0 Views

ตอนที่ 6 ตำหนักโอสถสวรรค์

 

หลิงฮันกับหลิวอู๋ตงได้เดินออกไป หลิงมู่เหยินและคนอื่นๆอยากจะหยุดพวกเขาแต่ก็ไม่กล้าจะทำอะไร ขนาดหลิงจงควั่นยังแพ้ใครแล้วกันในตระกูลหลิงที่จะไปต่อกรด้วยได้?

 

ไม่มี… นอกเสียจากว่าหลิงตงซิงจะกลับมา

 

แต่ถึงหลิงตงซิงจะกลับมาเขาจะไปอยู่ฝ่ายไหน? นั่นก็คงรู้ๆกันอยู่แล้ว

 

สาวใช้ทั้งห้ามีสีหน้าตื่นเต้นอย่างถึงที่สุด พวกนางได้เห็นการแสดงที่น่าสนุกแบบนี้มันเพียงพอจะให้พวกนางมีเรื่องไปโม้ถึงสามปีเลยทีเดียว

 

“พวกเราจะไปที่ไหนกัน?” หลิวอู๋ตงถามหลิงฮันหลังจากออกจากมาจากอาณาเขตตระกูลหลิง

 

“ตำหนักโอสถสวรรค์” หลิงฮันตอบ

 

หลิวอู๋ตงส่งเสีย ‘โอ้’ออกมา นางคิดว่าหลิงฮันจะไปหายารักษาให้นางเพราะยังไงตอนนี้เธอก็เป็น ‘ผู้ป่วย’

 

ทั้งสองเดินอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นสิบนาทีพวกเขาก็ถึงที่หมาย

 

“ตำหนักโอสถสวรรค์เป็นตัวตนที่ทรงอำนาจอย่างมากและมีสาขาอยู่ทุกๆเมืองในแคว้นพิรุณ

จากความรู้ที่มีจำกัดของเขาหลิงฮันเองก็ไม่รู้จักตำหนักโอสถสวรรค์มากนัก อย่างไรก็ตามความหลากหลายของสมุนไพรและเม็ดยาโอสถในตำหนักโอสถสวรรค์คงจะมากถึงขนาดที่มีสมุนไพรทุกประเภทวางขายอยู่ ถ้ามีอะไรที่ไม่สามารถหาซื้อจากที่นั่นได้ก็คงจะหาซื้อจากที่อื่นไม่ได้เช่นกัน

 

หลังฮันเข้าไปยังศาลาและเดินไปที่โต๊ะพนักงานขายซึ่งด้านหลังมีหญิงสาวแสนงดงามนั่งอยู่ พอเห็นหลิงฮันเดินเข้ามานางลุกขึ้นพร้อมกับยิ้มในทันที และกล่าวออกมาว่า “ยินดีต้อนรับ ชื่อของข้าคือเสี่ยวเตา เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับใช้”

 

สายตาของนางจ้องไปที่หลิวอู๋ตงชั่วขณะ เพราะยังไงความงามของหลิวอู๋ตงนั้นไม่ธรรมดาเลยถึงนางจะเป็นผู้หญิงแต่ก็ยังรู้สึกหลงเสน่ห์เล็กน้อย

 

หลิงฮันหยักหน้าและพูดออกไป “ข้าอยากจะซื้อ หญ้าดอกบัวม่วง ผลก้านนภา ไผ่โลหิตร้อยปี ใบหัวมันสีชาด รากต้นมรณะ”

 

ใบหน้าเสี่ยวเตาเปลี่ยนเป็นสับสน นางทำงานที่นี่มามากกว่าสองปีแล้ว แต่นางไม่เคยได้ยินแม้แต่ชื่อของสมุนไพรห้าชนิดนี้ นางจ้องมองอย่างสับสนกอที่จะกล่าออกไป “คุณลูกค้า ข้าต้องขออภัยด้วย ข้าไม่เคยได้ยินแม้แต่ชื่อของสมุนไพรพวกนี้มาก่อน โปรดรอสักครู่ข้าจะไปถามคนอื่นให้”

