0 Views

ตอนที่ 8 สยบ

 

“สหายน้อย เชิญนั่งเลย!”  จูเฮอซินเชิญอย่างสุภาพ แสดงออกถึงความกระวนกระวายอย่างมากโดยไม่มีความหยิงผยองของนักปรุงยาขั้นดำเลยแม้แต่น้อย “ข้ารับประกันเลยว่าภายในห้าวัน ไม่สิ สามวัน ข้าจะนำส่วนผสมต่างๆที่เจ้าต้องการมาให้แน่นอน”

 

“ดี!” หลิงฮันพยักหน้าตอบ ในชีวิตที่แล้วตำแหน่งของเขาอยู่ระดับสูงสุดแต่ว่าในตอนนี้เขายังอ่อนแออยู่ เพราะงั้นเขาอาจจะต้องเป็นสหายกับคนบางกลุ่มและแผ่ขยายเส้นสายออกไป

 

ในขณะเดียวกัน ตัวตนอันต่ำต้อยย่างหม่าตาจวิน แค่ลงโทษไปเล็กน้อยก็พอแล้ว เขาไม่มีทางลดตัวลงไปในระดับเดียวกับมันแน่นอน

 

จูเฮอซินเต็มไปด้วยความพอใจและรีบพาหลิงฮันกับหลิวอู๋ตงไปยังห้องค้นคว้าอันงดงามที่ชั้นสาม

 

“ข้าขอถามได้หรือไม่ ผู้ใดกันที่เป็นอาจารย์ของสหายน้อย?” ชายชราถามออกมา

 

“ข้าไม่มีอาจารย์ ข้าเรียนรู้ด้วยตัวเอง” หลิงฮันพูดออกไป ในชีวิตที่แล้วเขาไปเยี่ยมชมผู้ที่มีทักษะปรุงยาอันยิ่งใหญ่มามากมายและได้เชี่ยวชาญพวกมันทั้งหมดจนสุดท้ายแล้วเขาได้สร้างกลุ่มของตัวเองขึ้นมาและกลายเป็นสุดยอดนักปรุงยาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

 

เป็นธรรมดาที่จูเฮอซินจะไม่เชื่อเขา หลิงฮันยังเป็นรุ่นเยาว์อยู่ จะเป็นไปได้อย่างไรที่เขาจะมีความรู้ทางด้านการปรุงยาที่ลึกซึ้งขนาดนี้? อย่างไรก็ตามตัวมันประทับใจหลิงฮันมากและมีความคิดที่จะให้เขาเข้าร่วมกับตำหนักโอสถสวรรค์ ดังนั้นมันจึงได้ถามคำถามมากมายเพื่อเป็นการทดสอบระดับความสามารถของหลิงฮัน

 

หลิงฮันตอบคำถามทั้งหมดของมันอย่างสงบนิ่ง ตัวเขาเป็นผู้ยิ่งใหญ่แห่งการปรุงยา ไม่ว่าจะอดีตหรือปัจจุบันใครจะมาเทียบทักษะการปรุงยากับเขาได้? จากการพูดคุยกันมาเรื่อยๆ หน้าที่ในการพูดนำได้เปลี่ยนมาที่เขา บางครั้งเขาถึงกับทำให้จูเฮอซินกุมขมับจากการใช้ความคิดและสีหน้าของชายชราก็เปลี่ยนเป็นความเคารพขึ้นเรื่อยๆ

 

ความอาวุโสนั้นไม่มีในการปรุงยา ใครก็ตามที่มีความสามารถจะกลายเป็นอาจารย์ ในตอนแรกชายชราเรียกเขาว่า ‘สหายน้อย’ มาตลอด ซึ่งวางตำแหน่งของตัวมันเองไว้สูงกว่า แต่มันก็ได้เปลี่ยนคำใช้เรียกอย่างรวดเร็วและเรียกหลิงฮันว่า ‘สหายนักปรุงยา’

สุดท้ายแล้ว ด้วยหน้าผากของมันที่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ มันช่วยไม่ได้ที่จะลุกขึ้นและยืนอย่างเคารพอยู่ข้างกายหลิงฮันเพื่อจะได้ฟังการสอนของเขาอย่างใกล้ชิดราวกับว่าเขาเป็นเด็กฝึกหัด เหมือนอย่างเช่นตอนที่เขาเคยได้รับการสอนการอาจารย์ที่นับถือ…

 

ในใจของชายชราหลิงฮันได้ไปอยู่ในตำแหน่งที่สูงมากแล้ว ถึงขนาดที่มันมีความรู้สึกว่า ถ้านับเพียงทฤษฎีและความเข้าใจอันลึกซึ้งหลิงฮันได้เหนือกว่าอาจารย์ของมันไปไกลแล้ว!

