0 Views

Age of Adepts – บทที่ 27

กริม ต้องการเวลาเติบโต

ชีวิตของเขาก่อนหน้านี้ กับชีวิตตอนนี้ด้วยความช่วยเหลือจากชิพ ความเร็วในการพัฒนาตัวเองไม่น้อยกว่าพวกอัจฉริยะที่เกิดมาพร้อมกับความสามารถพิเศษ เขาเพียงต้องการเวลาพัฒนาตัวเอง เหมือนอย่างพวกมอนสเตอร์แรกเกิดที่ถึงจะมีปีก แต่ยังต้องใช้เวลาหาประสบการณ์อย่างมาก เพื่อให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น

ตอนนี้เขาอ่อนแอ ถ้าหากมีใครสักคนค่อยปกป้อง เขาน่าจะพัฒนาได้เร็วขึ้นอย่างปลอดภัย ดังนั้นเมื่อ แมรี่ กางปีกกว้างตอนรับเขา, เป็นเกราะปกป้องกันให้เขาถึงนิสัยของเธอจะเป็นปัญหา แต่เขาก็มีความสุข

แต่ กริม หวังว่าจะทำประโยชน์ได้บ้าง เพื่อที่จะมี “สายสัมพันธ์” ที่ดีเป็นประโยชน์ต่อทั้งคู่มากกว่าจะได้ประโยชน์อยู่ฝ่ายเดียว

กริม มองดูหัวของซีสแบดที่อยู่ในมือของเขาอยู่นาน ถ้าเขาคิดถูก, วิญญาณของซีสแบดยังคงอยู่ในหัวของมัน แล้วถ้าเขาใช้อย่างไม่ระวัง รางวัลอันมีค่านี้อาจจะลดลง

ถึงอย่างไงนี้ก็เป็นหัวของหัวหน้าผีพี่เลี้ยงความสามารถเทียบเท่ากับนักเวทฝึกหัดเลเวลสูงบางคน ไม่ว่าเขาจะใช้มันอย่างไง มันยังเป็นไอเท็มพิเศษมากสำหรับการทดลอง

ผู้บุกรุก 3 คนที่บุกเข้ามาในบึงพิศวง ถึงพวกเขาจะฆ่า อลิส ไม่ได้ แต่อย่างน้อยเธอก็บาดเจ็บสาหัส ตอนนี้เด็กหญิงที่เหย่อหยิ่งขี้โมโหอาจจะตายหรืออาการหนัก สำหรับผู้บุกรุกอีก 2 คน ผีคลั่งสาว และ ฮ๊อคอาย น่าจะกำลังต่อสู้กันอยู่ ดังนั้นจึงไม่มีอะไรที่เขาจะต้องกังวล

สำหรับ แมรี่ แน่นอนเธอสนใจเลือดของผู้บุกรุกอีก 2 คนมาก เพราะโดยไม่บอกกล่าว กริม , เธอกลายร่างเป็นค้างคาวบินจากไปในหมอกหนา สุดท้าย กริม จึงถูกทิ้งไว้คนเดียว หลังจากที่หายตกใจและตั้งสติได้ เขาเริ่มออกเดินกลับไปหอคอย ด้วยต้องการกลับไปถึงห้องของตัวเองอย่างปลอดภัย

…………

แสงสว่างจ้าต่อหน้า อลิส  แทนที่จะทำให้สายตาของเธอพร่ามัวไม่สามารถมองเห็นทางด้านหน้าหรือกำลังเกิดอะไรขึ้น !

แต่เพราะเวทช่องอากาศของ อลิส ที่บิดเบี้ยว ช่วยให้เธอหนีออกมาจากสงครามที่วุ่นวาย ด้วยรอยแตกในอากาศและกลับออกมาอยู่โลกความจริง

อลิส เข้าไปในรอยแตกกลางอากาศ  และในทันทีเธอมาโผล่ห้อยหัวอยู่กลางอากาศ

“ โอ๊ย..! ”

อลิส เหนื่อยล้าเต็มที หัวของเธอโขกหัวเข้ากับหินก้อนใหญ่ เธอจึงร้องด้วยความเจ็บและตกใจ

เจ้าตัวแสบ แวมไพร์ตัวร้าย อย่าให้ฉันฟื้นตัวเต็มที่ได้นะ พอฉันหายเป็นปกติ ฉันจะ…..

