0 Views

เคร้ง เคร้ง เคร้ง!!

 

ใบมีดของโซรันเกิดรอยราวและแตกหักหลังจากป้องกันการโจมตีจากโครงกระดูกหลายครั้ง

มันเป็นเรื่องธรรมดาเนื่องจากมันเป็นเพียงกริชธรรมดาที่สามารถหาซื้อได้ตามท้องถนน

ก่อนที่จะไปถึง Grade 2 เขาจะต้องมีอาวุธสำรองอย่างน้อยสามชิ้นในกรณีที่อาวุธหลักของเขาเสียหายจากการต่อสู้ อาวุธทั่วไปสามารถหาซื้อได้จากร้านตีเหล็กทั่วไป ทว่าอาวุธที่มีออพชั่นนั้นค่อนข้างหายาก ในชีวิตก่อนของโซรันเคยได้รับอาวุธที่มีออพชั่นชิ้นแรกจากซากโบราณสถาน แต่นั้นไม่สำคัญอีกต่อไปเพราะมันเป็นเพียงอดีต

มีสิ่งหนึ่งที่ควรรู้เอาไว้อาวุธที่ได้โปรดปรานหาใช่กริช ทว่าเป็นเซเบอร์

เซเบอร์ที่มีออพชั่นเสริมดี ๆ นั้นไม่ค่อยพบที่เมืองทางใต้ ดังนั้นพวกมันจึงถูกนำมาขายในราคาที่ค่อนข้างสูง

แม้กระทั่งเซเบอร์ระดับทั่วไปที่ถูกตีโดยช่างตีเหล็กระดับมืออาชีพซึ่งมีโลหะเป็นเหล็กผสมก็ยังมีราคาประมาณ 5 เหรียญทอง ด้วยเหตุนี้เอง จึงมีช่วงที่ผู้เล่นที่เพิ่งเริ่มเล่น < Clash of the Titans > ที่รู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อได้รับไอเทมระดับทั่วไป

กริชของโซรัน จัดเป็นอาวุธระดับต่ำในแง่ของคุณภาพ เนื่องจากอาวุธระดับทั่วไปจะถูกสร้างขึ้นด้วยเทคนิคพิเศษโดยใช้เหล็กกล้า

 

“ข้าคิดว่าหลังจากนี้คงต้องหาดาบเซเบอร์มาไว้ในมือเสียแล้ว”

โซรันหลบและงอตัวของเขาเกือบ 180 องศา และปากริชตรงไปที่คอของโครงกระดูก ร่องรอยแห่งพลังงานถูกทำลายทันทีและร่างกายโครงกระดูกก็แตกสลายกลายเป็นฝุยผงในทันที การสังหารโครงกระดูกจะได้รับคะแนนสังหาร 45 EXP ท่วาเขากลับต้องจ่ายด้วยกริชของเขา

“มีดาบเซเบอร์อยู่ในทวีปทางตอนใต้ไม่มากนัก ข้าคิดว่าข้าจะต้องไปยังที่ราบลุ่ม”

แน่นอนว่า เซเบอร์ที่โซรันเคยใช้ไม่ใช่เซเบอร์ธรรมดามา ด้วยมาตรฐานของเขาในฐานะที่เคยเป็น Legendary Rouge แม้แต่ดาบของที่ราบทางตอนเหนือก็ยังไม่สามารถทำให้เขาพึงพอใจ มีเพียงช่างตีเหล็กชั้นนำจาก Underdark เท่านั้นที่สามารถตีดาบเซเบอร์ที่เหมาะสำหรับเขา ดาบจันทร์เสี้ยวที่มาจากทะเลทราย Philosopher คุณภาพของมันต่ำกว่ามาตรฐานของโซรัน ขณะที่ดาบ จาก Great Northern Plains จะมีน้ำหนักเบาและคล่องแคล่ว

