0 Views

ตอนที่ 1 คืนฝนตก (1)

เสียงฝนตกเปาะแปะดังอยู่ภายนอกบ้าน

วิเวียนวางเก้าอี้ตัวเล็กไว้ที่หน้าเตาอย่างระมัดระวัง แล้วเอื้อมตัวไปหยิบเมล็ดข้าวจากกระสอบที่วางอยู่ใกล้ ๆ มาเต็มสองกำมือ ภายในกระสอบนั้นเหลือเมล็ดข้าวไม่มากแล้ว เมื่อเดือนที่แล้วพี่ชายของนางได้นำเครื่องประดับเงินที่เขาขโมยมาจากท่าเรือเพื่อมาแลกเปลี่ยนกับกระสอบข้าว ถึงแม้ว่าเธอจะพยายามประหยัดอาหารที่มีค่าเหล่านี้ แต่ปริมาณข้าวที่ลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นเรื่องที่น่ากังวลมาก

อาหารกำลังจะหมดลง

อย่างมากสุด เด็กๆ คงจะอยู่ได้อีกไม่กี่วันก่อนที่พวกเขาจะอดตาย         

วิเวียนเหลือบมองไปยังเตียงหลังเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ในบ้านที่ทรุดโทรม  ร่างของวัยรุ่นหนุ่มที่นอนไม่ได้สติอยู่บนแผ่นไม้ที่ผุพังและเหม็นอับ พี่ชายของเธอยังไม่ฟื้นจากอาการโคม่า แม้กระทั่งนักบวชสาวผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยได้ช่วยเหลือพวกเขาก็ยังถอดใจ ด้วยเพราะเธอไม่มีทักษะมากพอที่จะรักษาอาการเขาได้ บิชอปฟิลอาจจะทำได้ ทว่าเขาไม่มีเหตุผลที่จะสละเวลาไปช่วยเหลือโจร

วิเวียนตบแก้มตัวเอง ปาดน้ำตาทิ้ง แล้วจากนั้นจึงกระโดดลงมายืนบนพื้น

แม้ว่าเธอจะอายุแปดขวบ แต่เนื่องจากขาดสารอาหาร เธอจึงมีร่างเล็กกว่าปกติ มันจึงเป็นเรื่องยากสำหรับเธอที่จะทำสิ่งต่างๆ อย่างเช่นการจุดเตาไฟเพื่อเตรียมอาหาร แต่เธอก็ต้องทำมันไม่ว่าอย่างไรก็ตาม

วิเวียนหอบท่อนฟืนหลายชิ้นเอาไว้ในมือของเธอ จากนั้นก็ตัดกิ่งที่เธอได้รวบรวมไว้ในตอนกลางวันออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วโยนเข้าเตาไฟ ฟืนชื้นจากฝนที่ตกอย่างต่อเนื่องและลุกไหม้อย่างช้าๆ โดยไม่สนใจดวงตาที่แดงก่ำของเธอที่เกิดจากควัน วิเวียนโหมพัดไฟทั้งหมดด้วยแรงที่มี จนเมื่อมันลุกโชติช่วง ในที่สุดเธอจึงหยุดพัดแล้วขยี้ตา

“ท่านพี่…! ท่านพี่ต้องตื่นนะ! วิเวียนคิดถึงพี่มาก…ได้โปรด…อย่าทิ้งข้า!”

น้ำใสแวววาวหยดลงจากดวงตาของเธอขณะที่เธอร้องไห้อยู่ข้างเตา หลังจากนั้นครู่หนึ่งวิเวียนก็เช็ดแก้มด้วยมือเล็ก ๆ ของเธอ รอยคราบน้ำตายังคงติดอยู่บนใบหน้าของเธอ

แต่เดิมยังมีเกลือเหลืออยู่ในบ้านอยุ่บ้าง แต่มันก็พึ่งหมดไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเธอพยายามจะขโมยของจากร้าน เหมือนกับที่พี่ชายของเธอเคยทำ แต่เธอกลับถูกจับได้โดยทันที และถูกภรรยาของเจ้าของร้านทุบตีที่แผ่นหลังด้วยไม้กวาด แผ่นหลังของเธอหลังยังคงมีรอยซ่ำเขียวม่วงอยู่เลย ทุกครั้งที่ขยับตัวเพียงเล็กน้อยก็รู้สึกเจ็บปวด

“โฮ่ง!”

