0 Views

หลิงตงซิงรู้สึกสับสนไปหมด

 

มันรู้ว่าบุตรของมันเป็นอัจฉริยะ แต่การที่มีนักปรุงยามาพยายามประจบประแจงบุตรมันแบบนี้… ทำให้มันตกตะลึงจนพูดไม่ออก

 

ก่อนหน้านี้ท่าทีของหม่าตาจวินเต็มไปด้วยความหยิ่งยโสและจองหอง ตัวมันได้เชิญหม่าตาจวินมาหลายรอบมากกว่าที่เขาจะยอมตกลงมา แต่สิ่งแรกที่พอเขามาถึงแล้วทำคือตำหนิและสร้างปัญหาให้กับตัวมัน หม่าตาจวินได้แสดงความทะนงตัวของนักปรุงยาออกมาเต็มที่

 

แต่ตอนนี้… มันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าหม่าตาจวินจะปฏิบัติกับมันด้วยความเคารพและสุภาพแบบนี้

 

ในช่วงเวลาที่มันเดินทางออกไปจากตระกูล… อะไรกันที่ทำให้บุตรของมันเปลี่ยนไปมากขนาดนี้?

 

“ผู้นำหลิงข้าสมควรตายอย่างแท้จริง แต่ไม่ต้องเป็นกังวลไป เมื่อข้ากลับไปแล้วข้าจะรีบให้คนนำเม็ดยามาส่งให้อย่างเร็วที่สุด” หม่าตาจวินพูดด้วยความรอบคอบและสุภาพ เมื่อนึกถึงท่าทางก่อนหน้านี้ของมันที่ทำต่อหลิงตงซิง มันเกิดอาการหัวใจเต้นแรงอย่างไม่อาจควบคุมได้ ตอนนี้มันหวาดกลัวจนเกือบจะล้มตายไปอยู่แล้ว

 

หลิงฮันเคาะนิ้วลงบนโต๊ะแล้วพูดออกไป “เป็นตระกูลเชิงสินะที่ให้เจ้าเรื่องแบบนั้น?”

 

“ฮ่าๆ นายน้อยฮัน ข้าไม่รู้จริงๆว่าผู้นำหลิงเป็นบิดาของท่านข้าจึงได้โดนตระกูลเฉิงหลอกลวง ได้โปรดเชื่อข้าด้วย!” หม่าตาจวินรีบอธิบายทันที

 

หลิงฮันยิ้มและพูดออกไป “ข้าเชื่อเจ้า”

 

หม่าตาจวินโล่งอกขึ้นมาในทันที ก่อนที่จะได้ยินหลิงฮันเริ่มพูดต่อ

“เจ้าเป็นคนละโมบ ด้วยนิสัยของเจ้าแล้วเจ้าจะยอมช่วยตระกูลเชิงโดยไม่ได้รับผลประโยชน์ได้อย่างไร? บอกข้ามาว่าเจ้ารับอะไรมาจากตระกูลเชิง?”

 

“เรื่องนี้มัน…” หม่าตาจวินพูดติดๆขัดๆ แต่เมื่อเห็นสายตาอันแหลมคมของหลิงฮัน มันเกิดความกังวลและรีบพูดออกมาทันที “สามหมื่นเหรียญเงิน”

 

“ตระกูลเชิงช่างใจกว้างเสียจริง!” หลิงตงซิงส่งเสียงขึ้นจมูกอย่างฉุนเฉียว ในฐานะผู้นำตระกูลแล้ว มันเข้าใจถึงความสำคัญของเงินสามหมื่นเหรียญเงินเป็นอย่างดี

 

ในตอนแรกที่หลิงฮันบอกว่าหม่าตาจวินเป็นคนละโมบ หลิงตงซิงได้คิดไปแล้วว่าการจะให้มันจัดส่งเม็ดยามาให้ตระกูลหลิงอีกครั้ง พวกเขาคงต้องเสนอเงินที่มากกว่าสามหมื่นเหรียญเงินให้กับมัน แต่ปัญหาคือหลังจากที่ตระกูลหลิงถูกเล่นงานโดยตระกูลเชิงมาแล้วสองครั้งพวกเขาก็เกือบจะใช้เงินที่เหลืออยู่ไปหมดแล้ว เพราะงั้นพวกเขาจะไปหาสามหมื่นเหรียญเงินจากไหนมาให้หม่าตาจวินกัน

 

การลงมือเช่นนี้อาจจะทำให้ตระกูลเชิงเกิดบาดแผลเล็กน้อย แต่สำหรับตระกูลหลิงแล้วมันเป็นบาดแผลที่สาหัสมากทีเดียว

 

แต่โชคดีจริงๆที่มันมีบุตรที่ยอดเยี่ยม!

