0 Views

ตอนที่ 5 รุ่งอรุณ

 

โซรันกลับเข้าไปในบ้านอย่างเงียบๆ

วิเวียนยังคงนอนหลับสบายอยู่บนเตียงด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอ ทว่าจู่ ๆ ใบหน้าขาวใสของเธอกลับแสดงความกลัว ดูเหมือนเด็กสาวจะฝันร้าย

“พี่ชาย! อย่าไป…! อย่าทิ้งข้าไว้ลำพัง!

“อย่ามายุ่งกับข้า! เจ้าพวกคนเลว!

“ฮีธ…เกิดอะไรขึ้น? อย่าทำให้ข้ากลัว…”

วิเวียนยื่นแขนปัดป่ายไปมาราวกับพยายามยึดจับบางสิ่งเอาไว้ แม้ว่าดวงตาของเธอจะยังคงปิดอยู่

โซรันที่กำลังจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เขารีบเดินกลับไปที่เตียง ลูบแผ่นหลังของวิเวียนเบาๆ เพื่อจะปลอบโยน ทว่าโดยไม่ทันคาดคิด วิเวียนกลับแสดงสีหน้าเจ็บปวดออกมา โซรันรีบถลกชายเสื้อของวิเวียนขึ้น เผยให้เห็นรอยช้ำสีเขียวอมม่วง มันเป็นรอยช้ำที่เธอได้รับหลังจากที่เธอโดนภรรยาเจ้าของร้านทุบตีด้วยไม้กวาด

ในทันใดสีหน้าของโซรันพลันเปลี่ยนเป็นมืดครึ้ม ประกายอำมหิตสะท้อนจากแววตาของชายหนุ่ม

เขาลูบแก้มของวิเวียน แล้วจัดเสื้อของเธอให้เรียบร้อย พลางกระซิบ  “เด็กโง่! เหตุใดจึงไม่บอกข้าเกี่ยวกับรอยช้ำนี่”

มันเป็นอาการบาดเจ็บร้ายแรงสำหรับเด็กหญิงตัวเล็กอย่างวิเวียน

เธอเป็นกังวลเกี่ยวกับโซรัน ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจที่จะซ่อนมันไว้จากเขาและทนทุกข์ทรมานเพียงผู้เดียว

เมื่อพิจารณาจากรอยช้ำแล้ว ดูเหมือนว่าเธอได้รับบาดเจ็บมานานแล้ว น้ำตาแห่งความตื้นตันปรากฏขึ้นในดวงตาของโซรัน เมื่อนึกถึงตอนที่ตนยังนอนหมดสติอยู่ วิเวียนทนแบกรับความเจ็บปวดบนหลังของเธอ แล้วคอยดูแลเขาทั้งกลางวันและกลางคืนตลอดหลายสัปดาห์ มันเป็นประสบการณ์ความรู้สึกที่เขาไม่เคยมี…ความรักจากครอบครัว สวัสดิการในโลกก่อนหน้าของเขา ดีพอสำหรับผู้ปกครองที่จะมีชีวิตอยู่ได้ด้วยตัวเอง ดังนั้นจึงไม่จำเป็นทั้งการดูแลลูกๆ ในวัยเด็กหรือตอนโต ดังนั้นโซรันจึงไม่เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับความรักจากพ่อแม่ของเขา

เขารู้สึกอบอุ่นในหัวใจหลังจากรู้ว่าน้องสาวตัวน้อยทำอะไรเพื่อเขาบ้าง

โซรันเป็นบุคคลประเภทไหลไปตามกระแสและพอใจในสิ่งที่ตนมี

เขาได้เกิดความรู้สึกผูกพันอย่างแนบแน่นกับเด็กหญิงผมบลอนด์ตัวเล็ก ๆ ขณะที่เขานอนหลับไหลอยู่บนเตียงตลอดช่วงที่ผ่านมา เมื่อหวนนึกถึงชีวิตอันแสนโดดเดี่ยวในโลกก่อนหน้า โซรันไม่ได้รู้สึกอาลัยโลกที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีก้าวหน้านั้นเลย แต่เขาลับคิดว่าการมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ไม่เลวนัก

