้!”

 

_____“เจ้า…” ลั่วซิวเจ๋อขยับปาก แต่กลับไม่มีคำพูดใดหลุดรอดออกมา

 

_____ในฐานะชาวเงือก เขาจะต้องปกป้องคู่ชีวิตของตนเหนือสิ่งอื่นใด ไม่ใช่แค่ความรู้สึกของอีกฝ่าย แต่รวมไปถึงร่างกายด้วย… เขาทนไม่ได้ที่จะให้ใครมาทำร้ายคู่ชีวิตของตน ฉะนั้นเมื่อพบกับอันตรายใดๆ เขาจะต้องรีบกันคู่ชีวิตของตนให้ออกห่างจากภัยอันตรายเหล่านั้นทันทีตามสัญชาตญาณ… เหมือนตอนนี้

 

_____แต่คำพูดของฉีหนานเสมือนค้อนขนาดใหญ่ทุบลงกลางใจของเขาอย่างรุนแรง

 

_____ฉีหนานไม่ใช่มนุษย์ที่อ่อนแอเหมือนในอดีต เขาแข็งแกร่งมากพอที่จะต่อสู้ไปด้วยกันกับตน! หลังจากที่หลับใหลมานานหลายพันปี มนุษย์ก็สามารถพัฒนามาจนถึงระดับที่สูสีกับชาวเงือก ถ้าหากใช้หุ่นยนต์ต่อสู้ด้วยล่ะก็ อาจจะเหนือกว่าชาวเงือกขึ้นไปอีกขั้นด้วยซ้ำ

 

_____เขาไม่ควรดูถูกฉีหนาน ไม่สิ… เขาไม่ควรทำกับฉีหนานเหมือนกับคนอ่อนแอ…

 

_____ผู้อ่อนแอที่แท้จริงไม่มีทางผ่านการทดสอบของเขา… ผู้อ่อนแอที่แท้จริงไม่มีทางพยายามผ่านการฝึกเหล่านั้นมาได้

 

_____เมื่อก่อนฉีหนานอาจจะมีร่างกายที่อ่อนแอไปบ้าง แต่หัวใจของเขาช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก มิเช่นนั้นเขาคงกลายเป็นคนอาฆาตแค้นต่อทุกสิ่งจากการถูกตระกูลฉีทอดทิ้งไปแล้ว… เขาเป็นลูกผู้ชายคนหนึ่ง… เป็นยอดฝีมือที่แท้จริงคนหนึ่ง… เขามีคุณสมบัติที่จะยืนอยู่เคียงข้างตน ยิ่งมีคุณสมบัติมากเกินพอที่จะเข้าไปเผชิญกับอันตรายด้วยกันกับลั่วซิวเจ๋อ…

 

_____ลั่วซิวเจ๋อค่อยๆปิดเปลือกตาลงอย่างช้าๆ รับรู้ได้ถึงความอบอุ่นที่ผุดขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจและกำลังแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างกายของเขา… ความสุขที่แทบจะเอ่อล้นออกมา…

 

_____ทันทีที่ลั่วซิวเจ๋อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เขาก็ตัดสินใจแล้วว่า พอจบเรื่องนี้เขาจะต้องหาสถานที่เงียบสงบสักที่… เพื่อเริ่มฤดูผสมพันธุ์ครั้งแรกกับฉีหนานซะที!

 

_____

 

_____

 

_____

 

_____เดี๋ยวก่อน! ทำไมอยู่ๆบรรยากาศก็เปลี่ยนไปเช่นนี้เล่า??? จากความรู้สึกซาบซึ้งกลายเป็นอยากเริ่มฤดูผสมพันธุ์เสียได้…

 

_____“เหอะๆ…” ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าตกกระถึงกับยกมือขึ้นกอดอกและตัวสั่นเงียบๆ “เจ้าหน้ากาก นายรู้สึกไหมว่า… ตากำลังจะบอด?”

 

_____ชายสวมหน้ากาก “…”

 

_____“แม้การขัดจังหวะสารภาพรักของคนอื่นจะเสียมารยาทมาก…” ชายหนุ่มถอนหายใจเสียงยาว “แต่พวกนายไม่หวานกันผิดที่ผิดเวลาเกินไปหน่อยหรือ? ที่แบบนี้…” เขาชี้ไปยังประตูห้องทดลองบานใหญ่ “พวกนายก็ยังทำได้อีกหรือ?”

