0 Views

Age of Adepts – บทที่ 18

ไม่ถึง 10 นาที กลุ่มทหารคนรับจ้างที่ได้รับการว่าจ้างมาจากนักเวทฝึกหัดทั้ง 3 คน ถูกฆ่าจนเกือบหมดแล้ว

ทหารรับจ้าง 4 คนสุดท้ายที่เลือดเต็มตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า พวกเขาเอาหลังชนกันพยายามจะสู้กับพวกปีศาจที่ล้อมพวกเขาอยู่  อีกด้านหนึ่ง นักเวทฝึกหัดที่ผู้ว่าจ้างทั้ง 3 คนยืนดูกลุ่มทหารรับจ้างถูกฆ่าอย่างไม่แยแส นอกเสียจากพวกนักเวทฝึกหัดจะถูกโจมตี พวกนั้น (พวกนักเวทฝึกหัดบุกรุก) จะไม่เข้ายุ่งเกี่ยวการต่อสู้ของพวกปีศาจกับกลุ่มทหารรับจ้าง เหมือนกับว่าการตายของกลุ่มทหารรับจ้างไม่มีความหมายกับพวกนั้น

ขณะที่ทหารรับจ้าง 4 คนสู้เพื่อเอาชีวิตรอด พวกนักฝึกหัด 3 คนพูดคุยกันอย่างสบายใจ

“ออร่าธาตุที่พวกเราสัมผัสได้เมื่อกี้ต้องเป็นของนักเวทฝึกหัดที่อยู่ที่นี่ ทำไมไม่จัดการมัน ?” เด็กหญิงน่ารักทำให้หน้าไม่พอใจใส่ผู้ชายร่างใหญ่

“ จับเขาแล้วจะได้อะไร ? ”  ชายคนนั้นส่ายหัวและพูดว่า ” เห็นได้ชัดว่าที่นี่มีเวทป้องกันเป็นอย่างดี  พวกเราใช้เวลาตั้ง 3 วันกว่าจะหาทางเข้าเจอ ถ้าไม่มีนักเวทฝึกหัดของหอคอยนำทางมาที่นี่ ฉันกลัวว่าพวกเราคงค้นหาทางเข้าหอคอยเวทไปอีก 3 วัน”

“นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเราไม่ควรจับเขา !” เด็กหญิงพูดอย่างคลุ้มคลั่ง อาจเป็นเพราะความเห็นของเธอไม่เป็นที่ยอมรับ เธอจึงปลดปล่อยความโกรธของเธอใส่สัตว์ที่อยู่ในกรงนก

ขณะที่เธอบ่นพึมพำอยู่  พื้นที่ภายในกรงนกเริ่มบีบตัวเข้าหากัน ไม่นานพื้นที่ในกรงนกบีบตัวเข้าหาจนถึงตัวของปีศาจน้อยกเสียงร่างของมันที่แตกออกกับเสียงร้องแหลมด้วยความเจ็บปวดของปีศาจน้อย ทำให้เด็กหญิงยิ้มอย่างมีความสุข

เมื่อปีศาจน้อยที่น่าสงสารถูกบีบจนกลายเป็นก้อนเนื้อ เด็กหญิงกระโดดโลดเต้นอย่างดีใจอย่างชัดเจนจากใบหน้าของเธอ

เด็กหญิงได้ปลดปล่อยความโกรธไปที่ “ของเล่น” นักเวทฝึกหัดอีก 2 คนถอนหายใจอย่างโล่งอก

นักเวทฝึกหัดหัวงูส่ายหัว ขยับเข้าไปใกล้ผู้ชายร่างใหญ่ ถามว่า “ คุณแน่ใจ….เหรอ…ที่ปล่อยมันไป ? ฉันแน่ใจววววว่ามันต้องพาพวกผู้พิทักษ์ของมันมาที่นี่ ! ”

“ ผู้พิทักษ์ ? ” หัวหน้าชายร่างใหญ่หัวเราะขรึม ๆ  “ บึงนี้ก็แค่บึงธรรมดาเท่านั้น คุณคิดว่าตระกูลของซ่ารูโดจะยอมเสียนักเวทมาสู้กับพวกเรา ? ฉันคิดว่ามีแค่ จอมเวทแอนเดอร์สัน กับพวกเวทฝึกหัดที่อยู่ที่นี่ คุณคิดว่าพวกเราควรกลัวนักเวทฝึกหัดพวกนั้นที่นำทางเรามาที่นี่โดยไม่รู้ตัว ? ”

นักเวทฝึกหัดหัวงูหัวเราะอย่างน่าสยอง แลบลิ้นเข้าออกทำให้เกิดเสียงฟู่ ๆ

” สถานนนที่นี่มมมี ไอเท็มเวทหายากที่ฉันต้องการค่อนข้างมาก ดังนั้นขณะที่พวกเรารอพวกผู้พิทักษ์ ฉันจะสำรวจพื้นที่แถวนี้สักหน่อยแล้วกัน  ”