“ไม่เป็นไร…  

“พรุ่งนี้ทุกอย่างจะต้องดีขึ้น”

โซรันลูบศีรษะวิเวียนแผ่วเบา ปลอบประโลมเด็กน้อยที่กำลังฝันร้าย

“วันพรุ่งนี้ ข้าจะหายาทามาให้เจ้า บาดจะแผลจะหายไปโดยไม่ทิ้งร่องรอยไว้ในเวลาอันรวดเร็ว”

วิเวียนค่อยๆ สงบลง

โซรันถอดเสื้อของเขา เผยให้เห็นร่างสมส่วม มีกล้ามเนื้อพอประมาณ เขาโยนชุดที่เปื้อนเลือดเข้าเตาไฟ แล้วก้มมองร่างกายที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นของเขา

‘โซรัน’ คนก่อน ต้องมีชีวิตที่ยากลำบาก มันเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับเด็กอายุสิบสองปีที่จะหาเลี้ยงชีพให้ครอบครัวด้วยวิธีการปกติ

เขาได้ต่อสู้ และเข่นฆ่า

ด้วยรอยแผลเป็นมากมายบนร่างกายที่ตอนนี้อายุสิบแปดปี เขาได้หลุดพ้นจากความตายครั้งนับไม่ถ้วน

บางคนเป็นนักสู้ข้างทาง ขณะที่คนอื่น ๆ ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังเมื่อถูกจับด้วยข้อหาลักขโมย

แม้ภายนอกจะดูเหมือนเด็กวัยรุ่นปกติ ทว่า ‘โซรัน’ ได้เผชิญประสบการณ์เลวร้ายมามากกว่านักผจญภัยมืออาชีพทั้งชีวิตเสียอีก

ประกายไฟลุกวาบจากเตาผิง

โซรันค้นหาเสื้อผ้าสะอาดที่อยู่ใกล้ ๆ วิเวียนเป็นเด็กที่ขยันขันแข็งถึงแม้จะมีอายุน้อย และเธอก็มักทุ่มเทแรงกายของเธอเพื่อให้บ้านเป็นระเบียบเรียบร้อย เธอมักจะคอยกวาดพื้น เช่นเดียวกับการพับเสื้อผ้าให้เรียบร้อย

เขายกมือขึ้นแตะใบหน้าตนเอง โซรันสัมผัสได้ว่าโครงหน้าของเขาเป็นชายหนุ่มที่หล่อเหลา และส่วนที่สำคัญที่สุดคือใบหูที่ชี้ขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากพ่อของเขาเป็นลูกเสี้ยวเอลฟ์  ในทางทฤษฎี โซรันจึงได้รับการสืบทอดสายเลือดของเอลฟ์มาจากบรรพบุรุษ เรื่องนี้อธิบายว่าทำไมเขาถึงได้คล่องแคล่วกว่าคนส่วนใหญ่ ความคล่องตัวเป็นคุณลักษะพื้นฐานโดยธรรมชาติของเอลฟ์

นอกจากนี้ความมืดยังไม่สามารถบดบังการมองเห็นของโซรันได้

ส่วนใหญ่ลูกครึ่งเอลฟ์ทุกคนมีความสามารถในการมองเห็นในเวลากลางคืน ทำให้ในความมืด พวกเขาเป็นนักลอบสังหารที่เก่งที่สุด

“หืม เขามีพื้นฐานอยู่แล้ว”

โซรันลองหมุนข้อมือ ขณะที่เขาใช้กริชเฉือนตวัดวาดเส้นที่มองไม่เห็นในอากาศ

” Attributes ไม่สามารถจัดสรรใหม่ได้ และเขาไม่ได้มีร่างมืออาชีพที่ดี แต่คุณภาพโดยรวมนับว่ายังสูงกว่าค่าเฉลี่ยอย่างแน่นอน

“จุดอ่อนเพียงอย่างเดียวคือ Strength สินะ

“ผู้คนโดยเฉลี่ยแล้วจะมีประมาณ 10 Strength ดังนั้น Strength  12 นี่เท่ากับพวกคนงานที่ท่าเรือเลย