 

“อาวุโส ขอข้าได้ติดตามข้างกายท่านและคอยรับฟังการสั่งสอนได้หรือไม่?”

เมื่อจูเฮอซินพูดประโยคนี้ออกมา หลิวอู๋ตงเกือบจะตกใจจนตาย แต่หลังจากที่นางคิดอย่างรอบคอบแล้วเหตุการณ์นี้ก็เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม ถ้าเรื่องนี้ถูกรู้เข้าโดยเหล่าตระกูลใหญ่อื่นๆในเมืองจักรพรรดิ นางกลัวว่าทุกคนจะตายเพราะความอิจฉา!

 

นี่คือนักปรุงยานักปรุงยาขั้นดำเชียวนะ! ถึงแม้จะเป็นเพียงระดับต่ำ แต่แค่ตำแหน่งที่ว่าขั้นดำก็เกินพอแล้วไม่ใช่รึไงกัน?

 

หลิวอู๋ตงรู้สึกประหลาดใจ และการต่อต้านความคิดที่ว่าต้องมาเป็นผู้ติดตามของหลิงฮันได้ลดลงเล็กน้อย ขนาดผู้อาวุโสสูงสุดเช่นจูเฮอซินยังต้องขอร้องเพื่อที่จะเป็นผู้ติดตามของหลิงฮัน แล้วมีเหรอที่นางจะไม่พอใจ?

 

หลิงฮันส่ายหัวและพูดออกไป “ในตอนนี้ ข้าไม่มีความตั้งใจที่จะรับลูกศิษย์” ในความเป็นจริงความสามารถด้านปรุงยาของจูเฮอซินในความคิดของหลิงฮันนั้นสามารถนับได้ว่าอยู่ในระดับธรรมดาเท่านั้น ในอดีตเขาได้รับศิษย์มาสามคนและทั้งสามคนนั้นล้วนมีความสามารถยอดเยี่ยมทุกคน

 

จูเฮอซินทำได้เพียงรู้สึกเสียดาย และเริ่มจะรู้ได้ว่าที่หลิงฮันปฏิเสธเป็นเพราะพรสวรรค์และการปรุงยาของมันเป็นเพียงระดับธรรมดามันจึงไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นลูกศิษย์ของเขา มันเองก็รู้สึกได้ว่านี่เป็นเรื่องปรกติเพราะอย่างไรความรู้และความสามารถในการปรุงยาของหลิงฮันนั้นอยู่ในระดับที่สูงมากซึ่งมันทำได้เพียงนับถือและแหงนมองจากที่ไกลๆเท่านั้น การที่จะเป็นศิษย์นั้นเป็นความหวังที่มากเกินไปจริงๆ

 

เขาปฏิเสธ!

 

หลิวอู๋ตงตะลึงจนพูดไม่ออก หลิงฮันได้ปฏิเสธไปจริงๆ!

 

คนๆนี้คือนักปรุงยาขั้นดำระดับต่ำเชียวนะ และขอเพียงจูเฮอซินยอมรับ ต่อให้เป็นตระกูลจักรพรรดิของแคว้นพิรุณยังต้องใช้ทุกวิถีทางเพื่อจะพบกับเขาและอาจถึงขั้นที่มอบเจ้าหญิงเพื่อให้แต่งงานกับเขา แต่อย่างไรก็ตาม หลิงฮันปฏิเสธออกไปแบบไม่ได้คิดอะไรมากเลย!

คนๆนี้… ยากที่จะเข้าใจจริงๆ

 

“อย่างไรก็ตาม ถ้าเจ้าพบปัญหาเกี่ยวกับการเข้าใจบางสิ่ง เจ้ายังคงสามารถมาที่ตระกูลหลิงเพื่อพบข้าได้ทุกเมื่อ” หลิงฮันพูดออกไป

 

“ขอบคุณมากผู้อาวุโส ขอบคุณมากผู้อาวุโส!” จูเฮอซินประสานมือเคารพไปที่หลิงฮันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ใบหน้าของมันแสดงความสุขอันล้นเหลือของมันออกมา

 

ในใจของหลิวอู๋ตงรู้สึกไร้คำพูด ถ้าเหตุการณ์นี้ถูกเห็นโดยคนอื่นพวกมันคงจะตกใจจนตาถลนออกมาแน่นอน! คนที่มีสถานะสูงส่งเช่นนักปรุงยาขั้นดำได้ทำการคารวะต่อหน้าหลิงฮันเพราะรู้สึกเป็นเกียรติเพียงเพราะสามารถไปพบเขาได้!