ขณะที่เธอพูดสาปแช่งในใจไม่หยุด อลิส ได้ออกมายืนบนพื้นเต็มตัว เปิดตากว้างอย่างกลัว ๆ หยุดนิ่งไม่กล้าทำอะไรบ้า ๆ อีก

อลิส เต็มไปด้วยความรู้สึกสับสน ตอนนี้เธออยู่ในความมืดในห้องหินที่ถูกปิด ที่นี่ไม่ใช่ที่ปลอดภัยที่เธอเตรียมไว้ล่วงหน้า และคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่นักเวทฝึกหัดที่คุ้นเคย

ชายร่างผอมที่ผิวเกือบแห้ง คลุมเสื้อนักเวทสีเทาตัวยาว หมวกพ่อมดเก่า ๆ กับรอยยิ้มน่าขนลุก …

อลิส รู้ตัวว่าใครที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ เธอกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ “ จอมเวทแอนเดอร์สัน ! ”

ชายร่างผอมที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอไม่ใช่ใคร นั้นคือเจ้าของหอคอยเวท นักเวทอันดับ 1 จอมเวทแอนเดอร์สัน

ผู้ที่มีอำนาจสูงสุดของหอคอย ดังนั้นเมื่อ อลิส ใช้เวทเคลื่อนย้าย แล้วถูกเปลี่ยเส้นทางมาโผล่ที่หน้าประตูของจอมเวท

ความน่าสะพรึงกลัวของจอมเวท ไม่ใช่อะไรที่คนธรรมดาจะเข้าใจได้

จริง ๆ แล้ว พวกนักเวทฝึกหัดหลายคน เริ่มทำงานด้วยการดัดแปลงร่างกาย ในความคิดของพวกเขา ร่างกายและหน้าตาไม่สำคัญกว่าพลังที่จะได้มา

ถ้ามีคนลองสำรวจผู้คนในเมืองนี้อย่างละเอียด มากกว่าครึ่งเป็นนักเวทฝึกหัด ส่วนที่เหลือยังคงมีร่างกายเป็นมนุษย์ 100 %

การดัดแปลงพันธุ์กรรม , การดัดแปลงทางกายภาพ ,การดัดแปลงจากการใช้เวท….. ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่จะทำให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้น ขอบเขตระหว่างมนุษย์และอมนุษย์ มันไม่ใช่สิ่งสำคัญสำหรับโลกนี้

แม้แต่พวกนักเวทฝึกหัดยังผ่านการดัดแปลงร่างกายมากมาย แล้วพวกนักเวทจะต้องผ่านการดัดแปลงมามากขนาดไหนกับร่างกายของตัวเอง

ต้องทนกับความโหดร้ายและความเจ็บปวดระหว่างขั้นตอนการดัดแปลง ต้องพยายามศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเอง ต้องใช้เวลาทุกนาทีให้เป็นประโยชน์ และพยายามทำให้ตัวเองแข็งแกร่งมากขึ้น …..หลังจากผ่านขั้นตอนทุกข์ทรมานต่าง ๆ จนสุดท้ายได้เป็นนักเวทอย่างแท้จริง , คิดเหรอว่านักเวทพวกนี้จะมีความเมตตาและสงสารคนอื่น ?

เมื่อพูดถึงนักเวทในโลกเวทมนตร์ , คนธรรมดาส่วนใหญ่คิดอย่างไงกับอำนาจ, เล่ห์เหลี่ยม, โหดเหี้ยม, ในหัวของพวกเขาคิดแต่เรื่องพวกนี้ ยอมให้ตัวตกเป็นทาส เพื่อแสวงหาความรู้ไปชั่วชีวิต เมื่อรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน จึงไม่มีคำอธิบายถึงความเอื้อเฟื้อหรือความรู้จักพอ

โลกที่เต็มไปด้วยการกดขี่ข่มเหง แย่งชิงไอเท็มเวทและความรู้อย่างไร้ความปราณี ตระกูลนักเวทจะเป็นชนชั้นสูง ส่วนครอบครัวที่ไม่มีสามารถอะไรจะถือเป็นชนชั้นต่ำ

กองทัพเวทที่แข็งแกร่งซึ่งเป็นตัวแทนของโลกเวทมนตร์มาจากตระกูลซ่ารูโด (ตระกูลนักเวท) ถ้าเจอกับนักเวทอันดับ 1 อย่าง จอมเวทแอนเดอร์สัน ผู้ที่พิชิตชัยชนะในทุกสนามรบ แน่นอนว่าเขาไม่ใช่คนที่จัดการได้ง่าย ๆ