การโจมตีมีพลังมากจนแม้แต่มังกรก็ไม่สามารถต้านทานการโจมตีได้ มีข่าวลือเกี่ยวกับผู้เล่น Legendary Rogue ที่โหดเหี้ยม เขาสังหารทุกคนที่ขวางเส้นทางของเขา บางคนเชื่อว่าโซรันสามารถสู้กับมังกรแดงโบราณได้โดยลำพัง หากเขาเลือกอาชีพขั้นสูงเป็น Berserker, Sword Saint หรือ Weaponmaster แทน Lurker

ข้อกำหนดขั้นต่ำสำหรับการใช้เซเบอร์ต้องมี Strength 14

ในเกมนั้น โซรันได้เดินทางไปที่ Underdark เพื่อไปหามาสเตอร์แบล็คสมิธ เพื่อตีเซเบอร์ระดับตำนานหนึ่งคู่ให้แก่เขาโดยเฉพาะ ซึ่งเล่มหนึ่งมีน้ำหนัก 18 กิโลกรัม ในขณะที่อีกเล่มหนึ่งมีน้ำหนัก 16 กิโลกรัม และข้อกำหนดสำหรับการใช้ดาบคู่จำต้องมี Strength 18 ขึ้นไป

.

.

.

     

ภายในถ้ำ

 

ร่างของโซรันเลือนหายไปในความมืดอีกครั้ง เขาไม่ได้คาดหวังมากนักว่าเขาจะได้รับอาวุธระดับในนานตั้งแต่แรกเริ่ม เขาจึงมุ่งเป้าไปที่ความเป็นจริงมากกว่า เขาหวังเพียงว่าเขาจะมีโชคและได้รับอาวุธระดับสูงโดยเฉลี่ยแล้ว อาวุธดังกล่าวมีค่าประมาณ 15 เหรียญทอง

ปัจจุบัน ทวีปทางตอนใต้ยังคงใช้เหรียญเงินเป็นหลัก  แม้ว่า เหรียญทอง จะถูกผลิตโดยสาวกของเทพแห่งความร่ำรวย ทว่าส่วนใหญ่มีเพียงพวกขุนนางและเหล่าชนชั้นสูงเท่านั้นที่ใช้

1 เหรียญทองสามารถแลกได้ 15 เหรียญเงิน และทุก ๆ 20 เหรียญแต่ละชนิดมีน้ำหนัก 1 ปอนด์ และยังมีเหรียญทองแดงอีกด้วย(คล้ายๆแบงค์เถื่อน) แต่มันถูกสร้างโดยกลุ่มสามัญชนและใช้ในการแลกเปลี่ยนอย่างลับๆ มีคุณภาพแตกต่างกันไป จึงมีผู้เล่นส่วนใหญ่ถูกหลอก เพราะเข้าใจว่าเหรียญทองแดงสามารถแลกเปลี่ยนได้เหมือนกับเหรียญเงิน

ผู้เล่นสาปแช่งนักพัฒนาซอฟต์แวร์ในการสร้างโลกอันสมจริงซึ่งสกุลเงินไร้มาตรฐาน แตกต่างจากเกมปกติซึ่งใช้สกุลเงินเช่น ‘Gold’ หรือ ‘G. ‘ หากเทพแห่งความร่ำรวยไม่ได้สร้างระบบแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศขึ้น

มีผู้คนที่ชื่นชอบความสมจริงในโลกของเกมอยู่เช่นกัน

โซรันก็เป็นหนึ่งในนั้น สำหรับเขาแล้วโลก < Clash of the Titans > เป็นโลกคู่ขนานและเป็นส่วนหนึ่งที่ไม่สามารถขาดไปจากชีวิตของเขาได้ มันเกือบจะเป็นส่วนที่เติมเต็มชีวิตเขา

นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่เขายอมรับความจริงได้อย่างรวดเร็วว่าตอนนี้เขาติดอยู่ในโลกของเกม

.

.

.

