0 Views

ตอนที่ 5 ฟาดสุนัขเฒ่า

 

หลิวอู๋ตงมีความมั่นใจอย่างมาก นางอยู่ในขั้นแปดของระดับรวมธาตุในขณะที่หลิงจงควั่นอยู่เพียงแค่ขั้นหกแม้ความต่างของทั้งสองจะเพียงแค่สองขั้น แต่คนหนึ่งเป็นรวมธาตุขั้นปลายส่วนอีกคนเป็นแค่ขั้นกลางนี่เป็นความต่างอันใหญ่หลวง

 

หลิงจงควั่นทั้งตะลึงเป็นโกรธ “แม่นางหลิว แม่นางจะช่วยเจ้าเดรัจฉานนี่จริงๆรึ?”

 

“สุนัขเฒ่า ระวังคำพูดของเจ้าไว้ด้วย” หลิงฮันพูดแบบสบายใจข้างๆหลิวอู๋ตง

 

คำพูดพวกนี้ได้ทำให้หลิงจงควั่นและพวกของมันโกรธอย่างมาก หลิงฮันเอาแต่พูดว่าสุนัขเฒ่าๆแล้วจะมาอยากให้คนอื่นระวังคำพูดงั้นหรือ?

 

จะเอาแต่ใจไปแล้ว!

 

หลิงฮันยิ้มแบบสงบ แน่นอนว่าย่อมเอาแต่ใจแต่มันจะทำไมล่ะ? ในชีวิตที่แล้วเขามีชื่อเสียงในด้านเก็บความผิดไว้ใต้พรมและช่วยเหล่าคนที่สนิทกับเขาไม่ว่าพวกเขาจะผิดหรือถูก ต่อหน้าผู้คนภายนอกเขาจะปกป้องคนของเขา ส่วนใครจะผิดถูกเขาจะตัดสินอย่างลับๆทีหลัง

 

หลิงจงควั่นกับลูกและหลานของมันได้ล้ำเส้นเกินไป ด้วยนิสัยของเขาแล้วมันคงจะแปลกมากถ้าเขาสามารถอดทนกับมันได้

 

หลิวอู๋ตงไม่ได้ตอบอะไร ร่างอันงดงามไปลอยออกไปราวกับนางเป็นเทพธิดาจากสรวงสวรรค์ มือทั้งสองพุ่งไปที่หลิงจงควั่นโดยไม่แสดงความโหดเหี้ยมออกมาสักนิดแต่กลับแสดงถึงความงามอันไร้ที่ติแทน

 

แต่หลิงจงควั่นไม่ได้รู้สึกแบบนั้น เหงื่ออันเย็นเฉียบได้ผุดขึ้นที่หน้าผากของมัน ตัวมันอยู่ที่รวมธาตุขั้นกลางแต่อีกคนอยู่ที่รวมธาตุขั้นปลาย  นี่ก็เหมือนกับแม่น้ำสายใหญ่ที่ไม่สามารถฝ่าไปได้

 

แต่หลิงจงควั่นไม่อยากจะถูกตบตีโดยขยะอย่างหลิงฮัน ยิ่งกว่านั้นยังเป็นคนในกลุ่มรุ่นเยาว์ด้วย! เพราะงั้นมันจึงจำเป็นต้องต่อต้านด้วยพลังทั้งหมด ถึงจะต้านไม่ได้ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดมันก็จะหนีทันที!

 

“ปัง!”

 

มันปล่อยทักษะพิเศษของกระกูลหลิง’สามฝ่ามือพลิกผัน’ออกไป และพุ่งไปทางหลิวอู๋ตง

 

มันเป็นทักษะยุทธ์ระดับกลางขั้นเหลืองและเป็นหนึ่งในสามทักษะพิเศษของตระกูลหลิง ด้วยสามทักษะนี้ตระกูลหลิงจึงได้กลายมาเป็นหนึ่งในสองตระกูลใหญ่ของเมืองหมอกเมฆา ดังนั้นพลังของทักษะเหล่านี้จึงไม่ธรรมดาเลย