ทันใดนั้น ได้ปรากฏร่างเจ้าหมาข้นสีน้ำตาล ถึงแม้ว่ามันจะดูแก่และเชื่องช้า แต่สามารถบอกได้เลยว่า ครั้งหนึ่งมันเคยเป็นสุนัขล่าเนื้อที่เก่งและยอดเยื่ยมมาก วิเวียนเลยยื่นมือเล็ก ๆ ของเธอไปลูบหัวเจ้าหมาข้นสีน้ำตาลข้างๆเธอ เจ้าหมาจึงนั่งลงข้างๆวิเวียนอย่างเชื่อฟัง และเริ่มควรคางด้วยเสียงต่ำ

“ฮีธ”

ราวกับรับรูู้ถึงความพึ่งพอใจของมัน วิเวียนจึงกอดเจ้าหมาข้นสีน้ำตาลไว้ในอกและค่อยๆลูบหลังมันขณะที่เธอเริ่มสะอึกสะอื้นอีกครั้ง

“อาหารเหลืออยู่ไม่มากแล้ว” วิเวียนบ่นพึมพำ

“วิเวียนเองก็หิวมาก แต่นี่เราต้องเก็บเอาไว้สำหรับพี่ชาย ถ้าฝนด้านนอกหยุดตกเมื่อไหร่จะลองไปหาอาหารดูนะ ขอโทษด้วย

” ฮีธ แกคงไม่คิดว่าฉันไร้ประโยชน์ใช่ไหม? ฉันไม่สามารถขโมยหรือแม้แต่ช่วยพี่ใหญ่ได้เลยสิ่งเดียวที่ฉันทำได้มีเพียงร้องไห้… “

เจ้าหมาได้หันกลับมามองราวกับเข้าใจที่วิเวียนกล่าว มันจึงเลียแก้มของวิเวียนอย่างอ่อนโยน และมันจึงได้ล้มลงและนอนข้างๆวิเวียนแล้วค่อยๆปิดเปลือกตาของมันลงอย่างเชื่องช้า

จากนั้นได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาที่บ้านของเธอ และก็ได้ยินเสียงคนพูดคุยกันอยู่ที่หน้าประตู เจ้าฮีธจึงได้เปิดตาขึ้นมาทันที และเห่าหอนเสียงดังขณะจ้องมองไปที่ประตูอย่างดุร้าย

“บัดซบ”!

“สักวันข้าจะฆ่าเจ้าหมาแก่ตัวนี้และเอาเนื้อของมันไปทำซุป!”

วิเวียนได้ยินเสียงบ่นของบุรุษชั่วร้าย จากนั้นเสียงค่อยๆ ห่างไกลออกไป

เด็กสาวผ่อนคลายความกังวลลง เมื่อได้ยินเสียงชายคนนั้นห่างไกลออกไป เธอจึงได้ลูบหัวของมันด้วยฝ่ามือเล็กๆ ของเธอ

“ฮีธ ถ้าพวกเขากล้าเข้ามาในบ้านก็กัดมันเลยนะ!”

“พี่ชายยังไม่รู้สึกตัวและแกเป็นคนเดียวที่สามารถปกป้องฉันได้ในตอนนี้”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฮีธจึงซุกตัวของมันไปที่หน้าอกของวิเวียนตอนที่เธอลูบหัวของมัน ถึงแม้ว่าตอนนี้มันจะแก่ลงและเริ่มมองเห็นไม่ชัดแต่มันก็ยังคงดุร้าย

ฮีธเป็น สัตว์นักล่าในนิทานพื้นบ้านของ อเกรท ริเวอร์ ได้มีตำนานเล่าขานว่า ฺฮีธสืบเชื้อสายมาจาก สุนัข3หัวเฝ้านรกประตูนรก ย้อนไปในอดีต ฮีธสามารถสังหารเสือดาวได้ง่ายดาย

แต่ตอนนี้มันแก่มากแล้ว

เมื่อจมูกของมันได้กลิ่นหอมของอาหารลอยมา มันจึงลุกขึ้นยืนและทำจมูกฟุดฟิดแต่เหมือนมันจะคิดอะไรได้ มันจึงล้มตัวลงนอนกับพื้นเหมือนเดิม

แม้ว่าท้องของวิเวียนกำลังร้อง แต่เธอก็ยังค่อยๆ ปีนขึ้นไปบนเก้าอี้อย่างระมัดระวังและตักอาหารชามเล็ก ๆ ขึ้นมาและเธอได้ค่อยๆ เป่าและป้อนให้แก่พี่ชายที่ยังไม่ได้สติของเธอด้วยช้อนไม้ทีละคำ ๆ ด้วยความที่วิเวียนยังเด็กเกินไปและก็ไม่แข็งแรงพอที่จะประคองพี่ชายให้ลุกขึ้นมา

“พี่ชาย! กินนี่สักหน่อย อาการของท่านจะได้ดีขึ้น! ข้าเชื่อมั่นว่าพี่ชายจะต้องฟื้นขึ้นอย่างแน่อน!”