 

หลิงตงซิงยิ้มออกมาช่างช่วยไม่ได้ ตระกูลเชิงคงจะนึกไม่ถึงว่าสามหมื่นเหรียญเงินที่พวกมันจ่ายไปจะต้องสูญเปล่า

 

“สามหมื่นเหรียญเงินนับว่าค่อนข้างเยอะทีเดียว” หลิงฮันมองไปยังหม่าตาจวินด้วยรอยยิ้มบางๆ

“นักปรุงยาช่างค่าตัวแพงเสียจริง พวกมันถึงต้องใช้เงินจำนวนขนาดนั้นเพื่อที่จะติดสินบนเจ้า”

 

“นายน้อยฮันช่างชอบพูดเล่นเสียจริง” หม่าตาจวินปัดเหงื่อที่ไหลอยู่บนหน้าผากของมัน ตัวมันไม่ใช่คนโง่ มันรู้ว่าหลิงฮันกำลังพูดเหน็บแนมมันอยู่

 

“เพราะเจ้า ตระกูลหลิงของข้าจึงต้องเกิดการสูญเสียครั้งใหญ่ในไม่กี่วันที่ผ่านมา” หลิงฮันพูดอย่างเยือกเย็น

 

หม่าตาจวินสั่นสะท้านขึ้นมาในทันที และประกายความคิดบางอย่างได้ลอยเข้ามาในหัวของมัน “ถึงแม้ว่าคนที่วางแผนจะเป็นตระกูลเชิง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าข้าเองก็ต้องรับผิดชอบในบางส่วนด้วยเหมือนกัน ดังนั้นขอให้ข้าได้มอบสามหมื่นเหรียญเงินเหล่านี้เป็นการชดเชยความสูญเสียที่ตระกูลหลิงได้รับด้วยเถอะ”

 

หลิงตงซิงรู้สึกประหลาดใจ คนที่โลภมากอย่างหม่าตาจวินยอมมอบสินบนที่มันได้รับมาให้คนอื่นจริงๆรึ? นี่มันกลัวบุตรของมันขนาดไหนกันแน่

 

หลิงฮันพยักหน้า “เจ้าคงไม่มีปัญหาอะไรหรอกนะ?”

 

“จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร?” ถึงแม้มันจะรู้สึกราวกับว่าหัวใจของมันกำลังมีเลือดไหลออกมา แต่หม่าตาจวินก็ยังคงยิ้มและพูดออกไปด้วยความเขินอาย “นี่เป็นเรื่องที่ข้าสมควรทำอยู่แล้ว และนี่ก็ถือว่าเป็นของที่ละลึกเล็กๆน้อยๆจากข้าด้วย”

 

“งั้นก็ดี!” หลิงฮันพยักหน้า “ข้าอยากให้เจ้าทำอะไรบางอย่างให้ข้า”

 

“นายน้อยฮันจงพูดออกมาและมันจะเรียบร้อยโดยไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน”

 

“จากพรุ่งนี้เป็นต้นไป เม็ดยาส่วนที่ส่งให้ตระกูลเชิงเป็นประจำจะต้องนำมาให้ตระกูลหลิงสำหรับนำไปขาย” หลิงฮันพูดออกไป

 

เมื่อหลิงตงซิงได้ยินเข้ามันรู้สึกยินดีในทันที เม็ดยาเป็นหนี่งในสองธุรกิจหลักที่ทำรายได้ให้กับตระกูลหลิง ถ้าหากพวกเขาสามารถได้รับเม็ดยาเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า กำไรที่พวกเขาจะได้ก็ต้องเป็นสองเท่าเช่นกัน ในขณะที่รายได้ของตระกูลเชิงจะลดลงไปครึ่งหนึ่ง

 

ถ้าหากเป็นเช่นนั้นไปอีกไม่กี่ปี อำนาจโดยรวมของตระกูลเชิงจะต้องลดลงไปเหลือน้อยกว่าอำนาจของตระกูลหลิงอย่างแน่นอน… จากนั้นตระกูลหลิงจะสามารถกำจัดตระกูลเชิงทิ้งไปและกลายเป็นตระกูลที่มีอำนาจที่สุดในเมืองหมอกเมฆาแห่งนี้ และยังจะเป็นตระกูลใหญ่เพียงตระกูลเดียวอีกด้วย!

 

“ได้แน่นอน” หม่าตาจวินรีบตอบกลับอย่างรวดเร็ว

 

“ข้าไม่ต้องมอบผลประโยชน์อันใดให้เจ้าเป็นการแลกเปลี่ยนรึ?” หลิงฮันพูดพร้อมรอยยิ้ม

 

“ฮ่าๆ นายน้อยฮันช่างเป็นคนตลกเสียจริง” หม่าตาจวินพูดและหัวเราะแห้งๆ

 

“เอาล่ะ ข้าไม่มีอะไรที่จะให้เจ้าทำแล้วเพราะงั้นกลับไปทำหน้าที่ของเจ้าได้” หลิงฮันพยักหน้าและส่งหม่าตาจวินกลับไป

 

“ทำไมไม่อยู่กินอาหารค่ำก่อนแล้วค่อยกลับล่ะ?” หลิงตงซิงพูดด้วยความสุภาพ เพราะอย่างไรหม่าตาจวินก็กำลังจะทำงานให้กับพวกเขา

 