“เอางั้นก็ได้” หลิงฮันหยักหน้า สมุนไพรทั้งห้านี้ค่อนข้างไม่ธรรมดา เพราะนอกจากจะใช้พวกมันผสมเป็นผงแก่นแห่งจิตฟื้นคืนวิญญาณแล้วมันก็แทบไม่ได้ใช้ผสมอย่างอื่นเลย และถึงแม้ผงแก่นแห่งจิตฟื้นคืนวิญญาณจะไม่ใช่การปรุงยาขั้นสูงแต่มันเป็นโอสถที่เขาคิดค้นด้วยตัวเองในชีวิตก่อนแม้เขาจะสอนสูตรของมันให้กับบางคน แต่มันก็อาจจะไม่ได้สืบทอดผ่านยุคสมัยมา

 

หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็เห็นเสี่ยวเตาและชายวัยกลางคนอายุประมาณ 30 ปีเดินมาทางพวกเขา

 

“เจ้ารึที่เป็นคนมาก่อความวุ่นวาย?” ชายวัยกลางคนมองไปยังหลิงฮัน หน้าของมันเต็มไปด้วยความดูถูก

 

หลิงฮันขมวดคิ้ว “เจ้าหมายความอย่างไรที่ว่าก่อความวุ่นวาย?”

 

“หึ พูดชื่อสมุนไพรมั่วๆโดยที่ไม่มีอยู่จริง ไม่ใช่ว่านี่คือการจงใจก่อความวุ่นวายรึ?” ชายวัยกลางคนเค้นเสียงในลำคอ การแสดงออกที่ใบหน้าของมันได้แสดงออกมาอย่างนิ่งๆว่า ‘เหอะ ข้ารู้ทันเจ้าหรอกน่า’

 

หลิงฮันถามกลับไป “ทำไมเจ้าถึงคิดว่าข้าเพียงบอกชื่อสมุนไพรที่ไม่มีอยู่ไปมั่วๆล่ะ”

 

“ถามอะไรโง่ๆ ข้าเป็นถึงนักปรุงยาผู้หญิงใหญ่ระดับกลางขั้นเหลือง แม้แต่ข้ายังไม่เคยได้ยินชื่อสมุนไพรมาก่อนเพราะไม่ใช่ว่าเจ้าพูดชื่อออกมามั่วๆรึไงกัน? ออกไปจากที่นี่ซะ!?”  ชายวัยกลางคนโบกมือราวกับไล่แมลงวัน

 

ชื่อของมันคือหม่าตาจวิน และมันเป็นนักปรุงยาในระดับกลางขั้นเหลือง

 

มีลูกค้าคนอื่นที่อยู่ในร้านและพอพวกเขาได้ยินคำพูดของมันพวกเขาก็ส่งเสียง “โอ้ว” ออกมา ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความเคารพ

 

นักปรุงยาเป็นสิ่งที่ขาดแคลนและเป็นตัวตนที่มีเกียรติ ขั้นของนักปรุงยามีสี่ขั้นใหญ่คือ สวรรค์ ปฐพี ดำ เหลือง ทุกๆขั้นแบ่งเป็นระดับย่อยคือ สูง กลาง ต่ำ แม้แต่นักปรุงยาระดับกลางขั้นเหลืองยังเป็นตัวตนที่ได้รับความต้อนรับและเคารพเหล่ากองกำลังทรงพลังต่างแย่งกันเพื่อให้ได้ตัวมา

 

ในเมืองหมอกเมฆาเองก็ไม่ต่างกัน นักปรุงยาระดับนี้มีเพียงคนเดียวและทำงานให้กับตำหนักโอสถสวรรค์ โดยปกติแล้วเขาไม่จำเป็นต้องปรุงยาอะไรทั้งสิ้นหน้าที่ของมันคือการคุมงานเท่านั้น

 

เพราะงั้นแล้ว หม่าตาจวิน จึงมีเหตุผลพอที่จะหยิ่งผยอง

 

“แม้แต่นักปรุงยาหม่ายังพูดแบบนั้น เจ้าเด็กนั่นต้องจงใจมาสร้างความวุ่นวายแน่ๆ”

 

“น่าขันชะมัด เขามาที่ตำหนักโอสถสวรรค์เพื่อสร้างปัญหาจริงๆรึ เจ้าโง่นี่มาจากไหนกัน”

 

“บางทีเขาอาจจะแค่อยากมาเพื่อดึงดูดความสนใจ?”