ขณะที่เดินเข้าลึกเข้าไปในถ้ำ ความรู้สึกที่น่าขนลุกก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ช้าเขาก็พบกับทางแยกแรก รวมทั้งซากที่เหลือแต่เพียงโครงกระดูกสามศพ

“มันต้องเป็นกับดักอย่างแน่นอน”

โซรันตรวจสอบร่างของศพ แล้วพูดพึมพำว่า “ดูเหมือนว่าสหายผู้นี้จะถูกสังหารโดยลูกดอก แถวนี้คงจะมีกับดักธนูติดตั้งอยู่ใกล้ ๆ”

เขาพูดได้เลยว่า นักสำรวจที่โชคร้ายผู้นี้ถูกยิงอย่างน้อยสิบครั้ง เนื่องจากโครงกระดูกมีซี่โครงหักสามซี่ อย่างไรก็ตาม มันเป็นเรื่องยากสำหรับกับดักที่จะยิงออกไปหลายนัดในการโจมตีครั้งเดียว

โซรันยักไหล่พลางค้นเสื้อผ้าของซากศพ และหยิบเศษเหรียญเงิน กระดาษที่ถูกขีดเขียน และเหรียญทองแดง หลังจากหยอดเหรียญลงในกระเป๋าสตางค์แล้วเขาก็พยายามอ่านข้อความบนกระดาษ แต่ก็อ่านไม่ออก เหรียญทองแดงเป็นเครื่องตัวตนสำหรับนักผจญภัยที่ออกโดย Adventurer Guild นักสำรวจที่เสียชีวิตเป็นนักผจญภัยระดับ E

“ช่างน่าสงสาร ดูเหมือนคู่หูของเขาจะใช้ซากศพของเขาเป็นโล่กำบังหลังจากที่เขาเสียชีวิต”

เคยมีคนกล่าวว่า การเป็นนักผจญภัยคือวหนทางที่เร็วที่สุดในการได้รับชื่อเสียงเงินทอง โซรันเห็นด้วยอย่างยิ่ง แค่เพียงการปล้นสะดมจากกลุ่มนักผจญภัยที่ถูกทำลายล้าง เขาก็ได้รับเหรียญเงินจำนวนมากมายและอีก 2 เหรียญทอง มันน้อยกว่าจำนวนเงินที่เขาได้รับตอนฆ่ายกแก๊งในสลัมเพียงนิดเดียว

“หนึ่ง สอง สาม…”

โซรันโยนกระดูกไปอีกด้านหนึ่ง โดยไม่รู้สึกใด ๆ เขามีประสบการณ์ในเกมมากเกินพอที่จะมารู้สึกไม่สบายใจหรือหวาดกลัว เมื่อต้องรับมือกับร่างคนตายและซากศพ

“รวมร่างที่ถูกใช้เป็นโล่แล้ว ทั้งหมดมีนักผจญภัย 4 คน  อืม เพราะพวกเขาทั้งหมดใช้เกราะหนังและอุปกรณ์ของนักรบ พวกเขาอาจจะไม่มีผู้วิเศษอยู่ในทีมระดับต่ำของพวกเขา

“หรือมันควรจะมี Rogue สักคนด้วย?”

Wizard (ผู้ใช้เวทย์ ต้องร่าย) Priest (นักบวช) Druid (ฤาษี) Sorcerer (ผู้ใช้เวทย์โดยกำเนิดได้ ไม่ต้องเรียน) เป็นอาชีพสำหรับคนรวย แม้กระทั่ง Arcane Missile เพียงเล่มเดียวมีราคามากกว่า 30 เหรียญทอง เมื่อพิจารณาค่าใช้จ่ายแล้ว มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่ทีมนักผจญภัยระดับต่ำจะสามารถจ้างผู้ใช้เวทย์มนตร์ได้

