0 Views

เนื่องจาหตำแหน่งภูมิประเทศที่ต่ำของมันและต้นไม้ใบหญ้าที่เขียวชอุ่ม, สระหมอกจึงถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกสีขาวอย่างมั่นคง แม้ว่าหมอกจะไร้ซึ่งอันตรายอย่างสมบูรณ์, แต่มันก็ส่งผลกระทบกับทัศน์วิสัยเป็นอย่างมาก, ทำให้สระหมอกเป็นจุดซ่อนที่ดีเยี่ยม

 

นักล่าในป่าเกอร์เวนท์ไม่เคยเข้ามาในสระหมอก ถ้ามีศัตรูเข้ามาในพื้นที่แห่งนี้, ไม่ว่ารูปแบบการไล่ล่าใดๆก็จะถูกหยุดชะงัก

 

มันเป็นสถานที่ที่อันตรายและลึกลับมากๆ

 

รถม้าแล่นไปตามเส้นทางที่คดเคี้ยวและคับแคบอย่างช้าๆ, ฟันฝ่าพื้นที่ที่ขรุขระและต้นไม้ที่หนาทึบ ยิ่งรถม้าเข้าไปในป่าลึกขึ้น, เส้นทางก็ยิ่งแคบขึ้น

 

ในตอนที่รถม้ากำลังข้ามแอ่งหลุม, แก้นล้อก็คลายออกทำให้ล้อแยกออกจากกัน ด้วยการสนับสนุนที่ไม่สมดุล, รถม้าจึงหยุดวิ่ง

 

“นายท่าน, พวกเราไม่สามารถเดินทางต่อไปมากกว่านี้ได้แล้วครับ”

 

คนขับรถม้าจ้องไปที่หมอกหนาทึบที่อยู่เบื้องหน้าด้วยความหวาดกลัว ไม่มีทางที่เขาจะสามารถบอกได้ถ้ามีทางลาดหรือหลุมอยู่เบื้องหน้าเพราะทัศน์วิสัยต่ำเกินไป ความจริงที่ว่ามีแค่ล้อที่หลุดตลอดการเดินทางนี้ก็นับว่าโชคดีแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม, คนขับรถม้าไม่รู้ว่าเขากำลังจะได้พบกับจุดจบของเขา

 

แสงสีเขี้ยววูบวาบออกมาผ่านรถม้า, โดยไม่สนรูปแบบของการแยกส่วนทางกายภาพใดๆ ภายใต้ผลของลำแสงทำลายล้าง, พื้นที่ที่อยู่ในรัศมี 15 ฟุตรอบๆรถม้าก็กลายเป็นหมอกบริสุทธิ์อย่างสมบูรณ์

 

ในช่วงเวลาต่อมา, คนขับรถ, รถม้าและม้าก็ตัวแข็งทื่อในทันที, ก่อนที่จะสลายเป็นผงสีขาวละเอียด

 

สิ่งมีชีวิตเดียวที่เหลืออยู่บนเส้นทางป่าที่คดเคี้ยวและเลือนรางก็คือนักเวทย์ชราคนนึงที่สวมผ้าคลุมสีเขียวพร้อมกับคทาเงินคริสตัลขาวในมือของเขา

 

นักเวทย์ เบล มองกองทรายสีขาวอย่างเจ็บปวดและกระซิบ “ข้าขอโทษจริงๆนะ, เพื่อนเอ๋ย”

 

หลังจากนั้น, ไอหนาสีขาวก็ปรากฏขึ้นที่ปลายคริสตัลสีขาว เบล ชี้คทาของเขาไปข้างหน้าขณะที่หมอกเริ่มก่อร่างขึ้นมาอย่างช้าๆจนในที่สุดก็กลายเป็นรูปหน้าสีขาว

 

“พาข้าไปหาเจ้านายของเจ้าซะ!” น้ำเสียงของ เบล อ่อนแอ เขากำลังแก่ตัวลงและรู้สึกได้ว่าเงาแห่งความตายกำลังคลืบคลานใกล้เข้ามาทุกๆวัน เขาจะฝืนยืดชีวิตของเขาด้วยเวทย์มนตร์แห่งความมืด

 

ความรู้ของเขาเกี่ยวกับเวทย์มนตร์แห่งความมืดอยู่ในระดับพื้นฐานที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม, ผ่านหลักสูตรการวิจัยของเขา, เขาก็ได้พบกับคนที่มีใจตรงกัน

