0 Views

ตอนที่ 8 คืนสังหารหมู่

ประตูส่งเสียงลั่นเอี๊ยด ชายฉกรรจ์คนหนึ่งเดินออกมาจากกระท่อมไม้พลางตะโกนว่า “นังสารเลว! ไม่ยอมใช้ปากงั้นเรอะ หืม? แกควรจะรู้สึกขอบคุณข้านะที่ไม่ได้ลงโทษแก เพราะอย่างน้อยร่างกายของแกก็ยังพอหาเงินให้หัวหน้าได้บ้าง! “

ชายผู้นั้นเดินเข้าไปในตรอกเพื่อจะฉี่ที่มุมหนึ่ง ห้องสุขาเป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงในสลัมแห่งนี้ ของเสียจึงมีอยู่ทั่วทุกตรอกซอกซอย สุขอนามัยแย่ยิ่งกว่ากรุงลอนดอนสมัยยุคที่ 19 ดังนั้น พวกชนชั้นสูงหรือเหล่าคนร่ำรวยจึงไม่มีทางที่จะเหยียบย่างเข้ามาในสลัม แม้กระทั่งทหารยามก็ยังไม่อยากมาลาดตระเวนแถวนี้

คนในสลัมถูกทิ้งให้ปกป้องตนเอง

“บัดซบ! สักวันแกจะต้องเสียใจ! “

หลังจากที่ได้ระบายความโกรธของตนออกมา มันก็รู้สึกหนาวเหน็บที่ต้นคอ ทว่า ไม่ทันที่มันจะได้เอื้อมมือไปหยิบอาวุธ กลับมีมือหนึ่งมาปิดปากมันเอาไว้และกริชปาดเข้าที่ลำคอของมัน เลือดพุ่งออกมาดุจสายน่ำ ฉีดพ่นไปทั่วทุกแห่ง เงามืดได้ยึดร่างอันโชกเลือดของมันเอาไว้ครู่หนึ่ง จนกระทั่งร่างของชายฉกรรจ์แน่นิ่ง

โซรันปรากฏตัวออกมาจากเงามืดราวกับยมฑูต เขาไม่เคยเมตตาให้แก่ศัตรูของเขาเมื่อเขาตัดสินใจที่จะสังหาร ถ้าหากไม่ใช่เพราะบุคลิกที่โหดเหี้ยมของเขา เขาก็คงจะไม่สามารถกลายเป็น Legendary Rogue ได้

รอยเลือดไหลไปตามทางขณะที่เขาลากศพไปยังซอยอื่น แต่มันไม่อาจสังเกตเห็นได้เนื่องจากถูกความมืดปกคลุมโดยรอบ

.

.

“คาบาล มันหายหัวไปไหน?” ลูกน้องอีกคนหนึ่งของเกลกล่าวอย่างโกรธเคือง “แค่ไปฉี่ใช้เวลาเป็นครึ่งค่อนวัน!

“หัวหน้ากำลังตามหามันอยู่!”

ชายฉกรรจ์มองไปรอบ ๆ มันสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ มันได้เข้าร่วมการต่อสู้เมื่อหลายวันก่อน และตอนนี้มันกล้าพูดได้เลยว่าคาบาลอาจถูกสังหาร ไปแล้ว มันจึงค่อยๆ หยิบมีดสั้นออกมาจากฝักแล้วเดินเข้าไปในตรอกนั้น

กลิ่นคาวเลือดลอยคละคลุ้งในอากาศ

สีหน้าของชายฉกรรจ์พลันเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที มันกำลังจะตะโกนเรียกพรคคพวกเสริม ทว่าเงาที่บิดเบี้ยวปรากฏขึ้นก่อนที่มันจะได้เปล่งเสียง

กริชแทงเชือดหัวใจของมันจากทางด้านหลัง ขณะที่ถูกท่อนแขนอันแข็งแกร่งล็อคคอของมันเอาไว้ เสียงกรีดร้องของมันจึงเงียบลง ครู่ต่อมา ชายฉกรรจ์จึงได้เสียชีวิตลง

‘หลบซ่อนในเงามืด สำเร็จ!’