 

แต่น่าเสียกายที่คู่ต่อสู้ของมันคือ หลิวอู๋ตง

 

“เพลงหมัดกำปั้นทะลวง!” หลิวอู๋ตงพึมพำเบาๆ มืออันแสนเล็กของนางหันไปอย่างคล่องแคล่ว มือทั้งสองประกบและประสานกันการเคลื่อนไปของนางเต็มไปด้วยความสง่างามแต่หลังของมันช่างน่ากลัวอย่างยิ่ง หลังจากนางดึงมือกลับหลิงจงควั่นทำได้เพียงถอยอย่างเดียว หน้าของมันเปลี่ยนเป็นแดงก่ำ

 

เพลงหมัดกำปั้นทะลวงเป็นทักษะยุทธ์ระดับสูงขั้นเหลือง!

 

มันด้อยกว่าในด้านหลังบ่มเพาะ มันด้อยกว่าในด้านทักษะยุทธ์…  ถ้าจะมีอะไรที่มันพอจะได้เปรียบก็คงเป็นประสบการณ์การต่อสู้หลายปีที่มี แต่ปัญหาคือหลิวอู๋ตงคืออัจฉริยะด้านวรยุทธ์แม้จะไม่มีประสบการณ์มากมายนักแต่นางมีความสามารถในเข้าใจการต่อสู้ที่สามารถทนแทนประสบการณ์ที่นางด้อยกว่าได้!

 

แล้วจะไม่ให้หลิงจงควั่นแพ้ได้อย่างไร?

 

เพียงแค่ภายใน 50 ถึง 60 กระบวนท่า หลิงจงควั่นก็ถูกจับกุมได้ ตันเถียนของมันถูกยับยั้งเอาไว้มันไม่สามารถโคจรปราณต้นกำเนิดได้และตอนนี้มันไม่ได้แข็งแกร่งไปมากกว่าคนธรรมดา

 

“ท่านปู่!”

 

“ท่านพ่อ!”

 

หลิงมู่เหยินและคนอื่นๆต่างก็ตะโกนออกมา พวกมันอยากจะเข้าไปหาหลิงจงควั่นแต่พวกมันกลัวความของหลิวอู๋ตง จึงทำได้เพียงมองไปทางหลิงฉันอย่างเกรี้ยวกราด พวกมันไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิดเลยสักนิดแต่คิดเพียงว่าทั้งหมดเป็นความผิดของหลิงฮัน

 

ถ้าหลิงฮันไม่โผล่ออกมา ทุกๆอย่างคงจะดำเนินการไปตามแผนที่พวกมันวางไว้แล้ว

 

หลิงฮันมองไปยังหลิวอู๋ตงและพูดออกไป “ถ้าเจ้าเปลี่ยนรูปแบบการต่อสู้สักนิดหน่อยเจ้าจะแข็งแกร่งกว่านี้ อย่างเช่นตอนที่เจ้าใช้ท่าที่สิบเจ็ดเพียงแค่ย่อแขนขวาให้ต่ำลงและใช้มือซ้ายของเจ้าตบไปข้างหน้าอีกสองนิ้ว เจ้าก็จะจับกุมศัตรูได้แล้ว”

 

ตอนแรกหลิวอู๋ตงก็ไม่เชื่อใจหลิงฮันนัก นางเพียงคิดว่าหลิงฮันได้ค้นพบสมบัติโบราณบางอย่างและได้รับทักษะลับระดับสูงมาเพราะงั้นเขาเลยสามารถใช้สองบททักษะนั่นทำให้นางสามารถทะลวงระดับได้ในเร็วๆนี้

 

แต่ตอนนี้พอนางมานึกถึงการต่อสู้เมื่อกี้สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เป็นอย่างที่หลิงฮันกล่าว ถ้านางทำออย่างที่เขาบอกนางก็คงจะจบการต่อสู้ได้เร็วกว่านี้มาก

 

นางอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเคารพหลินฮันเล็กน้อย ความเข้าใจของเขาจะลึกซึ้งเกินไปแล้ว

 