 

ทุกๆคนล้วนแต่เข้าข้างหม่าตาจวิน นักปรุงยาเป็นตัวตนอันสูงส่งเพราะงั้นจึงไม่น่าแปลกที่พวกเขาจะเอนเอียงไปทางนั้น

 

หลิงฮันโกรธเล็กน้อยและพูดออกไป “ถ้าเจ้าไม่เคยได้ยินชื่อ นั่นก็เพราะเจ้ามันไร้ความสามารถ คนไร้พื้นฐานอย่างเจ้ามากล่าวหาว่าข้ามาสร้างความวุ่นวาย? ไปถามคนที่มีความรู้ที่สุดในร้านเจ้าซะ ข้าจะพูดกับเขา”

 

“เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกันถึงมาสั่งข้า?” หม่าตาจวินดูไม่มีความสุขเท่าไหร่ มันมาด้วยตัวเองเพื่อเปิดโปงแผนของหลิงฮัน แล้วทำไมหลิงฮันยังจะอยู่ที่นี่ต่ออีก เป็นแมลงรึยังไง?  อีกทั้งตัวมันยังเป็นคนของตำหนักโอสถสวรรค์ด้วย! ในที่นี้ใครจะมีความรู้ไปมากกว่ามัน?

 

โดยปกติแล้วนอกจาก ผู้อาวุโสสูงสุดจู แล้วคนอื่นๆจะมาที่นี้ในวันหยุดเมื่อพวกเขาเกิดแรงบันดาลใจและมายืมเครื่องมือต่างๆของตำหนักโอสถสวรรค์ในการหลอมเม็ดยา

 

พอเห็นเหตุการณ์แบบนี้เข้า มุมปากของหลิวอู๋ตงก็ยกขึ้นเล็กน้อยและดูเหมือนจะคาดหวังอะไรอยู่นิดหน่อย

ในครั้งนี้นางจะไม่เข้าไปยุ่งแน่นอน

 

ตำหนักโอสถสวรรค์เป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่ ต่อให้เป็น imperial familyของแคว้นพิรุณก็จำเป็นต้องปฏิบัติต่อพวกเขาด้วยความเคารพ! นางเป็นเพียงแค่สมาชิกรุ่นเยาว์ของตระกูลหลิว เพราะงั้นนางคงจะสร้างความวุ่นวายในที่แห่งนี้ไปกับหลิงฮันไม่ได้

 

ไม่ใช่ว่าเจ้ามีความสามารถรึ? ทำไมตอนนี้เจ้าดันขายขี้หน้าซะแล้วล่ะ?

 

ถึงนางจะยอมเป็นผู้ติดตามของหลิงฮัน แต่มันก็แค่ชั่วคราว ยิ่งกว่านั้นด้วยความทะนงตนของนางแล้วการเป็นผู้ติดตามเป็นสิ่งที่นางไม่เต็มใจทำ อย่างน้อยในตอนนี้ล่ะนะ เพราะงั้นแล้วนางจึงอยากจะเห็นใบหน้าที่อับอายของหลิงฮัน

 

แม้ว่าจะเป็นผู้หญิงแสนเย็นชา แต่เมื่อไม่พอใจนางเองก็อยากจะตอบโต้บ้าง

 

“ไปให้พ้น!”  หม่าตาจวินตวัดมือออกไปอย่างหมดความอดทน

 

“เจ้าจะไม่เสียใจกับเรื่องนี้ทีหลัง?” หลิงฮันพูดออกไปอย่างเฉื่อยชา

 

“ฮ่าๆ เจ้าจะทำอะไรข้าได้?” หม่าตาจวินรู้สึกตลกอย่างไม่มีเหตุผล เจ้าเด็กนี่กล้าที่จะขู่มันจริงๆรึ

 

คนอื่นๆในร้านค้าดูราวกับว่าพวกเขากำลังดูตลกอยู่ เจ้าเด็กนี่เป็นนายน้อยที่ถูกตามใจจากตระกูลไหนสักตระกูลรึไงกัน? ถึงจะแบบนั้น ต่อให้เขาเป็นบุตรของผู้นำตระกูลของหนึ่งในสองตระกูลใหญ่เขาก็ยังไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเผชิญหน้ากับนักปรุงยาระดับกลางขั้นเหลืองอยู่ดี

 

หลิงฮันทำเพียงยิ้มและหันไปทางหลิวอู๋ตง

 

ความรู้สึกดูถูกเกิดขึ้นในใจของหลิวอู๋ตง นี่เขาจะให้นางลงมืออีกแล้วรึ? อย่างไรก็ถาม นางได้ยินหลิงฮันพูดเพียงแค่ว่า “ช่วยข้าตะโกนดังๆว่า  ‘เจ้าใส่ทรายเขาทองแดงมากเกินไป!’ สามครั้ง ยิ่งดังยิ่งดี ”

 

หมายความว่าอย่างไร?