น้ำตาได้ไหลออกมาจากดวงตาของวิเวียน เธอจึงได้ค่อยๆ ปาดน้ำตาของเธอและวางชามลงบนพื้นและปีนลงจากเตียงไปเพื่อปิดประตู

ที่แห่งนี้คือสลัมในเมืองแอมเบอร์ สถานที่อันเต็มไปด้วยโจร นักวิ่งราวและพ่อค้าทาส

มันเป็นเรื่องยากสำหรับเด็กสาวเช่นวิเวียนที่จะอยู่รอดในสลัมโดยไร้ที่พึ่งพา หากไม่ใช่เพราะความระมัดระวังตัวของเธอเองและยังมีฮีธคอยอยู่เคียงข้าง เธอคงจะโดนผู้อื่นลักพาตัวไปเรียบร้อยแล้ว ทุกคนแข็งแกร่งพอที่จะรัดคอปิดปากและจมูกของเธอด้วยเพียงแค่ใช้คือผ้าชุบยาสลบ เพียงไม่กี่วินาทีเธอก็จะหมดสติ เหล่าพ่อค้าทาสจะจับเด็กโยนเข้าไปในกระสอบทรายแล้วขายให้กับพ่อค้าคนกลาง ซึ่งความจริงแล้ว มีเด็กสาวจำนวนมากหายตัวไปจากสลัมด้วยวิธีนี้ แม้กระทั่งหญิงสาวที่งดงามก็ถูกลักพาตัวไปในลักษณะเดียวกัน

“ฮีธ”

วิเวียนกลับมาที่เตียงอีกครั้งและให้ป้อนอาหารแก่พี่ชายทีละคำ ๆ  เธอจึงหยุดป้อนเมื่อเขาได้กินโจ๊กในชามไปครึ่งหนึ่ง เด็กน้อยรีบกินส่วนที่เหลือและล้างมือและใบหน้าของเธอด้วยน้ำสะอาด ก่อนที่จะมุดตัวเข้าไปในผ้าห่มเหม็นอับ ขณะที่วิเวียนขยับตัวบาดแผลที่แผ่นหลังจึงได้รับการกระทบกระเทือน มันเจ็บปวดจนเด็กน้อยน้ำตาร่วง วิเวียนมุดเข้าไปในอ้อมแขนของพี่ชาย ก่อนจะหันไปพูดกับสุนับชราว่า “ถ้าใครมาก็เห่าไล่พวกมันซะ! ข้ารู้ว่าพวกมันคิดจะทำอะไร…

“มันรู้ว่าพี่ชายยังไม่ฟื้น ก็เลยพยายามจะจับตัวข้าไปขายให้แก่โซเฟียเพื่อหาเงินเข้ากระเป๋าพวกมันเอง!”

วิเวียนย่อมเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ได้ลึกซึ้งกว่าเด็กในวัยเดียวกันเนื่องจากเธอเติบโตในสลัม โซเฟียเป็นนักค้าทาสรายใหญ่ที่สุดในสลัม เธอมักจะเลือกเด็กสาวที่งดงามและฝึกพวกนางเพื่อให้ทำ ‘บางสิ่งบางอย่าง’ แล้วขายพวกนางให้แก่ซ่องในเมืองแอมเบอร์

เด็กหญิงที่เพิ่งจะอายุเพียงแปดขวบ แทบไม่มีโอกาสเอาชีวิตรอดได้ในสลัม

ดวงตาของวิเวียนสะท้อนให้เห็นร่องรอยของความเด็ดเดี่ยวและการตัดสินใจบางอย่าง เธอโน้มตัวลงจูบเด็กชายที่หน้าผากพลางกระซิบว่า “หากข้าจะต้องถูกขาย ข้าก็ขอขายด้วยตัวเอง!