ใช่แล้ว , เงื่อนไขในการเข้ากองทัพเวทคือต้องเป็นนักเวทเลเวล 1 สำหรับพวกนักเวทฝึกหัดหน้าใหม่ที่สืบสายเลือดตระกูลนักเวทที่ยังขาดประสบการณ์ ถือว่าพวกเขายังขาดคุณสมบัติจะเป็นนักเวท

จาก อลิส เจอนักเวทมาหลายคน ถึงได้กลัวสุดใจและเคารพต่อผู้มีอำนาจมากเหล่านั้น

ถึงความสามารถพิเศษที่มีมาแต่เกิดของ อลิส จะทำให้เธอเก่งกาญ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับนักเวท ถึงม่านแบเรียจะป้องกันได้สุดยอดแค่ไหนก็ไม่สามารถปกป้องการโจมตีจากนักเวทได้ โลกที่นักเวทปกครอง ความสามารถพิเศษเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงศักยภาพของคนนั้น ตลอดหลายล้านปีที่ผ่านมา นักเวทที่เก่งหลายคนสูญเสียบ้านของตนให้กับนักเวทที่แข็งแกร่งแต่ศักยภาพน้อยกว่า เพราะพลังเวทที่มีไม่มากพอ

ซึ่งเมื่อ อลิส เผชิญหน้ากับนักเวทตัวเป็น ๆ ความเหย่อหยิ่งและความโหดเหี้ยมของเธอจึงหายไปอย่างเร็ว ถึงจะบาดเจ็บไปทั้งตัว แล้วยังเสื้อคลุมที่เปียกโชก เธอยังคงทำเหมือนไม่เป็นไร อดทนต่อบาดแผลตามร่างกายเพื่อรอคำถามของจอมเวทอย่างตั้งใจ

” วันนี้..ฉันอารมณ์ไม่ดีจริง ๆ ดูเหมือนว่าจะมีแมลงแอบเข้ามาในสวนของฉัน ตอนที่ฉันยุ่งอยู่กับการทดลอง แล้วสาวน้อยจากตระกูลเฟรซแกร็น (ตระกูลนักเวท) ใครให้สิทธิ์เธอเข้ามาในอาณาเขตของฉัน ?  ” จอมเวทแอนเดอร์สัน พูดด้วยน้ำเสียงเย็บเฉียบจ้องหน้า อลิส อย่างไร้ความเมตตา จนเธอรู้สึกสะท้านไปทั้งตัว

” ท่านจอมเวทแอนเดอร์สัน ผู้ทรงเกียรติ อาจารย์ของฉัน เดโบร่า ให้ฉันมาที่นี่เพื่องส่งสารให้ท่าน ” อลิส บอกถึงวัตถุประสงค์ที่มานี้ทันที

” เดโบร่า ใยผู้หญิงบ้านั้นเหรอ ? ” แอนเดอร์สัน ขมวดคิ้ว ” งั้น เธอคือนักเวทฝึกหัดอัจฉริยะที่ เดโบร่า ได้มาเมื่อ 3 ปีที่แล้วเหรอ ? แล้วตอนนี้อะไรอีก ? เธอพยายามจะมาแสดงความเก่งกาญหลังจากร่ำเรียนมาจากใยผู้หญิงนั้นให้ฉันเห็นเหรอ ?  55555+… แม่สาวน้อยอาจารย์ของเธอไม่ได้บอกเหรอว่า…ฉันไม่ชอบถูกรบกวน? โอ้..ใช่ แล้วแมลงอีก 2 ตัวจากตระกูลเฟรซแกร็นล่ะ ? ”

อลิส รีบลุกขึ้น แล้วตอบอย่างเร็วว่า “ ไม่ใช่  พวกเราเจอกันข้างนอกบึงพิศวง พวกเราทั้งหมดมาด้วยวัตถุประสงค์ที่ต่างกัน หนึ่งในนั้นมาจากโรงเรียนเวท แมนดาเซอร์  แล้วอีกคนมาจากองค์กร แบล็คโกล ”

” ภารกิจ ? พวกเธอทุกคนมาที่นี่เพราะมีภารกิจเหรอ ? ”

” ใช่! เราแต่ละคนได้รับภารกิจให้มาฝึกจากองค์กรของเราเอง นั่นเป็นเหตุผลที่เรามาที่นี่โดยไม่ได้รับเชิญ ! ”