หลังจากพูดจบ นักเวทฝึกหัดหัวงูก็เดินไปอีกด้านของบึง

บางอย่างที่แปลกมากกำลังเกิดขึ้น แม้ว่าทางเดินหินจะอยู่ไม่ไกลจากนักเวทฝึกหัดหัวงู เขาไม่รู้ตัวเลยว่ามีทางเดินหิน ที่จริงนั้นเป็นหนึ่งในระบบการป้องกันเวทของหอคอย นักเวทฝึกหัดของหอคอยที่สวมไอเท็มเวทเฉพาะของหอคอยเท่านั้นจะเห็นทางเดินหิน แต่สำหรับผู้บุกรุกจะเห็นเป็นเส้นทางที่ไม่ต่างจากเส้นทางอื่น ๆ รอบ ๆ บึงพิศวง

หัวหน้าผู้ชายร่างใหญ่มองดูเพื่อนในกลุ่มของตัวเองเดินหายไปในหมอก จากนั้นเขาจึงเดินออกไปอีกทาง มันเป็นโอกาสที่หาได้ยากที่จะเข้ามาในพื้นที่ส่วนบุคคลที่มีทรัพยากรหายากของตระกูลนักเวท ถ้าเขาไม่ได้อะไรดี ๆ กลับไปก่อนเสร็จธุระกับที่นี่ มันคงเป็นเรื่องน่าเสียดาย

สำหรับเด็กหญิงแปลกประหลาดคนนั้น ไม่ว่าจะตั้งหรือตั้งใจที่พวกเขาทิ้งเธอไว้ในการต่อสู้อันดุเดือดของทหารรับจ้างกับพวกปีศาจ เธอจะเป็นอันตรายหรือเปล่า ? เป็นคำถามที่ไม่มีอยู่ในสมองของชายทั้ง 2 คน หรือจริง ๆ แล้ว พื้นที่นี้และปีศาจที่โหดเหี้ยมพวกนี้เป็นของเด็กหญิงคนนี้

ดังนั้นเมื่อ กริม นำทาง แอนแลน และ 3 ผู้แข็งแกร่งที่สุดของหอคอยมาที่นี่ ตรงหน้าพวกเขาเห็นเด็กหญิงน่ารักยืนอยู่ระหว่างการต่อสู้และตัวเต็มไปด้วยเลือดของพวกปีศาจ

ตอนนี้ยังไม่เห็นทหารรับจ้างสักคนถูกฉีกจนเป็นก้อนเนื้อ นอกจากจะถูกปีศาจน้อยลากออกจากสนามรบแล้ว เด็กหญิงที่ยืนอยู่ท่ามกลางพวกปีศาจ แต่ที่แปลกคือไม่มีปีศาจตัวไหนที่กล้าเข้าใกล้เด็กหญิงมากกว่า 10 ก้าว

ไม่ใช่แค่นั้น ทุกครั้งที่เด็กหญิงกระโดดข้ามไปอีกที่หนึ่ง พวกปีศาจน้อยที่ยุ่งอยู่กับการกิน จะร้องคำรามใส่เด็กหญิงด้วยความโกรธ จากนั้นพวกมันจะเคลื่อนที่ไปด้านข้างให้ห่างจากเด็กหญิง

ทหารรับจ้างคนที่ถูกแท่งที่ขาและมีแขนขาดข้างหนึ่ง กำลังจะถูกพวกปีศาจน้อยเป็นโหลรุมแทะ เกือบจะตายแต่เขาพยายามหยิบแขนที่โชกเลือดขึ้น คลานไปทางเด็กหญิงที่โผล่มาใกล้ ๆ แล้วพูดว่า “ ช่วยด้วย…ช่วย…ฉานนน..ด้วย ”

ด้วยรอยยิ้มแสนหวานบนใบหน้าเด็กหญิง เธอนั่งยอง ๆ ตรงหน้าเขาถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ฉันสามารถช่วยวิญญาณคุณจากปีศาจพวกนี้ คุณต้องการใช้ฉันช่วยวิญญาณคุณไหม ? ”

ทหารรับจ้างใกล้ตายแปลกใจที่ได้ยินและพยักหน้าในทันที อย่างไรซะ เขาไม่รู้ตัวเลยว่าคำที่เด็กหญิงพูดว่า “ช่วย” ด้วยเสียงแปลก ๆ ถ้าเป็นภาษาอื่นที่เด็กหญิงรู้จัก เขาจะรู้ว่าถ้ารวมน้ำเสียงแปลกเข้าด้วยกัน ความหมายที่เด็กหญิงพูดถึงคือ “กิน” ซึ่งเป็นภาษาโบราณที่รู้จักกันของนักเวทเก่าแก่