 

“อืม งั้นข้าขอตัวก่อน” หลิงฮันพูดออกไป

 

“ผู้อาวุโส ให้ข้าไปส่งท่านเอง!” จูเฮอซินพูดอย่างรวดเร็ว

 

“จริงสิ อู๋ตง เจ้าพกเงินมาด้วยรึเปล่า? จ่ายค่าสมุนไพรให้ข้าล่วงหน้าก่อนแล้วกัน” หลิงฮันหันไปหาหลิวอู๋ตงแล้วพูดออกไป

 

แน่นอนว่าหลิวอู๋ตงรู้ว่าสมุนไพรในตอนนี้จะใช้เพื่อตัวเขาเองไม่ใช่สำหรับโรคของนาง พอคิดว่าชายคนนี้รู้จักวิธีที่จะใช้ทุกอย่างให้คุ้มค่าที่สุดนางก็หยุดที่จะกัดปากไม่ได้ เขาเพิ่งจะให้นางมาเป็นผู้ติดตามและตอนนี้ยังตั้งใจจะใช้เงินของนางอีก…

 

“ไม่จำเป็น ไม่จำเป็น!” จูเฮอซินรีบโบกมือออกไป ความรู้ด้านการปรุงยาที่มันได้ฟังจากหลิงฮันในวันนี้ก็มีค่ามากพอแล้ว มันจะทนยอมรับเงินค่าวัตถุดิบจากหลิงฮันได้อย่างไร?

“ผู้อาวุโส โปรดยอมให้ข้าได้แสดงความขอบคุณโดยการไม่รับค่าวัตถุดิบด้วยเถอะ”

 

หลิงฮันคิดอยู่ชั่วขณะและพูดออกไป “งั้นก็เอาตามที่เจ้าต้องการแล้วกัน”

 

แม้เขาจะสอนลวกๆให้กับจูเฮอซินเล็กน้อย แต่ความจริงที่ว่าเขาคือจักรพรรดิปรุงยา ด้วยการสอนเพียงเล็กน้อยนี้ก็เพียงพอจะทำให้จูเฮอซินได้รับประโยชน์ไปทั้งชีวิตแล้ว

 

จูเฮอซินดูท่าทางดีใจขึ้นมาทันที การที่สามารถทำอะไรให้กับหลิงฮันได้แบบนี้ ถึงจะเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยก็ทำให้มันยินดีอย่างมากแล้ว มันถึงขั้นรู้สึกว่าเป็นเกียรติด้วยซ้ำ!

 

“งั้นข้าจะซื้อโอสถคืนกำเนิดสักเล็กน้อยแล้วกัน” หลิงฮันพูดออกไปหลังจากคิดชั่วครู่

 

“โอสถคืนกำเนิด ของถูกๆแบบนี้ข้าจะให้ผู้อาวุโสซื้อมันไปได้อย่างไร? อย่างไรมันก็เป็นของที่ข้าสามารถหลอมได้เรื่อยๆอยู่แล้ว มันจึงเป็นธรรมดาที่ข้าจะมอบมันเป็นของขวัญให้กับผู้อาวุโส” จูเฮอซินพูดอย่างรวดเร็ว

 

หลิวอู๋ตงแสดงท่าทางพูดไม่ออกขึ้นอีกรอบ โอสถคืนกำเนิดสามารถทำให้จอมยุทธ์ฟื้นฟูปราณต้นกำเนิดของตนได้อย่างรวดเร็ว มันเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ขณะที่ต่อสู้และมันไม่ใช่อะไรที่สามารถ ‘หลอมได้เรื่อยๆ’

 

ถึงแม้หลิงฮันจะต้องการเพียงโอสถคืนกำเนิดระดับต่ำสุด แต่จำนวนหนึ่งเม็ดของมันก็มีราคาถึง 3 เหรียญเงินเป็นอย่างน้อยแล้ว

 

จูเฮอซินช่างใจกว้างเสียจริงที่มอบโอสถคืนกำเนิดร้อยเม็ดให้หลิงฮันทันที ถ้าไม่ใช่ความจริงที่ว่าหลิงฮันยังอยู่เพียงระดับหลอมกายาและสามารถใช้ได้เพียงโอสถคืนกำเนิดระดับต่ำเท่านั้นล่ะก็ มันคงมอบโอสถคืนกำเนิดระดับสูงให้เขาแทนแน่นอน

 