” แย่….แย่มาก …. ฉันรู้ดีว่า พวกเซ็นทาเรีย(น่าจะเป็นสายพันธุ์ครึ่งมนุษย์) จะไม่หยุดหาทางเข้ามาที่นี่ ที่บึงพิศวงนี้ ! ในอาณาเขตของฉัน ! กล้าดีอย่างไงพวกนั้นถึงกล้ามาจัดภารกิจในอาณาเขตของฉัน ในที่จัดการประชุมนักเวทครั้งต่อไป ฉันจะต้องแจ้งเรื่องนี้ให้สภาทราบ…  ”

บางทีสิ่งที่ อลิส พูดออกไปจะเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนต่อ จอมเวทแอนเดอร์สัน เขาถึงหงุดหงิดขึ้นทันที เมื่อรู้เรื่องนี้ ทำให้เขายิ่งอารมณ์เสียมากขึ้นจนเกือบจะกรี้ด  เขาเริ่มบ่นสาปแช่งใส่คนที่อยู่แดนไกล ถึงจุดนี้ แอนเดอร์สัน เริ่มพูดภาษาแปลกออกมา 2-3 ภาษา ซึ่ง อลิส รู้สึกแค่ 2-3 คำ

ณ. จุดนี้ จอมเวทแอนเดอร์สัน สงบลงจนนิ่งมาก อีกครั้งที่เขาจ้องหน้า อลิส อย่างน่ากลัว

“ เพราะเธอแสดงการให้เกียรติ ฉันจะไม่จับเธอไว้ที่นี่ แต่..เมื่อเธอบุกรุกเข้าหาในสวนของฉัน แล้วยังอาละวาดจนวุ่นวาย ฉันปล่อยเธอไปโดยไม่ลงโทษไม่ได้ นี่ถือเป็นบทเรียนสำหรับเธอ ! ” จอมเวทแอนเดอร์สัน ชี้นิ้วไปที่ไอเท็มเวทของเขาให้ลอยขึ้นกลางอากาศและหยดเล็ก ๆ สีเขียวสะท้อนแสงลงมาใส่ตาข้างที่ว่างเปล่านั้น

ในเวลาเดียวกันแหวนประหลาดปรากฏขึ้นมาใต้ฝ่าเท้าของ อลิส เพียงพริบตาเดียวมีแสงสว่างเกิดขึ้น และ อลิส หายไปจากห้องหิน

เกือบจะในเวลาเดียวกันที่ อลิส ที่ถูกไล่ออกมาจากห้อง แหวนวงนั้นก็ปรากฏขึ้นใต้ฝ่าเท้าของนักเวทฝึกหัดอีก 2 คน ที่กำลังเดินสำรวจรอบบึงพิศวง เพียงพริบตาเดียวพวกเขาก็ถูกไล่ออกจากบึงพิศวงเหมือนกัน

…………

ที่ปากทางเข้า บึงพิศวง

มันเป็นเนินเขาเล็ก ๆ ที่อยู่โดดเดี่ยวอย่างน่าสงสาร

ข้างหน้าเนินเขาคือ บึงพิศวงที่ปกคลุมด้วยหมอกหนาทึบ เมื่อมองออกไปจากยอดเขาข้าง ๆ โคลนบึงอันใหญ่ยัก แสงที่ลอดผ่านต้นไม้ทำให้บึงนี้ดูไม่มีอะไรที่ผิดปกติ

หลังจากมีแสงสลัว ๆ อลิส ถูกโยนออกมาบนพื้นที่ว่างเปล่า

ก่อนที่เธอจะยืนขึ้น แสงสลัวอีก 2 แสงเกิดขึ้นพร้อมกับใบหน้าที่คุ้นเคย 2 คนหล่นมาอยู่ใกล้ ๆ เธอ

ขณะที่กำลังโอดครวญ อลิส ลุกขึ้นดื่มน้ำยาหลายอย่างที่อยู่ในกระเป๋าของเธอและบาดแผลของเธอก็เริ่มดีขึ้น ถึงเธอจะออกมาจากบึงพิศวงแล้ว เธอก็ไม่กล้าพูดสาปแช่งไปทางหอคอยเวท

ใครจะไปรู้ว่าตาเฒ่าจอมเวทจะส่งใครมาสอดแนม ถ้าเขารู้ว่าเธอด่าอะไรไปบ้าง บางที่เขาจะโจมตีใส่ตรงที่พวกเขายืนอยู่…….

…………………………………………………………..

สถานการณืผลิก อลิส ไม่ใช่ผู้บุกรุก ตอนนี้เหตุการณ์ก็สงบ หรือเปล่า ? ติดตามตอนต่อไปวันอาทิตย์ เวลาเดิมนะคะ