 

แน่นอนว่า, เบล ได้รับการติดต่อจากบุคคลผู้นี้ เปรียบเทียบกับ เบล แล้ว, คนๆนี้มีความรู้เกี่ยวกับเวทย์มนตร์แห่งความมืดเยอะกว่ามาก, โดยเฉพาะเวทย์มนตร์ปลุกชีพ เพราะฉะนั้นเขาจึงเป็นเหมือนกับที่ปรึกษาให้กับ เบล และในฐานะนักเวทย์ที่มีไหวพริบทางด้านเวทย์มนตร์, ความเชี่ยวชาญในเวทย์มนตร์แห่งความมืดของ เบล จึงพัฒนาอย่างก้าวกระโดดภายใต้การชี้แนะของเขา

 

แสงสีเขียวเมื่อก่อนหน้านี้คือเวทย์มนตร์ต้องห้ามที่ชื่อว่าเวทย์พังทลาย มันเป็นแค่เวทย์มนตร์เลเวล 3 แต่มีพลังทำลายมากกว่าเวทย์มนตร์ธาตุธรรมดาเนื่องจากมันใช้พลังงานแห่งความมืด

 

บุคคลหน้าขาวนำทางไปขณะที่ เบล ตามหลังไปอย่างใกล้ชิด เขากำลังเดินทางด้วยความเร็วที่สูงมาก, เนื่องจาก เบล ร่ายเวทย์ลีไวอาธันเพื่อไล่ตาม

 

หลังจากเดินทางไปได้ประมาณ 19 ไมล์, ป่าหนาทึบก็ค่อยๆเผยให้เห็นถึงพื้นที่เปิดขนาดมหึมาอย่างช้าๆ มีทะเลสาบขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยน้ำสีดำน่ากลัว, มันดูเหมือนกับประตูนรกที่บอกเล่ากันมามากๆ ที่ด้านข้างของมันมีก้อนหินขนาดใหญ่ที่มีขนาดกว้างยาวกว่า 90 ฟุต หอคอยเวทย์มนตร์แห่งความมืดตั้งอยู่บนยอดของหินก้อนนี้อย่างได้เปรียบเชิงชัยภูมิ,  ซึ่งสูงกว่าพื้นที่ป่าทั้งหมด

 

สถาปัตยกรรมของหอคอยเวทย์มนตร์แห่งนี้แตกต่างจากหอคอยที่อยู่ในสถาบันเวทย์มนตร์ระดับสูงอีสโควฟเป็นอย่างมาก มันได้รับการตกแต่งด้วยรูปปั้นของสัตว์เดรัจฉานที่ดุร้ายและน่ากลัวอย่างเช่นหมาป่าหอน, แมงป่องและงูพิษ มีรูปปั้นอย่างน้อยหกรูปในทุกๆชั้น

 

นักเวทย์ เบล ขนลุกเมื่อได้เห็นหอคอยเวทย์มนตร์แห่งนี้ แม้ว่าเขาจะมีจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งของนักเวทย์เลเวล 6, แต่เขาก็เป็นแค่มือใหม่เมื่อมันเป็นเรื่องของเวทย์มนตร์แห่งความมืด

 

บุคคลหน้าขาวนำทาง เบล ต่อไปตามทางเดินที่คับแคบจนกระทั้งพวกเขามาถึงทางเข้าของหอคอยเวทย์มนตร์ ประตูของหอคอยเปิดออกในตอนที่พวกเขามาถึง, เผยให้เห็นนักเวทย์ผ้าคลุมดำที่ถูกล้อมรอบด้วยดวงไฟสีเขียวสองดวงที่กำลังลุกโชนอยู่ข้างหลัง

 

“เบล, ดูเหมือนว่าท่านจะมาถึงเร็วกว่าที่ข้าคิดนะ” คนๆนั้นพูดด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง, เหมือนกับเสียงตะโกนแตกๆ

 

เบล พยายามจับลมหายใจของเขา เขาสูญเสียพละกำลังของเขาไปแล้วจริงๆ แม้ว่าจะใช้เวทย์มนตร์, แต่การเดินทางที่ยาวนานก็ส่งผลเสียต่อร่างกายของเขา

 

“เฉด, ข้าถูกจับได้แล้ว เวลาของข้าก็ใกล้จะหมดแล้วด้วย ได้โปรดพาข้าเข้าไปในดินแดนแห่งชีวิตนิรันดร์ที่เถอะ” เบล พูด, พร้อมกับหายใจหอบ