เนื่องจากพวกเขาทรงพลังในการต่อสู้ ผู้เล่นสายเวทย์จึงได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพ อย่างไรก็ตาม การอัพเลเวลของสายเวทย์ไม่ใช่เรื่องง่าย มีเวทมนตร์ Level 1 กว่าสามสิบชนิดที่ใช้กันทั่วไป เพียงแค่เรียนรู้ทั้งหมดนั้นด้วยการใช้บันทึกลับ มีค่าใช้จ่าย 1,500 เหรียญทอง แต่จะมีราคาถูกกว่าครึ่งหนึ่ง หากเรียนรู้จาก NPC ทว่าพบได้ยาก และยังคงมีค่าใช้จ่ายถึง 700-800 เหรียญทอง ซึ่งไม่ใช่จำนวนเล็กๆ นี่เป็นเพียงเวทย์ลึกลับ Level 1 แน่นอนว่ายิ่งสูงขึ้นไปยิ่งแพง

แตกต่างจาก Wizard และ Druid ที่ใช้เวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์แทนที่จะเป็นเวทมนตร์ลึกลับ ทว่า พิธีขอพรศักดิ์สิทธิ์และพิธีรับขวัญต่างๆ จำเป็นต้องใช้มากกว่า 500 เหรียญทองเพื่อซื้อสิ่งจำเป็น แม้ว่าวิหาราจะช่วยออกค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งหากผู้เล่นเป็นสาวกที่่ศรัทธา ก็ยังคงมีต้นทุนประมาณ 300 เหรียญทอง

แม้ว่า Socerer จะได้เปรียบตรงที่เรียนรู้เวทมนตร์ใหม่ ๆ ได้โดยอัตโนมัติผ่านสายเลือดที่ถูกปลุกขึ้น แต่พีธีปลุกย่อมมีราคาแพงอย่างแน่นอน หากโซรันจำไม่ผิด พิธีปลุกครั้งแรกต้องใช้วัสดุที่มีค่าใช้จ่ายประมาณ 1,000 เหรียญทอง เขาจำราคาได้แม่นเพราะครั้งหนึ่งเคยถูกสหายที่เป็น Sorcerer ยืมเงินเก็บของเขาไปจนแทบหมดตัว เพื่อทำพิธีนั้น

ในทางกลับกัน สายระยะประชิดไม่ได้มีปัญหาซับซ้อนอะไร ผู้เล่นสามารถฟาดและฟันตราบใดที่เขามีอาวุธ เนื่องด้วยความแตกต่างของค่าใช้จ่ายในการอัพเลเวล ผู้เล่นส่วนใหญ่ที่เป็นอาชีพสายประชิดจึงขึ้นไปถึง Level 8 หรือ 10 ในขณะที่ผู้เล่นสายเวทย์ยังอยู่เพียง Level 5

ความยากลำบากในการหารายได้บนโลกนี้ อาจสะท้อนให้เห็นได้จากชีวิตในสลัมของโซรัน เก้าในสิบของผู้ใช้เวทย์ มีชีวิตที่เลวร้ายและยากลำบากเพื่อรวบรวมเงินซึ่งจำเป็นสำหรับการอัพเลเวล

เคยมีคำพูดหนึ่งที่ร้านเหล้า “มันเป็นไปไม่ได้ที่จะจ้างผู้ใช้เวทย์ หากค่าจ้างต่ำกว่า 100 เหรียญทอง”

ผู้ใช้เวทย์ที่มีเลเวลอาชีพต่ำจะค่อนข้างอ่อนแอ พวกเขาจะต้องไปถึงอย่างน้อย Level 5 จึงจะเริ่มแสดงทักษะที่ทรงพลัง ด้วยเหตุผลนี้ ทีมนักผจญภัยระดับต่ำส่วนใหญ่จึงไม่กล้าจ้างพวกเขา

ด้วยทักษะ Detect Trap (ตรวจหากับดัก) ซึ่งมีอัตราความสำเร็จสูงกว่า 90% เป็นทักษะเฉพาะตัวของผู้ใช้เวทย์ ทีมจึงต้องพึ่งพาเหล่า Rogue เพื่อตรวจจับและปลดกับดักแทน นี่เป็นเหตุผลที่ โซรันคิดว่ากลุ่มนักผจญภัยที่ถูกทำลายไปนั้นควรมี Rogue เข้าร่วมด้วย