‘Backstab  เปิดใช้งาน!’

‘เปิดใช้งาน Backstab*2 สำเร็จ, สร้างความเสียหายให้กับเป้าหมาย damage 16 ’

‘เป้าหมายถูกสังหาร!’  

‘กำลังดึงพลังวิญญาณจากเป้าหมาย…ได้รับคะแนนการสังหาร 30 แต้ม’

โซรันลากศพที่สองของคืนนี้เข้าไปในซอย

กลิ่นคาวเลือดที่ลอยไปตามสายลมยิ่งชัดเจนขึ้น หลังจากที่ฆ่าคนของเกลไปถึงสองศพ ผู้คนในบริเวณใกล้เคียงราวกับรับรู้ว่าจะเป็นคืนที่แสนอันตรายและไร้ความสงบสุข พวกเขาจึงรีบปิดประตูและหน้าต่างทันที

โซรันหยิบกริชอีกเล่มหนึ่งออกมาควงเล่นทั้งสองข้าง

ร่างของเขามีแต่กลิ่นคาวเลือด

ซ่อนตัวต่อไปก็ไร้ประโยชน์ – อีกไม่ช้า ศัตรูจะต้องค้นพบตำแหน่งของเขา

มีนักสู้ฝีมือดีเพียงไม่กี่คนในแก๊ง รวมทั้งพวกที่อัพเลเวลอาชีพสูงๆ ยิ่งมีน้อยลงไปอีก ฆ่าพวกมันไปได้สองคนก็ดีพอแล้ว

โซรันกระโจนขึ้นไปบนหลังคาตึกที่อยู่ข้างๆ เขาโดยการไต่ขึ้นกับกำแพงใกล้ ๆ

การมี Dexterity 20 ทำให้เขาสามารถเคลื่อนย้ายไปรอบ ๆ ได้อย่างเงียบเชียบ เขาดึงแผ่นกระเบื้องออกจากหลังคาแล้วโยนมันลงไปบนพื้น เป็นการเรียกพวกที่อยู่ข้างใน

ชายสามคนเดินออกมาจากตึกพร้อมอาวุธในมือของพวกเขา หัวหน้าของทั้งสามคนนั้นคือกัลลาส คนที่เขาเคยพบก่อนหน้านั้น กัลลาสมองสำรวจพื้นที่รอบๆ และสั่งคนให้มุ่งหน้าไปยังซอยที่โซรันทิ้งศพเอาไว้

“อ๊ากกกกกก!”

เสียงร้องอย่างน่าสลดดังก้องอยู่ในซอย

โซรันพุ่งโฉบเข้าใส่หนึ่งในพวกมันดุจเหยี่ยวจากทางด้านหลัง เฉือนร่างของชายผู้โชคร้ายตั้งแต่คอจรดเอว มือสังหารแทงกริชอีกเล่มเข้าที่กะโหลกศีรษะจากใต้คาง

โซรันแสดงความโหดเหี้ยมออกมาอย่างชัดเจน

เขาชักกริชออกมาจากร่างของศพ ถีบร่างนั้นลอยออกไป แล้วปากริชตรงเข้าใส่ชายคนที่สอง มันเข้าแทงเข้ามาที่อกของเขา ตัดขั้วหัวใจพอดี

“ไอ้สารเลว…!”

นักรบชักดาบเล่มยาวออกมา มันเงื้อดาบขึ้นสูงเพื่ิอฟันชายหนุ่ม “แกเป็นบ้าไปแล้ว!?”

เคร้ง!

โซรันดึงเส้นสายที่มองไม่เห็นในอากาศขณะที่หลบหลีกการโจมตีที่โถมเข้ามา

“แกไม่ควรคิดที่จะแตะต้องวิเวียน! นี่คือเหตุผลที่ข้าต้องส่งพวกแกไปลงนรก!”