“หากมีเงิน ข้าก็จะสามารถขอความช่วยเหลือจากนักบวชได้ บางทีพวกเขาอาจจะทำให้ท่านพี่ฟื้นขึ้น…”

เด็กน้อยรู้ดีกว่าชีวิตจะเป็นอย่างไร หากเธอขายตัวเอง

อันดับแรก โซเฟียจะเลี้ยงดูเธอเป็นเวลาอีกหลายปี ก่อนที่จะสอนเธอว่าควรรับใช้ผู้ชายอย่างไร หากวิเวียนเติบโตขึ้นมาอย่างงดงาม เธอก็จะถูกขายให้แก่ขุนนางในเมือง หากไม่แล้ว ปลายทางของชีวิตเธอคงจะจบลงอยู่ในซ่องโสเภณีสกปรกและซอมซ่อ

ถ้าเพื่อพี่ชายแล้ว นางเต็มใจที่จะทำทุกวิถีทาง เขาเป็นเพียงสมาชิกในครอบครัวคนเดียวของนางที่ยังมีชิวีตอยู่

 

  ด้านนอก เกิดเสียงของการต่อสู้และการฆ่าฟันขึ้น

วิเวียนไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากไปหลบซ่อนตัวใต้ผ้าห่ม ขณะที่สุนัขแก่ยืนเฝ้าอยู่ใกล้ประตูและจ้องมองด้วยสายตาน่ากลัว

ชายสองคนที่ประกาศตนว่าเป็นผู้นำแห่งชุมชนในสลัม ซาเวและโคโลญ กำลังต่อสู้อยู่เหนือเขตแดน กลุ่มหัวขโมยจำนวนมากในสลัมได้เสียชีวิตลงตั้งแต่ที่พี่ชายของเธอได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงจากผู้วิเศษ เหล่าคนคุ้นเคยต่างล้มตายลงข้างทาง และผู้คนที่เหลือก็เริ่มลุกขึ้นมาต่อสู้ จนอยู่เหนือการควบคุม ไม่เคยมีทหารยามมา สถานที่นี้เป็นเพียงซอกหลืบที่ถูกลืมในเมืองแอมเบอร์

พวกมันไม่เพียงต้องการต่อสู้เพื่อยึดดินแดน แต่ยังต้องการเด็กๆ ในสลัมอีกด้วย

มันไม่สำคัญว่าที่แก๊งหรือฝ่ายไหนคิดถึงอะไร; พวกเขาทั้งหมดต้องการเพียงเด็กๆ เพื่อเอามาฝึกให้กลายเป็นขโมย และปล่อยให้พวกเขาออกไปขโมยสิ่งของมาเพื่อตน นี่เป็นวิธีที่ทำให้พี่ชายของวิเวียนกลายมาเป็นหัวขโมยในคราแรกเช่นกัน

ความทรงจำเกี่ยวกับพ่อแม่ของวิเวียนค่อนข้างเลือนลาง

เด็กน้อยจำได้เพียงว่ามารดาของเธอเคยมีสามีที่เป็นจอมโจรที่น่านับถือ แต่น่าเสียดาย… ด้วยหนึ่งในภารกิจของเขา เขาได้เสียชีวิตลงด้วยน้ำมือของผู้วิเศษบนหอคอย จอมโจรคนนั้นคือบิดาของพี่ชายเธอ ณ ตอนนั้นวิเวียนยังไม่เกิด ดังนั้นเด็กน้อยจึงได้ฟังเรื่องราวเหล่านี้จากพี่ชายของเธอ

นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ผู้ใช้เวทมนตร์จึงกลายมาเป็นตัวตนที่น่ากลัวที่สุดในจิตใจอันใสซื่อและเปราะบางของวิเวียน

หลังจากที่สามีของนางเสียชีวิต มารดาของวิเวียนก็ใช้ชีวิตอย่างเรื่อยเปื่อย ไร้จุดหมายขณะที่เลี้ยงดูบุตรชายนามโซรัน เพื่อความอยู่รอด แม่ของเธอทำหน้าที่เป็น ‘สาวเสิร์ฟ’ ในโรงเตี๊ยมที่จัดให้มี ‘บริการเพิ่มเติม’ วิเวียนเข้าใจสิ่งนี้ เธอรู้มากกว่าเด็กในวัย 8 ขวบคนอื่นๆ ครอบครัวที่แตกสลายดำเนินชีวิตไปอย่างนั้นจนเมื่อพวกเขาได้กับนักผจญภัยลึกลับผู้หนึ่ง

ต่อมาไม่นาน มารดาได้ตั้งครรภ์อีกครั้ง

นักผจญภัยผู้นั้นไม่ได้แต่งงานกับเธอและปฏิบัติต่อเธอราวกับเป็นภรรยาลับ ชายผู้นั้นคือบิดาของวิเวียน นักผจญภัยลึกลับผู้ซึ่งกันกล่าวว่าเป็นอาชีพที่น่ากลัว