“เขาต้องรับมือกับทุกอย่างด้วยการใช้ทักษะแทนการใช้กำลัง และดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้ให้ความสำคัญกับการฝึกร่างกายเท่าไหร่นัก

“ค่า Dexterity ของเขาสูงมาก แต่การมี Strength สูงน่าจะดีกว่าสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รับการฝึกการต่อสู้ อย่างน้อยพวกเขาจะได้สามารถเอาชนะฝ่ายตรงข้ามด้วยแรงโจมตี”

โซรันย้ายกริชจากมือขวาไปยังมือซ้าย การร่ายรำของกริชขยับไปมาอย่างรวดเร็ว  จนเกิดเงาลางๆ มือซ้ายของเขาว่องไวผิดปกติ; มันดีมากกว่ามือขวาของเขามาก

นี้อาจจะเป็นพรสวรรค์ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด!

โซรันสามารถควงมีดคู่ได้ถ้าเขาฝึกแขนทั้งสองข้าง แน่นอนว่ามันจะเพิ่มความสามารถในการต่อสู้ของเขา

“การเลื่อนระดับต้องใช้คะแนนประสบการณ์”

โซรัน พึมพำขณะที่ร่างของเขาวูบไหวอยู่ในเงามืดและกลายเป็นเลือนลาง “ในโลกแห่งความจริงอาจจะไม่มีเควสให้ทำ ค่าประสบการณ์จึงได้ลดลงอย่างมาก

“เอาเถอะ เราเพิ่งได้รับค่าประสบการณ์จากการฆ่าเจ้าสองคนนั้น ดังนั้นการฆ่าสิ่งมีชีวิตเป็นอีกวิธีหนึ่งในการหาค่าประสบการณ์

“ไม่แน่ว่าถ้าลองใช้ทักษะ Snare กับ Pick lock อาจจะให้ค่าประสบการณ์เช่นกัน”

คะแนนการสังหาร (Slaughter Experience Points)

เป็นคะแนน EXP ระดับสูงซึ่งสามารถรับได้จากทั้งอาชีพหลัก อาชีพย่อย และการเปลี่ยนร่างอาชีพ

สำหรับ EXP ที่ได้จากการใช้ทักษะ Pick lock และ Snare นั้นเป็นคะแนนระดับล่าง สามารถรับได้อย่างเสรีเฉพาะในร่าง Rogue เท่านั้น

ในทำนองเดียวกัน ผู้วิเศษ (Wizard) ก็สามารถได้รับคะแนนประสบการณ์นี้จากการใช้ทักษะ Scribing Arcane Scolls ที่สามารถรับได้เฉพาะในร่างผู้วิเศษเท่านั้น

การได้รับ EXP ใน < Clash of the Titans > ไม่ใช่เรื่องง่าย การฆ่ามอนสเตอร์ห้ค่าประสบการณ์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ในบางเควสเนื้อเรื่อง ผู้เล่นต้องไปฆ่าราชามังกรหรือไลเคน เพียงเพื่อจะได้รับ EXP หลักหมื่นเป็นของรางวัล ซึ่งมันแทบจะไม่พอที่จะใช้เลื่อนอาชีพ 1 หรือ 2 เลเวล เป็นเวลาหลายปีสำหรับโซรันกว่าจะหาค่าประสบการณ์มาเลื่อนระดับจนกลายเป็น Legendary Rogue เพื่อการนั้น เขาได้ฆ่ามังกรไป 3 ตัว และไลเคนอีก 6 ตัว

เขาได้เข้าร่วมกลุ่มมากมายในระหว่างการเดินทางของเขา มีเพียงหนึ่งในสามของจำนวนผู้เล่นเหล่านั้นที่ยังมีชีวิตอยู่

คนอื่น ๆ ต้องกลับเริ่มต้นใหม่หมด หลังจากเสียชีวิตครบสามครั้ง

“Omnipotent Hands”

ด้วยสายตาที่คมปราบของเขา โซรันพึมพำกับตัวเองว่า “ข้าอยากรู้ว่าเมื่อไหร่สถานะ จิตวิญญาณเกิดใหม่ [Soul Rebirth] จะถูกลบออกไป ข้าแน่ใจว่าข้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้นมากในการต่อสู้ หากข้าสามารถใช้ Omnipotent Hands ได้”

.