หลังจากได้รับการอนุญาตจากทหารรับจ้าง รอยยิ้มบนใบหน้าของเด็กหญิงยิ่งยิ้มหวานมากกว่าเดิม เธอหยิบคริสตัลบอลสีขาวนวล และกดลงที่หน้าผากของทหารรับจ้าง ด้วยการร่ายเวทสั้น ๆ ร่างทหารรับจ้างสั่น จากนั้นเปลวไฟแห่งความหวังเล็กโผล่ขึ้นในดวงตาทั้ง 2 ข้างของเขา แล้วตายไป

เงาสีขาวออกมาจากหน้าผากของเขาและหายไปในคริสตัลบอล

พลังชีวิตของทหารรับจ้างที่หายไป และแขนที่ชุ่มเลือดตกลงบนพื้น มันไม่ถูกหยิบขึ้นมาอีกเลย

นักเวทฝึกหัดของหอคอยที่ยืนมองเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง ตะลึงกับสิ่งที่เพิ่งเห็น

การมาของนักเวทฝึกหัดจากหอคอยดึงความสนใจของเด็กหญิง เธอเดินตรงมาที่กลุ่มของ กริม เงยหน้าขึ้นและถามเบา ๆ ว่า “หวัดดี ! ฉันคือ อลิสผู้น่ารัก ! พวกคุณเป็นคนของที่นี่เหรอ ?”

กริม และคนอื่น ๆ มองไปที่เด็กหญิงตัวน้อยที่แกล้งทำสีหน้าเป็นมิตร สีหน้าเป็นมิตรที่แกล้งทำไม่ได้รับการตอนรับจากนักเวทฝึกหัดของหอคอย ,ความเป็นมิตร ,ความรักและมนุษย์ชาติ มันเป็นคำพูดที่สวยงามที่หายไปนานแล้ว ทั้งหมดที่เหลืออยู่ภายในตัวพวกเขาคือ ความปรารถนาความรู้ ,ทรัพยากรและอำนาจ

นักเวทฝึกหัดพวกนี้อยากรู้มากยิ่งกว่าตอนที่พยายามจะเป็นนักเวทฝึกหัดเลเวลกลาง ความคิดของแต่ละคนที่พยายามจะเป็นนักเวทฝึกหัดเลเวลสูงเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้

รู้สึกว่านักเวทฝึกหัดพวกนี้ต่างจ้องไปที่คริสตัลบอลกับกรงนก อลิส รีบซ่อนทั้ง 2 อย่างไว้ด้านหลังเธอ เบ้ปากพูดว่า “ของพวกนี้เป็นของ อลิส คุณไม่คิดจะเอาพวกมันไปจากฉัน…ใช่ไหม ?”

แอนแลน มองไปรอบ ๆ แล้วกระซิบอย่างเครียด ๆ กับ กริม “ ฉันคิดว่าคุณพูดว่ามีนักเวทฝึกหัด 3 คน ? แล้วอีก 2 คนอยู่ไหน?”

” เคนรี่ไปทางนั้น…..เขาเป็นชายตัวใหญ่ และสู้เก่งมาก … ถ้าเขาเจอกับพี่สาวคนนี้ ฉันว่าบางอย่างที่น่ารักจะเกิดขึ้น …”เด็กหญิงชี้นิ้วไปทางทิศตะวันออกและพูดอย่างไร้เดียงสา เห็นได้ชัดว่าเธอชี้ไปที่ ผีคลั่งสาว ที่มีดาบอันใหญ่อยู่ที่หลังเหมือนกันชายร่างใหญ่ “ เจฟฟรี ไปทางโน้น ….ฉันคิดว่าเขาพูดว่าเขาต้องการหาวัตถุดิบบางอย่าง….”

สิ่งที่เธอพูดทำเอานักเวทฝึกหัดสัก 5 คนตกใจ และดวงตาของพวกเขาดูกังวล

ไม่ว่าปีศาจสักกี่ตัวที่ถูกฆ่า พวกเขาไม่รู้สึกสงสารพวกมันสักนิดเดียว แต่ถ้าไอเท็มหายากพวกนี้และสวนนี้ถูกคนนอกภายล่วงรู้ นักเวทฝึกหัดทั้งหมดคงถูกลงโทษโดย จอมเวทแอนเดอร์สัน

เสียงดังโกรธ ๆ ของ ผีคลั่งสาว ดังขึ้นทันที

“ฉันจะไปทางนั่น เพื่อจัดการกับเขา !”