 

_____ฉีหนานกับลั่วซิวเจ๋อ “….”

 

_____ฉีหนานถึงกับกระตุกมุมปากยิกๆ… ทั้งๆที่เขากำลังเอ่ยขอต่อสู้ร่วมกับลั่วซิวเจ๋ออย่างจริงจังอยู่ แล้วทำไมบรรยากาศโดยรอบถึงดูหวานแหววเช่นนี้เล่า? นี่มันไม่ถูกต้อง!!

 

_____ลั่วซิวเจ๋อลอบกัดฟันกรอดด้วยความขัดใจ บรรยากาศแสนโรแมนติกเมื่อครู่ถูกห้องทดลองบัดซบทำลายย่อยยับจนหมดสิ้น… อย่าให้ข้าเจอตัวตาแก่วิปริตพวกนั้นนะ ข้าจะเล่นงานให้หมดเลย!

 

_____เสี่ยวเคผู้ไม่รู้เรื่องอันใดได้รับผู้ร่วมอุดมการณ์ ‘เชือดตาแก่วิปริตให้ตาย’ เพิ่มอีกหนึ่งคน…

 

_____“งั้น… ตอนนี้พวกเราคงเข้าไปได้แล้วกระมัง?” ฉีหนานถามอย่างระมัดระวัง… ไม่ใช่ว่าเขาขี้ขลาด แต่สีหน้าของลั่วซิวเจ๋อที่กำลังกัดฟันแน่นดูน่ากลัวเหลือเกิน…

 

_____“ไปเถิด คอยอยู่ข้างหลังข้าและระวังตัวด้วย” ลั่วซิวเจ๋อพยักหน้ารับอย่างสุขุม ก่อนจะเป็นฝ่ายเดินนำเข้าไปในห้องทดลอง

 

_____ฉีหนาน “…”

 

_____“มีอะไรหรือ?” ลั่วซิวเจ๋อหันมามองฉีหนานด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดฉุนเฉียว

 

_____ฉีหนานทำหน้าจืดเจื่อน “คุณปล่อยมือผมก่อนสิ”

 

_____ลั่วซิวเจ๋อก้มลงมองมือที่เคยจับต้นแขนของเขาเอาไว้ บัดนี้กลับถูกมือของเขาเกาะกุมเอาไว้แน่น เขาโค้งมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้ม “ไม่จำเป็น แบบนี้แหละดีแล้ว”

 

_____ฉีหนาน “….”

 

_____ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าตกกระยกมือขึ้นปิดตาตัวเอง “อ๊าๆๆ… ตาฉันจะบอดแล้ว!”

 

_____ชายสวมหน้ากากจ้องมองท่าทีโอเว่อร์ของเขาด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะ… ชี้ไปทางประตูห้องทดลอง “อยากมองอีกสักรอบหรือ?”

 

_____ชายหน้าตกกระ “…อ้วก!”

 

_____เพื่อนรักจริงๆ!!

 

_____ทันทีที่ทั้งสองคนก้าวเข้าไปในห้องทดลอง พวกเขาก็รู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลบางอย่าง

 

_____การถูกรายล้อมด้วยสัตว์ประหลาดจำนวนมากที่ไร้ซึ่งสัญญาณชีพช่างน่าขนลุกขนพองเสียจริง ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าพวกมันตายไปนานแล้ว แต่ซากศพที่เหลืออยู่ก็แสดงถึงความบ้าคลั่งของเจ้าของได้เป็นอย่างดี

 

_____“น่าขนลุกจริงๆ” ฉีหนานพยายามกลืนของเหลวในกระเพาะที่เกือบจะพุ่งขึ้นมาลงคอไป… ตัวเขาในตอนนี้ยังไม่แข็งแกร่งมากนัก แต่ในเมื่อตัดสินใจที่จะยืนเคียงข้างลั่วซิวเจ๋อแล้ว แม้ยังไม่อาจเป็นกำลังเสริมให้กับเขา แต่ก็จะไม่ยอมเป็นตัวถ่วงอย่างเด็ดขาด

 


มองซ้าย… มองขวา… ของขวัญไถ่โทษที่ช่วงนี้มาอัพช้าเหลือเกินจ้า 🙂

สารภาพรักในตอนที่หนึ่งร้อย แถมยังหน้าห้องทดลองและมีสัตว์ประหลาดในโหล(?)เป็นพยานรักอีก… ทำไปได้ = =’

ขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็น ทุกกำลังใจ ทุกแชร์นะคะ 🙂

ปล. แหมๆ น้องฉี ลึกๆแอบดีใจใช่มั๊ยนั่น พี่ลั่วจับมือแล้วนะเออ =////=