โซรันเข้าใจดีว่าอาชีพ Rogue ไม่เหมาะสำหรับการสู้กับนักรบโดยตรง  เขาจะยิ่งเสียเปรียบหากการต่อสู้ยืดเยื้อ เขาก้าวเท้าหลบหลีกขณะที่ฟันเข้าที่ลำตัวของกัลลาสด้วยกริช หลังการโจมตีสามครั้งของนักรบจบลง

กัลลาสเป็นคนรอบคอบ นับตั้งแต่ชีวิตของเขาในฐานะนักผจญภัยจบลง เขามักจะสวมใส่เกราะหนังแม้ยามนอนหลับ หนังที่เหนียวทนทานไม่ใช่สิ่งที่กริชจะสามารถตัดผ่านได้ง่าย

ซึ่งนั่นก็หมายความว่า โซรันต้องโจมตีจุดที่ไม่มีการป้องกัน

เลือดไหลซึมออกจากเอวของกัลลาส

นักรบที่ได้รับบาดเจ็บใช้ฝ่ามือกุมบาดแผลตนเอาไว้ แต่ไม่ช้าเขาก็เริ่มรู้สึกมึนงง

“แม่งเอ้ย มีพิษ!”

กัลลาสมั่นใจว่าโซรันไม่ได้รับการฝึกต่อสู้ใด ๆ ทั้งสิ้น แต่กลับสามารถค้นพบจุดอ่อนของวิชาดาบที่เขาได้รับการสอนโดยทหาร

บางที ’โซรัน’ คนก่อนหน้าอาจไม่รู้อะไรเกี่ยววิถีดาบในการต่อสู้ แต่โซรันคนปัจจุบันคุ้นเคยกับรูปแปบดาบของกัลลาสเป็นอย่างดี

รวมถึงรูปแบบขั้นสูงอย่างเช่น Cross Sword, White Raven, and Reverse Slash Sword  โซรันรู้แทบทุกรูปแบบที่สอนในทางทหาร เขาคงจะไม่สามารถกลายเป็น Legendary Rogue ที่ครั้งหนึ่งเคยต่อสู้ในสงครามนับร้อยครั้ง ถ้าหากเขาไม่มีความรู้เกี่ยวกับรูปแบบการต่อสู้ของฝ่ายตรงข้าม

กัลลาสซึ่งเป็นเพียงอันธพาลคนหนึ่งในสลัม สามารถเรียนรู้ได้แค่รูปแบบทหารขั้นพื้นฐานเท่านั้น เว้นแต่ว่า เขาจะมีปัญญาจ่ายค่าเล่าเรียนราคาแพง หรือได้พบกับใครสักคนที่เต็มใจจะสอนเขา

รูปแบบดาบของกัลลาสทำให้เขาสามารถใช้ทักษะ Heavy Hack และเพิ่มค่าพื้นฐานของ Accuracy +3

เคร้ง!

เกิดประกายไฟเมื่ออาวุธปะทะกัน

โซรันหลบหลีกอีกครั้ง แต่คราวนี้ในลักษณะที่ผิดปกติ เขากลับย้ายไปอยู่ด้านหลังของกัลลาสในเวลาต่อมา และส่งกริชเข้าไปปักที่ลำคอของนักรบลึกถึงกระดูก

ตุบ!

ร่างที่ไร้วิญญาณของกัลลาสล้มลงสู่พื้น

โซรันหอบหายใจเพื่อรับอากาศบริสุทธิ์เข้าไปก่อนพูดพึมพำ “นี่เป็นจุดจบสำหรับนักรบอย่างเจ้าที่ต้องมาตายด้วย Shadowstep ของข้า”