 

ดวงตาอันงดงามของหลิวอู๋ตงเปิดกว้าง แต่เมื่อนางเห็นความมั่นใจบนใบหน้าของหลิงฮันจิตใจของนางก็สั่นไหวและทำตามที่หลิงฮันบอกอย่างช่วยไม่ได้ “เจ้าใส่ทรายเขาทองแดง

มากเกินไป    เจ้าใส่ทรายเขาทองแดงมากเกินไป    เจ้าใส่ทรายเขาทองแดง

มากเกินไป!”

 

ตัวนางที่อยู่ในระดับรวมธาตุ เสียงตะโกนของนางจึงราวกับเสียงคำรามของราชสีห์

 

“เจ้าสองคนนี้มันบ้า ไล่พวกมันออกไปจากที่นี่ซะ!” หม่าตาจวินพูดอย่างเกรี้ยวกราดไปยังทหารยามทั้งสองคนในร้าน

 

“ปัง!” เกิดเสียงดังสนั่นขึ้นมาราวกับว่ามีบางอย่างได้ระเบิดออกมา นักปรุงยาทั้งหลายต่างสามารถบอกได้ว่านี่คือเสียงที่เกิดจากการระเบิดของเตาปรุงยา เป็นสิ่งที่นักปรุงยาทุกคนต้องได้พบเจอมาก่อน

 

“ตึก ตึก ตึก ตึก” ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากชั้นบน จากนั้นได้มีชายชราผมขาวปรากฏตัวขึ้นที่บันไดชั้นบนสุดอย่างรวดเร็ว และได้พุ่งมาข้างหน้าของหลิวอู๋ตงราวกับลูกธนูพร้อมกับถามอยากตื่นเต้นว่า “เจ้ารู้อย่างไรว่าข้าใส่ทรายเขาทองแดงมากเกินไป?”

 

ร่างกายของชายชราที่ร่องรอยความเจ็บปวดจากการระเบิดของเตาปรุงยา ทั้งคิ้ว หนวดและผมของเขาถูกเผาไปบางส่วนและใบหน้าดำคล้ำเพราะขี้เถ้า ชุดของเขาอยู่ในสภาพยับเยินเต็มไปด้วยรอยไหม้ถูกจ้องแบบตาไม้กระพริบโดยชายชราผู้นี้แล้ว คงจะจินตนาการถึงความรู้สึกแปลกใจของหลิวอู๋ตงได้

 

ได้สิ่งที่ทำให้นางตะลึงที่สุดคือเหรียญตราสีเงินที่แขวนไว้ตรงหน้าอกของชายชรา นั่นคือสัญลักษณ์ของนักปรุงยาและยังเป็น… ขั้นดำ! มีตราเดียวแสดงให้เห็นว่าเป็นระดับต่ำ

 

ชายชราผู้นี้คือนักปรุงยาขั้นดำระดับต่ำ!

 

เหลือเชื่อตัวตนระดับนี้ต่อให้เป็นตระกูลใหญ่จากเมืองจักรพรรดิก็ถือว่าเป็นแขกผู้ทรงเกียรติ แม้แต่ผู้นำตระกูลหลิวของตระกูลนางหากพบกับชายชราคนนี้ก็จะต้องเรียกเขาอย่างสุภาพที่สุดว่า “ผู้อาวุโสสูงสุด”

 

แต่ตอนนี้ ‘ผู้อาวุโสสูงสุด’คนนี้กำลังมองมาที่นางด้วยสายตาที่สรรเสริญเคารพ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนาที่จะแสวงหาความรู้ แล้วจะไม่ให้หลิวอู๋ตงรู้สึกแปลกใจได้อย่างไร?

 

นางมองไปที่หลิงฮันอย่างช่วยไม่ได้  มีความลึกลับอีกมากมายเท่าใดกันที่ชายหนุ่มคนนี้ได้ซ่อนเอาไว้อยู่?