ด้วยเหตุผลที่แปลกประหลาด ทุกสิ่งของเขาหายไปทั้งหมดในทันที  เหลือไว้เพียงฮีธ สุนัขโปรดของเขา มารดาของวิเวียนเริ่มมีปัญหาสุขภาพทางจิตเมื่อต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักติดต่อกันถึงสองคน เธอทุกข์ทรมานจากการเป็นโรควิตกกังวลและมีภาวะซึมเศร้า ก่อนที่เธอจะเสียชีวิตไปในที่สุด

ในขณะนั้นวิเวียนอายุเพียงแค่สามขวบ ขณะที่พี่ชายของเธออายุสิบสองปี

เด็กสองคนที่สูญเสียทั้งบิดาและมารดา ของพวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเร่ร่อนไปตามท้องถนน พี่ชายของเธอมักจะมีเรื่องชกต่อยเพื่อแลกกับเศษอาหารเพียงเล็กน้อย

หลังจากนั้น พี่ชายของเธอได้เข้าร่วมแก๊งและกลายเป็นหัวขโมยที่มี ‘ความสามารถ’ ในที่สุดพวกเขาจึงได้ปักหลักอยู่ในสลัม หาที่หลบภัยในสถานที่วุ่นวาย

เสียงอึกทึกครึกโครมดังก้องถนน

วิเวียนรู้สึกกลัวและกอดพี่ชายของเธอเอาไว้แน่น ฮีธซึ่งนอนอยู่บนพื้นใกล้กับประตูลุกขึ้นยืนอย่างระมัดระวังและจ้องมองไปที่ตรอกด้านนอกไกลออกไป

มีคนเพิ่งถูกสังหาร!

มันเป็นเรื่องธรรมดา แม้กระทั่งนักบวชจากวิหารแห่งแสงก็ยังไม่สนใจชีวิตของผู้คนในสลัมนี้

ทุกคนในละแวกบ้านต่างพากันปิดประตูและหน้าต่างทันที บางคนก็ล็อคประตูของพวกเขาอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าและแน่นหนา วิเวียนก็เป็นหนึ่งในนั้น ด้วยร่างเล็กๆ ของเธอ เด็กน้อยพยายามอย่างหนักเพื่อจะคล้องกลอน

ด้วยสามัญสำนึกทั่วไปจากการที่เธอได้อาศัยอยู่ในสลัมมานานหลายปี สถานการณ์จะยิ่งเลวร้ายยิ่งขึ้นเมื่อมีผู้คนเสียชีวิตลง การต่อสู้หลังจากนั้นจะลุกลามกว้างขึ้นและบางครั้งก็ส่งผลกระทบต่อผู้บริสุทธิ์ที่อยู่รอบๆ

กลัว…

เด็กสาวที่กำลังหวาดกลัวจึงกอดสุนัขเฒ่าเอาไว้แน่นและพามันมาหลบอยู่ข้างเตียง

“ฮีธ”

เมื่อเหลือบมองออกไปด้านนอกอย่างหวาดระแวง วิเวียนมองเห็นเงาของกลุ่มคนพกอาวุธที่กำลังต่อสู้กันอย่างรุนแรงภายใต้สายฝน เลือดที่กระจัดกระจายอยู่ทุกหนแห่งในซอย ถูกชะล้างออกไปด้วยสายฝนราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น

เธอได้กลิ่นคาวเลือดแม้จะอยู่ภายในบ้าน

วิเวียนลูบหัวศีรษะเจ้าฮีธขณะที่เธอกำลังสั่นด้วยความกลัวโดยไม่รู้ตัว

“เจ้าจะปกป้องข้าใช่ไหม?”

“โฮ่ง!”

ฮีธเห่าขึ้นมาอย่างกะทันหัน

เด็กน้อยกระโดดถอยหลังอย่างตกใจ ไม่ช้า เธอก็ตระหนักได้ว่าฮีธกำลังเห่าเด็กหนุ่มบนเตียงไม่ใช่ข้างนอก

“พี่ชาย?!”

วิเวียนรู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็นว่าพี่ใหญ่ที่นอนหมดสติได้ลืมตาขึ้นและริมฝีปากของเขาก็เริ่มขยับ

เธอไม่สามารถทนความกดดันและความหวาดกลัวที่สะสมตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาได้อีกต่อไป

เด็กสาวพุ่งตัวเข้าสู่อ้อมกอดของพี่ชายที่รักทันที พร้อมน้ำตาเม็ดโตที่ค่อยๆ ไหลนองบนแก้มกลม