สิ่งนี้เป็นความสามารถระดับ Legendary Rogue

อย่างไรก็ตาม โซรันคนปัจจุบันยังไม่สามารถควบคุมเงาได้ ทักษะ Shadowstep ที่แท้จริง คือการที่ผู้ใช้สามารถทะลุผ่านระนาบของเงาและปรากฏอยู่เบื้องหลังศัตรู เมื่อครู่ที่ผ่านมา สิ่งที่เขาเป็นเพียงการเลียนแบบ อาศัย Dexterity ของเขาและความสามารถในการซ่อนตัวในเงามืด โซรันเล่นกลกับสายตาของกัลลาสและอ้อมไปยังด้านหลังของอดีตนักผจญภัยโดยที่เป้าหมายไม่สังเกตเห็น หากได้กลายเป็น Legendue Rogue แล้ว เมื่อนั้นโซรันจะสามารถควบคุมเงาได้อย่างสมบูรณ์ ที่ทำให้เขาสามารถใช้พลังแห่งเงาในการสร้างเวทมนตร์หรือสร้างการโจมตีที่ไม่คาดคิดกับศัตรูได้ หากไม่ใช่เพราะมี Dexterity 20 เขาคงจะไม่ได้สามารถสังหารชายฉกรรจ์ได้อย่างง่ายดาย

ชายอีกสามคนล้มลงสู่พื้น ภายในเวลาไม่ถึงสองนาที

ชาวบ้านทุกคนต่างพากันซ่อนตัวอยู่ในบ้านของตนเอง ขณะที่เหล่าโสเภณีตัวสั่นอย่างหวาดกลัวในบ้านที่ปิดประตู

โซรันยกศพขึ้นมาร่างหนึ่งแล้วโยนไปกระแทกที่หน้าประตูของตึกเป้าหมาย ในแฟคชั่นมีกลุ่มคนเป็นจำนวนมาก แต่คนที่สำคัญมีเพียงคือแกนนำหลักและหัวหน้า ส่วนพวกคนอ่อนแอก็แค่มีไว้เพื่อเพิ่มจำนวนสมาชิกให้ดูมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นโซรันจึงสามารถพวกมันได้ง่ายดายราวกับหั่นผัก คนส่วนใหญ่ที่ได้เลื่อนระดับการต่อสู้ในสายอาชีพ พวกเขาสามารถสู้กับคนธรรมดาสิบคนพร้อมกันและได้รับชัยชนะอย่างง่ายดาย

วูบ!

ลูกธนูพุ่งตรงเข้าใส่โซรัน เขายกศพแถวนั้นขึ้นมากันมันไว้ทันที ร่างนั้นพรุนไปด้วยลูกดอก โซรันโยนร่างนั้นทิ้งทันทีเมื่อใช้งานเสร็จ เขาวิ่งไต่ขึ้นไปบนกำแพงสามขั้นก่อนที่จะกระโจนเข้าใส่ฝ่ายตรงข้ามที่กำลังเสียขวัญ

เหล่าชายฉรรจ์ต่างชะงักด้วยความหวาดกลัว เมื่อเห็นความสามารถเหนือมนุษย์และค่าตอบแทนก็คือชีวิตของพวกมัน

ก่อนที่พวกมันจะได้โต้ตอบ พรรคพวกของมันสองคนก็ได้กุมลำคอที่บาดเจ็บขณะที่เลือดพุ่งออกมาจากบาดแผล

เงาสะท้อนของร่างโซรันวูบไหวดุจดั่งภาพลวงตา ขณะที่เขาหลบการโจมตีที่เข้ามาใกล้เพียงเล็กน้อย แล้วโต้กลับด้วยโยนเก้าอี้ลอยเข้าใส่ผู้โจมตี เขาล็อกแขนของศัตรูที่อยู่ตรงหน้าและตัดเอ็นและกล้ามเนื้อของมันด้วยการหวดฟันเป็นชุด การร่ายรำของกริชสร้างได้บาดแผลลึกถึงครึ่งนิ้วบนลำคอของชายคนดังกล่าว ขณะที่เขากรีดร้องด้วยความเจ็บปวด