หลิงฮันและหลิวอู๋ตงลงบันไดและออกจากตำหนักไปโดยมีจูเฮอซินมาส่ง

 

“ตอนนี้เราจะไปที่ไหนกัน?” หลิวอู๋ตงถามหลงจากที่ทั้งสองเดินออกมาสักครู่

 

หลิงฮันยิ้มเล็กน้อยและพูดออกไป “แน่นอนว่ากลับตระกูล เพื่อรอให้วัตถุดิบส่งมาถึง” หากไม่รักษารากฐานวิญญาณเป็นอันดับแรกเขาก็ไม่มีทางที่จะเริ่มการบ่มเพาะได้

 

หลิวอู๋ตงถามออกไปอย่างสงสัย “เจ้ารู้วิธีหลอมโอสถจริงรึ?”

 

“นั่นคือสิ่งที่ในโลกนี้ไม่มีใครเหนือไปกว่าข้า” หลิงฮันพูดออกไปอย่างห้วนๆ

 

“เจ้าคนที่โม้!” หลิวอู๋ตงเค้นเสียงออกมา ถึงแม้หลิงฮันจะสยบจูเฮอซินได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่จูเฮอซินเป็นเพียงนักปรุงยาขั้นดำเท่านั้น ยังคงมีนักปรุงยาขั้นปฐพีและสวรรค์ที่เหนือกว่าจูเฮอซินอยู่!

 

หลิงฮันไม่ได้โต้แย้งอะไรกับนาง เพราะสถานะของเขานั้นได้จารึกไว้ในประวัติศาสตร์มานานมากแล้ว

 

“ทำไมเจ้าไม่ยอมให้อาวุโสสูงสุด จูเฮอซินติดตามอยู่ข้างกายเจ้าล่ะ? เขาไม่ใช่เพียงนักปรุงยาเท่านั้นแต่ยังเป็นจอมยุทธ์ในระดับระดับก่อเกิดธาตุอีกด้วย” หลิวอู๋ตงถามออกไป

 

หลิงฮันชะงักฝีเท้าชั่วครู่พร้อมกับหันไปมองที่นางและเดินหน้าต่อไป “อย่างแรก รากฐานวิญญาณของเจ้าคือรากฐานวิญญาณระดับสวรรค์และตอนนี้เจ้าได้บรรลุถึงขั้นแปดของระดับรวมธาตุแล้ว เพราะงั้นเจ้าจึงอยู่งหากจากการทะลวงสู่ขั้นก่อเกิดธาตุอีกก้าวเดียว

อย่างที่สองข้าไม่ต้องการให้ใครมาหลอมโอสถให้ข้า อย่างที่สามถ้าจะให้ใครมาอยู่ข้างกาย หากเป็นสาวงามจะน่ามองกว่าคนชรายิ่งนัก”

 

หลิวอู๋ตงไร้คำพูดอย่างช่วยไม่ได้ อย่างไรก็ตามคำพูดของเขาได้ทำให้นางรู้สึกยินดีในใจเล็กน้อย

 

“พวกเราจะกลับตระกูลก่อน ข้ายังต้องสอนทักษะสามหยินเร้นลับให้เจ้าอีก”

 

หลิวอู๋ตงช่วยไม่ได้ ที่จะรู้สึกตื่นเต้นและเร่งฝีเท้าเดินไปอย่างรวดเร็ว เพราะโรคร้ายมันทำให้นางต้องหลับไปอย่างไร้เหตุผลนั้นก่อปัญหาให้นางมาหลายปีแล้ว

 

ทั้งสองคนกลับมายังที่พักของตระกูลหลิง ตลอดทางเดินคนรับใช้ทุกคนที่พวกเขาเห็นได้แสดงท่าทีแปลกๆออกมา นั่นเพราะพวกมันได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนเช้าแล้ว เรื่องที่ว่าหัวหน้าพ่อบ้านได้ถูกลงโทษโดยนายน้อยขยะ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกนักที่พวกมันจะรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ สำหรับข่าวแบบนี้แล้วมันเป็นเรื่องปรกติที่จะแพร่ออกไปทั้งตระกูลอย่างรวดเร็ว

 

หลิงฮันแสร้งทำเป็นไม่เห็นอะไรและพาหลิวอู๋ตงไปยังห้องของเขาเพื่อเริ่มสอนทักษะสามหยินเร้นลับ

 

“เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะกลับคำพูดรึ?” หลิวอู๋ตงถามขึ้นมาในทันทีเมื่อหลิงฮันกำลังจะเริ่มท่องทักษะ

 

“เจ้าจะทำรึ?” หลิงฮันถามกลับไป