หลิงฮันยิ้มในใจ เขาคือใครกัน? หมื่นปีก่อนเขาถูกเรียกว่าเป็นตัวตนระดับสูงสุดในโลกแห่งวรยุทธ์! อย่าบอกนะว่าเขาจะกำราบเด็กน้อยนางนี้ไม่ได้? เขาเดินไปหาหลิงจงควั่นพร้อมกับยกมือขวาขึ้นมา

 

“เจ้าเดรัจฉาน เจ้ากล้าเรอะ!” หลิงจงควั่นจ้องเขม็งถ้ามันถูกตบโดยหลิงฮัน ภายภาคหน้ามันจะไปมีหน้าไปพบคนอื่นได้อย่างไร?

 

“เพี๊ยะ!”

 

ฝ่ามือของหลิงฮันจู่โจมลงไปอย่างไม่ลังเล มอบตบอันหนักหน่วงให้กับหลิงจงควั่น

 

“อึก!”

 

พรรคพวกของหลิงจงควั่นอีกสามคนกับสาวใช้ทั้งห้าสูดหายใจพร้อมกัน เขาลงมือจริงๆ…! หัวหน้าพ่อบ้านของตระกูลหลิงถูกตบโดยคนที่รู้จักกันในนามว่าขยะจริงๆ!

 

“ชิ เจ้าสุนัขเฒ่าตัวนี้ช่างมีหนังที่หนาเสียจริง แค่ตบมันก็ทำให้ข้าเจ็บมือแล้ว”  หลิงฮันพูดพร้อมกัดฟัน

 

นี่เป็นเรื่องธรรมดา ระดับหลอมกายาต้องใช้ปราณต้นกำเนิดในการหลอมแต่ละส่วนในร่างกายและทำให้กล้าเนื้อทุกส่วนเต็มไปด้วยพลังต้นกำเนิด ทุกๆหมัดและลูกเตะจะปลดปล่อยปราณจำนวนมากออกมา

 

หลิงจงควั่นซึ่งอยู่ในระดับรวมธาตุและได้ผ่านระดับหลอมกายามาแล้วเพราะงั้นหน้าของมันจึงหลอมไปด้วยพลังต้นกำเนิดอย่างสมบูรณ์ บางคนจากระดับหลอมกายาขั้นกลางอาจจะทำให้มันบาดเจ็บไม่ได้ อาจจะทำได้เพียงความเจ็บปวดเล็กน้อยเท่านั้น หากจะทำให้มันเลือดออกคงต้องใช้อาวุธ

 

แต่ว่าตอนนี้มันไม่ใช่ปัญหาเรื่องบาดเจ็บแต่เป็นความอัปยศ!

 

ถูกตบโดยขยะแถมยังเป็นรุ่นเยาว์ที่อยู่ในขั้นสองของหลอมกายา… ยิ่งกว่านั้นยังถูกกระทำต่อหน้าสาวใช้ทั้งห้าคน มันเป็นความอัปยศแบบไหนกัน? ถ้าเรื่องนี่แพร่ออกไปล่ะก็ มันจะมีหน้าไปพบกับคนอื่นได้อย่างไร?

 

ตาของหลิงจงควั่นราวกับจะปล่อยไฟออกมามันตะโกนลั่น “เจ้าเดรัจฉาน เรื่องนี้จะไม่จบแบบนี้แน่! เจ้าจะต้องเสียใจกับเรื่องนี้อย่างแน่นอน!”

 

“โอ้ เจ้ากล้าขู่ข้าต่อหน้าผู้ติดตามของข้ารึ งี่เง่าจริงๆ!” หลิงฮันถอยหายใจและถามหลิวอู๋ตง “มีคนกำลังขู่เจ้านายของเจ้าอยู่ ไหนพูดสิว่าเราควรจะทำยังไงดี?”

 

ใบหน้าอันงดงามของหลิวอู๋ตงกระตุกขึ้นมา นางเป็นเจ้าหญิงแห่งตระกูลหลิว นางจะไปคุ้นเคยกับการเป็นผู้ติดตามคนอื่นได้อย่างไร? อย่างไรก็ตามนางเป็นคนที่รักษาสัญญานางถามกลับทันทีว่า “ต้องการให้ข้าสังหารมัน?”