มีเลือดจำนวนมากขึ้น

โซรันเตะหน้าไม้ที่วางอยู่บนพื้นลอยขึ้นมาแล้วรีโหลดใหม่อย่างรวดเร็ว จากนั้นเขาก็กระแทกเปิดประตูที่อยู่ใกล้ ๆ ด้วยลูกเตะที่ทรงพลัง และยิงลูกดอกออกไป

เสียงคร่ำครวญดังขึ้น ก่อนที่คนในห้องจะเริ่มกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส

“ซ…โซรัน! ได้โปรด อย่าฆ่าข้าเลย! ข้าจะยกให้ท่านเป็นหัวหน้า ตกลงไหม? ท่านจะเป็นหัวหน้านัลแต่บัดนี้! “

เกล ชายวัยกลางคนเงียบที่มักจะเงียบขรึม ทว่าตอนนี้เขากำลังกุมแขนที่โชกเลือดอย่างหวาดกลัว พลางอ้อนวอนให้ผู้บุกรุกไว้ชีวิตตน

“ได้โปรด อย่าฆ่าข้าเลยนะ! ข้าจะเชื่อฟังท่านตั้งแต่บัดนี้! ได้โปร.…”

กริชแวววาว ตวัดวาดลวดลายในอากาศ

โซรันชำแหละลำคอของเกลอย่างเรียบกริบด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ทว่าหลังจากนั้นเขาก็ต้องขมวดคิ้วเข้ม เมื่อสังเกตเห็นเสื้อผ้าของตนชุ่มโชกไปด้วยเลือด จากนั้น เขาจึงเริ่มค้นหาสิ่งของมีค่าภายในห้อง

มีผู้เสียชีวิตทั้งหมดสิบเอ็ดคนในคืนนั้น

เกือบทั้งหมดเป็นแกนนำหลักของแก๊ง สามคนในหมู่พวกนั้นมีทักษะต่อสู้ของสายอาชีพ

ช่างน่าเสียดาย พวกเขาทั้งหมดเป็นเพียง Level 1 ยกเว้นกัลลาส ผู้ที่สร้างความลำบากให้โซรันได้นิดหน่อย คนอื่น ๆ กลับถูกสังหารได้ในกระบวนท่าเดียว

เป็นไปตามที่คาด จำนวนคนที่มีพรสวรรค์ในสลัมมีจำกัด คนที่นั่นขาดแคลนทั้งอาหารและเงิน รวมถึงพลังงานเพื่อการฝึกซ้อมตนเอง ส่วนคนที่มีประสบการณ์การต่อสู้ ส่วนใหญ่มักเป็นพวกนักสู้ข้างถนน Level 1 Warrior ที่ได้รับการฝึกอย่างถูกต้อง จะสามารถรับมือสามคนได้พร้อมกัน

โซรันยัดสิ่งของมีค่าทั้งหมดลงในกระสอบชั่วคราวที่ทำจากผ้าปูที่นอนแล้วยกพาดไหล่ ขณะที่เขาก้าวเดินออกจากตึกอย่างเชื่องชา

ผู้คนต่างพากันลอบมอง ทว่า ไม่มีใครกล้าเข้าไปขวางทางเขา

หลังจากที่โซรันได้จากไป

ชายหลายคนแอบเข้าไปในตรอกและปล้นศพ พวกเขาจ้องมองไปทางเหล่าโสเภณีที่คิดจะทำเช่นเดียวกัน แล้วรีบหอบของทุกสิ่งทุกอย่างที่สามารถขายได้ไปจากซากที่ไร้ชีวิต

แก๊งถูกทำลายล้างอย่างสมบูรณ์โดยมือสังหารเพียงคนเดียว

แฟคชั่นหรือกลุ่มอื่นๆ จะเข้ามายึดพื้นที่ในวันพรุ่งนี้ นี่จึงเป็นเพียงโอกาสเดียวที่ปชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงจะหาเงินได้อย่างรวดเร็ว

ที่นี่คือสถานที่ที่เรียกว่า สลัม

ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเท่าไหร่ หากจะมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นในพื้นที่นอกกฎหมาย