 

“ถูกจับได้หรอ? งั้นก็หมายความว่าตอนนี้ท่านกำลังหนีอยู่หน่ะสิ? ท่านมั่นใจนะว่าไม่มีคนตามทันมา?” เฉด ถามด้วยความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด ยังไงซะ, เขาก็ยังอยู่ในอาณาจักรแห่งแสงและอาจได้รับอันตรายอย่างง่ายดาย

 

จากนั้น เบล ก็พูดออกมาอย่างช้าๆ “ข้าจงใจล่อให้พวกเขาสองคนมาที่นี่ หนึ่งในนั้นเป็นนักเวทย์เลเวล 5, และอีกคน, ก็อาจจะเป็นนักเวทย์เลเวล 4 พวกเขาเป็นแค่คนกลุ่มเดียวที่รู้เรื่องพวกเรา มันน่าจะง่ายสำหรับท่านที่จะเอาชนะพวกเขาด้วยการใช้หอคอยเวทย์มนตร์ ฆ่าพวกเขาและความลับของพวกเราก็จะปลอดภัย”

 

เบล เป็นคนรอบคอบ พอ ดาริส ออกจากสถาบันด้วยตัวเอง, เขาก็ตรวจสอบผู้คนที่เข้าออกสถาบัน เพราะฉะนั้น, ในตอนที่ ลิงค์ พา ดาริส ที่บาดเจ็บกลับมาและออกจากหอคอยเวทย์มนตร์ของ แอนโทนี่ พร้อมกับ เอร์เรร่า, เขาก็รู้ว่ามันถึงเวลาสำหรับเขาที่จะทิ้งที่นี่แล้ว

 

เขาเองก็รู้ว่า แอนโทนี่ ออกไปที่เมืองฮอทสปริง อย่างไรก็ตาม, ก็ยังมีนักเวทย์เลเวล 6 ที่แข็งแกร่งอีกมากมายในสถาบัน สิ่งเดียวที่เขาสามารถทำได้ก็คือหนี

 

ตอนแรกเขาตั้งใจจะหนีไปทางใต้, แต่เขาก็เปลี่ยนใจหลังจากที่ตระหนักได้ว่าเขามีคนไล่ตามมาแค่สองคน “น่าจะเลเวล 4 อย่างงั้นหรอ? ท่านต้องบอกข้าถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของศัตรูของข้าสิ” เฉด เกลียดการที่ต้องจัดการกับความไม่แน่นอน

 

“เขาสามารถร่ายเวทย์ระเบิดเพลิงได้แม้ว่าจะอายุแค่ 17 ปีก็ตาม ข้าสงสัยว่าเขาใช้คำภีร์เวทย์มนตร์เพื่อสนับสนุนเขาในการต่อสู้นั้น ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเขาอาจจะอ่อนแอกว่านักเวทย์เลเวล 4 ก็ได้ แต่ไม่ว่าจะกรณีใดๆ, ท่านก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องกลัวนักเวทย์อายุ 17, ข้าพูดถูกไหม?” เบล ไม่เคยคิดว่า ลิงค์ เป็นปัญหาเลย

 

เบล ศึกษาเวทย์มนตร์มามากมายในช่วง 50 ปีมานี้และมีเวทย์มนตร์ขั้นสูงมากมายในคลังของเขา นอกจากนี้, เขายังมีประสบการณ์ต่อสู้ที่ได้มาด้วยอายุเท่านั้น มันคงจะแปลกถ้าเขากลัวคนที่เด็กพอที่จะเป็นหลานของเขาได้

 

เฉด ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

 

อายุมักจะเป็นตัวบ่งบอกพลังในการต่อสู้ของนักเวทย์ แม้ว่านักเวทย์จะไปถึงระดับสูงได้ตั้งแต่ยังเด็ก, แต่เขาก็ไม่ได้รับความเคารพมากนัก

 

แน่นอนว่านักเวทย์ที่แก่กว่ามักจะมีจำนวนเวทย์มนตร์และเวทย์มนตร์ขั้นสูงที่มากกว่าในคลังของเขา ถ้านักเวทย์ทั้งสองมาเจอกันในการต่อสู้, ฝ่ายที่อายุมากกว่าก็มักจะชนะถล่มทลาย

 