 

ได้ยินคำพูดนั้นบุตรทั้งสองของหลิงจงควั่นและหลิงมู่เหยินถึงกับตะลึง หลิงจงควั่นคือกระดูกสันหลังของพวกมัน เป็นต้นไม่ที่ค้ำจุนท้องฟ้าสำหรับพวกมัน! ถ้าหลิงจงควั่นตายพวกมันก็จะเสียอำนาจทั้งหมดที่มีในตระกูลหลิง

 

หลิงฮันส่ายหน้าและยิ้ม “เจ้าเฒ่านี่เป็นสุนัขของบิดาข้า บิดาข้าจึงต้องเป็นคนที่กำจัดมันเองแต่…” เขาหักขาโต๊ะออกมาและตรวจสอบมันในมือของเขา “มันจะไม่ถูกลงโทษจนตายแต่จะให้มันหนีจากบทลงโทษอื่นไม่ได้!”

 

“ปัง!” เขายกขาโต๊ะขึ้นและฟาดไปที่หน้าของหลิงจงควั่น หลังจากเสียงฟาดอันหนักหน่วงดังขึ้น หลิงจงควั่นเปิดปากออกและพ่นเลือดกับฟันที่หักออกมา

 

“เฒ่าแก่ บิดาข้ากำลังไปเสี่ยงชีวิตอยู่ แต่เจ้าจะขโมยความหวังของเขา เจ้าไม่คิดเหรอว่าเจ้าสมควรโดนฟาด?”

 

เมื่อวานนี้ เจ้าถือตัวว่าแข็งแกร่งกว่าข้าและจัดการข้าอย่างโหดเหี้ยมจนถึงขั้นปาดเจ็บสาหัส นี่คือสิ่งที่ญาติผู้ใหญ่สมควรทำรึ? ในเมื่อเจ้ามันไร้ยางอายและไม่อยากทำตัวเป็นญาติผู้ใหญ่งั้นทำไมข้าต้องไปคิดมากเรื่องที่เจ้าจะเสียหน้าและต้องปฏิบัติกับเจ้าแบบผู้อาวุโส?

 

หลิงฮันหวดไปอีกครั้งหลังพูดเสร็จ หลังจากหวดไปอีกไมกี่ครั้งผมของหลิงจงควั่นก็กระจายไปทั่วและใบหน้าเต็มไปด้วยเลือด มันเสียฟันไปอย่างน้อยครึ่งปากแล้ว

 

อย่างไรก็ตามถึงแม้หลิงจงควั่นจะสภาพน่าสมเพชและภายนอกจะบาดเจ็บแค่ไหนก็ไม่สำคัญ ยังไงมันก็สามารถฟื้นฟูบาดแผลได้อย่างรวดเร็วเพราะพลังชีวิตที่แข็งแกร่งของจอมยุทธ์ การบาดเจ็บภายในถึงจะทำให้ชีวิตมันเป็นอันตรายได้ เพราะงั้นหลิงฮันจึงฟาดมันไม่หยุดโดยไม่ต้องกังวลว่ามันจะตายจริงๆ

 

หลิงจงควั่นไม่ได้ส่งเสียงอีกต่อไปแล้ว แต่มันได้ปฏิญาณในใจว่าในอนาคตเมื่อมันมีความสามารถเหนือหลิวอู๋ตงแล้ว มันจะต้องฉีกพ่อลูกคู่นี้เป็นชิ้นๆแน่นอน

 

“ข้าชักจะเมื่อยมือแล้วสิ!” หลิงฮันโยนขาโต๊ะทิ้งและกล่าวออกมา “อู๋ตงมากับข้าสิ”

 

“อะ…อู๋ตง?”

 

หลิวอู๋ตงตัวสั่นในทันที วิธีการเรียกชื่อเช่นนี้ทำให้นางรู้สึกขนลุกจริงๆ!