หลังจากพูดจบ ผีคลั่งสาว ร่างบึกเริ่มเดินไปทางตะวันออกเหมือนกับกำลังวิ่ง เธอบดปีศาจน้อย 2-3 ตัวทางขวางทางเธอ ทำให้ปีศาจน้อยตัวอื่นกรีดร้องด้วยความโกรธ แต่ไม่มีตัวไหนกล้าเข้าใกล้เธอ

” ฉันจะไปทางโน้น !” ฮ๊อคอาย พูดอย่างเย็นชา ดึงหมวกคลุมหัวและรีบไปทางทิศตะวันตก

ด้วยสาเหตตุอะไรไม่รู้ เสียงนกแร้งร้องจากท้องฟ้าที่มีหมอกหนาปกคลุม เสียงนั้นร้องตาม ฮ๊อคอาย ไปทันที หัวหน้านักเวทฝึกหัด แอนแลน เหมือบมองและบ่นพึมพำ “ ฉันจะไปช่วยเขา ! ” หลังจากพูดจบ เขาก็เดินตาม ฮ๊อคอาย ไป

สุดท้ายเหลือแค่ ปรสิตผู้ชั่วร้าย, กริม และผู้บุกรุก เหลือเด็กหญิงที่ไม่สามารถคาดเดาได้

“ คุณจะสู้กับฉันเหรอ ? ” เด็กหญิงเอียงศีรษะและจ้องมาที่ชาย 2 คนที่ยังอยู่ “ ก่อนที่เราจะสู้, พวกคุณไม่อยากรู้เหรอว่าพวกเรามาจากไหน ? ”

“ไม่มีเหตุผลที่จะถามคุณ คุณมีจุดประสงค์ร้ายที่มาที่นี่ และคุณจะถูกลงโทษด้วยเหตุผลนั้น ถ้าฉันจับคุณ คุณต้องบอกเราทุกอย่างอยู่แล้ว ถ้าฉันสู้คุณไม่ได้ ฉันต้องแบกรับความพ่ายแพ้ ตอนนี้แสดงให้ฉันเห็นสิ ว่าคุณทำอะไรได้บ้าง ! ”

เป็นเรื่องที่เห็นยากมาก ปรสิตผู้ชั่วร้าย พูดมากขนาดนี้

แต่ทันทีที่เขาพูดจบ ดินสีดำที่อยู่ใต้เท้าเด็กหญิงก็ระเบิดออก และแมงป่องฝูงใหญ่พุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน ขนาดของแมงป่องแต่ละตัวเท่าฝ่ามือคนและกรงเล็บ 1 คู่ บนหลังของพวกมันมีเข็มพิษจำนวนมาก กลิ่นจากเข็มพิษส่งกลิ่นทั่วบริเวณที่แมงป่องอยู่

ถึงจะอยู่ห่างจากพวกมันประมาณ 20 เมตร มันเป็นเรื่องยากที่บอกได้ว่า ปรสิตผู้ชั่วร้าย แอบส่งแมงป่องออกไปซ่อนอยู่ใกล้เด็กหญิงตั้งแต่เมื่อไหร่

เด็กหญิงไม่น่าจะมีค่าทางกายภาพที่แข็งแกร่ง ดังนั้นตราบใดที่เธอโดนพิษ ความสามารถของเธอน่าจะลดลงอย่างเร็วรวดที่ทำให้ไม่สามารถร่ายเวทแปลก ๆ นั้นได้

ก่อนที่พวกเขาจะมาที่นี่ กริม ได้พูดถึงความสามารถแปลก ๆ ของเด็กหญิง ซึ่ง ปรสิตผู้ชั่วร้าย ที่ไม่มีประสบการณ์ตรงกับเรื่องนี้ เขาต้องล้มเด็กหญิงให้เร็วที่สุดเท่าทีจะทำได้

แต่สิ่งที่เกิดคงจะทำให้ ปรสิตผู้ชั่วร้าย ถึงกับอึ้งจนปากค้าง

เวทเกราะที่มองไม่เห็นถูกสร้างขึ้นป้องกันเด็กหญิงจากพวกแมงป่อง ไม่ว่าพวกมันชนหรือเจาะด้วยห่างของมัน มันไม่มีทางที่พวกมันจะสามารถผ่านเข้าไปได้ ไม่ช้าเมื่อแมงป่องรวมตัวกันมากขึ้น จนกลายกำแพงแมงป่องพยายามเจาะกำแพงเวทเกราะที่มองไม่เห็น

อย่างต่อเนื่อง แมงป่องต่อตัวกันสู้กับกำแพงเวทเกราะที่มองไม่เห็น แต่ไม่ว่าพวกมันจะพยายามแค่ไหนก็ไม่สามารถทำลายเวทเกราะนั้นได้

…………………………………..