เป็นธรรมดาที่หม่าตาจวินจะไม่กล้าอยู่ที่นี่ มันรีบโบกมือและพูด “ไม่จำเป็น ไม่จำเป็น ข้าควรกลับไปทำงานดีกว่า” มันประสานมือให้หลิงฮันและหลิงตงซิงก่อนจะเดินถอยหลังและออกจากห้องไป

 

“ฮันเอ๋อร์ ปฏิบัติกับเขาแบบนั้นจะไม่มีปัญหากลับมารึ?” หลิงตงซิงพูดออกมา

เพราะอย่างไรหม่าตาจวินก็เป็นนักปรุงยา พวกเขาไม่ได้มอบผลประโยชน์อันใดให้แถมหลิงฮันยังไม่ให้เกียรติมันอีกด้วย

 

“ท่านพ่อไม่ต้องเป็นห่วง เจ้านั่นเป็นประเภทที่กลัวคนแข็งแกร่งและรังแกคนอ่อนแอ” หลิงฮันพูดด้วยรอยยิ้ม

 

หลิงตงไม่ได้ถามว่าทำไมหม่าตาจวินถึงเกรงกลัวหลิงฮันแถมยังเคารพในตัวเขา บุตรของมันได้เติบโตขึ้นแล้ว เพราะงั้นจึงเป็นธรรมดาที่จะมีความลับของตนเอง ในฐานะบิดาสิ่งที่มันต้องทำคือคอบยสนับสนุนเขา

 

ยิ่งกว่านั้นมันยังต้องเตรียมแผนการในขั้นต่อไปด้วย ตอนนี้ถึงเวลาที่จะตอบโต้แล้ว!

 

***

 

“นักปรุงยาหม่า!” เมื่อเห็นหม่าตาจวินเดินออกมาหลิงจงควั่นและหลานของมันได้โผล่ออกมาจากเงามืดและโบกมือให้หม่าตาจวิน

 

ปู่หลานคู่นี้ไม่ได้กลับไปทันทีหลังจากที่ออกจากภัตตาคาร แต่พวกมันรออยู่ที่นี่แทน

 

ต่อหน้าหลิงฮันหม่าตาจวินปฏิบัติราวกับเป็นสุนัขแสนเชื่อง แต่ต่อหน้าคนอื่นมันได้กลับไปทำตัวยิ่งยโสในทันที มันเค้นเสียงขึ้นจมูกและพูด “พวกเจ้ามีอะไรจะพูดกับข้า?”

 

“นักปรุงยาหม่า อย่างที่ท่านเห็นว่ามู่เหยินกับหลิงฮันเป็นพี่น้องในตระกูลเดียวกัน ขอท่านช่วยให้มู่เหยินเรียนรู้ทักษะปรุงยากับท่านต่อไปได้หรือไม่?” หลิงจงควั่นพูดด้วยรอยยิ้มประจบประแจง

 

หม่าตาจวินหัวเราะและพูดออกมา “หัวหน้าพ่อบ้านหลิง ข้าไม่สามารถตัดสินใจเรื่องนี้ได้ ถ้าเจ้าอยากให้หลานเจ้าเป็นนักปรุงยาในอนาคต เจ้าจะต้องได้รับการการยินยอมจากนายน้อยฮันก่อน! ถึงต่อให้เจ้าไปหานักปรุงยาคนอื่นก็ไม่มีใครกล้าที่จะยอมรับหลานเจ้าเป็นลูกศิษย์หรอก!”

 

‘ว่าไงนะ?’

 

ทั้งหลิงจงควั่นและหลานของมันแสดงสีหน้าออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อ เจ้าเศษขยะนั่นจะมีอำนาจขนาดนั้นได้อย่างไร?

 

“เจ้าสามารถเลือกที่จะไม่เชื่อข้าได้ แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับข้าทั้งนั้น เพราะงั้นอย่าลากข้าเข้าไปเกี่ยวเลย” หม่าตาจวินโบกมือของมัน

“อย่างไรก็ตามข้าขอแนะนำอะไรเจ้าเอาไว้สักอย่าง”

“จงอย่าขัดแย้งกับนายน้อยฮันไม่ว่าจะทางใด ยิ่งพวกนั้นพวกเจ้าน่ะช่างไม่รู้ตัวเอาเสียเลยว่าพวกเจ้าโชคดีขนาดไหน!”

 

พวกเขาเป็นสมาชิกของตระกูลหลิง การที่คนในตระกูลจะเป็นศัตรูกันไปตลอดการนั้นเป็นไปไม่ได้ ตราบใดที่พวกเขาขอโทษหลิงตงซิงและบุตรของมันอย่างจริงใจแล้ว ในอนาคตจะเป็นไปได้อย่างไรที่พวกมันจะไม่ได้รับผลประโยชน์อันใดเลย?

 

เพราะอย่างไรหลิงฮันก็เป็นคนที่แม้แต่ผู้อาวุโสจูเฮอซินยังต้องปฏิบัติด้วยความเคารพ!

 

**ติดตามข่าวสารได้ที่ เพจ**