ในความเป็นจริง ผู้เล่น Rogue เลเวลต่ำจะมีความสามารถในการตรวจจับกับดักที่จำกัด เนื่องจากเลเวลของพวกเขาต่ำเกินไป ดังนั้น พวกเขาจึงมุ่งเน้นที่ทักษะ Pick-lock แทนัทกษะ Snare จึงไม่น่าแปลกใจที่พวก Rogue จะตายเมื่อพยายามจะปลดกับดัก

อาชีพนักผจญภัยสามารถสรุปได้สั้นว่า: ความเสี่ยงสูง ผลตอบแทนสูง

เป็นเรื่องปกติสำหรับนักผจญภัยที่จะพาทุกคนที่บาร์เพื่อดื่มฉลอง หลังกลับจากการเดินทางโดยไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ  อันที่จริงแล้ว โซรันได้ทำสำเร็จมาแล้วหลายครั้ง เนื่องจากเขาเคยเดินทางมานับไม่ถ้วน

ใช้เวลาไม่นานนัก ก่อนที่โซรันจะพบศพของ Rogue อยู่ข้างหน้า

โซรันยกร่างของศพที่ศีรษะหายไปครึ่งหนึ่งแทบระบุโครงหน้าไม่ได้ขึ้นมา แล้วพึมพำว่า “กับดักกรด?”

กับดักกรด (Acid trap) หนึ่งในกับดักที่เป็นปัญหาและอันตรายที่สุดสำหรับ Rogue ในขั้นแรกของเกม

พิจารณาจากศีรษะที่หายไปครึ่งหนึ่งและจุดเว้าเล็กน้อยบนพื้นดิน เกือบจะมั่นใจได้ว่ากับดักที่ฆ่า Rogue คือกับดักกรด ครึ่งหนึ่งของศีรษะอาจถูกกัดกร่อนโดยกรดชนิดแรง และจุดเล็ก ๆ บนพื้นดินถูกสร้างขึ้นจากกรดกระเด็นออกมา

“ดูเหมือนว่านี่จะเป็นปัญหาจริง ๆ”

โซรันนำค้อนไม้ขนาดเล็กออกมาและเริ่มทุบพื้น เพื่อหลีกเลี่ยงกับดักที่อาจถูกกระตุ้นขึ้นโดยหนู กับดักส่วนใหญ่จะติดตั้งกลไกให้สามารถทำงานได้หากมีแรงกดทับน้ำหนักประมาณมนุษย์ผู้ใหญ่หนึ่งคน นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม Rogue ลูกครึ่งจึงได้รับความนิยมเป็นพิเศษในหมู่นักผจญภัย

มีกับดักกรดอยู่ 2 ประเภท คือ แบบเวทมนตร์ และ แบบกายภาพ โดยอย่างแรกเป็นวงเวทย์ที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์กระตุ้น ขณะที่อย่างหลังเป็นอุกปรณ์ที่บรรจุกรดเข้มข้นซึ่งจะพ่นสารออกมาเมื่อถูกกระตุ้น

หากยังอัพไปไม่ถึงเลเวลสูงๆ กับดักกรดนับเป็นสิ่งที่อันตรายมาก แม้แต่ Level 5 Warrior อาจถูกฆ่าตายทันทีเมื่อถูกกับดักกรด หรือหากพวกเขารอดมาได้ ก็คงจะสูญเสียแขนขาหนึ่งหรือสองข้าง และกลายเป็นคนพิการ

เมื่ออัพไปถึงเลเวลสูงๆ แล้ว จะมีวิธีเสริมมากมายที่ทำให้ได้รับบัฟป้องกัน Warrior ที่มี Constitution สูง จะสามารถต่อสู้ได้โดยไม่มีปัญหาใด ๆ เมื่อโดนกับดักกรด กับระเบิด หรือแม้กระทั่งกับดักลาวา

โซรันคนปัจจุบันไม่สามารถรับการโจมตีของกับดักกรดได้

เขาจะตายแน่นอน หากทำเช่นนั้น