.

ราตรีกาลผ่านไปอย่างช้า ๆ

โซรันซ่อนกริชของเขาไว้ในที่ที่สามารถหยิบจับได้ง่าย และปีนขึ้นไปบนเตียงอย่างระมัดระวัง

ร่างเล็ก ๆ ของวิเวียนกลิ้งมาที่อกของเขาแล้วซุกตัวอยู่ในอ้อมแขน ขณะละเมองึมงำถึงความฝันของเธอ

.

.

.

ราตรีกาลได้ผ่านพ้นไป รุ่งสางจึงมาเยือน

โซรันรู้สึกตัวขึ้นสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวเล็กน้อย วิเวียนมองพี่ชายของเธอขณะที่ศีรษะของเธอยังซุกอยู่บนหมอน แล้วคลี่ยิ้มหวาน

เธอค่อยๆ ปีนลงจากเตียง ทว่ามันกลับกระแทกลงบนรอยช้ำบนหลัง เธอจึงแสดงออกถึงความเจ็บปวดบนใบหน้าของเธอ จากนั้นเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ จึงสวมรองเท้าเก่าๆ ที่ทำจากเศษผ้าๆ และเริ่มเช็ดเฟอร์นิเจอร์ด้วยผ้าขนหนู สังเกตเห็นรอยเปื้อนเลือดบนพื้นขณะที่เธอกำลังถือไม้กวาดอยู่ในมือ  ช่วยไม่ได้ที่วิเวียนจะรู้สึกตกใจ เธอรีบวิ่งไปที่เตียงและยกผ้าห่มขึ้น เด็กสาวถอนหายใจด้วยความโล่งใจเมื่อแน่ใจว่าโซรันไม่ได้รับบาดเจ็บ และทำการขจัดคราบสกปรกออกจากพื้น

วิเวียนไม่สนใจได้ตราบใดที่มันไม่ใช่เลือดของโซรัน!

 

สมัยที่เธอยังเป็นเด็กเล็ก โซรันต่อยตีกับพวกเด็กที่โตกว่าเพียงเพื่อแย่งชิงหนึ่งเหรียญเงิน

เขาตกอยู่ในวงล้อมของพวกเด็กที่แก่กว่า ถูกต่อยและเตะเหมือนเขาเป็นกระสอบทราย วิเวียนตัวน้อยไม่อาจข่มกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้ จึงนั่งร้องไห้อยู่ในมุมเล็กๆ ท้ายที่สุด เธอได้รวบรวมความกล้าและโยนหินใส่หัวหน้าพวกมัน หัวหน้าพวกมันโกรธ และตบหน้าเธออย่างแรงจนฟันหลุด แก้มของเธอบวมช้ำ

แม้ว่าตอนนั้นจะยังเด็กอยู่มาก แต่เธอก็ยังคงจำภาพติดตานั้นได้

โซรัน ที่ถูกรังแกมาตลอดนั้น จู่ ๆ ก็ฟิวส์ขาดขึ้นทันทีเมื่อเห็นน้องสาวของเขาล้มลงไปกองกับพื้น เขาพุ่งไปกระโดดกัดหูหัวหน้าของพวกมัน

ใบหูโชกเลือดถูกกัดขาดอย่างไร้ความปราณี

ดุจเลือดขึ้นหน้า โซรันหยิบหินขึ้นมาแล้วฟาดไปที่กะโหลกของมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาไม่ยอมหยุดจนเลือดสาดกระเด็นไปทั่ว

วิเวียนซึ่งกำลังขวัญเสียกับฉากนั้น ได้เข้าไปห้ามเขา เธอหยุดพี่ชายของเธอจากการฆ่าเด็กได้ทันท่วงที

แต่เด็กยังคงเสียชีวิตในที่สุด

เวลาผ่านไปนับตั้งแต่ที่เหตุการณ์เกิดขึ้น ศพถูกพบลอยอยู่ในท่อระบายน้ำของสลัม ไม่สามารถระบุตัวตนได้