“ถ้าเป็นเช่นนั้น, ก็เชิญเข้ามาเถิด ข้าได้เตรียมส่วนผสมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ท่านสามารถรับความเป็นอมตะได้ในทันที” เฉด เชิญ เบล เข้าไปในหอคอยเวทย์มนตร์ของเขา

 

เบล ได้บอกลาความเป็นมนุษย์ของเขาอย่างเงียบๆก่อนที่จะก้าวเข้าไปในหอคอยเวทย์มนตร์อันแสนน่ากลัว

 

ห้องโถงแทบจะไม่ได้รับการตกแต่ง สิ่งที่ชวนมองเพียงอย่างเดียวก็คือบ่อที่สูญกลางของห้องโถงที่เต็มไปด้วยของเหลวมีฟองสีเขียว ขณะที่ฟองระเบิด, ไอแห่งความมืดสีเขียวก็ฟุ้งเข้าไปในอากาศ

 

“นี่คือบ่อแห่งความอมตะ ท่านจะสามารถได้รับชีวิตนิรันดร์ได้จากการดูดซับธาตุในบ่อนี้ ในเวลานี้, ท่านจะลงไปนอนหลับสนิทและอยู่ในสภาพไร้การป้องกัน แต่ไม่มีอะไรต้องกังวลหรอก, ข้าจะกำจัดผู้ติดตามให้ท่านเอง” เฉด อธิบายการทำงานของบ่อให้ เบล ฟังอย่างชัดเจน

 

เบล เริ่มสงสัยในตัวเลือกของเขา แน่นอนว่าบ่อนี้ถูกเสริมพลังด้วยเวทย์มนตร์คำสาปบางอย่าง เขาต้องการจะละทิ้งทุกสิ่งที่อย่างที่เขาพยายามมาในช่วง 50 ปีนี้จริงๆหรอ?

 

อย่างไรก็ตาม, เขาก็รู้สึกว่าพลังงานถูกดูดออกไปจากร่างกายของเขาอีกครั้ง ซึ่งนี่เกิดขึ้นถี่มากในช่วงไม่กี่สัปดาห์มานี้ ชีวิตของเขาเหมือนกับเปลวไฟที่ริบหรี่ที่สามารถดับได้ทุกเมื่อ

 

“ข้าไม่มีทางเลือกแล้วสินะ โอ้เทพแห่งแสง, ได้โปรดยกโทษให้กับบาปของข้าด้วย” ในตอนที่ เบล ลงไปในบ่อของเหลวสีเขียว, ฟองก็หยุดลง

 

บ่อของเหลวสงบนิ่งเป็นพิเศษ เฉด ที่ยืนคุ้มกันอยู่ข้างบ่อ, ก็ไม่ขยับเขยื่อนอย่างสมบูรณ์, แม้กระทั่งดวงไฟสีเขียวสองดวงที่ลุกโชนอยู่รอบๆเขาก็หายไป

 

ขณะที่เวลาไหลผ่านไปอย่างช้าๆ, บ่อก็เริ่มมีฟองขึ้นมาอีกครั้ง, ครั้งนี้มันรุนแรงยิ่งกว่าตอนแรก แล้วยังมีการเคลื่อนไหวแปลกๆในสภาพแวดล้อมของหอคอยเวทย์มนตร์

 

ในทันทีทันใด, ดวงตาของ เฉด ก็ส่องประกายสีเขียวออกมาและดวงไฟทั้งสองก็พุ่งออกมาจากม่านตาของเขา

 

“นี่คือกลิ่นแห่งชีวิต! เจ้าตัวกระจ้อยทั้งสอง! อย่าคิดว่าพวกเจ้าจะสามารถออกไปจากที่นี่ได้อย่างง่ายดายเหมือนกับตอนที่พวกเจ้าเข้ามา”

 

ด้วยความช่วยเหลือของหอคอยเวทย์มนตร์ของเขา, เฉด จึงสามารถขยายระยะการร่ายเวทย์ของเขาไปได้สูงถึง 6,000 ฟุต พื้นที่ในรัศมี 300 ฟุตรอบหอคอยเวทย์มนตร์ของเขานับว่าเป็นอาณาเขตอย่างสมบูรณ์ของเขา

 

ถ้าใครก็ตามที่โง่พอที่จะข้ามพรมแดนนั้น, เขาก็จะแสดงให้พวกเขาเห็นถึงความหมายที่แท้จริงของความสิ้นหวัง!