สองพี่น้องเดินเข้าสู่ชีวิตที่ดำมืด และพวกเขาไม่มีอะไรที่พึ่งพาได้นอกจากกันและกัน

วิเวียนไม่สนใจอีกต่อไปว่า โซรันจะเป็นหัวขโมย อาชญากร หรือฆาตกร  บาปใดๆ ที่โซรันต้องแบกรับเอาไว้ เธอเต็มใจที่จะรับเอาไว้อีกครึ่งหนึ่ง

วิเวียนทำความสะอาดบ้านอย่างตั้งอกตั้งใจ

เธอกังวลเล็กน้อยเมื่อเห็นกระสอบข้าวที่ว่างเปล่า แต่ในไม่ช้าความคิดของเธอก็เปลี่ยน พลางพูดพึมพำว่า “พี่ใหญ่กลับมาแล้ว…ไม่ช้า กระสอบก็จะเต็มไปด้วยข้าว!”

เธอเชื่อในตัวโซรัน และเธอเชื่อเขาอย่างสมบูรณ์; มันเกือบจะเหมือนคนงมงาย

มันมีช่วงหนึ่งที่เธอรู้สึกหิวโหยตลอดเวลา แต่พี่ชายของเธอก็ไม่เคยนิ่งดูดาย แม้บางครั้งอาหารที่นำมาจะเลอะเลือดของโซรันไปบ้าง ลึกลงไปในใจวิเวียนอาจจะรู้สึกเป็นกังวล แต่ยังไงมันก็คืออาหารอยู่ดี

อย่างไรก็ตาม เธอเชื่อว่าทุกอย่างจะดี ตราบใดที่พี่ชายของเธออยู่เคียงข้าง

ใช่ ทุกอย่างจะต้องดีขึ้น

วิเวียนไม่กังวลอีกต่อไปหลังจากนึกถึงอดีต เธอร้องเพลงขณะทำความสะอาดทุกอย่างในห้องอย่างละเอียด

โซรันค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียง

โซรันตบศีรษะเล็ก ๆ ของวิเวียนเบาๆ และพูดว่า “วันนี้คอยอยู่บ้าน เป็นเด็กดีนะ

“อีกวันสองวัน พวกเราจะย้ายเข้าไปอยู่ในเมือง”

วิเวียนพยักหน้าขณะที่เธอคลี่ยิ้มอย่างสดใส เธอไม่เคยรู้ว่าการย้ายออกจากสลัมไปยังเมืองไม่ใช่งานง่ายๆ

โดยธรรมชาติแล้ว มันต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก และยังต้องมีการระบุตัวตนสำหรับพลเมืองเพื่อที่จะปักหลักอยู่ในเมือง

เธอมั่นใจว่าโซรันจะรักษาสัญญา เขาทำได้เสมอ

หรือต่อให้เขาทำตามสัญญาไม่ได้ ในสายตาของวิเวียน พี่ชายของเธอถูกเสมอ

แสงแดดอันอบอุ่นส่องกระทบเหนือกระท่อมที่เล็กๆ ที่เรียบง่าย

โซรันหั่นขนมปังสีดำที่แข็งเป็นหินเนื่องจากค้างคืนออกเป็นชิ้น ๆ ขณะเดียวกัน วิเวียนก็ปีนขึ้นไปบนเก้าอี้เล็กๆ ไปหยิบหม้อโจ๊กบนเตา ร่างกายเล็กๆ เอนเอียงไปมา เนื่องจากขาดความแข็งแรง โซรันจึงเข้าไปหาเธอ รับหม้อมาถือไว้ด้วยมือของเขาเอง

เด็กสาวเงยหน้ามองไปยังพี่ชายของเธอ ภายใต้แสงอาทิตย์ที่สดใส เธอคลี่ยิ้มให้กับโซรัน ลักยิ้มสองข้างปรากฏขึ้นบนแก้มของเธอ

ทุกสิ่งทุกอย่างช่างแสนวิเศษ!